แม้แต่พื้นที่เขตอำเภอเล็กๆที่ประสบปัญหาความทุกข์ยากในที่ดินทำกิน ตลอดจนเส้นทางคมนาคมก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตก็มิอาจรอดพ้นสายพระเนตรอันยาวไกลของพ่อหลวง 



ดังนั้น ในปีพ.ศ.2522 พระองค์จึงได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ ก่อนจะมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียง จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืชผักและผลไม้เมืองหนาวเกิดขึ้น



ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านจันทร์ ท่ามกลางธรรมชาติของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียอาคเนย์ เดินเที่ยวชมศูนย์ แปลงทดสอบพันธุ์พืชไม้ผล แปลงเกษตรอินทรีย์ แล้วมาพักผ่อนที่บ้านพักโครงการหลวง เป็นการเที่ยวตามรอยพระบาท ร.9 แบบง่ายๆแถมได้ซึมซับไปกับธรรมชาติอันเงียบสงบรอบตัว 



ราคาห้องพัก เดือน มี.ค.-ก.ย. เริ่มต้น 400-600 บาท
เดือน ต.ค.-ก.พ. 900-1,500 บาท




กางเต็นท์ ค่าเช่าหลังละ 300 บาท นำเต็นท์มากางเอง 100 บาท


ที่ตั้ง : บ้านเด่น ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
โทรศัพท์ : 084-3655405


ทั้งนี้ทั้งนั้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ เป็นคนละที่กับอ่างเก็บน้ำวัดจันทร์ ซึ่งอยู่ในโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.อ.ป. ที่ดำเนินการโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชประสงค์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ ดิน และน้ำ ควบคู่กับการพัฒนา เกษตรกรรม และฟื้นฟูป่าไม้บริเวณแหล่งต้นน้ำลำธารเพื่อให้กลับคืนสู่สภาพเดิมที่สมบูรณ์ตามธรรมชาตินะจ๊ะ


สำหรับ "กัลยาณิวัฒนา" อำเภอลำดับ 878 ของจังหวัดเชียงใหม่ที่เล็กทั้งชื่อทั้งขนาดแห่งนี้ เดิมเป็นกลุ่มตำบลในอำเภอแม่แจ่ม ก่อนจะแยกตัวมาตั้งเป็น “อำเภอวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ” ใน ปี พ.ศ. 2551 และเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอกัลยาณิวัฒนา ตามนามพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากการขอพระราชทานโดยกระทรวงมหาดไทย 



แม้กัลยาณิวัฒนาจะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่เรียกได้ว่าเป็นอำเภอที่น่าเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ไม่แพ้อำเภอไหน โดยเฉพาะที่ชุมชนบ้านวัดจันทร์ อันเป็นที่ตั้งของโฮมสเตย์ชาวเขาปกาเกอะญออย่างบ้านห้วยฮ่อม และโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ (อ.อ.ป.) ป่าสนสลับสีสุดตระการตากว้างใหญ่กว่าแสนไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 



พักผ่อนในกระท่อมกลางป่าสน ตื่นเช้ามาชมหมอกที่อ่างเก็บน้ำ และยังจะได้ชมนิทรรศการ “ตามรอยพระบาท” ที่ทางโครงการจัดขึ้นล้อมรอบบริเวณอ่างเก็บน้ำได้ ใครแวะมาเที่ยวที่นี่แนะนำว่าควรหาโอกาสมาชมสักครั้งหนึ่ง



โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อฤดูหนาวมาเยือนใบของต้นสนจะเริ่มไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล มองแล้วคล้ายภาพวาดที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้มาเยือนจะหลงเสน่ห์ไปกับมนต์สะกด เพราะความวุ่นวายต่างๆจะพากันเลือนหายไปราวต้องมนต์





นอกจากนี้ในบริเวณโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.อ.ป.ยังมีเส้นทางจักรยานเลียบทุ่งนาสีเขียวขจีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ปั่นชมธรรมชาติชิลๆอีกด้วย



จุดท่องเที่ยวชุมชน


- วัดจันทร์ ที่ประดิษฐานของพระธาตุวัดจันทร์สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน ขณะที่วิหารของที่นี่นับว่าดูแปลกจากวิหารทั่ว ๆ ไป หลายคนเรียกวิหารหลังนี้ว่า “วิหารแว่นตาดำ” หรือ “วิหารเรย์แบน” เพราะเมืองมองจากด้านหน้าแล้วดูคล้ายมีแว่นตาขนาดใหญ่ สวมอยู่ ชมวิถีชีวิตชาวปกาเกอญอที่บ้านหล่อชอ

- อ่างเก็บน้ำห้วยอ้อกรมชลประทาน ชมภูมิทัศน์โดยรอบป่าสนสวยงาม

- น้ำตกห้วยฮ่อม ลักษณะเป็นกิ่วน้ำ ต้นกำเนิดลำน้ำแม่แจ่มและลำน้ำปาย

- เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าสนวัดจันทร์ ผืนดินแห่งนี้ชาวกะเหรี่ยง มูเสคี (หมายถึงต้นน้ำแม่แจ่ม) ได้อาศัยมานับร้อยปีพวกเขาช่วยกันดูแลป่าอย่างดีตามธรรมเนียมกะเหรี่ยง เมื่อมีเด็กเกิดใหม่จะนำสะดือของเด็กไปผู้ไว้กับต้นไม้ กำหนดว่าเป็นต้นไม้ของครอบครัว ใครจะมาตัดไม่ได้ สนที่นี่เป็นสนเขาทั้งสองใบและสามใบ ขึ้นในเฉพาะที่สูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

- บ้านห้วยฮ่อม เครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนหล่อชอ เกิดจากการรวมตัวกัน 3 หมู่บ้าน คือ ห้วยฮ่อม บ้านดอยตุง และบ้านห้วยครก เป็นชนเผ่าปกาเกอญอ มีเรื่องราวชุมชนที่อยู่คู่กับธรรมชาติมีวิถีชีวิต อาหารการกินแบบดั้งเดิม ประเพณี วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน ทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านและมีโฮมสเตย์


โทรศัพท์ : 053-249349

การเดินทาง : 

- ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1349 จากอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

- ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 จากอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

- โดยรถขนส่ง จากอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันละ 2 เที่ยว 

- โดยรถขนส่ง จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ วันละ 2 เที่ยว คือ 9.00 และ 11.00 น.