เรื่อง: ปรางสามยอด

 
ตรังจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย
เรียกว่าเป็นเมืองนอกสายตาของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่
ก็ว่าได้ แต่ไม่รู้ทำไม เราถึงอยากไป

 

คิดยังไม่ทันไร ก็บังเอิญไปเจอแพ็คเกจสุดคุ้มที่เค้ามา
ลดราคาในงานท่องเที่ยวไทย "เที่ยวตรัง 3 วัน 2 คืน"
เมื่อได้อ่านรายระเอียดและดูรูปแล้วก็ตัดสินใจซื้อทันที
แถมยังได้แนวร่วมอีก 1 คน เราจะเรียกเธอว่า "สาวรำวง"
เราทั้งสองเป็นเพื่อน สนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
ว่าแล้วก็จองตั๋วเครื่องบินกันเลยดีกว่า ไปเที่ยวตรังกันเลย...

 

 


วันแรก

ฉันและสาวรำวงออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ในเวลา 08.00 น. ถึงสนามบินจังหวัดตรังประมาณ 09.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง จากนั้นก็มีคนชูป้าย "มดตะนอยรีสอร์ท" รีสอร์ทที่เราซื้อแพ็กเกจไว้มารอรับ วันนี้กรุ๊ปขอเรามีสมาชิกเพียงแค่ 5 คน มีฉัน สาวรำวง และพี่ๆ สาวๆ ที่มารวมกรุ๊ปกับเราอีก 3 คน เราต่างทำความรู้จักกันเราสนิทกันเร็วมาก ว่าแล้วพี่โชเฟอร์จากมดตะนอยรีสอร์ท ก็พาเราไปกินติ่มซำรองท้องกันก่อน

 
 



เที่ยวถ้ำเลเขากอบ

ถ้ำเลเขากอบเป็นแรกที่เราจะได้เที่ยวในจังหวัดตรัง และเมื่อพวกเราไปถึง เราต่างพากันไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เพราะการเดินทางชมถ้ำเลเขากอบนั้นจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยเรือ 1 ลำ นั่งได้แค่ 5 คน ปกติเค้าจะคิดค่าบริการ 300 บาท แต่พอดีพวกเราซื้อแพคเก็จทัวร์มา เราจึงไม่ต้องจ่ายอะไรเลย

การชมถ้ำแห่งนี้คนที่กลัวความมืด เป็นโรคหัวใจ ไม่สามารถเข้าไปได้นะคะ เพราะข้างในมีอากาศหายใจน้อย อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ทราบกติกาแล้ว ลุงไกด์ฝีพายหุ่นดี ก็พาพวกเรานั่งเรือเข้าไปชมถ้ำต่างๆ ขอบอกว่าสวยงามมาก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยเต็มไปหมด ฉันและสาวรำวงต่างพากันสลับกันถ่ายรูปไม่หยุดหย่อน ระหว่างล่องเรือ ลุงไกด์ก็เล่าถึงความเป็นมาของถ้ำแห่งนี้ไปตลอดทาง
 




ลอดท้องมังกร

ต่อด้วยพาไปผจญภัยเสียวๆ กับการลอดท้องมังกร อย่างงไปนะคะว่าคืออะไร ก็ก่อนที่จะออกจากถ้ำ จะต้องผ่านบริเวณที่เรียกว่าท้องมังกรเสียก่อน ท้องมังกรมีลักษณะเป็นอุโมงค์แคบๆ ยาวประมาณ 350 เมตร ผนังอุโมงค์หินมีลักษณะคล้ายเกร็ดมังกร มีน้ำไหลตลอดทาง อุโมงค์จะแคบลงเลื่อยๆ ลุงไกด์ให้ทุกคนนอนลงราบกับเรือ ขอบอกว่ามันเสียวมากแต่ก็สนุก ส่วนสาวรำวงเพื่อนรัก นางก็กรี๊ดกร๊าดลั่นถ้ำเลยทีเดียว
พอเรือใกล้ออกมาถึงปากถ้ำ ลุงไกด์ให้พวกเราอธิฐานขอพร

 



มุ่งหน้าสู้อำเภอกันตัง

ออกจากถ้ำเลเขากอบแล้ว พี่โชเฟอร์ได้พาแก๊งสาวของเรามุ่งหน้าสู่อำเภอกันตัง ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 20 กิโลเมตร เราแวะเที่ยวกันตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟกันตัง สถานีรถไฟสุดท้ายของสายอันดามัน สาวรำวงเธอบอกว่าเธอชอบที่นี่มาก สถานีรถไฟนี้สวยไม่แพ้สถานีรถไฟที่หัวหินเลยจ้า ฉันก็เห็นด้วยและแน่นอนเราไม่พลาดที่จะถ่ายรูป


 
 


แวะวนอุทยานบ่อน้ำร้อนควนแคง

เราไปต่อกันที่วนอุทยานบ่อน้ำร้อนควนแคง อ. กันตัง ภายในจะแบ่งเป็น 3 บ่อ คือบ่อ 70 อาศา บ่อ 40 องศา และบ่อ 20 องศา ส่วนใหญ่คนจะนิยมแช่ในบ่อที่มีอุณหภูมิ 40 องศา แต่วันที่เราไปไม่มีคนเลย บวกกับแดดร้อนมากสาวๆชาวแก๊งจึงไม่มีใครลงไปแช่ค่ะ ส่วนบริเวณรอบๆ ยังมีป่าพรุให้เดินสำรวจกันได้อีกด้วย


 



เข้าที่พัก "มดตะนอยรีสอร์ท"

หลังจากเที่ยวกันมาพอสมควร พี่โชเฟอร์ก็พาแก๊งสาวของเราเข้าที่พัก “มดตะนอยรีสอร์ท” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ่อน้ำร้อนเท่าไหร่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็ถึงแล้วจ้า ที่รีสอร์ทเค้าต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี รีสอร์ทมีบริเวณกว้างขวาง มีพื้นที่ติดชายหาดยาว โลเคชั่นสวยงามมาก เราทั้ง 5 คนได้อยู่บ้านหลังเดียวกัน ในบ้านแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (ที่จริงนอนได้ถึงห้องละ 4 คนเชียว) หลังจากที่ได้ห้องเราและสาวรำวงง่วงมาก จึงขอนอนพักกันสักหน่อย ส่วนพี่ๆที่เหลืออีก 3 คน เค้าก็เดินออกไปถ่ายรูปเล่นกัน...




 

มื้อเย็นสุดพิเศษจากทางรีสอร์ท

และแล้วมื้อเย็นก็มาถึง เราทานมื้อเย็นกันที่มดตะนอยนี่เลย ปูม้านึ่งตัวใหญ่ๆ ต้มยำปลาน้ำใสรสแซบ คั่วกลิ้งปลาหมึก ว้าว! ไหนจะทอดมันกุ้งอีก อร่อยเหาะเลยทีเดียว หลังจากทานมื้อค่ำกันเรียบร้อยพวกเราก็ไม่รีรอที่จะร้องคาราโอเกะกัน ร้องกันไปร้องกันมากันสักพักใหญ่ก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอนเพราะในวันพรุ่งนี้เราจะต้องไปผจญภัยกันทั้งวันจ้า

  



 

วันที่ 2
 
เช้านี้พวกเราชาวแก๊งตื่นกันแต่เช้า แต่งตัวพร้อมเปียก (แต่หน้าเด้งกันทุกคนเลยค่ะ) โดยเฉพาะสาวรำวงเพื่อนรักจัดเต็ม หลังจากทานอาหารเช้าสุดแสนอร่อย พวกเราทั้ง 5 สาว และพี่ไกด์อีก 2 คน ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง “เกาะกระดาน” โดยเรือหัวธงของรีสอร์ทนั่นแหละคะ





ดำน้ำเกาะกระดาน

เราจะไปดำน้ำกัน 2 จุดค่ะ จุดแรกที่เราจะไปดำน้ำดูปลาเสือ, ปะการังตะกูลสมอง และปะการังเขากวาง (ไม่มีสีนะจะ) จุดที่ 2 เราจะไปตามหาปลานีโม่กันจ้า ตื่นเต้นมาก... และแอบลุ้นด้วยว่าวันนี้จะเจอปลานีโม่ไหม และในที่สุดก็เจอค่ะ








ทานอาหารกลางวันบริเวณชายหาดเกาะกระดาน

หลังจากภารกิจการตามหาปะการังและน้องนีโม่แล้ว พี่ๆ ก็พาพากเราขึ้นฝั่งพักทานอาหารกลางวันกันบริเวณชายหาดเกาะกระดาน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวบนเรือลำอื่นๆ มื้อนี้เพื่อความสะดวกรวดเร็วเราทานข้าวกล่องกันแต่รสชาติยังอร่อยเหมือนเดิมนะจ๊ะ เสน่ห์ของที่นี่ก็คือหาดทรายขาวน้ำทะเลสีเขียวใส ฝรั่งหล่อนอนอาบแดด แหม...มันช่างเจริญหูเจริญตาอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากอิ่มท้องกันแล้วกองทัพก็ขับเคลื่อนต่อไป แน่นอนตากล้องสุดหล่อจากมดตะนอยรีสอร์ทก็จับพวกเราถ่ายรูปเพราะกลัวว่าสาวๆ จะไม่มีรูปสวยๆ ไปลงอวดเพื่อนในเฟซบุ๊ค ทั้งพร็อพ ทั้งลีลาท่าทาง พี่เค้าจัดให้อย่างเสร็จสรรพ

