เมื่อเพื่อนสาวชวนหนีความร้อนไปนอนเกาะกูด เราก็ไม่รอช้ารีบเก็บเสื้อผ้า เตรียมบิกินี่ตัวเก่งไว้ไปเดินริมหาด แต่การเที่ยวครั้งนี้ขอหน้าผมเป๊ะกันนิดนึงนะคะ ทริปนี้จึงไม่พลาดที่จะหยิบ LESASHA Brush 2 Go หวีไฟฟ้าไร้สาย ที่สามารถพกไปได้ทุกที่ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ LESASHA แพ็คใส่กระเป๋านำไปเกาะกูดด้วย ลองไปชมกันเลยว่าเกาะกูดทริปแบบเพื่อนสาว 3 วัน 2 คืนของเรานั้นจะสนุกสนานเพียงใด

ก่อนออกเดินทางก็นำ LESASHA Brush 2 Go มาชาร์จไฟเอาไว้ก่อนโดยตัวเครื่องจะมาพร้อมที่ชาร์จแบบ USB เราสามารถชาร์จกับช่องเสียบ USB ในรถยนต์ได้เลยค่ะ ซึ่งไฟสีแดงจะแสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ ถ้าเปลี่ยนเป็นไฟสีเขียวแสดงว่าแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว โดยใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 60 - 90 นาทีเท่านั้น

เมื่อผู้เดินทางพร้อมแล้วเราก็ตั้ง GPS ไว้เลยว่าท่าเรือแหลมศอก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง เราก็มาถึงท่าเรือแหลมศอกแล้วค่ะ ซึ่งการเดินทางจากท่าเรือแหลมศอกไปเกาะกูดเราใช้บริการเรือสปีดโบ้ทของบริษัทเกาะกูดเอ็กซ์เพรส ค่าเรือ 600 บาท โดยจะมี 2 รอบ คือรอบเวลา 10.00 น. และ 15.00 น. นอกจากนั้นยังมีบริการเรือเฟอร์รี่รอบเวลา 13.00 น. อีกด้วย ซึ่งข้อดีของเรือสปีดโบ้ทนั้นคือเขาจะไปส่งเราที่หน้าที่พักเลยค่ะ ไม่เหมือนเรือเฟอร์รี่ที่ไปส่งเราที่ท่าเรืออ่าวสลัดแล้วต้องนั่งรถยนต์ต่อไปยังที่พัก

ซื้อตั๋วกันแล้วก็นำกระเป๋ามาไว้ในรถสองแถวของเกาะกูดเอ็กซ์เพรสได้เลย ส่วนรถยนต์ที่เราขับมาก็ฝากไว้ที่บริษัทเกาะกูดเอ็กซ์เพรสได้เลยค่ะ คิดค่าบริการที่จอดรถสำหรับลูกค้า 100 บาท/คืน

มาลงเรือกันค่ะ เรือที่เรานั่งเป็นเรือสปีดโบ้ท มีเสื้อชูชีพไว้ให้ทุกที่นั่ง

ประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็พาเรามาส่งถึงท่าเรือของเดอะ บีช แนชเชอรัล รีสอร์ท เกาะกูด(The Beach Natural Resort Koh Kood) ซึ่งเป็นที่พักคืนแรกที่เราจะพักกันในคืนนี้ (สามารถโทรสำรองห้องพักได้ที่ 0-2222-9969)

เดอะ บีช แนชเชอรัล รีสอร์ท เกาะกูด นั้นตั้งอยู่ริมอ่าวบางเบ้า ซึ่งเป็นอ่าวที่น้ำทะเลใส หาดทรายสีขาว และคลื่นลมสงบเหมาะกับการพายเรือคายัคมากๆ เลยล่ะค่ะ

ห้องพักของเราในคืนนี้ค่ะ THE BEACH VILLA เป็นวิลล่าริมทะเลที่สามารถนอนชมทะเลได้จากบนเตียง มีทั้งหมด 4 หลัง ตกแต่งในคอนเซ็ปต์ SEA, SAND, SUN และ SKY โดยห้องที่เราพักตกแต่งในคอนเซ็ปต์ SEA ใช้โทนสีฟ้าทำให้นึกถึงท้องทะเล

