“เราคาดหวังอะไรกับโลกในวันข้างหน้า ในเมื่อวันนี้เรายังใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะเปลี่ยนตัวเราเพื่อโลกที่ดีขึ้น”


ในปัจจุบันที่โลกของเรามีทรัพยากรอย่างจำกัด ไม่เพียงพอกับการใช้งาน ทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากร ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของโลก ปัญหาเหล่านี้ทำให้มนุษย์เริ่มหันมามองว่าเราสามารถลดการใช้ ทรัพยากรได้มากแค่ไหน


“วัฒนธรรมการแชร์” จึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ เช่น การแชร์รถยนต์  การแชร์ที่พักอาศัย และล่าสุดคือการแชร์จักรยาน หรือ Bike Sharing ที่กำลังได้รับความนิยมมากในจีน และกำลังขยายไปสู่ หลายๆ ประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา ยุโรป และล่าสุดในประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ วัฒนธรรมการแชร์ในอนาคต

Bike Sharing คืออะไร??

Bike Sharing แอปพลิเคชันที่ฮอตฮิตเริ่มต้นในประเทศจีน กับ 3 แอปพลิเคชันดัง อย่าง mobike, ofo และ Bluegogo โดยหลักวิธีการใช้ เราสามารถโหลดแอปพลิเคชันแล้วค้นหาจักรยานที่อยู่ใกล้ๆ จากนั้น ปลดล็อกจักรยานด้วย QR Code หรือ Code เราสามารถปั่นไปไหนก็ได้แล้วนำไปจอดในที่จอดรถที่ระบุเอาไว้ พอเราล็อคจักรยานปุ๊บ ระบบก็จะคำนวณจำนวนเวลาที่เราใช้แล้วคิดเป็นราคามาให้ โดยเราสามารถชำระ ผ่านทาง We Chat หรือ Alipay ได้สะดวกสบายมากๆ ค่ะ

ไม่เพียงเท่านั้น บางแอปพลิเคชันอย่าง Mobike ยังสามารถคำนวนจำนวนแคลอรี่ที่เราเสียไปในการปั่น จักรยาน รวมถึงจำนวนคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงจากการปั่นจักรยานได้อีกด้วย


มีการวิจัยที่ระบุว่า Bike Sharing นั้น สามารถช่วยประหยัดเวลาของกลุ่มคนทำงานได้ 8 นาทีต่อวัน ซึ่งเวลาที่ประหยัดได้นี้ ช่วยเพิ่ม GDP (รายได้มวลรวมของประเทศ) ของกรุงปักกิ่งประมาณ 1.2 พันล้านหยวน และยังสามารถลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้ถึง 225,600 ตัน และมลพิษทางอากาศก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ยังมีการรายงานจากบริษัท mobike และสถาบันการวางแผนและออกแบบผังเมืองชิงหัว ที่รายงานว่าการใช้ Bike Sharing ช่วยให้การใช้รถยนต์ใน 50 เมืองของจีนลดลงถึง 3% ทางด้าน Bluegogo อีกหนึ่ง แอปพลิเคชัน Bike Sharing ชื่อดังในจีน ยังได้ออกมาเปิดเผยอีกว่าปัญหาการจราจรติดขัดในปักกิ่งนั้น ลดลงถึง 7.4%


ส่วนในประเทศญี่ปุ่นนั้น Bike Sharing กำลังได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน โดยมีการร่วมมือกันระหว่าง เซเว่นอีเลฟเว่น และ Hello Cycling  ของ Soft Bank ผุดบริการ Bike Sharing ที่ทำให้ร้านสะดวกซื้อ เป็นฮับของการเช่ายืมจักรยาน โดยลูกค้าสามารถทำรายการผ่านสมาร์ทโฟนและชำระเงินด้วยระบบ E-Payment ได้เลย (ข้อมูลจาก brandinside)

ซึ่งในปัจจุบัน Bike Sharing กำลังขยายตัวเข้าสู่ประเทศในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ที่คาดการณ์ว่าในอนาคตโลกของเรากำลังก้าวสู่สังคมแห่งการแชร์อย่างเต็มตัว

การก้าวเข้าสู่ประเทศไทยของ Bike Sharing

ในประเทศไทยนั้น Bike Sharing ก็เริ่มเข้าสู่ประเทศไทยแล้วนะคะ โดยแอปพลิเคชัน ofo ของประเทศจีน ที่เริ่มต้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งการใช้ Bike Sharing นั้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และแก้ปัญหาที่จอดรถในบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น ได้อย่างดีเลยหล่ะค่ะ

นอกจากแอปพลิเคชัน ofo ที่เข้ามาตีตลาดในเมืองไทยแล้ว ยังมีแอปพลิเคชัน mobike ของประเทศจีน และ OBIKE ของสิงคโปร์ ที่มีให้บริการในเมืองไทยโดยเน้นพื้นที่ของสถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และจุดสัญจรตามแนวสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT (ข้อมูลจาก thestandard)

3 เมืองสวยน่าปั่นในเมืองไทย

จากวัฒนธรรม Bike Sharing ที่กำลังเข้ามา วันนี้ชิลไปไหนจึงขอเสนอเมืองสวยน่าปั่นในเมืองไทย ที่เราอยาก ให้คุณลองเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวโดยการนั่งรถยนต์ หันมาสำรวจเมืองสวยเหล่านี้ด้วยการปั่นจักรยานกันดู สักครั้ง เพื่อจะได้สัมผัสความงดงามของเมืองเหล่านี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น


ภูเก็ต

เริ่มต้นด้วยภูเก็ตสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเก่าแก่เปอรานากัน และธรรมชาติที่สวยงาม ได้อย่างลงตัว แต่ด้วยความที่ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวนั้นทำให้เกิดปัญหาการจราจรที่ติดขัด ดังนั้นลองมา เปลี่ยนจากการขับรถเที่ยว เป็นการปั่นจักรยานเยี่ยมชมย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีส เยี่ยมชมสตรีทอาร์ต และหาร้านคาเฟ่น่ารักในย่านเมืองเก่านั่งชิล ก็ทำให้คุณได้สัมผัสภูเก็ตในมุมที่แตกต่าง ไปจากการขับรถแล้วหล่ะค่ะ


เชียงใหม่

จากภูเก็ตขึ้นเหนือมายังเมืองเชียงใหม่ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ และวัฒนธรรม แบบล้านนา แต่เชียงใหม่นั้นประสบปัญหาการจราจรเช่นเดียวกับเมืองภูเก็ต การปั่นจักรยานจึงเป็นตัวเลือก ที่ดี สำหรับการสำรวจตัวเมืองเชียงใหม่ หรือจะลองปั่นไปนอกเมืองชมวิวธรรมชาติต้นไม้ ป่า เขา อย่างอำเภอ แม่ริม ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามให้ปั่นไปชมได้ไม่ไกลตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก


บางกะเจ้า

บางกะเจ้า ปอดใกล้กรุงเทพฯ ที่นิตยสาร TIME ยกให้เป็น The Best Urban Oasis of Asia ในปี 2549 บางกะเจ้านั้นครอบคลุม 6 ตำบลในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย ตำบลทรงคนอง ตำบลบางยอ ตำบลบางกระสอบ ตำบลบางน้ำผึ้ง ตำบลบางกอบัว และตำบลบางกะเจ้า กิจกรรม สุดฮอตสำหรับการเที่ยวบางกะเจ้าก็คือ การปั่นจักรยานนี่แหละค่ะ ซึ่งเส้นทางยอดฮิตคือ เส้นทางที่เริ่มจาก วัดบางน้ำผึ้งนอก ปั่นเลียบเลาะเส้นทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปกคลุมไปด้วยป่าจาก ไปสุดที่ ตลาดบางน้ำผึ้ง ซึ่งระหว่างทางจะมีร้านคาเฟ่น่ารักให้เราได้แวะมากมาย อีกจุดหนึ่งยอดฮิตคือบริเวณ สวนบางกะเจ้า หรือสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้น้ำ พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่สามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำกร่อย เหมาะกับการมาปั่นจักรยานสูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกับ ศึกษาธรรมชาติ


โลกเปลี่ยนได้ด้วยมือเรา

เทรนด์ Bike Sharing ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมหาร 2 ที่จะช่วยให้มนุษย์ ตระหนักรู้ถึงการใช้ และแบ่งปันทรัพยากรในปัจจุบันที่มีอย่างจำกัด เราเชื่อว่าถ้าทุกคนหันมาใช้พลังงาน ร่วมกัน โลกก็สามารถเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ จึงขอเชิญชวนคนเมืองหันมาขี่จักรยานโดยเฉพาะ ระยะทางสั้นๆ กันมากขึ้นเพราะนอกจากสุขภาพจะดีขึ้นแล้วยังช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายด้วย ข้อมูลดีๆ ที่ออกโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานคือ ถ้าเราขับรถยนต์ระยะทางสั้นประมาณ 500 เมตร เช่น ไปหน้า ปากซอย จะต้องใช้น้ำมันประมาณ 40 ซี.ซี. ไปกลับก็ 80 ซี.ซี. ถ้าขับเข้าออกทุกวันหนึ่งเดือนจะสิ้นเปลือง น้ำมันประมาณ 2.4 ลิตร หรือคิดเป็นเงินประมาณ 70 บาท (อ้างอิงราคาน้ำมัน gasohol 91 ปตท วันที่ 30 พฤษภาคม 2561) เหมือนกับวิดีโอคลิปนี้ ที่ทำให้เราเปลี่ยนจากคำว่าใครๆ ก็ทำกัน ใครๆ ก็ใช้พลังงาน สิ้นเปลืองกัน มาเป็นร่วมกันสร้างวัฒนธรรมประหยัด วัฒนธรรมหาร 2 หันมาใช้พลังงานร่วมกัน ก็ทำให้เรา เปลี่ยนโลกได้ด้วยมือเรา


ชมคลิปวิดีโอคลิกที่ภาพ