Long Time No Sea 

ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะว่ามั้ย ?

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

         ตั้งแต่ทำงานเป็นมนุษย์ออฟฟิศก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยมีเวลาเที่ยว แต่เพราะความคิดจุดประกายง่ายๆ เพียงประโยคเดียวอย่าง อยากไปเที่ยวกับเพื่อน ไปนั่งจิบเบียร์โง่ๆริมทะเล  ดันแว้บเข้ามาในหัวนี่แหละ เราเลยหมายมั่นปั้นมือว่าทริปนี้จะต้องเกิดขึ้นให้ได้ แม้ความจริงแล้วบรรดาเพื่อนรักตัวดีทั้งหลาย จะชอบบอกว่าไม่ต้องลงทุนแบกร่างไปถึงทะเลจะโง่อยู่แล้วก็เถอะ #เจ็บปวด TT แต่ใจไม่รักดีของเรามันอยากเที่ยวซะอย่างทำไงได้ และแน่นอนว่าทะเลใกล้กรุงที่พอจะนึกออกแบบวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปได้ นอกจากสวนสยามก็คงมีแต่ ' เกาะล้าน ' นี่แหละที่เป็นคำตอบสุดท้ายของคนไม่มีเวลาอย่างเราที่ซู้ดดด !






ไม่มีคำว่า #ทำไมเรายังไม่วาร์ป สำหรับทริปนี้ เพราะทุกคนรีบร้อนกันซะจนเหมือนกลัวเกาะล้านจะหนีหายไปไหน 5555555 ดังนั้น ในเวลาสายๆ เราเลยได้โผล่มาสิงสถิตย์อยู่ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ณ พัทยาใต้อย่างว่องไว...


ด้วยความเด๋อด๋าที่ไม่มีใครในกลุ่มได้มาเกาะล้านกันนาน(มากกกก) สารภาพวันนี้ ตอนนี้เลยว่าเพิ่งจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้เค้าไม่ต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วด้านในศาลาอีกต่อไป แต่สามารถเดินตัวปลิวมาซื้อตั๋วตรงบริเวณท่าเรือกับเรือรอบที่เราจะขึ้นโดยตรงได้อย่างสบายๆเลย ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นอยู่ที่ 30 บาทต่อคนค่ะ ซึ่งเรือจะสลับกันออกทุกหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าหากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันไหนที่นักท่องเที่ยวเยอะหน่อย เรือก็จะออกเร็วขึ้นเป็นครึ่งชั่วโมงต่อครั้งแทน



นั่งหลับ รับลมมาตลอดทางใช้เวลาประมาณ 30 - 45 นาที เราก็ข้ามจากชายฝั่งพัทยามายังเกาะล้านเรียบร้อย ระหว่างนี้ใครจองที่พักที่ไหนเอาไว้ก็สามารถติดต่อให้รถรับ-ส่งจากที่พักมาคอยรอรับได้เลยค่ะ เพียงแต่ต้องจัดการโทรนัดกันดีๆนะคะว่าเราลงเรือที่ท่าไหน เนื่องจากบนเกาะล้านจะมีท่าเรือให้บริการ 2 ท่าด้วยกัน คือ ท่าหาดตาแหวน และท่าหน้าบ้านนั่นเอง


ในเมื่อเราลงเรือที่หาดตาแหวนทั้งที ก่อนจะแวะเข้าที่พักเลยถือโอกาสฝากท้องทานมื้อกลางวันแบบใกล้ชิดริมทะเลและเดินเล่นที่หาดนี้เป็นการประเดิมเปิดทริปซะเลย



หาดตาแหวน เรียกได้ว่าเป็นหาดขึ้นชื่อหรืออาจจะโด่งดังที่สุดบนเกาะล้านเลยก็ว่าได้ เพราะเพียงแค่นาทีแรกที่เราลงจากเหลือแล้วหันหน้ามองมาทางหาดตาแหวนนั้น บอกได้คำเดียวว่าพรึ่บ ~โอ้โห สีสันสดใสละลานตาไปหม๊ดดด ทั้งจากเตียงผ้าใบ และห่วงยางสารพัดรูปร่างหน้าตา อีกทั้งยังเต็มไปด้วยมวลมหาประชานักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีและนานาชาติ เหมือนทุกคนพร้อมใจมารวมตัวกันที่หาดนี้แบบไม่ได้นัดหมาย 555555 ยิ่งใครเป็นพวกเที่ยวแบบวันเดย์ทริปเช้า-เย็นกลับแล้วนะ บอกเลยว่าปักหลักแค่หาดนี้หาดเดียวยังคุ้มเลยค่ะ เพราะมีครบทุกสิ่งที่ต้องการแน่นอน ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ตลอดจนที่พักก็ให้เลือกสรรมากมาย ถูกใจพวกเรามากๆ ถามว่าอาหารกลางวันเหรอ... อ๋อ เปล่าค่ะ อาหารตานี่แหละ #แฮ่ !!



ได้ฤกษ์หลบร้อน เช็คอินเข้าที่พักของเราสักทีจ้า สำหรับทริปนี้เราเลือกพักกันที่ ริมทะเล รีสอร์ท ไพรเวทรีสอร์ทบรรยากาศส่วนตัวบนหาดตายาย ภายในแบ่งออกเป็น 5 โซนด้วยกัน อาทิ Villa , Ocean View และ Beach Front โดยทุกโซนเน้นการตกแต่งคุมโทนด้วยสีขาว-ฟ้าสะอาดตาเข้ากับบรรยากาศห้องพักที่รายล้อมไปด้วยท้องทะล พร้อมมุมพักผ่อนนั่งเล่นเก๋ๆโดยรอบ ให้เราได้ใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพของท้องฟ้าที่จรดกับน้ำทะเลสีครามเบื้องหน้ากว้างถึง 360 องศา คุ้มค่ากับการละสายตาจากหน้าจอมาพักกาย พักใจได้ดีนักแล



เราเลือกพักกันที่ห้องแบบ Panoramic Sea ocean View ที่เพียงแค่เปิดประตูเข้ามาก้าวแรกก็นึกว่าตัวเองหลุดมาโผล่ยังซานโตรินี ประเทศกรีซซะแล้ว ! เพราะความดีงามของห้องนี้ไม่ได้อยู่ที่การตกแต่งด้วยโทนสบายตาเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การดีไซน์ออกมาในสไตล์ห้องกระจกโดยรอบให้เราสามารถอิ่มเอมใจไปกับวิวพระอาทิตย์ขึ้นเบื้องหน้าอันสวยงามได้ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงเลยทีเดียว



ภายในห้องมีระเบียงเทอเรซนั่งเล่นยื่นออกไปในทะเล เพื่อที่ยามค่ำคืนเรายังสามารถดื่มด่ำไปกับวิวแสงไฟจากตึกและบ้านเรือนทางฝั่งพัทยาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย จนเรายังเผลอพูดเล่นๆกับเพื่อนเลยว่าทางฝั่งซ้ายช่างเหมือนเกาะฮ่องกง ส่วนฝั่งขวาก็เหมือนอยู่โตรอนโต  ประเทศแคนาดายังไงยังงั้น 555555



หรือหากใครอยากเดินเล่นหามุมถ่ายรูปต่อใกล้ห้องพักโอเชียนวิวของเราก็มีสะพานทอดยาวยื่นลงไปในทะเล ช่วยให้เห็นวิวพัทยาได้ชัดขึ้นเต็มตาอีกนิด ดีงามสุดๆ ซึ่งสุดปลายทางสะพานก็จะมีศาลาให้ได้นั่งเล่น พักเหนื่อย และตกปลาได้อีกต่อหนึ่งด้วย



ระหว่างสวมวิญญาณแว๊นซ์และสก๊อยบิดมอเตอร์ไซต์คู่ใจไปหาดนวล เราบังเอิญค้นพบความดีงามที่สองข้างทางนั่นคือทุ่งดอกหญ้า (แห่งความคัน) ขนาดมหึมา ! ส่วนเรื่องราวจากนั้นหลายคนคงเดาได้ไม่ยากใช่มั้ยคะ...ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อมา ? ใช่ค่ะ !! เพื่อนสาวร่วมแก๊งค์ของเราได้ทำการบุกป่าฝ่าดงดอกหญ้า ไปหาโลเคชั่นถ่ายรูปสวยๆกันแล้วเรียบร้อย #จย้าา #งานไว #ไว้ใจพี่



แต่ถ้าใครอยากได้รูปพอทเทรทสวยๆ แบบแสงฟุ้งหน่อยๆ ขอแนะนำให้ไปช่วงที่พระอาทิตย์ใกล้ตกนะคะ เพราะแสงและภาพที่ได้ออกมานี่เรียกว่าเหมือนเปลี่ยนใส่ฟิลเตอร์ทุ่งดอกหญ้าให้เป็นทุ่งลาเวนเดอร์ไปเลย 5555555




ในที่สุดเราก็มาถึง หาดนวล ในเวลาใกล้เย็นเต็มที หาดนวลวันนี้ของเราเลยค่อนข้างจะร่มรื่น เงียบสงบมากเป็นพิเศษ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมานอนพักผ่อนอาบแดด เล่นน้ำกันอยู่บ้างประปราย นักท่องเที่ยวคนไหนมีที่พักอยู่ใกล้หรือต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากชายหาดอื่นๆ หาดนวลก็อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่ามานอนอาบแดด เล่นน้ำไม่น้อย



#แอบเซ็ตแพลนอยู่นะจ๊ะ ตั้งแต่ก่อนเดินทางมาจากบ้านว่าแต่ละคนในกลุ่มอยากไปไหนบ้าง ก็ค้นพบว่า มาหารัก เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่และร้านแฮงค์เอาท์ที่เราทุกคนล้วนลงมติว่าไม่ควรพลาดมองข้ามไปอย่างเด็ดขาด ! เรียกได้ว่าเป็น Place To Go ที่ใครมาเที่ยวเกาะล้านต้องหาโอกาสมาเช็คอินให้ได้สักครั้ง




มาหารัก เป็นคาเฟ่ไม้สไตล์ญี่ปุ่นหลังเล็กติดริมทะเล ที่ในยามกลางวันจะเปิดเป็นร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่น หอมกรุ่นเต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟพร้อมมุมหนังสือฮิปๆ และสารพัดเมนูของว่างแสนอร่อยให้เราได้จับจองพื้นที่นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกัน แต่ยามใดที่พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าแล้วนั้น มาหารักจะแปรสภาพจากคาเฟ่ไปเป็นร้านแฮงค์เอาท์สุดชิลที่เราและหลายคนตั้งตารอคอย




ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายของการมามาหารักของพวกเรานั้นไม่ใช่การมา-หา-รักสมชื่อแต่อย่างใด แต่มันคือการเปลี่ยนบรรยากาศการทานมื้อเย็น เคล้าวิวดีๆ และดนตรีสดที่คอยขับกล่อมบทเพลงเพราะๆให้เราได้ฟังตลอดคืนนั่นเองจย้าาา 555555 โดยเฉพาะกับโซนเอาท์ดอร์บนเบาะนั่งนุ่มนิ่มรอจนท้องฟ้าและพระอาทิตย์ค่อยๆลับลาจนเปลี่ยนสี ที่บอกได้แค่ว่าเอาใจเราไปเลย 10 เต็ม 10 ! 





ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดในห้องแต่เช้าว่า วันนี้วิวสวยมาก ! ดังนั้นต่อให้ง่วงนอนขนาดไหน แต่อย่างน้อยเราก็ยังอยากตื่นขึ้นมาชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นที่ทุกคนบอกว่าดีต่อใจให้เห็นกับตา (และให้คุ้มราคาค่าห้อง 55555) แล้วก็ค้นพบว่าการยอมข่มความการง่วงลืมตาตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นสำหรับเราในเช้าวันนี้ ไม่ได้เสียเปล่าเอาซะเลย เพราะมันช่างสวยงามเกินบรรยายอย่างที่ใครๆพากันบอกไว้เสียจริง



อีกหนึ่งความพิเศษของริมทะเล รีสอร์ทนั้นอยู่ตรงมื้อเช้าแบบสไตล์อเมริกันเบรคฟาสต์ค่ะ โดยทางรีสอร์ทจะมาบริการเคาะประตู ก๊อกๆ เสิร์ฟอาหารให้เราได้ทานถึงห้องในเวลา 8 โมงเช้าตรงเป๊ะ เรียกว่าเป็น Breakfast in bed ส่งตรงจากห้องครัวถึงเตียงกันเลยทีเดียว :)

 

แอบตั้งเป้าว่าจะแวะไปเก็บอีกสักหาดก่อนกลับบ้านวันนี้ เพราะคุ้นๆว่าเคยเห็นรูปผ่านตาว่ามีอีกหนึ่งหาดที่สวย น้ำใสเหมือนชายทะเลฝั่งอันดามัน แต่นึกยังไงก็ไม่ออกสักทีเลยต้องขอใช้ตัวช่วย ยกหูโทรกริ๊งกร๊างไปหาเพื่อนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกูรูเกาะล้านอย่างไวจึงได้คำตอบ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็จัดไปเลยจ้า แว๊นซ์มอเตอร์ไซต์มุ่งหน้าตรงมาที่หาดเทียนกันเล้ยยย...



ท่ามกลางหาดทรายขาวละมุนนุ่มนิ่มเหมือนแป้ง ท้องฟ้าสีครามสดใส ตัดกับน้ำทะเลใสแจ๋วราวกับกระจก ขนาบข้างด้วยภูเขาร่มรื่นสองลูก คือที่ตั้งของ หาดเทียน หาดสวย สงบด้านในสุดบนเกาะล้านที่มาพร้อมกับบรรยากาศสวยงามชนิดที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงแพ็คกระเป๋า หิ้วบิกินี่ไปถึงทะเลอันดามันก็ฟินได้ นอกจากนี้โดยรอบยังมีร้านอาหาร และเตียงผ้าใบสำหรับใครที่อยากอัพเกรดความชิลไว้บริการอีกด้วยค่ะ และแน่นอนว่าใครที่มาถึงหาดเทียนแล้วต้องห้ามพลาดแวะมาถ่ายรูปชิคๆชิลๆกับไฮไลท์ของที่นี่อย่างสะพานไม้ที่ลัดเลาะรอบภูเขาเป็นทางเดินลงสู่หาดกันด้วยนะจ๊ะ 



หลบร้อนมา Soul Sweet เป็นการทิ้งท้าย เพราะแดดข้างนอกนั้นช่างร้อนจ้าซะเหลือเกิน แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ เพราะแอร์ด้านในร้านนั้นเย็นฉ่ำถึงใจ แถมยังมาพร้อมของหวานแบบโฮมเมด และเครื่องดื่มแสนอร่อยในราคาสบายกระเป๋าอีกหลากหลายเมนู



ตามมุมต่างๆ ด้านในยังตกแต่งเต็มไปด้วยตุ๊กตาหมีน่ารักมากมาย ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ น่ากอดไปซะหมด สาวคนไหนหลงเข้ามา รับรองว่ากรี๊ดหนักมากทุกราย 




หลังเติมหวานดับร้อนเสร็จจนได้ที่ เราก็ได้เวลาโบกมือลาเกาะล้านไม่ห่างรักแห่งนี้กันสักที แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆแค่ 2 วัน 1 คืนช่วงเสาร์-อาทิตย์ แต่พอมีเวลาได้มาพักกาย พักใจแบบนี้ค่อยหายคิดถึงหน่อย เอาไว้มีเวลาเมื่อไหร่จะกลับมาหาใหม่นะตัวเธอ ! 



หาข้อมูลรีวิวนี้ได้ง่ายๆ แค่เพิ่มเพื่อน Line ID : @Chillpainai แล้วพิมพ์คำว่า : เกาะล้าน


เรื่องและภาพโดยชิไปไหน