อยู่ดีๆ ก็อยากกินอาหารของเมืองจันทบุรีซะอย่างนั้น ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง หมูชะมวง และเส้นจันท์ผัดปู ลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้วล่ะค่ะ แต่อยู่กทม.แบบนี้ครั้นจะนั่งรถเกือบ 4 ชั่วโมงเพื่อไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงที่จันทบุรีมันก็กระไรอยู่ ดังนั้นเราเลยลองเสิร์ชหาร้านอาหารจันทบุรีใกล้ๆ อากู๋กูเกิลก็พาเราไปเจอกับร้านที่ชื่อว่า "อย่าลืมฉัน" ที่เขาเขียนอธิบายไว้ว่าเป็นร้านอาหารพื้นบ้านแท้ๆ จากจันทบุรี พิกัดอยู่แถวเมืองทองธานีนี่เอง ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบชวนเดอะแก๊งค์ไปลิ้มรสหมูชะมวงอร่อยๆ ที่ร้านนี้กัน

การเดินทางไปร้านก็ง่ายมากเสิร์ชในกูเกิลแมพว่า "อย่าลืมฉัน เมืองทอง" หรือไปตาม GPS นี้>>13.913443, 100.539646  วิธีการเดินทางที่ง่ายที่สุดคือใช้ทางพิเศษศรีรัชแล้วไปลงตรงด่านเมืองทองธานี(ศูนย์กีฬา) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนป๊อปปูล่า แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าสู่ถนนบอนด์สตรีทขับตรงไปประมาณ 600 เมตรก็จะเจอร้านอย่าลืมฉันอยู่ทางซ้ายมือ และสามารถจอดรถด้านหน้าร้านได้เลยรองรับได้ประมาณ 3-4 คัน ถ้าเต็มก็สามารถไปจอดบริเวณข้างโครงการที่สามารถรองรับได้ 50 คัน และสามารถจอดฟรีได้ 2 ชั่วโมง

ที่มาของร้านนี้เกิดจากที่เจ้าของร้านค้าขายที่จังหวัดจันทบุรีมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ร่วม 30 กว่าปี ชอบอาหารจันทบุรีและหาทานในกรุงเทพฯ ยาก จึงเริ่มต้นศึกษาค้นคว้าสูตรอาหารจากคนเฒ่าคนแก่พื้นบ้านและนำมาทำให้เพื่อนๆ ทาน จนเป็นรสชาติที่ถูกใจ เลยเปิดร้านอาหารอย่าลืมฉันขึ้นมา สาขาแรกอยู่ที่ซอยจุฬา 50 สาขาที่ 2 อยู่ที่สี่แยกสะพานควาย และล่าสุดกับสาขาที่ 3 คือเมืองทองธานีแห่งนี้ ซึ่งแต่ละสาขาจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปโดยร้านนี้จะเน้นอาหารสไตล์จันทบุรีแท้ๆ ที่หาทานในกรุงเทพฯ ได้ยาก

ส่วนการตกแต่งร้านขอบอกว่าน่านั่งชิลมากๆ เลยล่ะค่ะ ความเก๋ของร้านนี้คือเขาดีไซน์ให้เหมือนว่าเรากำลังนั่งอยู่ในเรือไม้โบราณ โดยใช้ไม้ทำเป็นโครงเพดานคล้ายกับกระดูกเรือที่คว่ำลง ผนังของร้านใช้อิฐก่อแนวที่ช่วยโชว์ความดิบ เท่ มีกลิ่นของอินดัสเตรียลลอฟต์อยู่นิดๆ ในส่วนของผนังเพ้นท์เป็นรูปเรือประมงที่กำลังแล่นอยู่บนคลื่นพร้อมชื่อร้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพิ่มความสดใสด้วยเก้าอี้สีสดทั้ง ฟ้า น้้ำเงิน เหลือง เช่นเดียวกันกับภาชนะที่เน้นใช้สีสันสดใสใครมาร้านนี้ก็รู็สึกว่าอยากนั่งชิลทานอาหารอร่อยนานๆ ไม่รู้สึกเบื่อเลย

ร้านมีทั้งหมด 2 ชั้นค่ะ ชั้นล่างรองรับได้ประมาณ 30 ท่าน ส่วนด้านบนรองรับได้ 40-50 ท่าน ใครที่อยากมาจัดไพรเวตปาร์ตี้ก็สามารถปิดโซนด้านบนได้เลย

มาถึงเมนูอาหารของร้านกันบ้างค่ะ ซึ่งจุดเด่นของร้านอาหารสไตล์จันทบุรีนั้นคือรสชาติที่จัดจ้าน และเน้นเครื่องเทศบางเมนูนั้นมีเครื่องเทศประกอบมากถึง 20 ชนิดเช่นเมนูนี้ที่ชื่อว่าแสนตุ้ง ถ้าลองเสิร์ชคำนี้ในอากู๊กูเกิลก็จะพบว่าชื่อแสนตุ้งนั้นเป็นชื่อตำบลในจังหวัดตราด ซึ่งเมนูนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดตราดแต่ไปดังสุดๆ ในจันทบุรี เป็นเมนูที่หน้าตาบ้านๆ แต่ถ้าคุณได้ชิมจะร้องว่าโอ้วววโหววว เพราะรสชาติเครื่องเทศนั้นเด่นมากๆ ตั้งแต่รสสัมผัสแรกเลยค่ะ กลิ่นเครื่องเทศหอมขึ้นจมูก จัดจ้านมากๆ โดยใช้เครื่องเทศจากตราดทานกับข้าวสวยอร่อยมากๆ ค่ะ

มาที่เมนูที่เรารักที่สุดคือหมูชะมวง ซึ่งเราเคยกินมาหลายที่รสชาติก็แตกต่างกันบางร้านทำหวานซะจนเหมือนหมูพะโล้ วันนี้มาร้านนี้จึงถามทางร้านว่ารสชาติของหมูชะมวงที่แท้จริงเป็นอย่างไร ทางร้านเลยให้เราลองชิมหมูชะมวงของร้านที่เสิร์ฟมาในครกหิน แค่ดูสีสันก็แตกต่างจากหมูชะมวงทั่วไปแล้วล่ะค่ะเพราะตัวน้ำนั้นไม่ใสแต่กลับเข้มข้นไปด้วยเครื่องเทศ พอทานแล้วก็รู้สึกเลยว่าหมูชะมวงของที่นี่แตกต่างจากที่เคยทานมาเพราะมีความหวานนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ จากใบชะมวง รสชาติจัดจ้านกลมกล่อม ตัวหมูก็นุ่มมากๆ ให้สามผ่านไปเลยกับเมนูนี้ทานกับข้าวสวยแล้วฟินสุดๆ จนต้องขอซื้อเมนูนี้กลับบ้าน

ต่อกันด้วยเมนูปลากะพงที่เสิร์ฟมาในจานใหญ่มากๆ จนเราตกใจ จานนี้สาวๆ ไซส์เล็กอย่างเราสามารถกินได้ 3-4 คนสบายเลยล่ะค่ะ เมนูนี้ชื่อว่าปลากะพงทอดน้ำปลา ราดพริกเกลือและลุยสวนในเวลาเดียวกัน เป็นเมนูที่เราขอยกนิ้วให้ในไอเดียที่เอาทั้งสามเมนูมารวมอยู่ในจานเดียวกันตัดปัญหาอยากกินทั้งราดน้ำปลา ลุยสวน หรือพริกเกลือ พี่เขาเลยจัดมาให้ในเมนูเดียวกันเลย ส่วนรสชาติตัวเนื้อปลานั้นกรอบนอกนุ่มในเนื้อเยอะมากๆ เมื่อทานทั้งสามเมนูก็จะได้รสชาติที่แตกต่างกันหรือใครนึกสนุกอยากลองคลุกเคล้าทั้งสามเมนูก็อร่อยไม่เบาเลยล่ะค่ะ

จานนี้เขายกมาเป็นถาดจนเราตกใจทำไมมันใหญ่ขนาดนี้ล่ะเนี่ยกับเมนูข้าวพริกเกลือถาดเล็ก ซึ่งตัวข้าวนั้นเขานำไปคลุกเคล้ากับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของทางร้านจนสีสันออกมาเป็นสีเขียวอ่อน รสชาติก็มีความเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ต้ม หมึก หอยเชลล์ กุ้ง หมูสามชั้น เวลาทานจะคลุกเคล้าทุกอย่างและเหยาะน้ำจิ้มลงไปเพิ่มความฟินก็ได้หรือจะนำเครื่องทั้งหลายไปจิ้มกับน้ำจิ้มแล้วทานคู่กับข้าวก็เข้าที ส่วนใครที่กลัวว่าถ้ามาคนเดียวอยากสั่งทานจะทานหมดไหมไม่ต้องกลัวจ้าเขามีแบบจานเล็กที่เสิร์ฟมาในครกหินให้ด้วย

ส่วนเมนูนี้ให้ 5 ดาวกันไปเลยกับปูไข่หน่อไม้ดอง รสชาติจะคล้ายๆ กับแกงส้มแต่เพิ่มความหอมและความกลมกล่อมของหน่อไม้ดองลงไป ส่วนปูไข่ของที่นี่บอกเลยว่าฟินเพราะปูไข่เน้นๆ ที่ตักไปตรงไหนก็เจอแต่ไข่ปูฟินสุดๆ

มาต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูเด็ดของจันทบุรีที่งานนี้เขาแยกเครื่องมาทั้งหมูสไลด์ หมูตุ๋น เบค่อน ลูกชิ้นหมู สันคอสไลด์ ผัก เส้น และแยกน้ำซุปที่เสิร์ฟมาในหม้อต้มพร้อมเตาให้เรานำทุกอย่างลงไปลวก จะกินแบบก๋วยเตี๋ยวหรือกินแบบชาบูก็เข้าทีเพราะน้ำซุปของเขาหอมหวานตามสไตล์ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงไม่ต้องปรุงเครื่องปรุงอะไรเพิ่มก็อร่อยแล้วล่ะค่ะ ส่วนใครมาคนเดียวสามารถสั่งเป็นถ้วยได้เลยจ้า

เมนูปิดท้ายที่ทำให้เราฟินไปหลายวันกับซึ้ง 3 ชั้นที่ทางเจ้าของร้านได้นำซึ้งอิมพอร์ตมาจากเกาหลี ชั้นล่างเป็นน้ำซุป ชั้นกลางเป็นเมนูกุ้ง กั้ง ปู ส่วนชั้นบนสุดเป็นเมนูสารพัดหอย เสิร์ฟมาพร้อมกับผักและเส้นอุด้ง และน้ำจิ้ม 3 แบบคือน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรทางร้าน น้ำจิ้มถั่วตัดที่ให้ความมันของถั่วและหวานนิดๆ และซอสญี่ปุ่นรสกลมกล่อม

ชั้นหอยที่ประกอบไปด้วย หอยบิด, หอยชักตีน, หอยหวาน,หอยแมลงภู่,หอยเชลล์, หอยเชลล์ญี่ปุ่น,หอยหลอด และหอยพอก บางเมนูนั้นบอกเลยว่าหาทานยากมากๆ

ปูม้า กั้งแก้ว และกุ้งที่ถูกเรียงรายไว้ชั้นกลางน่ากินสุดๆ

เวลาทานก็ยก 2 ชั้นบนลงมาส่วนชั้นล่างที่เป็นน้ำซุปก็นำไปต้มให้เดือด ใส่ผักลงไปเอาไว้ซดร้อนๆ ทานแบบชาบู

ส่วนพี่กั้ง พี่ปู พี่กุ้งก็แกะจิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดชอบแซ่บมาก ก็จิ้มสีเขียว ชอบแบบเค็มหน่อยๆ หอมๆ รสกลมกล่อมก็จิ้มตัวซอสญี่ปุ่น

ส่วนเมนูหอยเราขอแนะนำน้ำจิ้มถั่วตัดที่มีความหวาน ความมัน ราดไปบนหอยแล้วอร่อยมากๆ ค่ะ

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจทั้งน้ำมะปี๊ดโซดาหรือน้ำส้มจี๊ดโซดา รสชาติเปรี้ยวอมหวานหอมตัวส้มและความซ่าจากโซดาเข้ากันได้อย่างดีเมนูนี้ยกให้เป็นเมนูในดวงใจของเราเลย ส่วนชามะนาวของที่นี่เขาจะเสิร์ฟแยกน้ำและน้ำแข็งมาตัวน้ำแข็งก็ทำจากน้ำชามะนาวที่ทำให้เป็นไอซ์บอลเวลาทานก็รินน้ำลงไปในแก้ว รสชาติไม่หวานจนเกินไปเข้มข้นกำลังดีเลยล่ะค่ะ เมนูสุดท้ายคือน้ำลำไยพร้อมเนื้อลำไยที่เสิร์ฟมาในขันสไตล์ไทยๆ หวาน เย็นชื่นใจมากๆ

แม้ร้านจะบอกว่าอย่าลืมฉัน แต่เราก็ลืมไม่ลงจริงๆ ค่ะเพราะรสชาติของร้านนี้เป็นรสชาติที่หาไม่ได้ในร้านทั่วไปเป็นร้านอาหารสไตล์จันทบุรีที่เราอยากให้คุณมาลองชิม แล้วจะรู้ว่าของอร่อยนั้นไม่ต้องไปเสาะหาไกลๆ ใกล้กรุงเรานั้นก็มีอย่างเช่นร้านนี้ "อย่าลืมฉัน"

ที่ตั้ง : ร้านอย่าลืมฉัน ถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด  นนทบุรี
เปิดบริการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์เวลา 11.00-21.00 น. (หยุดวันนักขัตฤกษ์)
ราคา : 30-4,500 บาท
เบอร์ติดต่อ : 02 001 3663

https://www.facebook.com/forget.me.not.goldcity/