สุดเซ็กซี่ด้วยอ่างอาบน้ำที่ตั้งอยู่เหนือหัวเตียง เหมาะกับการมาสวีตกับแฟนเป็นอย่างมาก แต่ทริปนี้เรามากับเพื่อนสาวมองหน้ากันก็ไม่มีใครกล้าลงอ่างเลยค่ะ555

นั่งเรือมาผมยุ่งเหยิงไปหมดแล้วเลยรีบหยิบ หวีไฟฟ้าไร้สาย LESASHA Brush 2 GO ที่ชาร์จไฟบนรถจนเต็มออกมาจากกระเป๋ามาจัดแต่งทรงผมกันสักหน่อย วิธีการใช้กดค้างไว้ตรงปุ่มกลมๆ ด้านล่างสุดประมาณ 2 วินาที ไฟสีฟ้าก็จะปรากฏขึ้น หลังจากนั้นรอให้แถบความร้อนที่เป็นขีดๆ สีแดง 3 ขีดมีไฟขึ้นมา โดยขีดแรกจะแสดงว่าอุณหภูมิอุ่นๆ สองขีดแสดงว่าพร้อมใช้งาน ส่วนสามขีดแสดงว่าอุณภูมิความร้อนสูงสุด โดยเราสามารถใช้ได้ตั้งแต่ขีดที่สองขึ้นไปค่ะ

วิธีการใช้ก็แบ่งผมเป็นชั้นๆ ให้มีความหนาพอประมาณ แล้วเริ่มหวีพร้อมม้วนผมทีละช่อ โดยม้วนผมพันรอบแกนหวีจากปลายผมขึ้นไป จนถึงระดับที่ต้องการทิ้งไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วคลายผมออกก็จะได้ลอนผมที่สวยงาม

เพียงเท่านี้ผมยุ่งๆ กระเซอะกระเซิงจากการนั่งเรือก็เป็นลอนสวยงามแล้วล่ะค่ะซึ่งการชาร์จไฟแต่ละครั้ง จะใช้งานได้ต่อเนื่องประมาณ 30 นาที

ผมสวยแล้วก็พร้อมเซลฟี่ไปให้เพื่อนๆ อิจฉาเล่นแล้วล่ะค่ะ

เราถ่ายรูปเซลฟี่กันทั่วรีสอร์ทเพราะที่นี่มีมุมสวยๆ อย่างสะพานไม้ให้ถ่ายรูปกันมากมายเลยล่ะค่ะ พร้อมกับกิจรรมพายเรือคายัค หน้ากากดำน้ำ และเสื้อชูชีพที่มีให้บริการฟรี เล่นน้ำกันจนเย็นก็ถึงเวลาพักทานอาหารเย็นกันแล้วค่ะ

อาหารเย็นที่เราทานกันในวันนี้ประกอบไปด้วยเซ็ตบาร์บีคิว ที่มีทั้ง กุ้ง หมึก หอยแมลงภู่ ปูม้า ข้าวผัดสับปะรด ต้มยำทะเลรสจัดจ้าน ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน และอีกมากมายอร่อยฟินสุดๆ

ค็อกเทลสีสวยเหมาะกับบรรยากาศในยามเย็นนี้มากๆ

ทานอาหารเสร็จแล้วเราสองคนก็มานั่งชมพระอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า บรรยากาศสวยงาม โรแมนติกจนอยากจะเปลี่ยนยัยเพื่อนสาวเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีสักคนกันเลย


เมื่อคืนพักผ่อนกันจนเต็มอิ่ม เช้านี้เราเลยจัดหนักอาหารเช้าให้ท้องอิ่มกันบ้าง โดยอาหารเช้าของที่นี่เป็นบุฟเฟ่ต์ มีให้เลือกทานมากมาย ทั้งอาหารไทย เมนูไข่ต่างๆ ขนมปังปิ้ง สลัด ผลไม้ เยอะแยะมากมายจริงๆ

เช้านี้เราต้องเช็คเอาท์จาก เดอะ บีช แนชเชอรัล รีสอร์ท เกาะกูด เพื่อไปพักที่ อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท (Away Koh Kood Resort) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหาดคลองเจ้า เพราะเราอยากสัมผัสบรรยากาศของ 2 หาดที่ต่างกัน โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์เพียง 9 นาทีเท่านั้น เราก็มาถึงที่อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท กันแล้วค่ะ  (สามารถโทรสำรองห้องพักได้ที่ 08-7136-4036)

ทำเลที่ตั้ง อะเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท นั้นตั้งอยู่ใกล้กับหาดคลองเจ้า และใกล้กับคลองเจ้าสามารถพายเรือไปยังหาดคลองเจ้าได้ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีเท่านั้นค่ะ ใครไม่ชอบพายเรือทางที่พักก็มีเรือบริการไปยังหาดคลองเจ้าได้ด้วย ส่วนใครที่ชอบพายเรือแนะนำเลยว่าลองพายเรือไปตามคลองเจ้าซึ่งทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าโกงกางบรรยากาศดีมากๆ

ห้องพักที่เราพักในคืนนี้ค่ะ Deluxe Ocean Front Bungalow บังกะโลสุดหรูริมทะเลห้องกว้างขวาง มีระเบียงที่สามารถนั่งชมวิวทะเลได้เลย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องครบครัน

หลังจากเก็บของในที่พักเสร็จเรียบร้อยก็ชวนเพื่อนสาวแว้นมอเตอร์ไซค์ไปหาคาเฟ่น่ารักนั่งชิล ซึ่งคาเฟ่ที่เราจะพาไปนั่งวันนี้ชื่อว่าร้านนมข้นสเตชัน ตั้งอยู่บ้ามงามโข่ เลยหาดคลองเจ้าไปนิดนึงค่ะ เป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมคลองให้บริการกาแฟ เครื่องดื่มและเบเกอรี่

ที่นั่งในร้านจะทำเป็นโต๊ะญี่ปุ่น และมีมุมที่ทำเป็นบาร์ยาวสามารถนั่งห้อยขาชมปลาได้ด้วย

เราสั่งม็อคค่าเย็นและแอ๊ปเปิ้ลโซดาหวานเย็นชื่นใจ

แพนเค้กกับกล้วยหอมทานคู่กับไอศกรีมและวิปครีมราดด้วยน้ำผึ้งหอมหวานอร่อยมากๆ


ใครจะมาร้านนี้ก็ปักหมุด GPS ไว้ที่ 11.624385, 102.545940 โทร 093-235-3632 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-20.00 น.

จากนั้นเดินทางไปต่อยังน้ำตกคลองเจ้าที่เที่ยวสุดฮอตของที่นี่ และมีประวัติศาสตร์สำคัญ คือสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ.2454 ทรงพระราชทานนามว่า น้ำตกอนัมก๊ก เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์เชียงสือ กษัตริย์ญวน ด้านหน้าของน้ำตกมีก้อนหินใหญ่จารึกพระปรมาภิไธยย่อ "วปร" ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

เล่นน้ำตกกันจนหนำใจก็กลับไปที่พักเพื่อจะไปเล่นน้ำทะเลต่อที่หาดคลองเจ้า ใช้พลังงานกันให้เต็มที่เพราะเย็นนี้เรามีดินเนอร์สุดอร่อยที่ห้องอาหารของรีสอร์ท

มื้อนี้เราจัดเต็มกับอาหารค่ำที่ประกอบไปด้วย พล่ากุ้ง,ถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้งแห้ง, แกงปลาอินทรี,ข้าวผัดพริกเกลือทะเล,และไก่สะเต๊ะ บอกเลยว่าอร่อยทุกอย่างโดยเฉพาะถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้งแห้งขอยกให้เป็นเมนูแนะนำเลยล่ะค่ะเพราะรสชาติอร่อยจนเรากลับมาแล้วยังฝันถึงอยู่เลย

ทานอาหารค่ำสุดอร่อยพร้อมชมวิวทะเลตรงเบื้องหน้าฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ


เช้านี้ถึงเวลาโบกมือลาเกาะกูดแล้วค่ะ แต่ก่อนกลับขอทานอาหารเช้าสุดอร่อยของที่พักแบบบุฟเฟ่ต์ อย่างเต็มอิ่ม


3 วัน 2 คืน กับการพักเกาะกูด 2 แบบ 2 สไตล์ที่ประทับใจสุดๆ ใครที่อยากมาสัมผัสทะเลตะวันออกสวยๆ น้ำใสเหมือนทะเลใต้แนะนำเกาะกูดแห่งนี้เลยค่ะ ทะเลที่เรามาทีไรก็จะหลงรักทุกครั้ง ไม่เคยเบื่อเลยค่ะ