คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ทริปนี้เหมาะสำหรับใครที่ต้องการไปพักผ่อนชมทะเลหมอก  รับลมหนาว  นอนดูดาว  แต่มีเวลาไม่มาก เราเลยมีทริปพะเนินทุ่ง จังหวัดเพรชบุรีมาแนะนำกัน  แหล่งชมทะเลหมอกที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด  และยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่สมบูรณ์  มีช่วงเวลาในการท่องเที่ยว  ไม่ได้เปิดให้เที่ยวกันตลอดทั้งปี เพราะต้องปิดเพื่อฟื้นบำรุงป่า  ให้ยังคงธรรมชาติอันสวยงามนี้ไว้ให้ได้เที่ยวชมกันได้นานๆ  อยากรู้ว่าพะเนินทุ่งสวยงามแค่ไหน ตามไปดูกันเลยค่ะ..
 
 




 
9.00 น. เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ กันแต่เช้า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งถือได้ว่าไม่นานมากนัก  หลับไม่กี่ตื่นก็ถึงแล้ว ก็ถึง จ.เพชรบุรีแล้วค่ะ 
11:00 น. แวะทานข้าวเที่ยงกันก่อน  ยังไงกองทัพก็ยังต้องเดินด้วยท้องอิ่มๆ หลังจากทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อย  เราก็เดินทางมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกันต่อ
12:00 น. เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  แวะถ่ายรูปชมวิวกันก่อนค่อยเดินทางขึ้นยอดเขาพะเนินทุ่ง

 





 
14:00 น.  ถึงแล้วศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านกร่าง แต่ยังไม่ถึงจุดหมายของเรานะ  ไปกันต่อดีกว่า  ขนสัมภาระขึ้นรถกระบะ 4x4 ออกเดินทางไปยังยอดเขาพะเนินทุ่ง ใครที่สนใจจะนำรถส่วนตัวขึ้นไปก็ได้  แต่ต้องชำนาญในการขับรถขึ้นเขา เพราะเส้นทางค่อนข้างชันและแคบ  แต่ทางอุทยานก็มีรถรับส่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มาด้วยรถส่วนตัวหรือไม่ชำนาญในการขับ  โดยจะมีรายละเอียดดังนี้
นักท่องเที่ยวที่เดินทางไป-กลับที่เขาพะเนินทุ่ง 
เวลาขึ้นจากบ้านกร่าง 05.30 น. -07.30 น.เวลาลงจากเขาพะเนินทุ่ง 09.00 น. -10.00 น. และ 16.00 น.-17.00 น.

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อพักค้างแรมที่เขาพะเนินทุ่ง 
เวลาขึ้นจากบ้านกร่าง 13.00 น. -15.00 น.เวลาลงจากเขาพะเนินทุ่ง 09.00 น. -10.00 น. และ 16.00 น.-17.00 น.

โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท 


สามารถจองที่พักบนอุทยานฯ ได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ได้เลยค่ะ

ได้เวลาแล้ว เราก็เดินทางสู่ยอดเขาพะเนินทุ่งกันต่อเลยยยย..






 
15:00 น.  ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็จะถึงที่พัก ซึ่งคืนนี้เราก็มาพักกันที่บ้านพักของอุทยาน  ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  ทางบ้านพักอุทยานจะมีเวลาเปิดและปิดไฟเป็นเวลา  โดยประมาณ 22:00 น. ก็จะปิดไฟแล้ว  พอถึงที่พัก ก็เก็บสัมภาระ พักผ่อนตามสบายเลยยยย
 





18:00 น.  เดินเท้าไปดูพระอาทิตย์ตกกันดีกว่า  ที่แรกเราจะไปดูวิวอันสวยงามของยอดเขาพะเนินทุ่งกันก่อนเลยที่จุดชมวิวพะเนินทุ่ง  เดินจากบ้านพักไปไม่ไกลเท่าไหร่  แต่พอเริ่มตกเย็นอากาศก็จะค่อนข้างเย็นขึ้นเหมือนกัน  จุดชมวิวพะเนินทุ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ตกยามเย็น อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 974 สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้นและดิบเขา
 









