Hello Weekend... วันหยุดที่รอคอยวนมาถึงทั้งทีมัวแต่นอนอยู่บ้าน หรือจะให้ไปห้างก็เบื่อเต็มที อยากจะมีฟีลเปลี่ยนบรรยากาศไปชิลๆ ชิคๆ นอนเล่นริมทะเลกับเพื่อนบ้าง ตั้งใจขนาดนี้… เราจะไม่ยอมให้แพลนเป็นแค่ฝัน ก็ในเมื่อใจมันบอกว่าใช่แล้วจะต้องรออะไรอี๊ก เข้าไลน์ ต่อสายหาเพื่อนรักชวนเปิดตี้ เสาร์-อาทิตย์นี้หนีร้อนไปเที่ยวหัวหิน นั่งเล่นคาเฟ่ หาอาหารทะเลอร่อยๆ กินให้ฟินกันดีกว่า !

 



เพราะหัวหิน-กรุงเทพใกล้แค่ 3 ชั่วโมงถึง วันเดินทางของเราเลยไม่ต้องรีบร้อนเท่าไหร่ ขับรถไปเปิดเพลงเมาท์มอยกันไปกับชาวแก๊งค์ สลับกันหลับบ้างบางครั้ง เผลอแว้บเดียว เราก็กำลังเดินทางเข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มีปลายทางอยู่ที่หัวหินกันแล้วจ้า

ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า แวะเข้ามาที่นี่ก่อนเลย สถานีรถไฟหัวหิน แลนด์มาร์คสุดฮอตฮิตสำหรับใครที่มาเที่ยวหัวหิน ต้องไม่พลาดแวะมาถ่ายรูปเก๋ๆ หรือจะเท่ๆ ฮิปๆ ก็ได้หมด สไตล์ใคร สไตล์มัน

ซึ่งสถานีรถไฟหัวหิน ถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองหัวหินเลยก็ว่าได้ แถมที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยงามอีกหนึ่งแห่งในบ้านเราและยังเป็นการคมนาคมหลักสำหรับคนที่อยากนั่งรถไฟชิลๆ มาเที่ยวหัวหิน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบสมัยก่อนที่สร้างตัวอาคารด้วยไม้ ดูขลัง และสวยงาม น่าไปถ่ายรูปสักแช๊ะ ! ไว้เป็นที่ระลึก ที่สำคัญคือในบริเวณสถานีรถไฟหัวหินนี้ มีการนำโบกี้เก่าอายุกว่า 50 ปี มาปรับปรุงเพื่อจัดทำเป็นห้องสมุดรถไฟ เพื่อให้บริการประชาชนฟรีอีกด้วยค่ะ

ออกจากสถานีรถไฟหัวหิน เราแวะมาเช็คอิน และเอาของมาเก็บยังที่พักในคืนนี้ Movenpick Asara Resort & Spa รีสอร์ทสุดโรแมนติกติดทะเลหัวหินในบรรยากาศ ไพรเวท สงบ เรียบง่าย และเป็นส่วนตัวเหมาะแก่วันพักผ่อน

ตกแต่งด้วยสไตล์ไทยแบบโลคอล ทรอปิคอล ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เหมือนเป็นโอเอซิสจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

สำรวจห้องพักของเราแบบ Villa Private Pool บ้างดีกว่า ห้องนี้มาพร้อมพื้นที่กว้างขวาง ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น

แต่สิ่งที่สาวๆ อย่างเราเลิฟสุดใจ ต้องยกให้สระว่ายน้ำส่วนตัวสระนี้เลย

ชื่นชมห้องพักจนพอใจ เราแวะไปเดินเล่น ถ่ายภาพไว้เช็คอินกันสักหน่อย ก็แหม ~ บีชบาร์ที่นี่สวย และขึ้นชื่อเอามากๆ เลยนี่หน่า

อย่างที่หลายคนรู้กันว่าหัวหินนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นน่าไปเยือนมากมาย หลังจากนอนกลิ้งฟื้นฟูร่างจากที่นั่งรถมานาน จัดของเข้าห้องเรียบร้อย และถ่ายรูปเล่นจนพอใจแล้ว  เราไม่รอช้า ชวนเพื่อนสาวเจ้าเก่าออกไปตะลุยรอบเมืองกันต่อ !

