ช่วงนี้เข้าเฟซบุ๊ค IG ทีไรก็เห็นแต่ใครๆ อัพรูปไปเที่ยวทะเลกันทั้งนั้น ในขณะที่ตัวเราได้แต่นั่งหน้าจอแล้วกด Like รูปเพื่อนด้วยความอิจฉาเบาๆ แต่พอมองปฏิทินแล้วเหลืออีกตั้งหลายวันกว่าจะถึงวันหยุด งั้นตัดสินใจไม่ง้อวันหยุดยาวแล้ว! จัดทริปไปเที่ยวทะเลวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ สัตหีบนี่แหละใกล้ดี แต่ตากล้องประจำตัวบอกว่า ไหนๆ ก็ไปถึงสัตหีบแล้ว งั้นนั่งเรือข้ามไปเที่ยวเกาะขาม สัตหีบ แบบวันเดย์ทริปเลยดีไหม โอเคค่ะ…จัดไป!! เลยกลายเป็นที่มาของ “ทริปปุ๊บปั๊บไปสัตหีบ แวะเที่ยวเกาะขาม 2 วัน 1 คืน” จะจัดเต็มความสนุกขนาดไหน แพ็คกระเป๋าแล้วตามพวกเราไปลุยกันเลยจ้า!


ก่อนออกทริป เราก็ต้องมาเตรียมตัวจัดกระเป๋ากันก่อน แน่นอน…ต้องมีพร็อบอย่างหมวก แว่นตากันแดดไว้ไปใส่ถ่ายรูปชิคๆ ชิลๆ อย่าลืมชุดว่ายน้ำตัวเก่ง สีสดแซ่บเว่อร์เหมาะกับช่วงซัมเมอร์ เข้ากับบรรยากาศริมทะเล ที่สำคัญ คืออุปกรณ์และเครื่องสำอางต่างๆ ที่สาวๆ ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะครีมกันแดดนี่พูดเลยว่า…ขาดเธอเหมือนขาดใจ ไปทะเลต้องมีครีมกันแดดดีๆ พกใส่กระเป๋าติดตัวไปเที่ยวด้วยทุกครั้ง อย่าง SpectraBAN SPF 50+ ที่เหมาะมากกับทริปไปเที่ยวทะเลและทำกิจกรรมกลางแจ้งสุดๆ  นอกจากปกป้องผิวจากรังสียูวี A และ ยูวี B ได้สูง ยังสามารถกันน้ำได้อย่างยาวนาน ส่วนใครเป็นสาวผิวบอบบาง แนะนำ SpectraBAN Sensitive SPF 30 กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย ป้องกันการระคายเคืองและเพิ่มมอยซ์เจอไรเซอร์ให้กับผิวไปในตัว พกแค่สองหลอดนี้ใส่กระเป๋าไปด้วย จะออกทริปไปเที่ยวที่ไหนก็พร้อมสุดๆ เลยค่ะ!


เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงสายๆ แวะทานมื้อกลางวันแถวจุดพักรถมอเตอร์เวย์ เสร็จแล้วก็ล้อหมุนออกเดินทางต่อ ขับรถเที่ยวสบายๆ ไม่รีบมาก เพราะโปรแกรมวันแรกของเราวางไว้หลวมๆ เบาๆ อย่างที่บอกว่าทริปนี้เน้นมาพักผ่อนชิลๆ มากกว่าจะเก็บ RC ที่เที่ยวแลนด์มาร์ค พอมาถึงสัตหีบก็ประมาณช่วงบ่ายโมงกว่าๆ ใกล้จะได้เวลาเช็คอินเข้าที่พักพอดี


ทริปนี้เราเลือกพักที่ ราวินทรา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา (Ravindra Beach Resort & Spa) โรงแรมหรูที่มีกลิ่นอายการตกแต่งคลาสสิคสไตล์โคโลเนียล ตั้งอยู่ในเขตสัตหีบ ติดริมชายหาดจอมเทียน เหตุผลหนึ่งที่เราเลือกที่นี่เพราะบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านวุ่นวายเมื่อเทียบกับที่พักโซนพัทยา เราเลือกห้องพักแบบพูลวิลล่า เพราะชอบความเป็นส่วนตัว แถมยังมีสระว่ายน้ำให้ลงไปแช่จากระเบียงห้องนอนได้เลยแบบนี้ ดีงามมมมสุดๆ เลยค่ะ


ส่วนห้องพักที่นี่ก็ตกแต่งอย่างสวยหรูในสไตล์ไทยโมเดิร์น ภายในแยกโซนห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหารออกจากกันเป็นสัดส่วน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น มินิบาร์ ทีวีจอแบนที่มีให้เลือกดูทั้งช่องเคเบิลและดาวเทียม พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีให้เลือกดูหนังได้เพลินๆ ในห้องพัก ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อเลยค่ะ


ส่วนห้องน้ำก็กว้างถูกใจเรามากๆ แยกโซนเปียก โซนแห้งเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ ยังมีอ่างอาบน้ำให้เรานอนแช่น้ำอุ่นชิลๆ ได้อีกด้วย


เก็บของในห้องพักเสร็จแล้ว เราก็ไปเดินเล่นรอบๆ โรงแรมกัน ที่นี่มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งถึง 3 สระ แต่ละสระใหญ่และกว้างมากกก… เหมาะกับคนที่ชอบว่ายน้ำอย่างเราเป็นที่สุดเลยค่ะ


สระว่ายน้ำของที่นี่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้เลยค่ะ บรรยากาศดีมากๆ มีเก้าอี้อาบแดดให้นั่งชิลริมชายหาด ถึงวันนั้นแดดจะไม่แรงมาก แต่เราก็ไม่ประมาท ทาครีมกันแดดปกป้องผิวเอาไว้ก่อน


ก่อนจะลงสระว่ายน้ำ อย่าลืมทาครีมกันแดดอีกรอบ เลือกสูตรที่กันน้ำได้นานๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่ขาววอก อย่าง SpectraBAN SPF 50+ จะลงเล่นน้ำนานขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลว่าครีมจะละลาย หรือว่าผิวจะหมองคล้ำหลังจากเล่นน้ำ ที่ รอยด่างจากสายบิกินี่ไม่ได้แอ้มเราแน่นอน!


ตอนเย็น เราไปดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ทางโรงแรมมีบริการ Sunset Dinner สำหรับคู่รักได้มานั่งดินเนอร์ริมทะเล พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกกัน บอกเลยว่าบรรยากาศโรแมนติกมากๆ ใครจะนึกว่ามาสัตหีบทริปนี้จะได้เติมความหวานในบรรยากาศริมทะเลแบบนี้ ประทับใจสุดๆ เลยค่ะ


สำหรับดินเนอร์ที่นี่จะจัดมาเป็นเซ็ทค่ะ จัดเต็มถึง 4 คอร์ส มีทั้งซุป สลัดแซลมอน สเต็กขาแกะ ซีฟู้ด ฯลฯ รวมทั้งเครื่องดื่มอย่างสปาร์คกลิ้งไวน์ และซุ้มดินเนอร์ริมทะเลสวยๆ ให้พร้อมสรรพ


ส่วนใครชอบทานพิซซ่า ต้องไม่พลาดเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่อย่างพิซซ่าซีฟู้ดต้มยำทะเล ตบท้ายด้วยของหวานจานเด็ดอย่างเค้กมะพร้าว เค้กเนื้อเนียนนุ่ม หอม ทำจากมะพร้าวแท้ๆ รสชาติเข้มข้นหวานมัน อร่อยกันจนลืมอ้วนเลยค่ะ


หลังจากตื่นมาทานมื้อเช้า เก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็รีบเช็คเอาท์เพื่อไปเที่ยวเกาะขาม สัตหีบกันค่ะ ซึ่งจุดซื้อตั๋วเรือไปเที่ยวเกาะขามอยู่ที่กรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ  ขอบอกว่าคนมารอคิวเยอะมากๆ ตั้งแต่เช้าตรู่ โชคดีที่เราเตรียมตัวหาข้อมูลมาก่อน เลยจองคิวซื้อตั๋วล่วงหน้าทางโทรศัพท์ไว้เรียบร้อย มาแค่รอรับตั๋วไปขึ้นเรือข้ามไปเที่ยวเกาะขามเท่านั้น รอสักประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงคิวของพวกเราไปลงเรือกัน สำหรับค่าเรือไป-กลับเกาะขาม คนละ 250 บาทเท่านั้น


ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเกาะขามถึงได้ฮ็อตฮิตขนาดนี้ เพราะน้ำทะเลที่นี่สวยและใสมากจริงๆ ยกให้เป็นเกาะที่น้ำทะเลใสที่สุดแห่งหนึ่งในสัตหีบเลยก็ว่าได้


จุดชมวิวบนสะพานไม้ มุมถ่ายรูปยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทุกคนนิยมแวะมาถ่ายรูป คิวยาวหน่อย แต่ก็คุ้ม…กับการรอคอย ได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน


นักท่องเที่ยวแต่ละคนต่างพกกล้องถ่ายรูปมากดชัตเตอร์กันกระจาย แดดแรงๆ ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสๆ จะถ่ายมุมไหนก็ออกมาสวยปัง ยืนถ่ายรูปกันแบบไม่กลัวแดดเลยทีเดียว เพราะเราพกครีมกันแดดคู่ใจอย่าง SpectraBAN ใส่ติดกระเป๋ามาด้วย จะแดดแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่นอยู่แล้วววว…


จากท่าเรือเราเดินย้อนขึ้นมาทางอีกฝั่งหนึ่งของเกาะขาม หาดทางด้านนี้สามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำทะเลใส ไม่ลึกมาก เลยมีผู้ปกครองพาเด็กๆ มาเล่นน้ำกันคึกคัก


ส่วนใครชอบทำกิจกรรมทางน้ำอย่างการพายเรือคายัค ที่เกาะขามก็มีบริการให้เช่าคายัคพายเล่นกันด้วย พร้อมมีเสื้อชูชีพให้สวมเพื่อความปลอดภัยด้วยค่ะ


ก่อนเล่นน้ำทะเล หรือไปพายเรือคายัค อย่าลืมทาครีมกันแดดกันก่อนจะออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งกันด้วยนะคะสาวๆ อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าแดดบ้านเราแรงสุดๆ จึงควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ ช่วยปกป้องรังสียูวีที่จะทำร้ายผิวของเรา ถ้าใครชอบเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง จัดไปเลย SpectraBAN SPF 50+ เป็น Must-Have Items ที่ต้องมีติดกระเป๋าไปเที่ยวในช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วนใครผิวบอบบางก็เลือก SpectraBAN Sensitive SPF 30 กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้ ปราศจากน้ำหอม สารกันเสีย ที่สำคัญคือ ไม่ก่อให้เกิดสิว และยังเป็นครีมกันแดดที่แพทย์ผิวหนังแนะนำมากที่สุดและมียอดขายอันดับ 1 ในโรงพยาบาล เพราะฉะนั้น ใช้ทากันแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจชัวร์ค่ะ!!


หลังจากเล่นน้ำ พายคายัค ถ่ายรูปเล่นสักพัก ถ้าใครยังมีแรงเหลือ ก็สามารถไปเดินเที่ยวรอบๆ เกาะ หามุมถ่ายรูปฮิปๆ ที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านกันได้


เห็นท่าโพสต์แต่ละคน บอกเลยว่าสู้ตาย!! ไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ


ใครพลังงานเหลือล้น สามารถเดินขึ้นไปเที่ยวชมวิวเกาะขามจากมุมสูงกันได้ที่จุดชมวิวเกาะขาม ระยะทางประมาณ 200 เมตร วิวด้านบนสามารถมองเห็นน้ำทะเลใสๆ รอบๆ เกาะขามได้แบบพาโนรามา และยังสามารถเห็นทิวทัศน์ของฝั่งสัตหีบที่อยู่ไกลๆ ได้อีกด้วยค่ะ


ใช้เวลาถ่ายรูป เล่นน้ำอยู่ที่เกาะขามประมาณครึ่งวัน เราก็ไปขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับขึ้นฝั่งกันค่ะ เสียดายที่เกาะขามเปิดให้เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ เฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้น ไม่อย่างนั้นเราอยากจะหาโอกาสมาเที่ยวที่นี่อีกบ่อยๆ หาดสวย น้ำใส ใกล้กรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว


แม้จะเป็นทริปปุ๊บปั๊บ…แต่บอกเลยว่าประทับใจสุดๆ นอกจากจะได้เที่ยวสัตหีบ-เกาะขามแบบฟินๆ ยังได้ชาร์จแบตให้ตัวเองด้วยเสียงคลื่น สายลม แสงแดด และน้ำทะเลใสๆ แถมยังได้รูปสวยๆ กลับไปอีกเพียบ! ทริปนี้เราเที่ยวสนุกได้ไม่กลัวแดดกันเต็มที่ เพราะมีครีมกันแดดดีๆ อย่าง SpectraBAN มาช่วยปกป้องเราจากแสงแดดแรงๆ และแสงยูวีที่ทำร้ายผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ กดเลิฟให้รัวๆ ออกทริปครั้งต่อไป…ต้องมีติดกระเป๋าไว้แน่นอนค่ะ!




Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที