จู่ๆ เพื่อนรัก 2 สาวที่เชียงใหม่ก็ไลน์มาบอกว่า ช่วง Weekend จะบินมาหาที่กรุงเทพ และให้เราพาทัวร์กิน-เที่ยวหน่อย แหม..เห็นว่าเราเป็น#ทีมชิลไปไหนนี่ใช้งานใหญ่เลย แถมโจทย์ยากซะด้วย เอาแบบเก็บแลนด์มาร์คเยอะๆ ให้คุ้มค่าวันหยุดอันน้อยนิด แต่งานนี้ Win-Win นะ เพื่อนได้เที่ยว เราได้งาน 55+

แต่ด้วยความที่เราไม่มีรถส่วนตัว จะใช้รถสาธารณะก็คงไม่สะดวก แถมยังบริหารเวลาไม่ได้ ก็เลยเสนอให้  2 สาวหารถเช่าสักคันที่ดอนเมือง แล้วขับมารับข้าพเจ้าด้วย อิอิ เมื่อ 2 สาวโอเคดีล!กับแพลนนี้ คุณเธอก็มองหารถเช่าอยู่หลายเจ้า จนมาถูกใจที่ Thai Rent A Car ยิ่งตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่น ไทยเร้นท์อะคาร์ รักคนไทย #มากกว่า ซึ่งให้ความพิเศษหลายอย่างแก่ลูกค้าคนไทยเท่านั้น เช่น รถใหม่กว่า ประหยัดกว่า สะดวกมากกว่า ฯลฯ ว่าแล้วนางก็จองออนไลน์และชำระเงินทันที

 

FRIDAY

เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน 2 สาวก็บินฉิวจากเชียงใหม่มาลงดอนเมืองทันที รับกระเป๋าปุ๊ป! ก็ลากตรงดิ่งมาที่เคาน์เตอร์ Thai Rent A Car ตรงเทอร์มินัล 2 

 
เพียงแค่ยื่นเอกสารการจอง พร้อมกับบัตรเครดิตที่มีวงเงินพอสำหรับการมัดจำ บัตรประชาชน และใบขับขี่ แค่นี้ก็ได้รถมาขับเที่ยวแล้ว


ก่อนออกเดินทางจะมีพี่เจ้าหน้าที่พามารู้จักกับรถที่เราจะใช้ พาดูรถรอบๆคัน ซึ่งรถของ Thai Rent A Car ได้รับการตรวจเช็คให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ นอกจากนี้พี่เค้ายังแนะนำวิธีการใช้รถที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ของการใช้รถเช่า


ได้รถแล้ว 2 สาวก็ขับตรงมารับเราทันที วันนี้เย็นวันศุกร์ เราเลยขอชวนไปตลาดนัดสุดชิคกลางกรุง เป็นการต้อนรับสาวเชียงใหม่ซะหน่อย นาทีนี้ "เจเจ กรีน" เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการแฮงค์เอาท์ของพวกเราในคืนวันศุกร์อย่างนี้ 
 

เจเจ กรีน

 
แค่เหยียบย่างเข้ามา ก็รู้เลยว่า"เจเจกรีน"วันนี้คนเยอะและดูคึกคักเป็นพิเศษ อาจจะเพราะวันนี้เป็น Friday's Night น่าปาร์ตี้หลังเลิกงาน 


ทั่วพื้นที่มีร้านขายของให้เราได้เลือกช้อปปิ้งกันเพลิดเพลินเต็มไปหมด ชนิดที่ว่ากระเป๋าเงินสั่นไหวหนักมาก 
 
โดยเฉพาะเพื่อนสาวของเรานี่ดูจะถูกใจไม่น้อย แอบเห็นว่าควักเงินจ่ายเป็นว่าเล่นเชียวล่ะ



 
ขณะที่ร้านของกินก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มีสารพัดร้านปิ้งย่าง ชาบู และซีฟู้ดไว้ให้เลือกแบบจัดเต็ม หรือจะเป็นร้านนั่งชิล จิบเครื่องดื่มเคล้าดนตรีสดก็มีให้เลือกหลายร้านเลย





 

Upper Grill

ช็อปปิ้งจนเริ่มหมดแรงในที่สุดก็ถึงเวลาเติมพลังแล้ว และร้าน Upper Grill บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกึ่งชาบูบนชั้นดาดฟ้าของเจเจกรีนคือมติของเรา ส่วนใครจะเลือกทานปิ้งย่างหรือชาบูอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ค่ะ มีหลายเรทราคาให้เลือกสรร แต่พวกเราดันอยากกินทั้งสองประเภทนี่สิ เมื่อตัดสินใจไม่ได้เลยตกลงกันว่าขอสองซะเลย อิอิ

 
เมนูของทางร้านเน้นให้เลือกหยิบเองได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะไส้กรอกหนังกรอบที่ปิ้งจนกรุบกรอบ หอมสุดๆ เบคอน หมู ไก่ เนื้อ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบรรดาผงปรุงรสต่างๆที่โรยแล้วจะทำให้ลิ้มรสชาติของเนื้อต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ใช่ว่าอาหารรสชาติเยี่ยมเท่านั้น บรรยากาศก็ดี๊ดีไม่ต่างกัน มีลมโชยเบาๆ ไหนจะดนตรีสดจากร้านใกล้เคียงอีก อื้อหือ ฟินอย่าบอกใคร ~

 
ท้องอิ่มกระเป๋าเบา ขนของขึ้นรถเรียบร้อยก็ได้เวลากลับที่พักไปนอนฝันดี พรุ่งนี้จะได้มีแรงตื่นเช้าเพื่อไปเที่ยวกันต่อ....
 

SATURDAY

ไหนๆ ก็มีรถขับเองแล้วนี่ ออกไปเที่ยวห่างกรุงฯหน่อยก็สบ๊ายยย.. และถ้าพูดถึงจังหวัดที่กำลังน่าสนใจในตอนนี้ก็คือ "นครปฐม" ค่ะ งานนี้เลยมัดมือชกเพื่อนสาว ว่าที่นี่ THE MUST เลยนะ ยังไงแกต้อง(พาเรา)ไป 55+

ตื่นปุ๊บก็ขึ้นรถปั๊บ แล้วขับออกนอกเมืองมาทางตลิ่งชันทันทีจ้า(ถนนบรมราชชนนี) จนเจ้ากระเพาะแสนซื่อตรงของสาวๆอย่างเราก็เริ่มส่งเสียงประท้วงว่าหิวแล้วจ้า เกรงว่าถ้าไม่หาอะไรกินซะก่อนจะต้องมีคนหิวจนเป็นลมแน่นอน ผ่านมาตรงพุทธมณฑลสาย 7 ก็นึกขึ้นได้พอดีว่าแถวนี้มีร้านอร่อย เห็นป้ายส้มๆปุ๊บ ก็หักเลี้ยวเข้าร้านนี้เลยจ้า รอไร

 

ข้าวหมกไก่สยาม

เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือความอร่อย

ข้าวหมกไก่สีเหลืองส่งกลิ่นหอมกรุ่นพร้อมน้ำราดและหอมเจียวสูตรเก่าแก่ดั้งเดิม น่าทานสุดๆไปเลยค่ะ

ตบท้ายด้วยของหวานอย่างลอดช่องน้ำกะทิ ที่มาในแพ็คเกจจิ้งสุดน่ารักอย่างปิ่นโตสแตนเลส คลุกเคล้าให้เข้ากันทั้งน้ำแข็งและเส้นลอดช่องสีเขียวนุ่มนิ่ม เย็นชื่นใจอย่าบอกใคร

ได้ของอร่อยเติมเต็มกระเพาะก็มีแรงไปต่อกันที่จุดหมายแรก
 

พระราชวังสนามจันทร์

พระราชวังโบราณที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ลักษณะคล้ายปราสาทเทพนิยาย อดีตที่ประทับยามแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน

 
ด้านในมีพื้นที่และสวนหย่อมให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนหย่อนใจอยู่หลายมุม แบบที่เพื่อนๆเห็นแล้วกรี๊ดกร๊าดหนักมากหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพแทบไม่ทัน จะมุมไหน ก็สวยจริงๆค่ะ


จะมาที่นี่ต้องวางแผนเรื่องการแต่งกายสักนิด อย่างการสวมเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้นและกระโปรงสั้นเหนือเข่า ห้ามเข้าเด็ดขาดนะจ๊ะ แต่ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมา ที่จุดจำหน่ายบัตรก็มีผ้าถุง ผ้าคลุมไหล่ให้เช่า

ในบริเวณใกล้เคียงยังมีเรือน "ทับเจริญ" เรือนไม้เก่าแก่เป็นจุดถ่ายรูปอีกแห่งหนึ่งด้วยจ้า