   


 

ถ้ำมรกต

ถ่ายรูปกันหนำใจแล้ว เรือของเราก็มุ่งหน้าไปยังเกาะมุกจ้า เราจะไปลอดถ้ำมรกตกัน โดยพี่ไกด์สุดหล่อจะเป็นคนรากพวกเราทั้ง 5 คนเข้าถ้ำ ทุกคนต่างตื่นเต้น เพราะทางเขามันมืดมิดสนิทใจเลยล่ะคะ แต่ตากล้องสุดหล่อของมดตะนอยรีสอร์ทก็ยังคงถ่ายรูปเราได้เรื่อยๆ

พอทะลุถ้ำเข้ามาเท่านั้นแหละ เหมือกับว่าเราหลุดมาอีกโลกหนึ่งเลย น้ำทะเลสีเขียวมรกต มีชายหาดน้อยๆ มองขึ้นไปเป็นผาสูงสวยงามมาก เค้าว่ากันว่าในสมัยก่อนถ้ำแห่งนี้เป็นที่ซ่อนสมบัติของพวกโจรสลัด โชคดีมากที่วันที่เราไปไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้ำมรกตแห่งนี้จึงกลายเป็นของพวกเราเลยคะ




 

ดำน้ำเกาะมุก
ชื่นชมความงามของถ้ำกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายของวันนี้ก็คือหัวเกาะมุก ซึ่งจะเป็นที่ที่เราสามารถมองเห็นปะการังสีสันสวยงาม กัลปังหา ดอกไม้ทะเล พวกเราทุกคนต่างตื่นเต้นเมื่อได้เห็นสีสันสวยงามของโลกใต้ทะเล






กลับเข้าที่พัก

จากนั้นเราก็เดินทางกลับที่พัก เป็นเวลาเย็นพอดีพระอาทิตย์ตกอยู่ข้างหน้าที่พักเรานี่เองเป็นภาพที่สวยงามมาก พวกเราจึงขอถ่ายรูปเก็บไว้ซะหน่อยก่อนที่จะแยกย้ายกันไปอาบน้ำและทานมื้อเย็นแสนพิเศษเช่นเคย แต่คืนนี้เรานอนกันไม่ดึกมากเพราะว่าต่างคนต่างเหนื่อยจากการผจญภัยมาทั้งวัน


 
 
 
 

วันที่ 3

วันสุดท้ายแล้วล่ะค่ะ ดิฉันและสาวรำวงเราตื่นกันแต่เช้า ทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ออกไปพายเรือแคนูเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่เนื่องด้วยเราสองคนพายเรือกันไม่แข็ง จึงพายได้ได้แป๊บเดียว บอกกันตรงๆเลยล่ะกันว่า เมาคลื่น พายเรือเสร็จก็ไปอาบน้ำแต่งตัวสวย เก็บของเตรียมเดินทางกลับบ้านสักที

 


แวะเที่ยวเมืองตรังก่อนกลับ

เวลาประมาณ 12.30น. พวกเราชาวแก๊งออกจากมดตะนอยรีสอร์ทมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองตรัง ระหว่างทางเราก็แวะเที่ยวกันไปเรื่อย ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานประดิษฐ์มหิศรภักดี(เจ้าเมืองตรัง) ต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทย และแวะซื้อของฝากกันก่อนกลับ พี่โชเฟอร์ก็พาเราไปส่งที่สนามบิน




ทริปนี้ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
แต่มากไปด้วยความสุขสนุกสนาน หาโอกาสพา
ร่างกายไปปลดปล่อยกันบ้างนะคะ จะไปคู่
หรือไปเป็นหมู่คณะเค้าก็บริการเป็นอย่างดี
เตรียมตัวเก็บกระเป๋ากันได้เลยค่ะ...เพราะชีวิต
คือการเดินทาง....

 

 

จองที่พักแบบ Online ได้ทันที

 
 

รื่องโดย : ชิลไปไหน