ถามถึงจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก ต้องยกให้จันทบุรีมาแรงแซงโค้งคะแนนเต็มสิบ!! อย่างไม่ต้องสงสัย… เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ไม่ว่าเราจะไปบ่อยแค่ไหน ไปกี่ครั้งก็ยังตกหลุมรักทุกครั้ง เที่ยวได้ไม่มีเบื่อเลยจริงๆ

เพิ่งกลับมาได้ไม่นาน…ก็คิดถึงจันทบุรีอีกแล้วสิ! ทริปนี้เราเลยชวนเพื่อนซี้กลับไปกอดเมืองจันท์ จัดเป็นทริปวันหยุดเสาร์อาทิตย์สั้นๆ 2 วัน 1 คืน ตะลุยเที่ยวจันทบุรีกันให้จุใจ จะน่ารัก น่ากอดขนาดไหน…ตามไปดูเสน่ห์ของจันทบุรีกันเลยดีกว่า!!


เราออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้า แวะรับเพื่อนสาวที่คอนโดแถวแบริ่งติดรถไปเที่ยวพร้อมกัน ระหว่างทางไม่ลืมแวะเติมน้ำมันเต็มถังที่ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาถนนศรีนครินทร์กันก่อน ปั๊มสวยดีไซน์เด่นสะดุดตามากๆ เลยค่ะ


เติมพลังให้รถแล้ว ถึงคราวเติมพลังให้คนกันบ้าง เราไปเลือกซื้อขนมนมเนยกันที่ “SPAR” Fresh & Easy food market  พอเข้าประตูไปปุ๊บ วิญญาณสาวนักช้อปก็เข้าสิงร่างปั๊บทันทีเลยค่ะ เพราะมีของกินให้เลือกช้อปไว้เป็นเสบียงระหว่างเดินทางเพียบ!!


รู้ตัวอีกที เพื่อนสาวก็คว้ารถเข็นมาไว้ในมือเตรียมช้อปเรียบร้อย ที่นี่มีทั้งอาหารสำเร็จรูปแบบ Ready Meal อย่างข้าวกล่อง แซนด์วิช พร้อมบริการอุ่นร้อนทานได้ทันที สำหรับคนที่มีเวลาน้อย แต่ถ้าใครชอบความสดใหม่ก็มีผลไม้สดเกรดพรีเมียมอย่างแอปเปิ้ล กล้วยหอม แคนตาลูป ฯลฯ ให้เลือกมากมาย


ช้อปเสร็จแล้วไปจ่ายตังค์กันค่ะ ไม่ต้องไปกดเงินให้ยุ่งยาก เราสามารถจ่ายสะดวกด้วย Modern Payment โดยเลือกชำระเงินได้ด้วย QR Code, Samsung Pay, AliPay และ WeChat Pay ผ่านมือถือได้เลยจ้า


ตุนเสบียงกันเต็มที่ คราวนี้ถึงเวลาเติมพลังให้กระเพาะกันบ้าง เราไปฝากท้องกันที่ “Inthanin Bistro” ซึ่งนอกจากเมนูเครื่องดื่มอย่างกาแฟอินทนิลที่รสชาติและคุณภาพถูกใจคอกาแฟแล้ว ความพิเศษคือ ที่นี่มีอาหารว่างและอาหารจานเดียว อย่าง สปาเก็ตตี้ สลัด แซนด์วิช วาฟเฟิล และไอศครีมไว้บริการอีกด้วยค่ะ


คนหิว 2018 อย่างพวกเราไม่รอช้า…สั่งกันแบบจัดเต็มทั้งสปาเก็ตตี้เบคอน ไข่กระทะ โทสต์พิซซ่าชีสเยิ้มๆ หน้าตาน่ากิน ตบท้ายด้วยของหวานอย่างไอศครีมชาเขียว เสิร์ฟพร้อมขนมปังและวิปครีมอีกจานใหญ่ ไม่ลืมสั่งคาปูชิโน่เย็น กับอเมริกาโน่เย็น กาแฟออร์แกนิคหอมๆ รสชาติเข้มข้นมาจิบแก้ง่วงกันอีกคนละแก้ว


ระหว่างทานอาหาร จิบกาแฟ ก็มีมุมให้ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ หรือจะเชื่อมต่อสัญญาณ Free Wi-Fi เล่นอินเทอร์เน็ตชิลๆ ที่นี่ก็มีให้ สะดวกสบายสุดๆ


อิ่มแล้ว เพื่อนสาวขอแวะเข้าห้องน้ำ เติมหน้าให้แน่นพร้อมถ่ายรูปกันอีกสักนิด ซึ่งต้องบอกว่าห้องน้ำที่นี่เริ่ดมากๆ ดีไซน์เก๋แบบโมเดิร์นลอฟท์ ทั้งสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีสุขภัณฑ์ทันสมัย แถมยังมีสายชำระให้ในห้องน้ำทุกห้อง ทำธุระเสร็จเรียบร้อยก็พร้อมออกเดินทางกัน


ขับยาวๆ จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงจุดหมายแรกของพวกเรา “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” จุดเด่นของที่นี่ คือทางเดินบนสะพานไม้ที่ทอดยาวกว่า 1,700 เมตร ท่ามกลางป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งต้นแสมทะเล โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ โปรงแดง ลำพูทะเล ฯลฯ บรรยากาศร่มรื่นเป็นธรรมชาติมากๆ เลยค่ะ


เราเดินเที่ยวแล้วแวะถ่ายรูปกันไปตลอดทาง ได้ยินเสียงของธรรมชาติ ทั้งกุ้งและปูดีดก้าม ท่ามกลางความเงียบสงบของป่าชายเลนสองข้างทางเป็นระยะ ลองหลับตาแล้วเงี่ยหูฟังดู…จะได้ยินดังชัดเจนเลยค่ะ เป็นเสียงที่เราไม่เคยได้ยินจากในเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย ยิ่งมีลมเย็นๆ นั่งปล่อยใจชิลๆ แบบนี้ อากาศดีจนอยากตื่นมานั่งมองวิวแบบนี้ทุกวันเลย


ไฮไลท์อีกอย่างของศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ สะพานแขวนและหอดูนก ที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวอ่าวคุ้งกระเบนจากมุมสูง แน่นอนว่าพวกเราก็ไม่พลาดขึ้นไปถ่ายรูปสวยๆ กัน


จากคุ้งกระเบน เราข้ามไปเที่ยวแถวชายหาดแหลมเสด็จ ใกล้ๆ กันกับศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนฯ เป็นที่ตั้งของ “สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา” พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไซส์มินิที่น่าแวะไปทักทายน้องปลานานาชนิดหลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งมีไฮไลท์อย่างอควาเรียมใต้น้ำ ให้เราเดินลอดใต้อุโมงค์กระจกใสทรงโค้งแบบนี้ ใครอยากเซลฟี่คู่กับปลาฉลามแบบใกล้ชิดห้ามพลาดเลยค่ะ


ดูปลากันพอหอมปากหอมคอ เราทำเวลาไปเที่ยวกันต่อที่ “ลานหินสีชมพู” ที่ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวอันซีนของเมืองจันท์ก็ว่าได้ ไฮไลท์คือหินสีชมพูขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตัดกับสีของท้องฟ้าและน้ำทะเล มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ


ใครอยากได้รูปสวยๆ ต้องลงทุนปีนป่ายโขดหินกันหน่อย แต่รับรองได้รูปสวยโดนใจแน่นอน แนะนำถ้ามาช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงมาก อย่าลืมพกหมวกมาใส่เป็นพร็อบถ่ายรูปเก๋ๆ แถมยังช่วยบังแดดได้แบบ 2 in 1


เที่ยวกันเพลิน เผลอแป๊บเดียวใกล้จะบ่ายโมงแล้ว…พวกเราขับรถตรงไปยังที่พักเพื่อเช็คอินกันที่ “ไอดินโฮมสเตย์” ที่พักแนวโฮมเตย์ที่บรรยากาศชิลสุดๆ ด้วยห้องพักที่สร้างยื่นลงไปเหนือน้ำ แถมยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาที่อยู่ด้านหลังเป็นแบ็คกราวด์อีกด้วย


พอมาถึงปุ๊บ ยังไม่ทันเก็บของเข้าที่พัก ทางโฮมสเตย์ก็ต้อนรับเราอย่างอบอุ่นด้วยอาหารเที่ยงมื้อใหญ่ มีทั้งปลาหมึกผัดผงกระหรี่ แกงส้มชะอมไข่กุ้งสด น้ำพริกไข่ปู แกงหมูชะมวงอาหารขึ้นชื่อของเมืองจันท์ และยังเมนูส้มตำให้เราโชว์ฝีมือตำกันเองได้ด้วย


อิ่มแล้วไปเก็บของเข้าห้องพักกันค่ะ เราได้ห้องพักในโซนใหม่ที่บรรยากาศสงบและค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีสะพานทางเดินด้านหน้าและท่าน้ำที่มีเปลตาข่ายไว้ให้นั่งชิลหน้าห้องพัก


ถึงจะเป็นโฮมสเตย์ แต่ห้องพักที่นี่ก็สะดวกสบายไม่แพ้รีสอร์ท มีทั้งแอร์ ทีวี และห้องน้ำในตัว เตรียมมาเองแค่อุปกรณ์อาบน้ำกับผ้าเช็ดตัวเท่านั้นเองค่ะ


ตอนบ่าย 3 โมงครึ่ง เราไปล่องแพเปียก ดูเหยี่ยว เล่นน้ำกัน เป็นกิจกรรมที่ใครมาพักโฮมสเตย์ที่จันทบุรีแล้วพลาดไม่ได้ นอกจากจะได้ชมธรรมชาติสวยๆ และเหยี่ยวแดงที่เป็นสัตว์ในท้องถิ่นแล้ว เรายังแอบพกเสบียงที่ซื้อมาไปปิกนิกกันบนแพด้วย


