ถ้าหากมีคนถามว่าชอบเที่ยวเมืองไทยภาคไหนมากที่สุด บอกเลยว่าเลือกไม่ถูกจริงๆ เพราะแต่ละภูมิภาคก็มีเสน่ห์ไม่ซ้ำกัน ถ้าเปรียบเป็นคน…ก็คงเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน โดดเด่น และเป็นตัวของตัวเอง ชนิดเห็นไกลๆ ร้อยเมตรก็ยังรู้เลยอ่ะแกร!! บางคนคิดว่ารู้จักกันดีแล้ว…แต่พอเจออีกที อ่าวเฮ้ย! เพิ่งรู้ว่ามีมุมแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?? ทุกครั้งที่ได้ออกเดินทางไปในแต่ละภาค เราจึงได้พบกับความประทับใจที่แตกต่างกันออกไป เหมือนได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในหลายๆ แง่มุม

เราเลยอยากชวนทุกคนออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ออกไปค้นหาและเก็บแลนด์มาร์คที่เที่ยวในเมืองไทยให้ครบ เริ่มต้นศักราชเที่ยวข้ามภาคในช่วงหน้าฝนนี้ ชิลไปไหนและ ททท.ขอชวนแพ็คกระเป๋า เตรียมกล้องไปล่าทะเลหมอกทั่วไทย ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ และตะวันออกของเมืองไทย บางคนอาจมองว่า เฮ้ยย..ทะเลหมอกที่ไหนๆ ก็เหมือนกันแหละ! ขอบอกว่าคิดผิดครัช…เพราะไม่ใช่แค่ทะเลหมอกเท่านั้นที่มีคาแรกเตอร์แตกต่าง แต่ยังมีเสน่ห์ของชุมชนในพื้นที่ และกิจกรรมสนุกๆ รวมทั้งสิ่งสวยงามที่น่าค้นหาอีกมากมาย รับรอง #ความดีงาม น่าข้ามไปทุกภาคแน่นอน ไปดูกันสิว่า ในเมืองไทยของเราจะมีทะเลหมอกสวยๆ ที่ไหนน่าออกไปเที่ยวชมกันบ้าง



ผาหินกูบ เขาสอยดาว

จังหวัดจันทบุรี


ประเดิมกันด้วยทะเลหมอกที่ผาหินกูบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามของภาคตะวันออก ข้อดีของที่นี่คือเราจะได้ชมวิวทะเลหมอกแบบคนไม่เบียดเสียด หรือบังวิวกันแน่นอน เพราะการจะขึ้นมาชมทะเลหมอกที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เราต้องแบกเป้เดินเท้าปีนเขา ไต่เชือก และลอดอุโมงค์ เพื่อปีนขึ้นเขาเป็นระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร  ใช้เวลาเดินกว่า 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่บอกเลยว่าวิวสวยคุ้มค่ากับการเสียเหงื่อแน่นอน พอได้มานั่งชมวิวบนชะง่อนผาแบบนี้…หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งทันที ที่นี่จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายลุยที่อยากมาสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง


พิกัด  หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งเพล เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อ.มะขาม จังหวัดจันทบุรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ททท. สำนักงานระยอง (ระยอง จันทบุรี) โทร. 0 3865 5420-1


ภูลังกา

จังหวัดพะเยา


ขึ้นเหนือไปชมความงามของทะเลหมอกต่อที่ “ภูลังกา” ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1148  (ปง-สองแคว) อำเภอปง จังหวัดพะเยา ซึ่งถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดพะเยา ที่นักท่องเที่ยวควรมาสัมผัสความงามของทะเลหมอกผืนใหญ่ ปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา ในยามแสงอรุณแรกสาดส่องขึ้นจากภูเขาช้า ๆ เป็นความงดงามดั่งสวรรค์บนดิน ด้วยตาของตนเองสักครั้งหนึ่ง โดยช่วงเวลาเหมาะสมมากที่สุดคือ ปลายฝนต้นหนาว หรือระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจในพื้นที่ อาทิ การละเมียดลิ้มรสชาติกาแฟไปพร้อมกับการชมทัศนียภาพอันสวยงามของขุนเขาและป่าไม้ที่ร้านกาแฟ Magic Mountain การเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่วนอุทยานภูลังกา และการชมสวนเกษตรชิมผลไม้ตามฤดูกาลที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางค่า เรียกว่าจัดเต็มไฮไลท์ทั้งที่เที่ยวเชิงธรรมชาติสวยๆ ที่เป็นเสน่ห์ของภาคเหนือ พร้อมคาเฟ่บรรยากาศสุดชิล และวิวทะเลหมอกหลักล้าน รับรองว่าข้ามภาคมาเที่ยวที่นี่แล้วไม่ผิดหวังแน่นอน!


พิกัด อำเภอปง จังหวัดพะเยา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ททท. สำนักงานเชียงราย (เชียงราย พะเยา) โทร. 0 5371 7433



พะเนินทุ่ง

จังหวัดเพชรบุรี


หากใครมองหาที่เที่ยวชมทะเลหมอกใกล้ๆ กรุงเทพฯ ปักหมุด “จุดชมวิวพะเนินทุ่ง” ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีไว้ในลิสต์ได้เลย จุดเด่นของที่นี่คือเราสามารถชมทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี แม้แต่ในช่วงหน้าร้อน! จึงเป็นแลนด์มาร์คที่เหมาะจะข้ามภาคไปเช็คอิน แถมยังได้ฟินกับกิจกรรมสนุกๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์ เดินป่า ชมผีเสื้อที่แคมป์บ้านกร่าง ส่องนกที่มีมากกว่า 400 ชนิด จนได้ชื่อว่าเป็นจุดดูนกที่ดีที่สุดเเห่งหนึ่งของเมืองไทย เดินเล่นถ่ายรูปบนสะพานแขวน หรือขับรถชมวิวอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ฯลฯ นอกจากจะเดินทางง่าย ขับรถจากกรุงเทพฯ แค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้ว จากที่ทำการอุทยานฯ เรายังสามารถนั่งรถกระบะโฟร์วีลที่พาขึ้นไปบนยอดเขาพะเนินทุ่งได้ ไม่ต้องเดินเท้าขึ้นไปชมทะเลหมอกให้ลำบาก ที่สำคัญ นอกจากเราจะได้เที่ยวถ่ายภาพทะเลหมอกสวยๆ แล้ว ยังช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชนในท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย


พิกัด อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ททท. สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0 3247 1005-6


ภูห้วยอีสัน

อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย


สถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คที่ถือว่าเป็น Unseen แดนอีสานแห่งหนองคาย ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก นั่นคือ "ภูห้วยอีสัน" อีกหนึ่งจุดเช็คอินที่มีชื่อเสียงเลื่องลือถึงความสวยงามของทะเลหมอกสุดอลังการไม่แพ้ภาคไหน ด้วยทำเลที่ตั้งที่สามารถมองเห็นทั้งวิวแม่น้ำโขงฝั่งประเทศลาวและภูเขาที่รายล้อมได้แบบพาโนรามา จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมทะเลหมอกสุดแสนโรแมนติกในยามเช้า และชมไฮไลท์พระอาทิตย์ขึ้นริมฝั่งโขง ความสนุกอีกอย่างคือการที่เราจะได้นั่งรถอีแต๊กของชาวบ้านเพื่อขึ้นไปชมทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่ เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เข้าถึงความเป็น Local แบบท้องถิ่นที่เป็นเสน่ห์ของภาคอีสาน แนะนำให้ทุกคนลองหาโอกาสข้ามภาคมาสัมผัสด้วยตัวเองกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าทะเลหมอกภาคอีสานก็ฟินได้ไม่แพ้ภาคอื่นๆ เลยทีเดียว


พิกัด ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ททท. สำนักงานอุดรธานี (อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ) โทร. 0 4232 5406-7 


เสม็ดนางชี

จังหวัดพังงา


ภาคใต้ก็มีทะเลหมอก! แม้ว่าอาจจะไม่สวยตะลึง แน่นตึ๊บบบ…เหมือนทางภาคเหนือหรืออีสาน แต่แค่ได้มาชมวิวหลักล้านของ “เสม็ดนางชี” จุดชมวิวสุดอันซีนของภาคใต้ในจังหวัดพังงา รับรองว่าคุณจะตกหลุมรักที่นี่ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า แสงตะวันที่ค่อยๆ ฉายแสงจับขอบฟ้าขึ้นมาเหนือทะเลของอ่าวพังงาและเทือกเขาหินปูนเบื้องหน้าแบบนี้ สวยงามจนแทบลืมหายใจกันเลยทีเดียว ที่สำคัญ เรามีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาชมวิวแบบนี้ได้แบบไม่พลาดแน่นอน เพราะที่นี่มีบริการที่พักแบบจุดกางเต็นท์ของชาวบ้านให้แก่นักท่องเที่ยวได้มาค้างคืนที่นี่ แค่เปิดเต็นท์ออกมาก็ตะลึงกับวิวสวยๆ ตรงหน้า เรียกว่าเหมาะกับนักเดินทางสายชิลที่ชอบเที่ยวพักผ่อนแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติสุดๆ

พิกัด อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ททท. สำนักงานพังงา โทร. 0 7641 3400-2


และนี่ก็เป็น 5 จุดชมทะเลหมอกข้ามภาคทั่วไทย ที่พวกเราชิลไปไหนอยากให้ทุกคนหาโอกาสข้ามภาคไปลองสัมผัสกันดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเมืองไทยของเรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อีกมากมายที่น่าไปเยือน อ่านมาถึงบรรทัดนี้จะรออะไร…เก็บกระเป๋าออกไปกอดทะเลหมอกเมืองไทยกันดีกว่า! #รอไรไปดิ




Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที