กระบี่ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ริมฝั่งทะเลอันดามัน

ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของทะเลเท่านั้น

แต่จริงๆแล้ว กระบี่ เมืองเขาขนาบน้ำแห่งนี้ มีเรื่องราว ความเป็นมา 

ทางประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ที่ผูกพันกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน

ก่อนที่จะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย

และอยู่ในชั้นแนวหน้าของแหล่งท่องเที่ยวเมืองไทย

 

 

ชิลไปไหนได้มีโอกาสไปพิสูจน์ความงามของกระบี่ อย่างเจาะลึก
วันนี้ก็เลยอยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจนั้นให้เพื่อนๆได้อ่าน
เริ่มแรกเลย กับรีวิวที่เที่ยวต่างๆ ใน อ.เมืองกระบี่ ซึ่งจะเจาะลึกที่ "ชุมชนเกาะกลาง"
ต.คลองประสงค์ จ.กระบี่ ซึ่งเป็นชุมชนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
อยู่ในเกาะกลาง ซึ่งเป็นเกาะจริงๆ อยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลน
ซึ่งผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตอย่างสงบ เรียบง่าย กับอาชีพหัตถกรรม เกษตรกรรม

ลองมาสัมผัส เสน่ห์แห่งเมืองเขาขนาบน้ำ ที่ชุมชนเกาะกลาง ไปพร้อมๆกันเลยค่ะ karok_eat

 

   

 

เริ่มกันที่ลานปูดำ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ "อนุสาวรีย์ปูดำ" ตั้งอยู่ที่ท่าเรือขนาบน้ำ 
จุดตรงนี้เป็นจุดชมวิวชั้นดี เพราะสามารถมองเห็นเขาขนาบน้ำ
ภูเขาสองลูกที่ตั้งอย่างโดดเด่นริมแม่น้ำกระบี่ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ด้วย
ใกล้ๆกับประติมากรรมปูดำ  ก็จะมี "อนุสาวรีย์นกออก"  หรือนกอินทรี นกประจำถิ่นที่นี่
ทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นสัตว์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมืองกระบี่

 

  

 

การเดินทางของเราวันนี้ ต้องนั่งเรือไปยังเกาะกลางค่ะ เกาะแห่งนี้อยู่กลางแม่น้ำ
ระหว่างทางก็จะเห็นแนวป่ายชายเลนที่ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่

 

 

การเดินทางมายังเกาะกลาง อ.เมือง จ.กระบี่

นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวที่เกาะกลางแห่งนี้ สามารถเดินทางโดยนั่งเรือหางยาวข้ามฟาก
จากฝั่งตัวเมือง มายังเกาะกลาง โดยใช้บริการได้ 2 ท่า คือท่าเรือสวนสาธารณะธารา มายัง ท่าเรือท่าเล
โดยใช้เวลา 5 นาที และจากท่าเรือเจ้าฟ้า มายัง ท่าเรือท่าหิน ใช้เวลา 15 นาที เรือจะให้บริการตั้งแต่
6 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม เมื่อมาถึงแล้วเช้าจักรยาน หรือใช้บริการรถสามล้อ บริเวณท่าเรือท่าเล
เพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนรอบเกาะ ระยะทางรอบเกาะประมาณ 11 กิโลเมตร

 

 

สิ่งแรกที่ประทับใจเมื่อนั่งสามล้อไปตามถนนเล็กๆ ในเกาะกลาง
ก็คือการได้มองเห็นทุ่งนาที่เขียวขจี มองเห็นควายเล็มหญ้าอยู่ตามสองข้างทาง
และมีบ้านไม้ของชาวมุสลิมหลังเล็กๆ เรียงรายเป็นพักๆ ตลอดทางที่มา
ทำให้รู้สึกแปลกใจนิดๆว่า ที่เราอยู่ในเมืองริมทะเลหรือเปล่านี่ hahaha

 

 

จุดแรกที่เราไปชม ก็คือ การทำผ้าปาเต๊ะ เป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้าน
ซึ่งได้แนวคิดและวิธีการทำผ้าปาเต๊ะมาจากจังหวัดปัตตานี
มีการผสมผสานกันระหว่างการทำผ้าปาเต๊ะของชาวมาเลย์ กับการทำผ้าบาติค
สีสันและลวดลายที่ออกมา มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

   

 

ขั้นตอนการทำ ก็คือ จะมีการทำบล๊อคโลหะขึ้นมา เป็นลวดลายตามที่อยากได้
ต้มเทียนให้ร้อน จุ่มบล๊อคโลหะลงในเทียนที่ร้อน แล้วพิมพ์ลงบนผ้า
จากนั้นก็จะถึงขั้นตอนการระบายสีลวดลาย ลงตามช่องให้เกิดสีสันสวยงาม

 

 

 

เมื่อสีแห้งแล้วจะพิมพ์ทับด้วยบล๊อคโลหะแบบปิดซึ่งจุ่มเทียนที่ร้อน เพื่อเป็นการปิดลาย
เพื่อนำผ้าไปย้อมสีพื้นต่อ ส่วนที่ถูกเทียนกันไว้ก็จะย้อมสีไม่ติดในบริเวณนั้น
จากนั้นก็นำไปต้มเพื่อนำเทียนออกจากผ้า แช่น้ำยากันสีตก ล้างน้ำและผึ่งให้แห้ง เป็นอันเสร็จขั้นตอน

 

 

เสน่ห์อย่างหนึ่งของชาวบ้านที่นี่คือมีความพิถีพิถัน และใส่ใจในการทำ
รวมไปถึงเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเรียนรู้ และทดลองทำผ้าปาเต๊ะด้วยมืองตัวเอง
และยังมีจำหน่ายสินค้าที่ทำจากผ้าปาเต๊ะ เช่น ผ้านุ่ง ผ้าคลุมไหล่ ผ้าเช็ดหน้า อีกด้วยค่ะ
ใครสนใจก็ลองติดต่อ คุณป้าประจิม โทร. 089-875-0697

 

จากนั้นก็นั่งรถสามล้อไปชม "ข้าวสังข์หยด" ข้าวที่ปลูกบนเกาะกลางแห่งนี้

 

  

 

เป็นข้าวนาปีที่ปลูกกันปีละครั้ง ดำนาช่วงสิงหาคม-กันยายน
เกี่ยวข้าวเดือนธันวาคม-มกราคม เวลา 6:00-9:00 น. และ 16:00-18:30 น.
ข้าวสังข์หยดถือเป็นขาวที่ขึ้นชื่อของกระบี่ มีรสชาดอร่อยกลมกล่อม
ใครสนใจลองติดต่อ บังประวัติ โทร. 086-943-4579

 

ถัดมา เราก็ไปชม "การทำเรือหัวโทงจำลอง"
ซึ่งเรือหัวโทงคือเรือที่ชาวบ้านชาวบ้านใช้ในการหาปลา ทำประมง และใช้ในการเดินทาง
เป็นเรือที่มีลักษณะพิเศษคือมีหัวเรือที่ยาว เพื่อรับกับสภาพทะเลที่มีคลื่นลมของทะเลอันดามัน
ปัจจุบันเรือหัวโทงมีทั้งแบบใบพายและเครื่องยนต์ค่ะ

 

 

 

เรือหัวโทงจำลองจากเกาะกลางนี้ ถือเป็นสินค้า otop ระดับ 4 ดาวเลยนะคะ
ถือเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียง เพราะเรือหัวโทงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดกระบี่
และมีขั้นตอนการทำที่ใช้มือล้วนๆ  ทุกชิ้นส่วน โครงสร้างที่ประกอบกันต้องใช้ความชำนาญมากๆจริงๆค่ะ
ใครที่สนใจชมการสาธิตและอยากจะทดลองทำดูบ้าง สามารถติดต่อ บังสมบูรณ์ โทร. 081-569-0224

 

 

 

แวะทานอาหารกันสักหน่อย ที่ร้าน "บ้านมะหญิง" ร้านอาหารอร่อยอยู่บนเกาะกลางค่ะ
มีเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อหลายอย่าง เช่น กุ้งอบซอส แกงใต้ รวมไปถึงของดีเมืองกระบี่ "หอยชักตีน"

 

    

 

 

เรานั่งเรือกลับมาสู่ฝั่งเมือง แต่ว่า เราจะพลาดแลนด์มาร์คที่สำคัญของวันนี้ไปไม่ได้เลย
นั่นก็คือ "เขาขนาบน้ำ" ภูเขาหินปูนสองลูกที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ 
ท่านสามารถเหมาเรือจากท่าเรือเจ้าฟ้า  หรือท่าเรือสวนสาธารณะธาราก็ได้  
พี่ๆ คนขับจะพาคุณไปดื่มด่ำธรรมชาติบริสุทธิ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งด้านในจะมีถ้ำ หินงอกหินย้อย
มีหลักฐานการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และที่แห่งนี้เคยใช้เป็นฐานที่ตั้งของทหารญี่ปุ่น
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วยล่ะ

 

 

 

 

นั่งเรือมาตามแม่น้ำกระบี่กลับสู่ท่าเรือดั่งเดิม และเพื่อให้อินกับประวัติศาสตร์เมืองกระบี่กันอีกสักนิด
แนะนำให้เพื่อนๆมาเที่ยวชม "กำแพงประวัติศาสตร์เมืองกระบี่" ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด

 

 

กำแพงประวัติศาสตร์เมืองกระบี่แห่งนี้ สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 141 ปีแห่งการจัดตั้งเมืองกระบี่ 
เพื่อเป็นสื่อเล่าเรื่องถึงความเป็นมาของจังหวัดกระบี่ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ตัวกำแพงจะแบ่งออกเป็นช่องๆ ทั้งหมด 28 ช่อง แต่ละช่องจะมีภาพประติมากรรมนูนต่ำ
และมีเนื้อหาประกอบภาพบรรยายเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ข้างเคียงกัน
ความยาวตัวกำแพงรวม ประมาณ 250 เมตร ความสูงประมาณ 2.50 เมตร 

 

  

 

 

ดื่มด่ำกับการท่องเที่ยวในวันนี้มาพอสมควร พอเวลาเข้าสู่ช่วงค่ำคืน
ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะหาที่เดินเล่น ช้อปปิ้ง ทานอาหารกันแล้ว
ที่กระบี่ก็มีถนนคนเดินกระบี่นะคะ ซึ่งจะมีทุกวันศุกร์-อาทิตย์  เวลาประมาณ 17.00-22.00 น.
ทำเลอยูที่ ถ. มหาราช  ซอย 8 ใกล้ห้างโวค ถนนคนเดินที่นี่จะมีเวทีกิจกรรม
รวมไปถึงร้านรวงต่างๆ ทั้งของใช้ ของกิน สินค้าที่ระลึกมากมาย
รับรองใครเดินต้องมีกระเป๋าเบากันไปบ้าง

 

  

 

ไก่กอแระ ไก่ย่างขึ้นชื่อของที่นี่ มองไปอีกร้านก็มีเมนูอาหารซีฟู้ดมากมาย ย่างกันจะจะตรงนั้น

 

   

 

 

อย่าเพิ่งอิ่มจ้า เพราะเราจะให้คุณเผื่อท้องไว้ทานอาหารค่ำของเราวันนี้ที่ "ร้านอาหารอัญชลี"
ร้านอาหารใจกลางเมืองที่มีบรรยากาศร่มรื่น อาหารอร่อย แกงส้มปลากระพงยอดมะพร้าว สะตอผัดกุ้ง 
ยำถั่วพลู หอยชักตีน น้ำพริกกุ้งเสียบ และอีกมากมาย  นับเป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำเมื่อมากระบี่ค่ะ

 

    

 

 

ตบท้ายด้วยของหวานที่ "ตลาดโต้รุ่งท่าเรือเจ้าฟ้า" ตลาดโต้รุ่งที่คึกคัก เต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย
เรียกได้ว่าที่นี่ถือเป็นสวรรค์แห่งอาหารราคาย่อมเยาของนักเดินทางทั้งไทยและต่างชาติเลยค่ะ

เมนูต่อไปนี้น่าจะทำให้หลายคนฟินเบาๆ ก็คือ "ขนมโตเกียว-ขนมเบื้อง ตลาดโต้รุ่งท่าเรือเจ้าฟ้า"
เป็นร้านค้าเล็กๆ ที่ขายโดยคุณลุงคุณป้า สามีภรรยาคู่หนึ่ง คุณลุงขายขนมโตเกียว คุณป้าขายขนมเบื้อง
เปิดขายกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว ราคาก็ไม่แพง โตเกียว 6 ชิ้น  20บาท  มีไส้เผือกและสังขยา
แป้งนุ่ม ไส้หวาน ส่วนขนมเบื้องก็หวานกรอบอร่อยมากๆค่ะ

 

   

 

อีกหนึ่งเมนูของหวานที่พลาดไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับไปตลาดโต้รุ่งหัวหินแล้วต้องทานไอศกรีมป้านิ
ที่กระบี่ก็มีร้านไอศกรีมขึ้นชื่อเหมือนกัน !!  นั่นก็คือ "ร้านไอศกรีมเจ๊ไหม" ร้านไอศกรีมเจ้าเด็ด 
ขายมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี โดยไอศกรีมจะมี 2 รส คือ รสกะทิสดและช็อคโกแลต รสชาติหวานหอม
ราคาถ้วยละ 25-30 บาทเท่านั้น ร้านนี้ขอบอกเลยว่า ช้าหมด อดทานนะจ๊ะ !!

 

 

 

 

ปิดทริปกระบี่วันแรกไปแบบฟินๆ เพราะทานเยอะเหลือเกิน เอ้ยย...
นอกจากทานเยอะ แล้วก็เที่ยวเยอะด้วยจ้าาา hahaha

 

หวังว่าเพื่อนๆจะได้ข้อมูลนำไปลองเที่ยวกันดูเองบ้างนะคะ ส่วนในสกู๊ปกระบี่ตอนต่อไปนั้น

เราจะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวที่ อ.อ่าวลึก แบบเจาะลึก  ซึ่งจะมีถ้ำหินงอกหินย้อยที่สวยงามและยังสมบูรณ์ที่สุด

รวมไปถึงภาพเขียนประวัติศาสตร์ตามผนังถ้ำกลางทะเล เรียกได้ว่ามีมากมายให้เราไปค้นหาค่ะ

 

 

 


 

จองที่พักกระบี่แบบออนไลน์

 

ไอส์ลันดา อีโค่ วิลเลจ รีสอร์ท (Islanda Eco Village Resort) เกาะกลาง

 

 


 

อ่าวนาง ปริ๊นซ์วิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Ao Nang Princeville Resort and Spa) 

 

 
 

 

บุหงา ธานี รีสอร์ท แอนด์ สปา (Bhunga Thani Resort and Spa) อ่าวไร่เลย์

 

 
 

 

เรื่องและภาพ This road is mine