แต่ก่อนอื่นขอเสริมสวยก่อนนะ เพราะผ่านมาครึ่งวันผมมันช่างยุ่งเหยิงเหลือเกิน ว่าแล้วก็หยิบเจ้าหวีไฟฟ้าไร้สาย LESASHA Brush 2 Go ตัวช่วยขั้นเทพ ที่มาเสริมความปังให้ได้ตลอดเวลา


วิธีการใช้ก็ง่ายแสนง่ายเลยค่ะกดค้างไว้ตรงปุ่มกลมๆ ด้านล่างสุดประมาณ 2 วินาที ไฟสีฟ้าก็จะปรากฏขึ้น หลังจากนั้นรอให้แถบความร้อนที่เป็นขีดๆ สีแดง 3 ขีดมีไฟขึ้นมา โดยขีดแรกจะแสดงว่าอุณหภูมิอุ่นๆ สองขีดแสดงว่าพร้อมใช้งาน ส่วนสามขีดแสดงว่าอุณภูมิความร้อนสูงสุด โดยเราสามารถใช้ได้ตั้งแต่ขีดที่สองขึ้นไปจ้า



จากนั้นก็เริ่มหวี เครื่องนี้ยังสามารถสร้างลอนผมได้ด้วย โดยม้วนผมพันรอบแกนหวีจากปลายผมขึ้นไป จนถึงระดับที่ต้องการทิ้งไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วคลายผมออก เพียงเท่านี้เราก็จะได้ลอนผมที่สวยงามสมใจแล้วค่ะ  



ซึ่งการชาร์จไฟแต่ละครั้ง จะใช้งานได้ต่อเนื่องประมาณ 30 นาที แต่ถึงแบตหมดก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้องรำคาญสายไฟให้วุ่นวาย เพราะตัวเครื่องมาพร้อมที่ชาร์จแบบ USB เราสามารถชาร์จกับช่องเสียบ USB ในรถยนต์หรือหัวต่อได้เลย ซึ่งไฟสีแดงจะแสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ ถ้าเปลี่ยนเป็นไฟสีเขียวแสดงว่าแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว โดยใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 60 - 90 นาทีเท่านั้นเอง ง่ายแค่นี้ มันเหมาะกับคนรักการท่องเที่ยวอย่างเราจริงๆ เที่ยวสถานที่สวยๆนางแบบก็ต้องสวย มันดีเว่อร์...



คนพร้อม กล้องพร้อม มุ่งหน้ามาเช็คอินที่ Seen Space คอมมูนิตี้มอลล์สุดฮิปริมทะเลหัวหิน ที่มาแรงตั้งแต่ยังไม่แกรนด์โอเพนนิ่ง ด้วยบรรยากาศฮิปโดนใจสุดๆ มีมุมเก๋ๆ ด้วยตึกปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ รับรองถูกใจชาวฮิปสเตอร์ที่ชอบถ่ายรูปแน่นอน



ภายในยังมีทั้งแกลเลอรี่ ร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหารชิคๆ ให้เลือกเช็คอินตามอัธยาศัย แถมวันเสาร์อาทิตย์ยังมีการแสดงดนตรีและร้านค้ามาออกร้านขายสินค้าเก๋ๆ ให้เลือกช้อป ชิม ชิล กันอีกด้วยนะจ๊ะ



สำหรับมื้อเย็น ไม่ต้องไปฝากท้องไหนไกลเลยค่ะ เราเลือก บ้านดำ ร้านอาหารในสวน บรรยากาศโรแมนติกใกล้กับที่พักของเรานี่เอง เรียกได้ว่าใช้รั้วร่วมกันเลยทีเดียว 



ความดีงามของร้าน นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ยังอยู่ที่โลเคชั่นซึ่งใกล้ชิดติดริมทะเลเลยค่ะ ทั้งยังมีสายลมเย็นๆ และดนตรีสดคอยบรรเลงคลอมื้ออาหารตลอดทั้งคืนให้เราได้ฟังสบายตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์เชียว 



โดยร้านเปิดทุกวันนะคะ ตั้งแต่ 12.00 - 23.00 น. ใครสนใจอยากพาคุณแฟนมาสวีท ดินเนอร์ใต้แสงดาวบอกเลยว่าต้องมา



ส่วนวันนี้เราสั่งเป็นเมนูข้าวผัดสับปะรด น้ำพริกไข่ปู ทอดมันกุ้ง ทอดมันปู ปลากะพงนึ่งมะนาว และอีกสารพัดเมนูมาลองชิม



แม้จะจบมื้อเย็นไปแล้วแต่สายกินอย่างเรา ยังไม่ฟินพอ ! มุ่งหน้ามาต่อที่ ตลาดโต้รุ่ง หัวหิน 



เดินเล่นหาของว่างล้างปาก พร้อมช้อปปิ้งของฝาก ของที่ระลึกกลับไปฝากคนที่บ้านเป็นการส่งท้ายทริปหัวหินของเรา แฮปปี้ ~ 




มัวแต่ใช้เวลาซึมซับกับเตียงดูดวิญญาณจนนอนตื่นสาย 555555 ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวไปกินข้าว เตรียมเช็คเอาท์กันแล้วจ้า 



แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ว่าแล้วก็จัดเต็มไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารที่มีให้เลือกแบบละลานตา ทั้งแบบเซ็ตอาหารไทย อเมริกันเบรคฟรัสต์ รวมถึงเมนูอะลาคลาสอื่นๆ เป็นการเติมพลังก่อนออกเดินทาง ! 



ระหว่างที่กำลังตัดสินใจว่าจะกลับบ้านกันเลยดีมั้ย คุยไปคุยมาในเมื่อเวลายังเหลือ เดอะแก๊งค์ก็เสนอไอเดียปิ๊งปั๊งขึ้นมาว่า ก็ในเมื่อไม่ต้องรีบไปไหน งั้นทำไมเราไม่แวะไปหาคาเฟ่นั่งเล่นชิลๆ ก่อนกลับนั่งเล่นสักหน่อยล่ะ


อะ งั้นจัดไป ~ อบอุ่น คาเฟ่ คาเฟ่น่ารักที่ตั้งอยู่ในที่พักสีขาวสุดมินิมอลอย่าง ‘ พุทธรักษา หัวหิน ‘ มาในฟีลโฮมคาเฟ่แสนอบอุ่น  

โทนสีขาว-เทาสบายตาสมชื่อ ตัวร้านเป็นสไตล์กลาสเฮ้าส์ห้องกระจก ตกแต่งด้วยหลังคาสูงโปร่ง เปิดโล่ง พอให้แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่าน ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวเพิ่มความสบายตา 



นอกจากนี้ยังมีมุมหนังสือ เหมือนห้องนั่งเล่นในบ้าน ท่ามกลางกลิ่นขนม และรสชาติที่ส่งตรงจากเชฟชาวฝรั่งเศส อาทิ เครปคาว-หวาน แซนวิช DIY  ตลอดจนชาอังกฤษที่พร้อมรอเสิร์ฟความอร่อย ให้ทุกคนทานอีกสารพัดเมนูได้ตลอดทั้งวัน



เมนูแนะนำที่อยากให้ลอง แน่นอนว่าต้องหนีไม่พ้นขนมปังโฮมเมดกว่า 40 ชนิด ที่อบร้อน สดใหม่ ส่งตรงจากครัวทุกวันตั้งแต่เที่ยงคืน ! หรือถ้าอยากจัดหนักทางร้านก็ยังมีอาหารคาว สไตล์ Deli & Bistro แบบ All Day Breakfast ไว้ให้เลือกอร่อยกันอีกด้วย



ถึงเวลาโบกมือลาหัวหินกลับบ้านแล้วจ้า แหม ~ แค่เวลาสั้นๆ 2 วัน 1 คืนยังพักผ่อนได้สบายๆ ขนาดนี้ เราชักไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไม ‘ หัวหิน ‘ ถึงเป็นได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตครองใจคนทุกวัยเสมอมา....