ยอมรับค่ะว่าเป็น #คนขี้เห่อ 5555555 เพราะตั้งแต่ถอยเจ้ามือถือ Vivo V9 มาใหม่เอี่ยม ตามความติ่งที่มีน้องแบมแบมวง GOT7 เป็นพรีเซนเตอร์ อิอิ ใจมันก็ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ (?) เกรี้ยวกราดว่าอยากจะออกไปลัลล้านอกบ้านทดสอบประสิทธิภาพกล้องซะเหลือเกิน ระหว่างที่กำลังนั่งนึกไปนึกมาว่าจะไปเที่ยวไหนดีน้าาา เอาแบบไม่ต้องเดินทางไกลให้เสียเวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่เป็นอะไรที่ไปแล้วเจ๋งมากจนคนอื่นต้องอิจฉา ก็นึกขึ้นได้ว่าเฮ้ย! ย่านเก๋าเก่าๆในกรุงนี่แหละเดอะเบสท์ เหมาะแก่การถ่ายรูปแบบฮิปๆ เป็นที่สุดยิ่งช่วงนี้เรียกได้ว่าบูมเว่อรรรร์(ใส่ร.เรือเข้าไปอีกล้านตัว) ชนิดที่ใครๆ ก็ต้องมาเลยรีบยกหูต่อสายหายัยเพื่อนรัก หาเวลาว่างไปเที่ยวด้วยกันหน่อยดิแกรรร…

 

ก่อนอื่นต้องหากาแฟเติมคาเฟอีนให้นางก่อนนะ ด้วยความเป็นสาวกกาแฟเข้าขั้นริซึ่ม ติดกาแฟยิ่งกว่าติดแฟน ไม่งั้นจะไม่มีแรงกระปรี้กระเปร่าไปไหนจนถึงเย็นแน่ๆ เช้าวันอาทิตย์ของเราเลยเริ่มต้นขึ้นที่...


Wood Brook Cafe 


คาเฟ่เท่ๆ ในบรรยากาศเรียบง่าย สไตล์ลอฟท์บนชั้น 2 ของ Hostel Urby ย่านถนนทรงวาด ที่เน้นตกแต่งด้วยงานไม้และปูนเปลือยเป็นหลัก เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ความเกื้อกูลกันของ Wood ซึ่งมีความหมายว่า “ไม้” และ Brook ที่แปลว่า “น้ำหรือลำธาร” สมโลเคชั่นที่ตั้งนั่นเองค่ะ



ถึงเวลาประเดิมกล้องกันแล้ว เพราะไหนๆ ก็อุตส่าห์พาเจ้า Vivo V9 เพื่อนใหม่มาเที่ยวด้วยทั้งที จะได้ถือเป็นการทดสอบกล้องไปในตัวซะเลย



สำหรับเราที่เป็นมือใหม่หัดจิบ ไม่ชอบกาแฟเข้มมากขอลอง Wood Woof เมนูกาแฟหน้าตาและรสชาติคล้ายชานม สนุกกับการเคี้ยวเจ้าเจลลี่กาแฟหนุบๆ ด้านบนไปพลางๆ



ส่วนคอกาแฟแบบนางเลือกสั่ง Brook Mountain กาแฟผสมนม รสชาติหอมนุ่มละมุนคล้ายลาเต้ ที่แอบสอดแทรกคุ้กกี้แอนด์ครีมไว้ด้านล่าง เสิร์ฟพร้อมช็อตกาแฟ เมนูแนะนำของทางร้าน ยิ่งถ้าทานคู่กับ Cloud Sand Cave บัตเตอร์เค้กช็อกโกแลตไอศครีมวานิลลา ราดด้วยซอสคาราเมลนะ อื้อหือ ฟินสุดๆ~ 



