อ่านสกู๊ปกระบี่ย้อนหลัง กดที่นี่เลย

เที่ยวกระบี่ ตอนที่1 : เมืองกระบี่และเกาะกลาง วิถีชุมชนเรียบง่าย เสน่ห์แห่งเมืองเขาขนาบน้ำ

เที่ยวกระบี่ ตอนที่2 : เที่ยว อ.อ่าวลึก แบบเจาะลึก ความมหัศจรรย์จากอดีตสู่ปัจจุบัน

 


 

 

“...ที่เธอสงสัย ว่ายังมีไหม ทะเลแสนงาม
ที่เธอเคยถาม ว่ามีจริงหรือ ขอบโค้งฟ้าคราม
ทะเลในฝัน ที่เราว่ายนำ้ ฝูงปลาว่ายตาม
แดดพราว วับวาม ทรายเหยียบนุ่มเท้า ละไมละมุน...

"...อยากให้เธอเห็นมัน อย่างที่ฉันได้เจอ
ฉันภูมิใจจะเสนอ ให้เธอเจอสิ่งที่ฝัน
สู่ทะเลสีคราม มนต์ขลังอันดามัน
ยังมีเกาะหนึ่งนั้น รอเธออยู่..."

 

เปิดหัวสกู๊ปมาแบบนี้ เพราะอยากจะถามคุณผู้อ่านว่า เคยจินตนาการเหมือนดั่งเนื้อร้องเพลงนี้กันไหม

ที่ที่ทะเลแสนสวยงาม น้ำใส เห็นฝูงปลา ทรายขาวละมุนนุ่มเท้า มองไปเห็นฟ้าสีฟ้าสดใส

เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมความงามของท้องทะเลกระบี่ ภายใน1วัน ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง

รับรองว่า ใครที่มาชมแล้วจะต้องอยากเดินทางไปเที่ยวทะเลสวยๆที่กระบี่เป็นแน่

 

สกู๊ปนี้ล่ะที่จะพาให้คุณได้สัมผัสกับทั้งหมดที่ว่ามานี้เลย... karok_eat

 

  

 

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า ส่วนใหญ่แพ็คเกจทัวร์เที่ยวทะเลของกระบี่จะมีลักษณะเป็น One Day Trip

ได้แก่ ทัวร์เกาะพีพี, ทัวร์เกาะห้อง, ทัวร์ 4 เกาะทะเลแหวก เป็นแพ็คเกจยอดฮิตอันดับต้นๆ

ราคาจะเริ่มต้น 1,900 บาทขึ้นไป สามารถติดต่อได้ตามบริษัททัวร์ต่างๆทั้งจากในตัวเมืองและอ่าวนาง

 

เริ่มต้นวันที่อ่าวนางเลยค่ะ ด้านหน้าที่พักของเรา อ่าวนางแห่งนี้เป็นอ่าวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว

เพราะจะมีโรงแรมรีสอร์ท ร้านค้า และบริษัทนำเที่ยวตั้งอยู่เรียงรายเต็มไปหมด

จุดเด่นจะอยู่วิวภูเขาหินปูนที่สูงสวยงามแปลกตา ด้านหน้าเป็นทะเลที่สามารถลงเล่นน้ำได้

มีชายหาดที่กว้างและยาว และก็มีถนนเลียบชายหาดยาวถึง 6 กิโลเมตรเลย

เมื่อมองจากอ่าวนางไปที่ท้องทะเลเบื้องหน้าก็จะพบภูเขาน้อยใหญ่เรียงรายในทะเล

เราเก็บภาพบรรยากาศยามเช้าที่นี่มาฝากกันค่ะ ยามเช้าแบบนี้มักจะเห็นผู้คนเดินเล่นริมชายหาด

เรือหัวโทงก็เเล่นมารับนักท่องเที่ยวที่ชายฝั่งอยู่ประปราย

 

 

เราออกเดินทางจากอ่าวนางไปยังหาดนพรัตน์ธารา ซึ่งอยู่ติดกันกับอ่าวนาง

หากแต่เป็นชายหาดเงียบสงบ ร่มรื่น เพราะเป็นหาดในเขตอุทยานแห่งชาติ

เรามาขึ้นเรือสปีดโบ๊ทที่นี่ แล้วก็มุ่งหน้าสู่ทะเล ขอบฟ้า แผ่นน้ำ ที่กว้างใหญ่ ข้างหน้าเราแล้ว huhuhu

 

 

 

นั่งเรือรับลม สูดกลิ่นทะเลไม่นาน ประมาณ 45 นาทีก็มาถึง เกาะผักเบี้ย

เป็นเกาะเล็กๆระหว่างทางที่สวยงามอีกเกาะหนึ่ง เราไม่ได้ลงน้ำที่นี่ เพราะเรามีเวลาจำกัด

แต่ก็ยังพอได้ถ่ายภาพความงามไว้เป็นที่ระลึกสักเล็กน้อยค่ะ

 

 

