Day 1
 
เช้า-สาย
ออกเดินทางอย่างสบายอารมณ์ เข้าเขตกาญจนบุรีตอนสายๆ แวะดึงหนังตาให้กระปรี้กระเปร่าที่
กล้วยไม้ไทยกาแฟสด (GPS 13 54.726, 99 46.237) ประมาณ 8 กม. หลังจากเข้าเขต จ.กาญจนบุรี
อยู่ติดกับปั๊มปตท. ตรงข้ามโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม สังเกตได้จากหลักกิโลเมตรอันเบิ้มที่ตั้งอยู่
หน้าร้าน ส่วนข้างๆ กันนั้นเป็นโซนร้านอาหาร จัดมื้อเช้าตอนสายๆ กันที่นี่เลยก็ได้ ขับตรงไปตาม
ถ.แสงชูโตอีก 20 กม. สังเกตป้ายเลี้ยวซ้ายไป อ.ท่าม่วง เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.เทศบาล 3 ไปทะลุออก
ถ.แสงชูโตเก่า แล้วเลี้ยวขวา มุ่งหน้าวงเวียนหอนาฬิกา หน้าโรงพยาบาลท่าม่วง แล้ววิ่งถนนเขื่อน
วชิราลงกรณ์ไปจนสุดทาง จะพบสามแยก ให้เลี้ยวขวา ไปตามทางอีก 1 กม. จะพบแยกซ้ายเข้า
วัดม่วงชุม เลี้ยวซ้ายไปตามทาง ตามป้ายบอกทาง วัดถ้ำเสือ ชมวัดเก่าแก่บนเนินเขาที่สวยงาม
และอลังการงานสร้าง จากบนเนิน สามารถมองเห็นทิวทัศน์มุมกว้างของ อ.ท่าม่วง ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา 
 
เที่ยง
วนกลับออกทางเดิมมาจนถึงสามแยกที่เลี้ยวเข้าวัดม่วงชุม เลี้ยวซ้ายไปตามทางอีก 1 กม. แวะอิ่ม
อร่อยกันที่ แพอาหารริมเขื่อน อร่อยกันให้เต็มที่กับเมนูปลาแม่น้ำรสเลิศ รับประทานบนแพ ชม
สายน้ำแม่กลอง แสนรื่นรมย์เสียนี่กระไร
 
บ่าย
ออกจากร้านเลี้ยวขวา ไปตามทางทางหลวงชนบท 7009 เลาะลำน้ำแม่กลองไปเรื่อยๆ บรรยากาศ
เปลี่ยวหน่อยไม่ต้องกังวล ตรงไปจนพบสามแยกที่ซ้ายมือเป็นป้อมตำรวจ เลี้ยวซ้าย ไปตามทาง
จนเจออีกสามแยกหนึ่ง เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ไปตามทางอีก 3 กม. จะพบทางเข้าวัดถ้ำมังกรทองอยู่
ด้านซ้ายมือแวะสักการะพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 100 ปีบนถ้ำ และถ้าจังหวะดีๆ อาจได้ชม
แม่ชีลอยน้ำด้วย หรือหากไม่ได้ชม ก็สามารถทำบุญด้วยความแม่นกันได้ที่รูปปั้นพระสังกัจจายน์
ด้านหน้าวัด โดยโยนเหรียญทำบุญให้ลงท้องขององค์พระ

 
กลับสู่ถนนหลัก เลี้ยวซ้าย ไปตามทาง 2 กม. จะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข
3209 เข้าเขตกรมการสัตว์ทหารบก ไปตามป้ายเรื่อยๆ เพื่อพบกับ ต้นจามจุรียักษ์ ตื่นตะลึงกับความ
ใหญ่โตมโหฬารขนาด 10 คนโอบไม่มิด ของต้นจามจุรีหรือต้นก้ามปูยักษ์ที่จะทำให้เรารู้สึกตัวเล็ก
ไปถนัดตา
 
เย็น
จบทริปวันแรก ย้อนกลับทางเดิมไปยังสามแยกป้อมตำรวจแม่กลอง ตรงผ่านสามแยกไปข้าม
สะพานแม่น้ำแม่กลอง ตรงสู่ศาลากลางจังหวัด เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมือง หาร้านอาหารคลายหิว
และเข้าที่พัก เอาแรง
 
 
 
 
 
 
 
เช้า-สาย
ตื่นสายๆ ตามสบาย แวะหาอะไรใส่ท้อง แล้วแวะจิบกาแฟที่ ร้านกาแฟสวัสดี พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง
จาก ถ.แสงชูโต เลี้ยวซ้ายที่แยกแก่งเสี้ยน ตรงไป 12 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยก เข้าทางหลวงหมายเลข
3229 ไปอีก 5 กม. เจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท 4023 ไปอีก 6 กม. จะพบซุ้มประตู
ทางเข้าวัดเมตตาธรรมอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าซุ้มแล้วขับตามทางไปเรื่อยๆ จนถึงวัดถ้ำพุหว้า
 