เทคนิคการถ่ายอาหารให้สวย ต้องอย่าลืมเปิดใช้งานโหมดหน้าชัดหลังเบลอด้วยนะ  เพื่อความสวยงามยามอัพลง IG ซึ่งงานนี้เจ้า Vivo เพื่อนใหม่เราก็ทำได้ดีเกินคาดเลยค่ะ  ด้วยอานุภาพของกล้องเลนส์คู่ 16 ล้านและ 5 ล้านพิกเซล ที่แถมมากับตัวกล้องคอยทำหน้าที่ประมวลภาพเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอของเรา นอกจากจะละลายหลังได้ดี และนุ่มเวอร์แล้ว ยังสวยงามสมจริงมื้อเช้าวันนี้ของเราเลยดูน่าทานกว่าที่เคย



เซลฟี่เป็นหลักฐานว่ามาถึงที่แล้วกันหน่อย ด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซลที่โดดเด่นสุดๆ ไม่แพ้กล้องหลัง เอาให้คมกริ๊บ เห็นชัดยันรูขุมขนกันไปเล้ยยย



แน่นอนว่าไฮไลท์ยอดฮิตของร้านที่มาแล้วจะไม่พูดถึงไม่ได้ คงหนีไม่พ้นระเบียงนั่งเล่นสุดชิลริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมเบาะบีนส์แบ็คแสนนุ่มนิ่มที่ใครเห็นเป็นต้องขอหยิบกล้อง ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เช็คอินกันแทบทุกคน



#เปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอรัวๆ อาสาเป็นช่างภาพส่วนตัวให้นางหน่อยจ้า  อุตส่าห์ใจดียอมสละเวลามาเป็นเพื่อนเราทั้งที เพราะติดใจภาพที่ได้จากโหมดนี้สุดๆ หรือถ้าเบลอไม่สะใจพอ เรายังสามารถปรับรูรับแสงของกล้องได้จนถึงระดับ 2.8 เทียบเท่ากล้องใหญ่ได้เลยด้วยนะ



#เริ่ดอ่ะ! #เพื่อนดูสวยกว่าที่เคย 5555555 งานหน้าเราคงไม่ต้องลงทุนลงแรงแบกกล้องหนักๆ ไปไหนอีกต่อไปแล้ว เพราะเรามั่นใจไม่ว่าที่ไหน สถานการณ์ไหนเจ้า Vivo V9 เพื่อนใหม่เครื่องนี้ก็เอาอยู่ จัดการเก็บโมเม้นท์ Perfect Shot , Perfect View ได้ดีเหมือนมืออาชีพ ให้เราสนุกทุกช่วงเวลา ไม่มีขาดตอนแน่นอน



จากร้านกาแฟ เรามาเดินเล่นสำรวจสเปซเก๋ๆ ของHostel Urby ที่อยู่ใกล้ๆ กันต่อ

 

Hostel Urby


โฮสเทลน้องใหม่ป้ายแดงที่รีโนเวทขึ้นจากโกดังเก่า จากความตั้งใจที่อยากให้คนกรุงมีพื้นที่สำหรับแฮงค์เอาท์ กิน เที่ยว เล่น ในราคาสบายกระเป๋าบนย่านเก่ามีชีวิตที่น่าสนใจ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าถึงความมีเสน่ห์ไปพร้อมๆ กับความสนุกสนาน ด้วยการตกแต่งที่เน้นโทนสีขาวสบายตา แต่ก็แอบแทรกสีอื่นไว้ตามมุมนั้นมุมนี้บ้างเพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป



ห้องพักส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นสไตล์ Bunk Bed คล้ายห้อง Dorm เลยค่ะ คือ แบ่งเป็นห้องหญิงล้วน 2 ห้อง ห้องรวมชายหญิง และห้องไพรเวท 2 ห้อง


 

มีพื้นที่ส่วนกลางให้เลือกชิลได้ถึง 3 จุดด้วยกัน ทั้งโซนนั่งเล่นส่วนกลาง โซนมุมหนังสือ และโซนริมน้ำที่ใช้ระเบียงร่วมกับร้านWood Brook ค่ะ



นั่นไง! พูดยังไม่ทันขาดคำ เผลอแว้บเดียวนางเรียกร้องให้เราถ่ายรูปให้อีกแล้ว คราวนี้โพสต์ท่ารอพร้อมเลย แหมมจะบอกว่ากล้องเราดีก็พูดมาเถอะ55555



นอกจากน้ำหนักที่เบาแล้ว Vivo V9 ยังมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.3 นิ้วแต่ขอบจอกลับบางเพียง 1.75 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง หรือจะเปิดใช้งานโหมดกล้องแบบเต็มจอก็ทำได้ ด้วยสัดส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Full View Display มากถึง 19:9 ให้เราฟินกันแบบเต็มจอเห็นชัดเต็มตาขึ้นกว่าเดิม คราวหน้าจะเซลฟี่กับเพื่อนอีกกี่สิบคนก็ไม่มีปัญหาแน่นอน! 



มองนาฬิกาเที่ยงกว่าแล้วจ้าาา… ได้เวลาเติมพลังกันอีกครั้ง นางเลยเอ่ยปากชวนเราไปเยาวราชหาอะไรอร่อยๆ กินค่ะ แต่เรา Say No ! เบื่อแล้วไชน่าทาวน์ ลองเปลี่ยนที่กินข้าวกันบ้างดีกว่า ว่าแล้วก็ชวนนางโบกรถตุ๊กตุ๊กรับลมแว๊นซ์มาที่ตลาดน้อยอย่างไว พร้อมอาสาเป็นไกด์นำเที่ยวให้นางไปในตัว

 

น๊านนานจะได้ขึ้นรถตุ๊กตุ๊กสักที ขอแอบแชะภาพไว้เป็นที่ระลึกหน่อย



โบสถ์กาลหว่าร์


โบสถ์กาลหว่าร์ หรือ วัดแม่พระลูกประคำ โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาธอลิคที่มีอายุเก่าแก่มากถึง 100 กว่าปี ตามผนังประดับไปด้วยรูปปั้นนักบุญต่างๆ หน้าต่างทุกบานมีกระจกสีระยิบระยับสวยงาม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระคัมภีร์เก่าและใหม่ควบคู่กันไป หากมองจากด้านนอกจะเห็นเป็นหอระฆัง บนยอดมีไม้กางเขนประดับไว้ไว้ดูสง่างามมากค่ะ



จากโบสถ์กาลหว่าร์เราเดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ไม่นานภาพวาดตามกำแพงก็ปรากฏสู่สายตา เป็นสัญญาณบอกว่ามาถึงแล้วจ้า...ตลาดน้อย



ตลาดน้อย

 

อีกหนึ่งย่านแสนมีเสน่ห์ในกรุงเทพ ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ร้านอาหารอร่อยๆ มากมายที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นหลายต่อหลายร้านเลยค่ะ แถมในปัจจุบันนี้ ตามกำแพงบ้านเก่ายังเต็มไปด้วยสตรีทอาร์ตลวดลายเก๋ไก๋ให้เราเดินถ่ายรูปสนุกกับการโพสต์ท่าทางต่างๆ ได้ตลอดทั้งย่านอีกด้วยนะคะ เรียกว่าเข้าซอยนั้นออกซอยนี้เพลินกันสุดๆ



ได้ยินเสียงฟ้าคำรามฮึ่มฮั่ม เห็นเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลถ้าไม่รีบสงสัยต้องมีเปียกหนักแน่ คุ้นๆ ว่าเคยมีร้านอาหารริมน้ำวิวดีอยู่ไม่ไกลรีบเปิด Google Map เสิร์ชหาร้าน River Vibe Restaurant กันแบบด่วนๆ เอาล่ะ เราจะกินมื้อกลางวันที่นี่กัน

 

River Vibe Restaurant

 

ร้านอาหารกึ่งบาร์สุดชิลซ่อนตัวอยู่บนชั้น 8 ของ River View Guesthouse ท่ามกลางบรรยากาศดีต่อใจ เหมาะกับการไปนั่งเมาท์กับเพื่อน สวีทกับแฟนเป็นที่สุด เพราะจากตัวร้านสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาโดยเฉพาะในช่วงเวลาพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าได้อย่างสวยงาม ส่วนอีกมุมจากร้านยังมองเห็นสะพานตากสินได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือ อาหารรสชาติดี ราคาไม่แพง ถูกใจสายชิลทั้งหลายแน่นอนจ้า



น่าเสียดายที่วันนี้ฝนตก (และเราหลบทันอิอิ) เลยได้ภาพแบบชุ่มฉ่ำปนเหงาของสาวคนนี้มาแทน แม้จะแสงน้อยแค่ไหนก็สบ๊ายด้วยเจ้า Vivo V9 ที่มีในมือ ช่วยให้เราสามารถเก็บภาพสวยๆ ได้ฟีลไปอีกแบบ



ท้องอิ่มปุ๊บ ฝนก็หยุดปั๊บอย่างกับรู้ใจ แถมอากาศก็ไม่ร้อนแล้วด้วย คราวนี้เลยได้เวลาสนุกกันต่อ

 

เจริญกรุง30 

 

คือเป้าหมายถัดมาของเรา เพราะมีคนเคยบอกไว้ว่าถ้าอยากเข้าถึงกรุงเทพให้ได้ทุกซอกทุกมุมต้องเดิน! เดินเล่นไปเรื่อยๆ นี่แหละค่ะ ไม่ทันรู้ตัวเราก็มาถึงได้จริงๆ #กล้ามขาแข็งแรงมากตอนนี้5555555



นอกจากเจริญกรุงจะเป็นกรุงเทพในมุมสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่านแบบที่เราไม่เคยเห็นแล้ว บริเวณนี้ยังเต็มไปด้วยสตรีทอาร์ตลวดลายเท่ แปลกตา น่าถ่ายรูปเต็มไม่แพ้ย่านตลาดน้อยเลยล่ะค่ะ กรี๊ดดด รีบวิ่งไปลั่นชัตเตอร์รัวๆ~



อีกสิ่งหนึ่งของเจ้า Vivo V9 ที่เราชอบ คือ ขนาดตัวเครื่องที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปนัก สามารถหยิบใส่กระเป๋ากางเกงพกพาไปไหนได้สบายๆ แถมยังจับได้กระชับถนัดมือถูกใจเราสุดๆ ขนาดถือมือเดียวก็ยังเอาอยู่เลยดูสิ



มัวแต่สนุกกับการถ่ายรูปเพื่อนเพลินตามประสาคนชอบเล่นกล้อง(มาก)ไปนิดดดด จนนางถึงขั้นทักว่า ตั้งแต่มานี่เราแทบไม่มีรูปคู่ด้วยกันเลยนะรู้ตัวปะเนี่ย? 

 

อุ๊ยย ! งั้นจัดมา เปิดกล้องหน้าเซลฟี่โลดดด~ ด้วยคำสั่งที่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย แค่ตั้งค่าการถ่ายภาพด้วยฝ่ามือ พร้อมฟังก์ชันนับถอยหลัง 3 2 1 แชะ!  หรือเพียงแค่เอานิ้วใดก็ได้ไปแตะสี่เหลี่ยมเหนือคำว่า Vivo ด้านหลังก็ถือเป็นการกดชัตเตอร์ด้วยเหมือนกัน แค่นี้ก็ได้ภาพสวยๆ มาครอบครองแบบไม่ต้องง้อใครถ่ายรูปให้แล้วจ้า



แต่ถ้าถ่ายจากโหมดกล้องธรรมดาแล้วรู้สึกว่าตัวเองยังสวยไม่พอ Vivo V9 เค้าก็รู้ใจ ทำการรวบรวมเอาภาพถ่ายจากทั่วโลกนำมาปรับปรุงโหมดถ่ายภาพเซลฟี่สำหรับโหมด Al Face Beauty ใน Vivo V9 โดยเฉพาะ ทำให้จะกดชัตเตอร์กี่ครั้ง หน้าเราก็ดูใสเนียนกริ๊งสวยได้แบบเป็นธรรมชาติ ชัดทุกรูปเหมือนมีช่างแต่งหน้าส่วนตัว

 

หรือจะเซลฟี่ให้สนุกมากขึ้นกว่าเดิมไปอีกขั้น ด้วยลูกเล่นหลากหลายในโหมด Emoji AR ที่ให้เราสร้างสรรค์บรรดาอิโมจิแสนคิขุได้ง่ายๆ บนใบหน้า อาทิ กระต่าย หูแมว แว่นตา หมวกการ์ตูน สุดคิวท์ ไม่ว่าจะแบบตลกหรือแบบน่ารักก็ครีเอทได้ตามใจชอบ :3 



เที่ยวกันมาทั้งวัน นอกจากแสงหมด พลังก็หมดด้วย งั้นไปให้สุดแล้วหยุด WallFlower Upstairs ย่านนานาเป็นการปิดทริปกัน!

 

WallFlower Upstairs 

 

บาร์ลับบนชั้นดาดฟ้าสไตล์ Garden Forest ที่ใครมาต้องหลงรักกับความร่มรื่นของต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ในบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายใจกลางสวนในกรุง จะเพลิดเพลินไปกับดนตรีฟังสบายตลอดคืน พร้อมอิ่มอร่อยไปกับอาหารแบบยูโรเปียน-ฟิวชั่นที่ผ่านการปรับสูตรปรุงให้ถูกปากคนไทยสามารถทานได้ง่ายๆ หรือใช้เป็นแหล่งสังสรรค์เมาท์มอยจิบเครื่องดื่มแก้กระหายกับเพื่อนก็ดี๊ดี



สำหรับเย็นนี้เราเลือกสั่งเป็น Rice Scallop Pitacio Mix Berry ข้าวผัดหอยเชลล์ตัวโต ถั่วพิตาชิโอ้ และมิกซ์เบอร์รี่ Kobe Beef Tataki เนื้อดิบโรยพาเมซานชีสและปลาแห้ง เมนูฟิวชั่นจากประเทศญี่ปุ่นรวมถึง French Fries Sauteed แท่งใหญ่ไว้เป็นกับแกล้ม

 

เครื่องดื่มลองเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านคิดขึ้นมาเองอย่าง Eve เหล้าเบสอะโวคาโด้สีเขียวสดใส Joseph เหล้ามิกซ์ด้วยเลม่อน ส้ม ลิ้นจี่ ส่วนแก้วสุดท้าย Wallflower Mocktail เบาๆ ใสๆ ไร้แอลกอฮอล์



เราว่าใครที่เป็นสายอัพรูปแบบนาง คงต้องเจอปัญหาแบบนี้บ่อยๆ คือ แสงไม่เป็นใจกับภาพที่อยากถ่ายเลย แต่อาหารมันน่าถ่ายมากอะ ทำไงดี!? บอกเลยว่าหายห่วงค่ะ ว่าแล้วก็จัดการให้นางยืมเพื่อนใหม่เราไปลองใช้สักหน่อย พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพแบบ HDR ให้นางด้วยเสร็จสรรพ ด้วยความสามารถในถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือแสงที่มากเกินไปได้อย่างสวยงาม คมชัดเป็นธรรมชาติ พร้อมให้นางโพสต์ลงโซเชียลกันแล้ว



ส่วนตอนนี้น่ะเหรอบอกเลยว่าอิ่มมาก! คงต้องถึงเวลาโบกมือลากันแต่เพียงเท่านี้ เป็นอันจบวันเดย์ทริป ตะลุยย่านเก๋าทั้งทรงวาด นานา ตลาดน้อยแบบสุดฟิน พร้อมเก็บความสนุกและภาพสวยๆ ได้เต็มที่  ต้องยกความดีความชอบให้กับเพื่อนใหม่ของเราอย่างเจ้า Vivo V9 ไปเลยค่าาา….