หน้าฝนปีนี้ดูเหมือนจะยาวนานมากกว่าปีอื่นๆ แต่ถึงฝนจะเทลงมาทุกวัน ก็ไม่เป็นอุปสรรคของการออกไปเที่ยว อย่างคำว่า… “อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน” เราท้าทายฟ้าอาสาพาทุกคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่ามกลางสายฝน สัมผัสธรรมชาติและความคลาสสิคใกล้กรุงกับ One day trip เที่ยวนครปฐม...ว่าแล้วไม่พูดพร่ำทำเพลงเยอะ คว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ สวมหมวกกันน็อคแล้วออกไปเที่ยวกัน

สำหรับทริปนี้ เราได้เพื่อนรวมทางเป็นเจ้า GPX รุ่น Legend 200 รถสไตล์ Classic Urban Design จัดเป็นรถแนวคลาสสิค ทรงคาเฟ่ เรเซอร์หรือแบบแฮนด์หมอบ ระบบสตาร์ทมือ ซึ่งรุ่นนี้มีสีสันพิเศษ 3 สี คือ เหลือง, ฟ้า, ดำ ให้เลือก จากการออกแบบผมว่าเหมาะกับคนเมืองขี่หล่อๆ ดูดี ดูเท่ เอาออกทริปเที่ยวในวันหยุด ทั้งเท่และยังคล่องตัวอีกด้วย

เราเริ่มต้นออกเดินทางไม่เช้าไม่สายมาก เปิดทริปด้วย “ชมเฌย” เมืองจำลองสไตล์วินเทจยุค 70s - 80s เลี้ยวรถเข้ามาที่นี่แล้ว บรรยากาศบ้านเรือนจำลองเหมือนกระโดดเข้าไปในลิ้นชักของโดราเอมอน แล้วนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปประมาณ 40 ปี ตอนที่คุณแม่ยังสาว ที่นี่เลยเป็นที่นิยมของเหล่าสายเซลฟี่ มีเพื่อนๆ มาเที่ยวถ่ายรูปกันไม่ขาดสาย ที่สำคัญ ที่นี่เปิดเข้าฟรีด้วยนะ!

ด้านในแบ่งเป็นห้องๆ จำลองเป็นบ้านเมืองมีตึกรามบ้านช่อง ห้างร้านต่างๆ มีของเก่าตกแต่งในแต่ละร้าน อย่าง ร้านบริสุทธิ์ซักแห้งบางลำภู ก็เป็นร้านซักผ้า ที่มีเตารีดเตาถ่านเก่าตั้งโชว์อยู่เรียงราย ร้านทำผม ร้านตัดชุด ร้านขายวิทยุทรานซิสเตอร์ ร้านถ่ายรูป ร้านขายยาสมุนไพร ผมว่าใครชอบของเก่าโบราณต้องชอบที่นี่แน่ๆ

ยังไม่หมดแค่เพียงห้างร้านเท่านั้น ที่นี่ยังมีปั้มน้ำมัน หัวรถจักรไอน้ำ โรงหนัง รถม้าจำลอง สะพานไม้ข้ามคลองเล็กๆ และบ้านไม้ริมน้ำ ทุกๆ มุมรวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างป้ายโฆษณาหน้าร้านของที่นี่ชวนให้เราเคลิ้มแอบคิดว่าย้อนยุคไปจริงๆ เลย ส่วนใครเดินเที่ยวแล้วหิวไม่ต้องห่วงเพราะ ด้านในมีคาเฟ่น่ารักๆ ด้วยครับ

แต่ละมุมน่าถ่ายรูปไปหมด ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ว่าทำไมเหล่าคนรักการถ่ายรูปถึงได้มาที่นี่กัน ยิ่งในช่วงวันหยุดคนยิ่งเยอะ แนะนำว่ามาวันธรรมดาอังคาร - ศุกร์ (ปิดวันจันทร์) จะชิลกว่า

หลังจากเราเดินถ่ายรูปเล่นชิลๆ จนพอใจ ว่าจะเปลี่ยนที่ไปเช็คอินที่ต่อไป ฝนก็เทลงมาซะงั้น แต่ไม่เป็นไร...ฝนไม่มีทางทำลายความตั้งใจของเราได้!

แม้จะต้องขับรถกลางฝน แต่ได้เจ้า GPX รุ่น Legend 200 สุดหล่อคันนี้จัดเต็มด้วยโช๊คอัพหน้าแบบ Upside - down หรือแบบหัวกลับ ส่วนโช๊คอัพหลังเป็น Gas Design ทั้งเท่ โดดเด่น ล้ำทันสมัย แล้วยังรองรับการสั่นสะเทือนได้ดี ช่วยให้การขับขี่ทางไกลมีความสุนทรียภาพมากยิ่งขึ้น เวลาที่ขี่บนถนนเปียกและลื่นก็มั่นใจด้วยดิกส์เบรกคู่หน้า และดิกส์เบรกหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแม้จะหยุดรถบนพื้นเปียก และยังเน้นย้ำความคลาสสิคไม่เสื่อมคลายด้วยเข็มไมล์แบบดิจิตอลผสมอนาล็อก ทั้งดูง่ายและให้อารมณ์ Café Racer สุดๆ

เราขี่รถฝ่าฝนจนเข้าตัวจังหวัดนครปฐม มาถึงฝนหยุดพอดี...แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าออกมาจากกรุงไม่นาน ก็ได้เจอกับท้องนาสีเขียว ได้อารมณ์แบบต่างจังหวัดไกลๆ บวกกับความรู้สึกฉ่ำๆ หลังฝนตกแล้ว มันสดชื่นจนอดใจไม่ไหวขอจอดรถซึมซับธรรมชาติกันสักหน่อย บรรยากาศดีแบบนี้ต้องสูดหายใจเข้าปอดเยอะๆ

จุดเช็คอินที่สองของเราวันนี้คือ “เจษฎา เทคนิค มิวเซียม” ซึ่งเป็นสถานที่รวมรถโบราณไว้เยอะกว่า 500 คัน จนเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์รถโบราณก็ไม่ผิดนัก ที่นี่ก่อตั้งโดยคุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าเข้าชมด้วยครับ

ยังไม่ทันเลี้ยวเข้ามิวเซียมก็เจอกับรถบัสสไตล์อังกฤษสูงสองชั้น สีแดงแจ๊ดก็ถูกใจแล้ว แวะถ่ายคันนี้เป็นที่แรกเลย คลาสสิคสุดๆ แถมยังมีชื่อถนนของประเทศอังกฤษติดอยู่ด้วย แอบถามเจ้าหน้าที่มา เขาบอกว่าคันนี้ยังขับได้นะ และเคยเอาไปขับในกรุงเทพฯ แล้วด้วย

ด้านในแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ เช่นรถเก่าแบบลิมิเต็ด รถไซส์มินิ รถดับเพลิงจิ๋ว รถมอเตอร์ไซค์เก่า ซึ่งแต่ละคันมัน Story ความเป็นมาต่างๆ กัน วันที่เราไปโชคดีเจอน้องเจ้าหน้าที่กำลังเช็ดรถอยู่ น้องเลยอาสาพาเดินชมพร้อมเล่าประวัติเกี่ยวกับรถให้ฟัง

อย่างคันที่มีเชือกล้อมอยู่นี้เป็นรถ Messerschmitt KR 200 รถไซส์มินิที่ทำจากหัวเครื่องบินรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากสงครามจบเลยนำมาผลิตเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ผลิตมาจำนวน 30,000 คัน และรถคันนี้เป็นรถคันแรกที่คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ เริ่มสะสมอีกด้วย

ส่วนคันสีส้มสดใสคันนี้ ชื่อว่า Amphicar Model 770 เป็นรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกโบราณจากประเทศเยอรมนี การผลิตออกจำหน่ายทั่วทั้งโลกมีไม่ถึง 4,000 คัน ซึ่งทางพิพิธภัฑณ์มีทั้งหมด 3 คัน ความพิเศษคือ รถรุ่นนี้คุณมิตร ชัยบัญชา เคยขับแสดงภาพยนตร์ด้วย เราว่าถ้าสมัยนี้มีรถแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ วิ่งบนบกได้ หรือจะกลายร่างเป็นเรือลงน้ำก็ได้ เจ๋งดี

นอกจากนี้ยังมีรถโบราณที่มีประวัติน่าสนใจอีกเยอะ และยังไม่หมดแค่รถเท่านั้นยังมีเครื่องบิน รถไฟ หัวรถจักรไอน้ำ เราเพลินกับที่นี่มาก บอกเลยว่าใครที่ชอบรถคลาสสิคและยวดยานต่างๆ เดินเล่นที่นี่ได้ทั้งวันแน่ๆ

แม้ว่าจะชอบที่นี่แค่ไหนก็ต้องตัดใจโบกมือลาไปต่อกันแล้วครับ เพราะว่าเย็นนี้ผมมีนัดกับเพื่อนที่ร้าน “Little Tree Garden” ร้านคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์ ทางเข้าร้านอาจจะเข้ามาลึกสักหน่อยครับ แต่เปิด Google map มาได้เลยไม่หลงแน่นอน เข้ามาถึงด้านในร้านแล้วเซอร์ไพรส์เลย แทบไม่อยากเชื่อว่ามีร้านน่ารักๆ แบบนี้ซ่อนอยู่ด้วย

ก้าวขาเข้ามาด้านในรั้วของร้านก็เจอกับอาคารเล็กๆ สีขาว 3 หลัง อยู่ท่ามกลางสวนสไตล์อังกฤษ มีรูปปั้นเทวดาน้อย คิวปิดอยู่ตามมุมต่างๆ น่ารักเชียว ด้วยการตกแต่งที่น่ารักและร่มรื่นของที่นี่ทำให้ร้านนี้ฮ็อตสุดๆ ผมคิดว่าเพื่อนๆ คงอาจจะเคยเห็นร้านนี้ผ่านตามาจากมิวสิควิดีโอเพลง หรือการถ่ายพรีเวดดิ้งมาแล้วบ้าง...อย่างตอนที่เราไปก็มีคู่บ่าว - สาวมาถ่ายกันถึง 2 คู่เลย

เดินชมได้ไม่นาน ต้องรีบเข้าไปหาเพื่อนๆ ที่โต๊ะกันแล้วละครับ เพราะพวกเธอน่าจะหิว จัดการสั่งอาหารมารอผมไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมื้อนี้มีเมี่ยงดอกไม้ กุ้งพล่าตะลิงปลิง เขียวหวานซี่โครงหมูกรุบกะลา พวกเธอบอกผมว่าแต่ละเมนูนั้นคัดมาแต่ Must eat ทั้งนั้น

จานนี้ “เมี่ยงดอกไม้” (ราคา 150 บาท) เมนูนี้เป็นคล้ายๆ กับสลัดโรล แต่ความพิเศษคือมีดอกไม้มาด้วย 2 ชนิด คือดอกอัญชัญและดอกพวงชมพู ด้านในมีผักสลัดและเนื้อกุ้ง เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มสองแบบ ซีฟู้ดและแบบหวาน ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าดอกไม้ทานได้ด้วย ลองชิมแล้วอร่อยถูกใจเลย แนะนำเลยว่าต้องลอง!

ส่วนจานนี้ “กุ้งพล่าตะลิงปลิง” (ราคา 200 บาท) สายแซ่บจิ๊ดจ๊าดต้องชอบจานนี้ กุ้งแม่น้ำตัวโตมาพร้อมกับตะลิงปลิงรสเปรี้ยวกำลังดี และอัดแน่นมาด้วยสมุนไพรต่างๆ ทั้งหอมและรสชาติหวาน เปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อม เวลาทานตักตะลิงปลิงคู่กันกับกุ้งด้วยอร่อยลงตัวมาก

ปิดท้ายด้วย “เขียวหวานซี่โครงหมูกรุบกะลา” (ราคา 150 บาท) จานนี้ใครพลาดต้องเสียใจแน่ๆ เนื้อซี่โครงหมูเปื่อยกำลังดี รสชาติแกงเขียวหวานกลมกล่อมมากกก...ที่สำคัญ กรุบกะลาที่ตอนแรกเราไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ลองถามทางร้านดูแล้ว เขาบอกว่าเป็นกะลาอ่อน เคี้ยวกรุบๆ อร่อย! แนะนำว่าต้องลองชิมให้ได้ ซึ่งทางร้านก็คอนเฟิร์มเลยว่าเป็นเมนู The Dish ของทางร้านเลย

กินคาวแล้วต้องกินหวาน เรา 3 คนเลยจัดเค้กกันมาคนละชิ้น มีเค้ก Macadamia Butterscotch เค้กมะตูม เค้กมะปิ๊ด (ส้ม) อร่อยไม่แพ้อาหารคาวเลย แต่ละชิ้นรสชาติหวานกำลังดี ทานได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยน ส่วนเครื่องดื่มสาวๆ สั่งน้ำมะนาวกุหลาบและตะลิงปลิงแอปเปิ้ลปั่น การันตีเลยว่าอร่อยทุกอย่างจริงๆ

ทานเสร็จแล้วได้เวลาถ่ายภาพก่อนกลับ ร้านสวยๆ แบบนี้ เราก็ต้องกลายร่างเป็นช่างถ่ายภาพให้เพื่อนๆ ไป ที่นี่มีมุมสวยๆ เยอะมาก เรียกได้ว่าสาวๆ มาแค่ที่เดียวถ่ายได้เยอะกว่าเราทั้งวันรวมกันเลย

การได้ออกมาขี่รถเที่ยว แม้จะระยะทางใกล้ๆ แค่นครปฐม แต่ความสุขในการท่องเที่ยวไม่วัดที่ระยะทางหรือเวลา แต่วัดจากที่สิ่งที่เราได้รับ..จริงไหมครับ? ได้คุยกับเพื่อนเรื่องเก่าๆ สมัยเรียน ได้เจอเพื่อนที่นานๆ เจอกันสักครั้ง ได้ออกมาสัมผัสธรรมชาติ มาเปิดหูเปิดตากับหลายสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็สนุกดีนะ

--------------

ส่วนใครที่ดูมาถึงตรงนี้แล้วสนใจรถ GPX รุ่น Legend 200 ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.gpxthailand.com  และ www.facebook.com/gpxracingthailand ได้เลยครับ