เที่ยง
ชมความสวยงามของอุโบสถหินทราย วัดถ้ำพุหว้า ท่ามกลางโอบกอดของขุนเขาลำเนาไพร ร่วมบริจาค
ค่าน้ำค่าไฟค่าปูน เพื่อร่วมสร้างบุญกุศลกับทางวัด และเป็นปัจจัยในการสร้างสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่
สวยงามให้สำเร็จเสร็จสมบูรณ์ต่อไป

 
กลับเข้าสู่ถนน 4023 เลี้ยวซ้าย ไปจนถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3229 ขับตรงไป 9 กม.
จะพบสี่แยก ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3455 จากนั้นตรงยาวตลอดเส้น 21 กม. สุดทางที่สถานี
รถไฟถ้ำกระแซ

 
บ่าย
เดินลุยป่าหญ้าขึ้นไปชมรางรถไฟ แวะสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในถ้ำกระแซ แล้วอย่าลืมเก็บภาพว่า
ครั้งหนึ่งเคยมาเหยียบทางรถไฟส่วนที่น่าหวาดเสียว แต่ก็สวยที่สุดในประเทศมาแล้ว

 
หิ้วท้องกันหน่อย ย้อนกลับทางเดิมไปยังปราสาทเมืองสิงห์ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3455 สุดทาง
เลี้ยวขวาเข้า ถ.แสงชูโต ขับไปประมาณ 5 กม. เล็งด้านซ้ายไว้ดีๆ ร้านภูพญา นั่งชิลในร้านสุดชิค รออาหาร
ฟิวชั่นรสอร่อย แต่เชื่อเถอะ นั่งกันไม่ค่อยติดเก้าอี้หรอก เพราะร้านตกแต่งได้แปลกตาน่ารัก มีแต่มุมน่า
ถ่ายรูปเต็มไปหมด ถ่ายไปทานไป แต่อย่าถ่ายอย่างเดียวล่ะ เดี๋ยวโดนแย่งอาหารหมด
 
เย็น
จบทริปวันที่ 2 ขับไปตามทาง ถึงแยกแก่งเสี้ยนเลี้ยวขวาเข้าตัวเมือง เข้าที่พัก ราตรีสวัสดิ์




 
+ ร้านไก่ย่างบางตาล + น้ำตกเอราวัณ + OTOP Shop Srisawat
 
เช้า
ตื่นเช้าวันสุดท้าย หาร้านอาหารในเมืองให้พออยู่ท้อง แล้วมุ่งหน้าศรีสวัสดิ์ วิ่งทางหลวงหมายเลข 3199
ตรงผ่านแยกลาดหญ้าไป 3 กม. สังเกตทางซ้ายมือดีๆ ป้ายวัดป่าเลไลยก์จะถูกสารพัดป้ายบังอยู่ มาลอง
ดูกันว่าคุณจะขับเลยไหม?
 
สาย 
ชม วัดป่าเลไลยก์ โบราณสถานที่ทรุดโทรมไปตามวันเวลา ทั้งจากน้ำมือของธรรมชาติและของมนุษย์
ด้วยกันเอง แต่แม้จะอย่างไร องค์พระท่านก็ยังยิ้มได้ ยิ้มให้ได้เหมือนองค์ท่าน แล้วเดินทางต่อไป

 
จากวัด ตรงมาอีก 21 กม. จะพบทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ แวะสักการะสมเด็จ-
พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (บุญมา) แม่ทัพเอกในสงครามเก้าทัพ วีรชนผู้สละแรงกายรักษาเอกราช
ให้ประเทศชาติของเรา 

 
จากอุทยานฯ ขับต่อมาถึงทางแยก ให้เบี่ยงขวาผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาประชาสรรค์ ตรงไปอีก 23 กม.
เบี่ยงซ้ายเข้าอุทยานน้ำตกเอราวัณ ตรงไป 1 กม. เลี้ยวซ้าย ข้ามสะพาน เลี้ยวซ้ายผ่านสถานีตำรวจ
ภูธรศรีสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าชุมชนเอราวัณ ไปตามป้ายบอกทาง

 
เที่ยง 
เติมพลังก่อนขึ้นน้ำตกที่ ร้านไก่ย่างบางตาล  (หรือร้านอื่นๆ ละแวกนั้น) จัดหนักให้เต็มที่ เพราะต้อง
เสียพลังงานอีกโข
 
บ่าย
นั่งชิลแช่ น้ำตกเอราวัณ เล่นน้ำ นอนพัก เก็บภาพ หรือจะเดินดุ่มขึ้นเขาพิชิตยอดน้ำตก ก็ตามแต่ใจ
ปรารถนา 
 
เย็น
หนำใจกับน้ำตก ก็ถึงเวลาเดินทางกลับ ถ้าไม่อยากแวะริมทางที่ไหนอีก ก็แวะที่ OTOP Shop Srisawat
ร้านของฝาก OTOP ของดีเมืองกาญจน์ที่ทางขึ้นน้ำตกได้ เสร็จแล้วจะได้รวดเดียวกลับถึงบ้าน อำลา
เมืองกาญจน์ แล้วค่อยพบกันใหม่