หลังจากล่องแพเปียกเสร็จแล้ว เรากลับมาเล่นน้ำกันต่อที่โฮมสเตย์ค่ะ ที่ไอดินโฮมสเตย์มีเครื่องเล่นทางน้ำมากมาย ทั้งแทรมโพลีนน้ำ สไลเดอร์ โหนเชือกสลิง หรือใครอยากเล่นน้ำ พายเรือชิลๆ ก็มีเรือผูกไว้ที่หน้าบ้านพักให้พายเล่นได้ทุกหลัง


เล่นน้ำกันจนจุใจแล้ว เราก็ไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดมาทานมื้อค่ำที่เรียกว่าเป็นมื้อไฮไลท์ของวันเลยก็ว่าได้ เพราะไอดินโฮมสเตย์จัดหนักจัดเต็มมื้อเย็นด้วยเมนูซีฟู้ดที่เติมได้ไม่อั้น!! มีทั้งกุ้งเผาตัวใหญ่ๆ ปูนึ่งก้ามโตๆ กุ้งแช่น้ำปลา หอยนางรมสด ทอดมันกุ้ง ปลาอินทรีทอดน้ำปลา แกงจืดรวมมิตรหม้อไฟอีกชามโต กินกันจนพุงกางเลยค่ะ


ทั้งกุ้ง ทั้งปูที่นี่สดและตัวใหญ่มากๆ ก่อนกินตามธรรมเนียมขอถ่ายรูปไปอวดเพื่อนให้อิจฉาหน่อยละกัน!! มาพักที่นี่แค่กินกุ้งกับปูอย่างเดียวก็คุ้มแล้ววว…


หลังจากพักผ่อนกันเต็มที่ วันต่อมาเราตื่นมาทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว สายๆ ก็เช็คเอาท์ไปเที่ยวในเมืองจันทบุรีกันต่อ ประเดิมด้วยที่เที่ยวแลนด์มาร์คของจันทบุรีอย่าง “อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล” โบสถ์คริสต์คาทอลิกเก่าแก่สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค ภายในโบสถ์ประดับด้วยกระจกสีสวยงามมากๆ


ชมโบสถ์เสร็จแล้วไปเดินเล่นที่ชุมชนริมน้ำจันทบูรกันต่อ ถ้าใครอยากมาสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตคนเมืองจันท์ดั้งเดิม แนะนำมาเช็คอินที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง มีอาคารบ้านเรือนเก่าๆ อย่างห้องแถวไม้ทรงคลาสสิคที่อนุรักษ์ไว้หลายหลังตลอดเส้นเลียบริมแม่น้ำจันทบูร


นอกจากตึกสวยๆ แล้ว ที่นี่ยังมีภาพวาดสตรีทอาร์ทบนผนังตึกเก่าเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปฮิปๆ กันด้วย


เดินเล่นถ่ายรูปกันจนท้องเริ่มร้องส่งสัญญาณ เราไปทานมื้อกลางวันที่ร้านก๋วยจั๊บเก่าแก่ที่อยู่ในชุมชน ก๋วยจั๊บร้านนี้เป็นสูตรโบราณ น้ำซุปหอมเข้มข้นกลมกล่อม และยังมีเมนูอื่นๆ อย่างก๋วยเตี๋ยวน้ำใสให้เลือกสั่งด้วยค่ะ


จากตัวเมืองจันทบุรี ตอนบ่ายเราขับรถมาเที่ยวโซนอำเภอนายายอาม เพื่อมาเช็คอินที่เที่ยวแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดของเมืองจันท์ นั่นคือ “เจดีย์กลางน้ำบ้านหัวแหลม” ไปสักการะเจดีย์กลางน้ำเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี แล้วเดินเล่นบนสะพานไม้ที่สร้างยาวลงไปในทะเล ชมวิวแบบพาโนรามา วิวสวยอลังการมากๆ แนะนำว่าใครมาเที่ยวจันทบุรีต้องใส่ที่นี่ไว้ในลิสต์ห้ามพลาดเลยค่ะ


ปิดท้ายทริปด้วยการไปเช็คอินที่ “จุดชมวิวเนินนางพญา” ที่ไม่ว่าจะมาเที่ยวจันทบุรีกี่ครั้งก็ต้องแวะมาถ่ายรูป ชมวิวที่นี่ทุกครั้ง นอกจากที่นี่จะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นถนนโค้งเลียบหาดของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนเลียบริมชายทะเลในมุมที่สวยที่สุดแล้ว ยังมีคู่รักหลายคู่เกี่ยวก้อยกันมาโรแมนติกคล้องกุญแจเป็นสัญลักษณ์แทนความรักที่นี่กันอีกด้วย


ใครอยากรู้ว่าจันทบุรีน่ารัก น่ากอดขนาดไหน ลองตามรอยพวกเรามาเที่ยวกันได้ ไม่แน่ว่าบางคนอาจเจอเสน่ห์จันทบุรีในมุมมองใหม่ที่แตกต่างออกไปก็ได้ แต่ไม่ว่าจะมาอีกกี่ครั้ง…เราก็ยังยืนยันคำเดิมว่า “รักนะ…จันทบุรี”