เกาะเเรกที่เราจะพาไปชมนั้นอยู่ไม่ไกลจากเกาะผักเบี้ย มีชื่อว่า เกาะเหลาลาดิง

เกาะเหลาลาดิง เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีชายหาดเว้าเข้าภายในตัวเกาะ สามารถลงเล่นน้ำได้

ความงามของหาดทรายที่เงียบสงบเป็นส่วนตัว จนที่ชาวต่างชาติเรียกขนานนามกันอีกชื่อว่า เกาะพาราไดส์

(โปรแกรมเที่ยวเกาะเหลาลาดิง ส่วนมากจะจัดอยู่ในโปรแกรมเดียวกับทัวร์เกาะห้องค่ะ)

 

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นเกาะที่งดงามมากๆ ทันทีที่ได้เห็นก็รู้สึกตกหลุมรักขึ้นมาทันที

ด้วยความสวยใสของน้ำทะเล บวกกับมีต้นไม้ร่มรื่นที่ริมชายหาด ซึ่งจะเเขวนชิงช้าไม้เอาไว้

ให้นักท่องเที่ยวได้เเกว่งไกว นักพักผ่อน นอกจากนี้บนเกาะยังมีแมวเหมียวน่ารักๆอยู่ด้วย

(เจ้าหน้าที่เขาเลี้ยงเเละเอ็นดูมันมากๆจ้า)

 

 

 

นั่งเรือต่อจากเกาะเหลาลาดิง ก็จะถึง เกาะห้อง เกาะแห่งนี้ถือเป็นไฮไลท์ของทริปนี้เลย

เพราะว่า เราจะต้องนั่งเรือเข้าผ่านช่องเเคบของภูเขา เข้าไปสู่ลากูน หรือทะเลด้านใน

ที่ถูกโอบล้อมด้วยแนวเทือกเขาหินปูนสูงตระหง่าน เหมือนอยู่ในห้องๆหนึ่ง

 

 

ทะเลสีเขียวสดใส ด้านในเกาะห้อง เปรียบเสมือนห้องโถงกว้างใหญ่ จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะแห่งนี้

ขอบอกว่า น้ำทะเลด้านในมีสีเขียวมรกตสดใสและสามารถกระโดดน้ำเล่นได้เลยค่ะ

 

  

 

ออกจากห้องแห่งนี้ออกไปสู่ทะเลภายนอก เรือพาเราขับพ้นโค้งเกาะมาเล็กน้อย

เพื่อพาเราไปยังชายหาดสีขาวเบื้องหน้า ที่นี่คือ หาดบิเละ ชายหาดสวยๆของเกาะห้อง

 

 

เราจอดเเวะพักเล่นน้ำที่ชายหาดบิเละแห่งนี้ หาดแห่งนี้ได้รับรางวัลขายหาดติดดาวของกรมควบคุมมลพิษ

เป็นรางวัลที่หมายความว่าเป็นชายหาดที่สะอาด สวยงามติดอันดับต้นๆในเมืองไทยเลยล่ะ

ซึ่งเราก็ได้มาลองเดินชมความงามและพิสูจน์กันจริงๆแล้ว...มันสวยงามมากๆเลยค่ะ

 

 

แอบดูสาวๆเล่นน้ำ นอกจากนี้บนหาดก็จะมีเรือคายัคให้บริการด้วยค่ะ

น้ำทะเลใสม๊ากกกก แถมเวลาเราว่ายน้ำก็มีเจ้าปลาสลิดตัวน้อยๆ ว่าตามเราด้วย

 

 

หลังจากที่ฟินกันสุดๆที่เกาะห้องกันเเล้ว เราก็ได้เวลาอำลาเกาะสวรรค์แห่งนี้ไป

แล้วออกเดินทางกันต่อไปยัง อ่าวไร่เลย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งอ่าวนาง

มีลักษณะของอ่าวจะเป็นที่ราบ คล้ายกับแหลมยื่นไปในทะเล ขนาบข้างด้วยภูเขาหินปูน

ไม่มีถนนตัดผ่าน ผู้คนที่มาเที่ยวจึงต้องนั่งเรือมาเท่านั้น

เราแวะพักทานข้าวเที่ยงกันที่นี่ เติมพลังเเล้วเดินทางกันต่อค่ะ

 

 

 

ชื่อเสียงของอ่าวไร่เลย์คือ กิจกรรมปีนหน้าผา เพราะว่าเป็นภูเขาหินปูนที่จะมีรอยเว้าเเหว่งที่พื้นผิว

และเป็นหน้าผาที่สูงและอยู่ในแนวตั้งฉาก จึงทำให้ง่ายต่อการปีนผา

จะเห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งนิยมปีนมากมาย ที่หน้าผาแห่งนี้ (ต้องลองใช้กล้องส่องทางไกลสังเกตดูค่ะ)

 

หน้าผานี้ที่เขาชอบปีนกัน >>>   

 

จากอ่าวไร่เลย์เดินลัดเลาะเพียงไม่ไกลไปยังหาดถ้ำพระนางได้ 

ซึ่งอยู่ปลายสุดของแหลมอ่าวไร่เลย์ เดินต่อไปสุดริมหาด

อย่าลืมแวะสักการะศาลพระนาง เพื่อความเป็นสิริมงคลกันด้วยนะคะ

 

 

และแล้วก็มาถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของจังหวัดกระบี่ ถือว่าเป็น Unseen Thailand

พลาดไม่ได้เลยถ้ามากระบี่เเล้วไม่มาที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึงยังไงยังงั้น

นั่นก็คือ.... ทะเลแหวก... ยังนี้นี่เอง....ง...ง....please

(โปรแกรมทัวร์ทะเลแหวก จะเเยกโปรแกรมกับทัวร์เกาะห้อง และส่วนมากจะปิดทริป
ด้วยหาดถ้ำพระนางเหมือนกันค่ะ)

ภาพนี้ถ่ายจากจุดชมวิวบนเกาะทับค่ะ จะเห็นสันทรายแหวกสีขาวสวยงามพอดี

 

 

ทะเลแหวก เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเมื่อระดับน้ำลดลงต่ำสุดในแต่ละวัน

ทะเลจะแหวกออกจนกลายเป็นหาดทรายสีขาวสะอาด เชื่อมเกาะทั้งสามเกาะอย่างสวยงามน่าอัศจรรย์

โดยจะเชื่อมระหว่างเกาะหม้อ เกาะทับ และเกาะไก่ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน

 

 

ช่วงเวลาน่าเที่ยวของทะเลแหวกก็คือในช่วง 5 วัน ก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ

ฤดูกาลท่องเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี

นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที

ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท เเละควรสอบถามเวลาน้ำขึ้น-ลงก่อน 

 

 

นักท่องเที่ยวเยอะมากจริงๆ เพราะช่วงที่ไปเป็นช่วงที่ทะเลแหวกพอดี

เราก็ได้พบมุมมองใหม่ๆ รอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย

เมื่อเรือแล่นออกมาเราเลยขอเเวะชมความงามของทะเลแหวกในมุมไกลๆดูบ้าง

ขอบอกว่า..... สีน้ำทะเลสวยม๊ากกก karok_beachball

 

  

 

จากนั้นก็วนไปชมด้านหน้าของเกาะไก่สักหน่อย เอก...อี้...เอ้ก..เอก.... gangnam

เกาะไก่ มีอีกชื่อหนึ่งว่าเกาะด้ามหอกด้ามขวาน เป็นเกาะหินปูนที่เป็นสัญลักษณ์ของทะเลกระบี่

ดูดีๆ รูปร่างเหมือนไก่เป๊ะๆ เลยนะ

 

 

เรานั่งเรือกลับสู่ฝั่งตามเดิม ภายในใจก็อัดเเน่นด้วยภาพประทับใจของทะเลสวยๆ มากมาย

ขากลับนี้เราขอลงที่หาดอ่าวนางดูบ้าง เพื่อจะได้พบเห็นอีกมุมมองหนึ่งของกระบี่

 

 

ขากลับราวๆ 4-5 โมงเย็นนั้น ที่ชายหาดอ่าวนางกำลังอยู่ในช่วงน้ำลง

เลยได้เห็นชาวบ้านกำลังงมหอยตลับอยู่ที่ชายหาด เลยได้มีโอกาสพูดคุยกันเล็กน้อย

ชาวมุสลิมผู้หญิงเราจะเรียกว่า "มะ" แปลว่า "แม่" ก็บอกเราว่า แกงมหอยเหล่านี้เพื่อไปประกอบอาหาร

ผู้คนน่ารัก อัธยาศัยดี ตามคำขวัญ "เมืองกระบี่ ผู้คนน่ารัก เมืองน่าอยู่" จริงๆ

 

   

 

จบทริปทะเลกระบี่วันนี้ไปแบบฟินๆ ด้วยบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ร้านอาหารบนเขาสูง แถบอ่าวนาง

มีชื่อว่าร้าน Lae Lay Grill กับเมนูอร่อยๆมากมาย แต่วิวเนี่ยสิ เลิศกว่าอะไรทั้งหมด

 

   

 

ทะเลกระบี่ยังมีที่ท่องเที่ยวหลายหลากรอให้คุณได้ไปสัมผัส

ออกไปเที่ยวกระบี่กัน... แล้วคุณจะตกหลุมรักทะเลกระบี่

 

"อยากให้เธอเห็นมัน... ไปด้วยกันไหมเธอ"

 

 


 

จองที่พักกระบี่แบบออนไลน์

 

อ่าวนาง ปริ๊นซ์วิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Ao Nang Princeville Resort and Spa) อ่าวนาง

 

 


 

ศรีสุขสันต์ รีสอร์ท (Srisuksant Resort) อ่าวนาง

 

 
 

 

บุหงา ธานี รีสอร์ท แอนด์ สปา (Bhunga Thani Resort and Spa) อ่าวไร่เลย์

 

 
 
 

 

เรื่องและภาพ This road is mine