 
ออกจากพระราชวังสนามจันทร์มาไม่ทันไร เพื่อนสาวสายคาเฟ่เค้าเริ่มเปรยๆว่าอยากได้ร้านคาเฟ่นั่งชิล ทานของว่างบ้างแล้วสิ และนาทีนี้ร้าน "คำนำ" น่าจะเป็นเป้าหมายที่เราต้องไป
 

คำนำ

ร้านคำนำเป็นร้านกาแฟที่รีโนเวทมาจากบ้านไม้เก่าแก่ สไตล์คลาสสิค ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ใกล้กับองค์พระปฐมเจดีย์ ภายในบริเวณร้านร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่



นอกจากจะมีอาหารจานหลัก ของว่างทานเล่นแล้ว คำนำยังมีหนังสือที่น่าสนใจ รวมถึงของแฮนเมดวางขายให้เราได้เลือกซื้อและถ่ายรูปเล่นกันเพลินๆ ไม่แปลกใจเลยค่ะ ว่าทำไมหลายคนถึงชอบนักหนา เพราะมันเหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายเป็นอย่างมาก
 
หลังจากลังเลอยู่นานว่าจะสั่งอะไรดี เพราะแต่ละเมนูดันน่าทานไปซะหมด แต่สุดท้ายก็จบลงที่ "มอคค่าเย็น" แก้ง่วงสำหรับคนขับรถ "White Malt Horlick" สำหรับเพื่อนที่ต้องการความผ่อนคลาย ตามด้วยบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก และวาฟเฟิลเพิ่มไอศครีมนมโฮมเมด จากที่ตอนแรกได้ยินว่าไม่ค่อยอยากทานอะไรเท่าไหร่ แต่พอลงโต๊ะไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้นแหละ เกลี้ยง !


 
นั่งชิล เล่นกับเจ้าเหมียวจนพอใจ เรียกรวมพลขึ้นรถเพราะได้เวลาไปต่อกันที่แลนมาร์คสำคัญ ก็แหมมาถึงนครปฐมทั้งที จะพลาดที่นี่ไปได้ยังไงคะกับ "พระปฐมเจดีย์"
 

พระปฐมเจดีย์

เจดีย์สีทองเหลืองอร่าม สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัด

 
เห็นชอบเที่ยวแบบนี้ แท้จริงแล้วสาวๆ เค้าก็ธรรมะ ธรรมโมเหมือนกันนะ เพราะจอดรถปุ๊บสาวๆเค้าก็รีบปรี่เข้าไปไหว้พระกันปั๊บ 

 
ถือโอกาสเดินวน ชมความงามขององค์พระสักรอบ

 
เสร็จจากพระปฐมเจดีย์พระอาทิตย์ก็ใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มที จากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะหิ้วท้องกลับมากินมื้อเย็นในกรุงเทพ แต่ไหนๆก็ต้องผ่านนครชัยศรีอยู่แล้ว ชาวแก๊งเลยเสนอว่าไปหาร้านน่านั่งแถวริมน้ำนครชัยศรีกันแทนดีกว่า ขับรถวนไปวนมาก็ป๊ะเข้ากับ "เรือนน้ำอลิษา" โดยบังเอิญ 
 

เรือนน้ำอลิษา

คิดถูกจริงๆค่ะที่ตัดสินใจเช่ารถกันมา เพราะต่อให้เปลี่ยนแผนกระทันหัน หรือขับไปไหนมาไหนก็สบายหายห่วงแน่นอน
 
โชคดีที่มาถึงร้านเร็ว เลยยังพอหลงเหลือโต๊ะริมน้ำให้เราได้จับจองกันอยู่ มีวิวยามเย็นของแม่น้ำให้ชม มีลมอ่อนๆพัดผ่าน ช่างเป็นร้านที่เลอค่าบรรยากาศกินขาดจนต้องขอยกนิ้วให้ โรแมนติกน่าพาคนรู้ใจมาดินเนอร์เป็นที่สุด



แท่น แท๊น ~  และแล้วก็ถึงเวลาที่เราลอยคอ รอคอย "เขียวหวานห่อไข่" คือเมนูเด็ดประจำร้านเมนูแรกที่นำมาเสิร์ฟ หน้าตาเก๋ไก๋ไม่หยอกเชียวค่ะ กับแกงเขียวหวานอาหารไทยเราที่ถูกนำมาห่อในไข่สีเหลืองกรอบ 

 
ตามมาติดๆด้วย "ยำถั่วพลู" สุดซี้ด โรยหน้าด้วยหอมเจียวกรุบกรอบ พ่วงด้วยไข่ต้มที่ดูจากสีก็คงเดาได้ไม่ยากเลยว่าแซ่บขนาดไหน 

ยังมีไข่เจียวต้มยำกุ้ง ไก่คั่วเกลือ ต้มยำปลา ที่สาวเชียงใหม่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยจนต้องเผลอเติมข้าวอีกหลายจานชดเชยพลังงานเลยล่ะค่ะ
 
นั่งกิน นั่งเม้าท์มอยพอให้หายคิดถึงกันจนมืดค่ำ เกรงว่าคนที่บ้านจะเป็นห่วง ก็ได้เวลากลับบ้านกันสักที แม้ว่ามืดขนาดไหนก็ไม่กลัวแล้วค่ะ เพราะเรามีรถและเพื่อนที่รู้ใจถึงไหนถึงกันอยู่เคียงข้าง...
 

SUNDAY

เผลอแว้บเดียวเวลาผ่านมาจนวันสุดท้าย แม้วันอาทิตย์จะเป็นวันหยุด แต่พวกเราไม่หยุดเที่ยว แพลนวันนี้จึงออกมาในรูปแบบของการตะลุยเที่ยว ชิมของกินรอบเกาะรัตนโกสินทร์ แต่ก่อนอื่นต้องหาที่จอดรถก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นแนะนำให้เรานำรถมาจอดที่วัดเทพธิดารามค่ะ 

จอดรถเสร็จก็เริ่มออกเดินเพื่อมุ่งหน้าไปยังเสาชิงช้า แอบแวะถ่ายรูปกับตึกเก่าบ้างเป็นครั้งคราว

ผ่านร้าน "โกปี๊ เอี๊ยะไถ่กี่" เจ้าต้นตำรับด้วย 

"เสาชิงช้า" อีกหนึ่งแลนมาร์คสำคัญใจกลางกรุงเทพ ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดสุทัศน์ ไหนๆก็เดินผ่านมาทางนี้แล้ว เพื่อนสาวเลยขอถ่ายรูปเก็บไว้อัพลงไอจีเป็นที่ระลึกสักหน่อย เธอบอกว่าเผื่อวันไหนคิดถึงจะได้เปิดดู

ได้ถ่ายรูปเล่นกันจนพอใจ ความหิวก็เริ่มเข้ามาทักทาย ในเมื่อเพื่อนให้ช่วยแนะนำร้านอร่อยแถวนี้หน่อย ก็จัดไปค่ะ "ข้าวมันไก่ลั่นฟ้า" 
 

ข้าวมันไก่ลั่นฟ้า

ร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อยย่านเสาชิงช้า ที่ตัวข้าวมีความหอม ทานพร้อมกับไก่ และน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรเฉพาะของร้าน ยิ่งได้รสชาติกลมกล่อม เด็ดสมเป็นร้านข้าวมันไก่ชื่อดัง

อิ่มอร่อยไปกับข้าวมันไก่จนมีพลังงานล้นเหลือ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไม่รอช้า เดินตะล๊อกต๊อกแต๊กสำรวจสองข้างทางเล่นไปเรื่อย เจอมุมไหนน่าสนใจ ก็หยุดแวะแชะภาพกัน

เผลอแป๊บเดียว โอ้โห ! มาโผล่ถึง "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย" ซะแล้ว นับว่าเดินมาไกลพอสมควรเลยนะเนี่ย นี่มันทริปลดขาหรืออย่างไร

จากอนุสาวรีย์เราเดินกลับไปยังวัดเทพธิดารามเพื่อขับรถไปเที่ยวที่อื่นต่อ โดยเสียค่าฝากรถ 40 บาทให้เป็นค่าบำรุงรักษาวัด ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโลเคชั่นสุดฮิตของบรรดาช่างภาพและนักท่องเที่ยวทั้งหลาย 
 

ถนนกัลยาณไมตรี

(ข้างกระทรวงกลาโหม)
 
ตึกสีเหลืองสดใสสไตล์ยุโรปที่ตั้งตระหง่านท้าแดด ท้าฝนคู่กับเมืองไทยเรามาอย่างยาวนาน แอบมองด้านซ้ายก็มีคนถ่ายรูป ด้านขวาก็มีคนเซลฟี่ สวยคลาสสิคเป็นอมตะเหนือกาลเวลาจริงๆ



ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ด้านข้างตึกเหลืองเท่านั้นที่น่าสนใจ เพราะตึกโทนสีส้มแดงของ "กรมแผนที่ทหาร" ทางฝั่งตรงข้ามเองก็สวยงามไม่แพ้กัน ดูแล้วเหมือนเดินเล่นอยู่ในแถบยุโรปเชียวค่ะ 

จากกระทรวงกลาโหม เราข้ามสะพานมาเที่ยวยังย่านเก่าแก่ในกรุงเทพ ซึ่งคนทั่วไปเรียกติดปากกันในนาม "สามแพร่ง"
 

สามแพร่ง

สามแพร่งประกอบไปด้วยแพร่งสรรพศาสตร์ แพร่งนรา และแพร่งภูธร ที่อาคารต่างๆได้รับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี 

อากาศตอนนี้ที่ชักจะเรียกเหงื่ออีกระลอก สาวๆเลยออกปากชวนให้เราแวะนั่งพักกินไอติมคลายร้อนสักหน่อย

 

นัฐพรไอศกรีม


"นัฐพรไอศกรีม" เป็นร้านไอศกรีมไทยทำเองสูตรโบราณที่สืบทอดมากว่า 70 ปี ด้วยการเลือกวัตถุดิบอย่างดีและใส่ใจในกระบวนการผลิต ส่วนไอศกรีมที่พวกเราเลือกคือไอศกรีมกะทิทานคู่กับข้าวเหนียว ข้าวโพด ลูกเดือยค่ะ อร่อย เย็นชื่นใจเป็นที่ซู้ดดด !


ยังค่ะ !! ความสนุกของพวกเรายังไม่หมดแค่นี้ จากสามแพร่งเราขับรถคันเก่งที่เช่ามา(ใช้จนคุ้ม) แวะชมวิวสวยๆของวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวังไปตามทาง เพื่อไปต่อกันที่ท่ามหาราช

 

ท่ามหาราช

ถึงแล้วจ้าาาา... "ท่ามหาราช"  ใครกังวลว่ามาเที่ยวที่ท่ามหาราชแล้วจะไม่มีที่จอดรถนี่หายห่วงค่ะ เพราะที่นี่เค้ามีลานจอดรถไว้คอยบริการ จะคันเล็กคันใหญ่ก็จอดได้สบ๊าย


ท่ามหาราชคือคอมมูนิตี้มอลล์สุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากรท่าพระจันทร์ ที่รวบรวมเอาร้านอาหาร คาเฟ่สุดชิคไว้มากมาย อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรูปฮิปๆอีกเพียบ สาวๆคนไหนรู้ตัวว่าเลิฟการถ่ายภาพนี่ต้องห้ามพลาดเลยนะ


เพราะกับเพื่อนสาวเราเองเธอก็ดูแฮปปี้ม๊ากมากเช่นกัน คาดว่ากลับจากทริปนี้คงมีรูปให้เลือกเปลี่ยนโปรไฟล์ได้อีกนาน



เย็นแล้วแต่เรี่ยวแรงยังเหลือ แถมไฟลท์บินกลับก็ค่ำ เงินก็ยังไม่หมด 55+ เราเลยมาปิดท้ายกันที่สยามสแควร์ค่ะ โดยเฉพาะหอศิลป์ที่มีนิทรรศการน่าสนใจให้ได้เดินชมมากมายถึง 9 ชั้น พาสาวเชียงใหม่มาชมศิลปะแบบคนเมืองกันบ้าง 


ก่อนจะไปสิ้นสุดทริปนี้กันอย่างจริงจัง ณ สยามพารากอน ช็อปปิ้งขนของฝากใส่รถเตรียมตัวกลับสู่เชียงใหม่เป็นอันจบทริปแบบฟินๆ ได้ครบทุกสิ่งที่ต้องการ ทั้งกิน เที่ยว ถ่ายรูป

ทริปนี้ต้องขอบคุณผู้ช่วยแสนดีที่ไปกับเราทุกที่อย่าง Thai Rent A Car แล้วจะรู้ว่าแม้ไม่มีรถก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thairentacar.com เลยจ้า...