 
หลังจากที่เราดูพระอาทิตย์ตกกันมาแล้ว  ก็กลับมาที่พักเพื่อทานอาหารเย็นและอาบน้ำเพื่อรอดูทางช้างเผือกกัน  อากาศจะเย็นอยู่ที่  15-18  องศา  ซึ่งบอกก่อนเลยว่าหนาวพอสมควร  ถึงกับต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่กันเลยทีเดียว  บอกก่อนนะคะว่าขึ้นไปพะเนินทุ่งแล้วสัญญาณโทรศัพท์ไม่มีต่อให้วิวสวยแค่ไหนก็ต้องเก็บภาพไว้รอสัญญาณโทรศัพท์มีถึงจะอวดเพื่อนได้  อึดอัดชะมัด  ฮ่าๆ  นอนเล่นกันไปเรื่อยๆ  พอฟ้ามืดสนิท ประมาณ  22:00 น. แล้วแต่สภาพท้องฟ้าในแต่ละคืนอาจไม่เหมือนกันนะคะ  เราไปดูทางช้างเผือกกันดีกว่า

22:00 น.  ออกมาดูทางช้างเผือก เก็บภาพกันรัวๆ  นี่คือข้อดีของที่ๆไม่วุ่นวาย  ที่ๆท้องฟ้ามืดสนิท  ไม่มีแสงไฟจากตึกสูงๆ  หรือบ้านผู้คนมากมาย  จะทำให้ท้องฟ้าสวยขึ้นเป็นหลายเท่าเลยทีเดียว 





 

 
หลังจากดูทางช้างเผือกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาพักผ่อน  นอนเก็บแรงไว้ไปดูทะเลหมอกกันตอนเช้า  หากใครที่กางเต้นท์นอนบอกเลยว่าจะได้สัมผัสกับไอเย็นจากธรรมชาติอย่างแท้จริง  เหมาะกับคนที่ชอบอากาศหนาวเย็น  แต่ถ้าใครนอนในบ้านพัก  ใช่ว่าจะไม่หนาวนะคะ  หนาวเหมือนกัน  แต่ก็ยังหนาวแบบสบายๆ

 


07:00 น.  หลังจากตื่นนอน อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวไปดูทะเลหมอกกันเลย  โดยเราต้องเดินทางไปดูทะเลหมอกที่ กม. 36  เป็นจุดชมทะเลหมอกที่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่นัก  พร้อมแล้วก็เดินทางไปดูทะเลหมอกกันเลย
 





 
บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังเลยสักนิด  เพราะวิวสวย  หมอกหนา  อากาศดี  เงียบสงบ  เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพักผ่อนมากๆ

หลังจากชื่นชมกับทะเลหมอกแบบหน่ำใจแล้ว  ก็เดินทางกลับไปยังที่พัก เพื่อเก็บของเตรียมตัวลงจากพะเนินทุ่ง

Tip : สิ่งที่แนะนำให้พกมาด้วย
- ยากันยุง
- ถุงเท้ากันทาก
- เสื้อกันฝน
- ยารักษาโรคประจำตัว

10:00 น.  เดินทางลงจากเขาพะเนินทุ่ง
11:00 น.  เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นที่เรียบร้อย  เดินทางกลับกรุงเทพฯกันต่อเลย
13:00 น.  ก่อนกลับกรุงเทพฯ  เรามาแวะกันที่วัดมหาธาตุวรวิหาร  เพื่อสักการะพระปรางค์ห้ายอดกัน

 









 
14:00 น.  แวะหาของกินกันที่ตลาดหน้าวัดมหาธาตุวรวิหาร  มีของกินมากมาย  ราคาก็ไม่แพง  แถมอร่อยอีกด้วย  พอทานกันเสร็จก็เตรียมตัวไปกันต่อเลย
15:00 น.  มาแวะกันต่อที่วัดเกาะแก้วสุธาราม  เป็นวัดเก่าแก่ประจำเมืองเพรชบุรี  เราแวะชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี  และสักการะขอพรให้เดินทางกลับกรุงเทพฯอย่างปลอดภัยกันนะคะ  จากนั้นก็เดินทางกลับกรุงเทพฯกันเลย

 











16:00 น.  เดินทางถึงกรุงเทพฯเป็นที่เรียบร้อย

ใครสนใจอยากจะมาสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้  เราแนะนำให้เก็บกระเป๋าแล้วมาเลย  เพราะที่พะเนินทุ่ง  เขาเปิดเป็นรอบในการให้ขึ้นชมธรรมชาติในแต่ละปี  ปีนี้ทางพะเนินทุ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 30 กรกฎาคมของทุกปี

 
Story & Photo: Chill Juniors #15