ช่วงนี้เห็นใครต่อใครก็พากันเอ่ยปากพูดถึงทะเลชุมพร กับจังหวัดน่ารักอย่างระนองกันไม่หยุดหย่อน เรียกว่าเลื่อนนิวส์ฟีดในเฟซบุ้คเจอชุมพรไปแล้วซะ 70% ไม่ว่าจะเป็นแบบไปเที่ยวทะเล หรือไปตามหาเพื่อนตัวใหญ่อย่างเจ้าฉลามวาฬ แต่รู้หมือไร่ ? นอกจากชุมพรแล้ว ถัดไปอีกไม่ไกลยังสามารถเที่ยวจังหวัดน่ารักอย่างระนองได้ด้วยนะ แถมจากระนองยังข้ามไปเที่ยวทะเลพม่าได้อีกต่อ โอ้โห มาครั้งเดียวเที่ยวได้ถึง 3 แห่งขนาดนี้ ไม่ฟินยังไงไหว อย่ารอช้า...ตามเราไปเที่ยวกันเลยดีกว่ากับ ทริป Sea You 2 Days ! แพ็คกระเป๋า 3 วัน 2 คืนเที่ยวชุมพร - เมืองระนอง - ทะเลพม่า ฉบับนี้เลยจ้า ~








นัดกันพร้อมหน้าพร้อมตาที่สนามบินดอนเมืองในเวลา 6 โมงกว่าๆ สำหรับทริปชุมพรเฟิร์สไทม์ของเรา เช็คอินโหลดกระเป๋าให้เรียบร้อย ก็รอเวลาออกเดินทางกันได้ ! ใช้เวลาบินประมาณ 1.30 ชม.กว่าๆ นั่งมองวิวข้างหน้าต่างไปเพลินๆ ไม่นานก็แลนด์ดิ้งถึงสนามบินชุมพรกันโดยสวัสดิภาพ 


มุ่งหน้าสู่ท่าเรือท่ายางอย่างว่องไวเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แอบแวะปั๊มน้ำมันเพื่อเปลี่ยนชุด เตรียมตัวออกเดินทางไปสำรวจทะเลชุมพรเป้าหมายหลักของเราในทริปนี้ก่อนสักหน่อย 


โดยเรือจะพาเราล่องลัดเลาะตามป่าชายเลน และหมู่บ้านชาวประมงขนาดใหญ่ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยเรือหาปลา และวิถีชีวิตของผู้คนริมชายฝั่งไปเรื่อย เป็นการเปิดหูเปิดตาสัมผัสบรรยากาศบ้านๆ ที่ไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนัก เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ ก่อนที่เจ้าเรือลำน้อยจะพาเราออกสู่ปากอ่าวในท้ายที่สุด 



ปล่อยตัวปล่อยใจ ซึมซับสายลม และกลิ่นไอทะเลอยู่พักใหญ่ พี่คนขับค่อยๆ ลดความเร็วของเครื่องยนตร์ลง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ากำลังจะตีโค้งเตรียมจอดเทียบท่ากันที่เกาะแรก ณ เกาะมัตราแล้วจ้า



เกาะมัตรา มีชื่อเก่าว่า เกาะตังกวย หรือมัดหวาย ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นอีกหนึ่งเกาะที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติโดยรอบได้เป็นอย่างดี แต่ที่เป็นไฮไลท์ที่สุดต้องยกให้กับสะพานไม้สวยๆ ตรงท่าเทียบเรือไปครอง เพราะจากมุมนี้เราสามารถมองเห็นทะเลได้แบบสวยงามในมุมกว้างเลยล่ะ พี่คนขับเรือเล่าให้เราฟังต่อว่า ในอดีตที่นี่เคยมีปูไก่อาศัยอยู่เยอะมาก เป็นปูที่มีลักษณะคล้ายปูดำ แต่เป็นสีแดง ร้องเสียงเหมือนไก่ ! โหย มาพูดให้อยากแล้วจากไปมากๆ  แอบอยากได้ยินเสียงมันร้องเหมือนกันนะเนี่ยว่าจะเหมือนไก่จริงรึเปล่า 5555555



ไม่เป็นไร เก็บความตื่นเต้นไว้กับที่ต่อไปก็แล้วกัน เพราะเรากำลังจะไปสำรวจโลกใต้น้ำกันต่อที่เกาะหลักแรด อีกหนึ่งจุดที่ว่ากันว่ามีโลกใต้ทะเล สวยงามที่สุดจุดหนึ่งของชุมพรเชียวนะ 



ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อว่าเกาะหลักแรดก็เพราะ หากลองสังเกตดีๆ จะมีด้านหนึ่งที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับแรด ขณะที่อีกด้านจะเป็นภูเขาหินปูนสูงๆ จำนวน 3 ลูก หน้าตาคล้ายหลักเอาไว้ผูกแรดนั่นเอง



เอาเป็นว่าใครพร้อมแล้วก็ใส่หน้ากาก งับท่อ โดดลงน้ำตามเราลงมาโลด ~



จากเกาะหลักแรด มาต่อกันที่ เกาะลังกาจิว เกาะเล็กๆ ที่กำลังได้รับความนิยมแถมยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครชื่อดังอย่างจำเลยรักมาแล้ว 



เกาะลังกาจิว เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำสัมปทานรังนกของจังหวัดชุมพรเลยก็ว่าได้ แถมยังมีจุดเด่นอยู่ตรงที่เราจะเห็นกระท่อมหลังเล็กหลังน้อยเรียงรายอยู่ตามหน้าผาดูน่าหวาดเสียว ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยไป เพราะชาวบ้านบนเกาะบอกเรามาว่า กระท่อมเหล่านี้ มีไว้เพื่อใช้ตรวจตรารักษาความปลอดภัยของคนที่คิดจะมาขโมยรังนกนั่นเอง เรียกว่าถ้ามีใครแอบลักลอบเข้ามาสักคน เป็นอันหมดสิทธิ์ รับรองถูกเห็นมาแต่ไกลแน่นอน 555555



เกาะลังกาจิว มาพร้อมน้ำทะเลที่ใสแจ๋ว หาดทรายแสนมีเสน่ห์เต็มไปด้วยเม็ดทรายสีดำ และเปลือกหอยละเอียดเล็กๆ มากมาย รวมไปถึงจุดดำน้ำใต้ทะเลที่สวยงามไม่เป็นสองรองใคร นอกจากนี้ยังมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร ของรัชกาลที่ 5 แกะสลักอยู่ที่โขดหินด้านในของเกาะด้วย



สำหรับคืนนี้เราขับรถไปพักกันที่ The Galla โรงแรมใจกลางเมือง ในจังหวัดระนอง เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ไปตีตั๋วรอไปเที่ยวทะเลพม่ากันต่อ 





ตื่นมาอาบน้ำ ทานมื้อเช้าเติมพลังให้เรียบร้อย วันนี้เราจะไปดำน้ำ สำรวจทะเลยอดฮิตในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเมียนมาร์กันบ้าง



มุ่งหน้าสู่ท่าเรือของแกรนด์อันดามัน เพื่อยื่นเรื่องขอเอกสารเข้าประเทศ และรับสายรัดข้อมือก่อนเป็นอันดับแรก 



ท๊าดาาา~ ถึงแล้วเกาะแรกของเราในวันนี้กับ เกาะย่านเชือก เกาะที่แวดล้อมไปด้วยแนวปะการังแต่ไม่มีชายหาดหน้าฝั่งให้ขึ้นนะจ๊ะ สามารถดำน้ำทักทายฝูงปลาได้อย่างเดียวเท่านั้นจ้า 



ดำน้ำจนหมดแรง แวะมาพักกินข้าวบน เกาะตาฟุ๊ก เกาะที่เราขอยกให้เป็นเกาะสวรรค์ขวัญใจนักท่องเที่ยวไปครอบครอง ชนิดที่มองเห็นมาจากเรือถึงกับต้องร้อง โอ้โหวววว ! ใครต่อใครต้องรีบควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปอย่างไม่ลังเล สวยชนิดที่เห็นผ่านตาจากรูปถ่ายว่าสวยแล้ว แต่ของจริงสวยกว่าร้อยเท่า



Lunch Time ของเราเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ คือ กินไม่อั้น เลือกได้แบบจุใจด้วยกับข้าวถึง 4 อย่าง ของหวาน และเครื่องดื่ม 


จากนั้นก็ได้เวลาฟินอย่างกันเต็มที่ไปกับน้ำทะเลใสแจ๋ว สะท้อนกับแสงแดดตัดกันเป็นสีฟ้า หาดทรายขาวนุ่มเนียนละเอียดเหมือนแป้ง เหมาะแก่การพักผ่อนทิ้งตัวลงนอนฟังเสียงคลื่น หรือเดินเล่นเอาเท้าเตะน้ำซะจริง #ฮือ #รักอะ 



ด้านซ้ายของหาดยังมีมุมโขดหินไว้ให้เป็นโลเคชั่นถ่ายรูปแบบเก๋ๆ ด้วยนะ บอกเลยว่าหลงรักหนักมาก จนอยากกดคะแนนให้ 10 เต็ม 10 ไปเล้ยย



มาถึงไฮไลท์สุดฮิตของทริปทะเลพม่า ที่เชื่อว่าไม่มีใครรู้จัก เกาะคอร์กคอม หรือ เกาะหัวใจมรกต เกาะสวยที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางทะเล ด้วยมุมมองจากด้านบนที่มองลงมาแล้วเหมือนเป็นรูปหัวใจดวงโต ดูน่ามหัศจรรย์ เหมือนเป็นของขวัญจากธรรมชาติสร้าง 



ทีเด็ดของเกาะนี้ไม่ใช่จะเข้าไปกันได้ง่ายๆ เหมือนเดินผ่านประตูนะจ๊ะ แต่มันคือการดูช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง ให้น้ำหน้าปากถ้ำลด คล้ายๆ กับถ้ำมรกตในบ้านเรา แล้วค่อยลอยคอเกาะเชือกต่อกันเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงด้านใน




จะมีแอบหวาดเสียวจนถึงขั้นเผลอแขม่วพุงเล็กน้อยโดยอัตโนมัติก็ตรงที่มองลงไปข้างล่างนี่หอยเม่นเป็นดง ! แบบว่าเยอะจนหลอนจริงๆ 555555 หรือถ้าใครโชคดีได้มาเปิดเกาะเป็นกลุ่มแรก ยังอาจโชคดีมีโอกาสได้เจอฉลามตัวเล็กๆ อีกด้วย




ฟินกันจนเต็มที่ ถึงเวลาเดินทางกลับสู่จังหวัดระนองแล้วจ้า ระหว่างนั้นก็ขอแอบงีบเอาแรงก่อนแล้วกัน


มองนาฬิกาเวลายังเหลือ งั้นแวะมาขอพรกันที่ วัดหงาว กับพระประธานหล่อด้วยดีบุกองค์ใหญ่ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อดีบุก หรือชื่อเป็นทางการว่า “พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์” ที่มีความหมายว่า “พระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่เป็นสิริมงคลและศักดิ์ศรีของเมืองจังหวัดระนอง”  



โดยรอบอุโบสถตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นบันไดพญานาค มี 2 ชั้น คล้ายกับอุโบสถลอยฟ้าบริเวณด้านข้างแกะสลักตกแต่งเป็นเรื่องเล่าของจังหวัดระนอง ตั้งอยู่ตรงข้ามกับน้ำตกหงาว ซึ่งในฤดูน้ำหลาก จะมองเห็นน้ำตกเป็นสายไหลลงมาได้อย่างสวยงามชัดเจน



ร่างพังมาทั้งวัน มันต้องมีตัวช่วย เลทสะโก~ ไปแช่น้ำร้อนที่สวนสาธารณะรักษะวาริน น้ำแร่ธรรมชาติของดีขึ้นชื่อของจังหวัดระนอง สมชื่อคำขวัญเค้ากันดีกว่า



มีสะพานแขวนสวยๆ สำหรับนั่งถ่ายรูปเล่น รับลมอีกด้วย





วันนี้เราเลือกนั่งรถสองแถว สัญลักษณ์ประจำจังหวัดระนองมาเที่ยวในเมืองกันบ้าง เริ่มที่สุสานเจ้าเมืองระนอง เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีของคนเก่าคนแก่ในอดีต ทั้งยังถือเป็นการขอพรให้เดินทางกลับบ้านปลอดภัยไปในตัว



อากาศเริ่มร้อน เรามองหาร้านกาแฟดีๆสักแห่ง มีคนแนะนำให้เราไปที่ ห้วยค้างคาว ร้านกาแฟริมน้ำบรรยากาศดี ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่ริมถนนถนนเพชรเกษม ห่างจากตัวเมืองระนองไปทางน้ำตกปุญญบาลประมาณ 7 กิโลเมตร 



นักท่องเที่ยวสามารถสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ ลงไปนั่งทานริมน้ำ จิบเครื่องดื่มไป เอาขาจุ่มน้ำไปด้วยก็ได้ แต่แอบกระซิบนิดนึงว่า ร้านจะเปิดบางวันตามอารมณ์เจ้าของเท่านั้นนะจ๊ะ ถ้าใครมาแล้วพลาด คราวหน้าต้องหาโอกาสกลับมาซ้ำใหม่ให้ได้เลย



อย่างที่รู้กันว่า ระนองเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ในอดีตมาอย่างยาวนานอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งยังมีหลักฐานหลงเหลือให้เราได้เห็นและเรียนรู้กันอยู่มากกว่า หนึ่งในนั้นคือ บ้านเทียนสือ หรือความหมายในภาษาไทยว่า "บ้านฟ้าประทาน" เป็นบ้านจีนโบราณอายุ 100 กว่าปีใจกลางเมืองระนอง 




ในอดีตบ้านเทียนสือเปรียบเสมือนกรมการคลังของจังหวัดที่มีหน้าที่คอยเก็บรักษาเงินที่ได้จากการเก็บภาษีต่างๆ ทั้งยังเป็นสถานที่เก็บรวบรวมประวัติของต้นตระกูล ณ ระนองของเมืองไทย ตัวบ้านทำจากดิน ตกแต่งแกะสลักด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส ทั้งหน้าต่างและบานประตู ทำให้ภายในบ้านเทียนสือมีมุมสวยงามชวนให้เก็บภาพเป็นที่ระลึกอยู่มากมาย 



นอกจากนี้ในยามเช้าเปิดเป็นร้านขายอาหาร สภากาแฟ และมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมตลอดจนซึมซับความรู้ไปพร้อมกัน อาทิ การบรรยายประวัติของบ้านเทียนสือโดยทายาทตระกูลรุ่นที่ 6 การแต่งกายในชุดจีน บ้านเทียนสือ จึงเปรียบเสมือนกับพิพิธภัณฑ์ไทย-จีนที่ยังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบัน 



สุดท้ายนี้มาถึงระนองแล้ว ต้องไม่พลาดแวะมาชมความงดงามของพระราชวังรัตนรังสรรค์ พระราชวังจำลอง อันเป็นที่ประทับเก่าแก่ของพระมหากษัตริย์มากถึง 3 รัชกาล โดยสร้างขึ้นจากวังที่รัชกาลที่ 5 เสด็จมาประทับครั้งที่มาเยี่ยมเมืองทางใต้ เปรียบได้กับแลนด์มาร์คของชาวระนองเลยก็ว่าได้ 



ลักษณะโดยทั่วไปเป็นตำหนักไม้ขนาดยาว ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์รูปคนร่อนแร่ อันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองระนองที่ขึ้นชื่อเรื่องแร่ธาตุที่อุมสมบูรณ์ในอดีตนั่นเอง ภายในมีห้องบรรทม ห้องทรงงาน และจุดบรรยายต่างๆเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์กลางเมืองขนาดย่อมๆ นอกจากนี้ที่ชั้นบนของพระราชวังยังสามารถมองเห็นวิวตัวเมืองระนองได้อีกด้วย 



3 วัน 2 คืนเที่ยวได้ 3 จังหวัด 2 เกาะคุ้มค่าสุดๆขนาดนี้ วันหยุดคราวหน้าใครกำลังมองหาที่พักผ่อนแบบเป็นมิตรกับธรรมชาติ และได้ซึมซับช่วงเวลาอยู่กับตัวเองแบบไม่ต้องรีบร้อนไปไหน ก็อย่าลืมคิดถึงจังหวัดชุมพร-ระนอง 2 จังหวัดเที่ยวคู่กันบ้างนะจ๊ะ….