ฤดูร้อนคุณนึกถึงอะไร ทะเลสีฟ้าครามใส ไอศกรีมเย็นๆ หรือจะเป็นเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้า สำหรับเรา หน้าร้อนแบบนี้เรานึกถึงแก่งกระจานค่ะ เพราะที่นี่เมื่อเข้าหน้าร้อนจะมีกิจกรรมมากมายให้ได้คลายร้อน ทั้งการเล่นน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี การชมผีเสื้อที่เขาพะเนินทุ่ง การขับรถชมเขื่อนแก่งกระจาน ทริปนี้เลยชวนเพื่อนสาวพักจากอากาศร้อนในเมืองหลวงและขับรถไปแก่งกระจานกันสองคน ใครที่อยากพักร้อนก็ขับรถตามเราไปกันเลยค่ะ

ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เช้าตรู่ เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ท้ายรถ แล้วขับรถไปรับเพื่อนสาวที่คอนโด หลังจากนั้นใช้ถนนพระราม 2 มุ่งตรงไปยังจังหวัดเพชรบุรี ปักหมุดเอาไว้ว่าแก่งกระจาน  วันนี้ตั้งใจว่าจะไปปิ้งบาร์บีคิวริมน้ำในตอนเย็นแต่ดันลืมซื้อของสดสำหรับปิ้งบาร์บีคิวมาจากรุงเทพฯ เราสองคนเลยตกลงกันว่าไม่เป็นไรค่อยไปหาเอาข้างหน้าก็ได้

พอรถเลี้ยวเข้าแก่งกระจานปุ๊บเห็นปั๊มน้ำมันบางจาก ธนูปิโตรเลียม แก่งกระจานเลยแวะเติมน้ำมัน และไปหากาแฟอร่อยๆ ในร้าน  Inthanin โดยเราสั่งกาเฟ Americano เย็น (ราคา 50 บาท) และ Inthanin Blend เย็น (ราคา 70 บาท) รสนุ่ม ที่ช่วยคลายร้อนและเรียกความสดใสในยามเช้า แบบนี้ได้ดี

จากนั้นก็เดินไปหาของกินในร้าน SPAR Fresh & Easy food market ซึ่งพอเดินเข้าไปปุ๊บก็เซอร์ไพรส์เพราะที่นี่มีของให้ได้ซื้อไปทำบาร์บีคิวด้วยค่ะ ทั้งไส้กรอก แฮม และอีกมากมาย นอกจากนี้เรายังซื้อของกินเพื่อขึ้นไปกินบนพะเนินทุ่งตอนเช้ามืดวันพรุ่งนี้ด้วย

เติมพลังยามเช้าด้วยเกี๊ยวซ่าร้อนๆ สามารถนั่งกินในร้านได้เลยเพราะมีที่นั่งบริการ พร้อมฟรี Wi-Fi  และปลั๊กไฟสำหรับชาร์จแบตให้ด้วยถูกใจมากๆ ค่ะ

ก่อนจะออกจากปั๊มก็ขอแวะซื้อลาเต้ร้อน (ราคา 50 บาท)อีกสักหนึ่งแก้วเพื่อไปจิบชมวิวที่เขื่อนแก่งกระจานจุดแวะพักต่อไปของเรา

จากปั๊มน้ำมันบางจากขับรถเพียง 20 นาทีเท่านั้นก็ถึงเขื่อนแก่งกระจานแล้วค่ะ จุดแรกที่ไปคือบริเวณสันเขื่อนซึ่งสามารถชมวิวแบบพาโนราม่าได้อย่างสวยงามมากๆ

จุดที่สองคือสะพานแขวนจุดถ่ายรูปสุดฮิต ซึ่งที่นี่เคยเป็นโลเคชั่นถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก” ด้วยค่ะ ใครอยากมาตามรอยพี่โชนในหนังเรื่อง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก” ก็มากันได้เลย

นำกาแฟร้อนที่ซื้อมาจากร้าน Inthanin มาทานด้วย บรรยากาศดีๆ แบบนี้ได้จิบกาแฟ หอมๆ อร่อย ช่างเข้ากั๊น เข้ากัน

จากเขื่อนแก่งกระจานก็ขับรถไปยัง River Tales ที่พักสไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำที่กำลังมาแรงในตอนนี้ค่ะ ซึ่งห้องพักที่จองไว้ชื่อว่าระเบียงริมน้ำไผ่ศรีสุข (ราคา 1,200 บาท) โดยสามารถพักได้ 2 คน ลักษณะเป็นศาลาริมน้ำภายในมีที่นอนแบบโซฟาเบ้ด มุ้ง พัดลม ผ้าห่ม พร้อมปลั๊กไฟ และฟรี Wi-Fi มีม่านปิดทั้ง 4 ด้าน ห้องน้ำเป็นแบบห้องน้ำรวมแต่สะอาดมากๆ ค่ะ และที่นี่ยังมีที่พักสไตล์เต็นท์ติดแอร์อีก14 หลัง พร้อมห้องน้ำในตัว ราคาเริ่มต้นที่ 2,500 – 3,800 บาท ใครที่อยากสะดวกสบายก็เลือกพักกันได้เลย นอกจากนี้ยังมีบริการลานกางเต็นท์คิดราคาคนละ 200 บาทเท่านั้น ซึ่งห้องพักทุกแบบมีอาหารเช้าให้ด้วย สามารถโทรสอบถามห้องพักได้ที่ 062-318-6886

หลายคนอาจจะสงสัยว่าห้องพักที่เราเลือกนั้น ไม่มีแอร์แล้วอากาศจะร้อนไหม บอกเลยว่าเย็นสบายๆ มากๆ ค่ะ เพราะตั้งอยู่ริมน้ำ ใต้ร่มไม้ มีลมโกรกตลอดเวลา มาที่นี่แค่พกหนังสือดีๆ สักเล่มก็สามารถนอนอ่านได้ทั้งวันแล้ว

หน้าห้องพักมีอ่างอาบน้ำที่สามารถนอนแช่น้ำชมวิวแม่น้ำเพชรบุรีได้ด้วย พอเห็นอ่างอาบน้ำปุ๊บเราทั้งสองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปนอนแช่น้ำเย็นๆ กันเลยค่ะ


แช่น้ำในที่พักยังไม่หนำใจเลยขับรถไปเล่นน้ำต่อกันที่เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท รีสอร์ทบริเวณใกล้เคียงที่มีสวนน้ำขนาดย่อมพร้อมสไลเดอร์ให้เล่นกันอย่างจุใจด้วย ค่าเข้าเพียงคนละ 20 บาทเท่านั้น  แต่สามารถเล่นได้ทั้งวันตั้งแต่  9.00 – 17.00 น.กันเลย อ๊ะ!! แต่มาเล่นน้ำที่นี่ต้องใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ ค่าเสื้อชูชีพ วันธรรมดาสำหรับผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดผู้ใหญ่ 80 บาทเด็ก 50 บาท

เราสองคนเล่นน้ำกันเพลินจนเย็นย่ำก็เดินทางกลับไปยัง River Tales เพื่อเตรียมไปปาร์ตี้บาร์บีคิวกันในค่ำคืนนี้

พี่ๆ ที่ River Tales ใจดีมากๆ ช่วยเตรียมเตาให้เราปิ้งบาร์บีคิวบริเวณหน้าห้องพักกันอย่างเต็มที่ เราทั้งสองนำอาหารที่ซื้อมาจากร้าน SPAR มาเตรียมย่างบาร์บีคิวพร้อมกับทานขนมอร่อยๆ ที่ซื้อมาด้วย และพูดคุยเรื่องราวมากมายท่ามกลางบรรยากาศสวยงามและสงบของแม่น้ำเพชรบุรีที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า


หลังจากดินเนอร์บาร์บีคิวกันเสร็จแล้วเราก็รีบเข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำค่ะ     เพราะตอนเช้ามีแพลนจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งเพื่อไปชมหมอกยามเช้า อากาศเย็นสบายของที่นี่ทำให้ได้นอนพักกันอย่างเต็มอิ่มเลยล่ะค่ะ


ตอนเช้าตื่นตั้งแต่ตี 4 มาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมไปขึ้นรถที่จะมารับตอนตี 5 ใครที่อยากขึ้นพะเนินทุ่งแนะนำว่าควรจ้างรถรับจ้างขึ้นเขาดีกว่าขับรถขึ้นไปเองค่ะ เพราะทางค่อนข้างลาดชันและเป็นทางลูกรังที่ต้องใช้รถแบบ4WDหรือรถกระบะยกสูง ถ้าเป็นรถเก๋งธรรมดาและไม่ชำนาญทางไม่ควรขับขึ้นไปเองเด็ดขาด ซึ่งเราได้แจ้งกับพี่ที่ River Tales ให้ช่วยหารถให้ตั้งแต่เมื่อคืน เช้านี้เลยได้รถกระบะของพี่ธรคนขับรถรับจ้างในพื้นมารับเราไปขึ้นเขาพะเนินทุ่ง พี่ธรคิดค่ารถไปกลับ 1,600 บาท


ระหว่างที่นั่งรถไปท้องก็เริ่มร้องเลยนำอาหารที่ซื้อมาจาก SPAR  เมื่อวานนี้มาทานรองท้องระหว่างเดินทาง

ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึงจุดชมวิวของพะเนินทุ่งแล้วค่ะอากาศเย็นสบายมากๆ มีสายหมอกปกคลุมขุนเขา ใครที่อยากชมทะเลหมอกใกล้กรุงก็แนะนำที่พะเนินทุ่งนี้เลย ยิ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวหมอกจะหนาและสวยเหมือนพรมสีขาวที่ปกคลุมขุนเขาเลยล่ะค่ะ

ชื่นชมความงามเบื้องหน้าและเซลฟี่กับทะเลหมอกกันจนหนำใจก็ถึงเวลาที่จะต้องลงจากเขาพะเนินทุ่งแล้วค่ะ ซึ่งเวลาขึ้น-ลงเขาพะเนินทุ่งจะแบ่งเป็น 2 รอบ ขาขึ้นรอบแรกตั้งแต่เวลา 5.30-7.30 น. และรอบสองตั้งแต่เวลา 13.00-15.00 น. ส่วนเวลาขาลง รอบแรกเวลา 9.00-10.00 น. และรอบที่สอง 16.00-17.00 น. ใครที่อยากไปกางเต็นท์ที่นี่ก็มีบริการสถานที่กางเต็นท์บริเวณที่ทำการอทุยานฯ พร้อมห้องน้ำให้บริการสะดวกสบายเลยล่ะค่ะ

ระหว่างขับรถลงมาจากเขาเราเห็นผีเสื้อบินอยู่มากมาย จึงให้พี่ธรจอดรถเพื่อไปถ่ายรูปกับผีเสื้อ โดยผีเสื้อของที่นี่จะเริ่มมีให้ชมในช่วงฤดูร้อนประมาณ เดือนเมษายน – มิถุนายนของทุกปี จุดที่ให้ชมผีเสื้อจะอยู่บริเวณแคมป์บ้านกร่าง โดยมีผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์กว่า 200 ชนิด ในฤดูร้อนผีเสื้อเหล่านี้จะออกมากินเกลือตามดินโป่งบริเวณริมลำธารซึ่งเป็นสถานที่ที่เราจะเห็นผีเสื้อเกาะอยู่มากมายเลยล่ะค่ะ

บรรยากาศรอบตัวเรานั้นเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ผีเสื้อนับพันตัว และบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยป่าแก่งกระจานแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัย การเดินทางมาของเราเป็นเหมือนแขกจากต่างเมืองที่มาชื่นชมความงดงามของธรรมชาติที่เราสามารถเก็บกลับบ้านไปได้เพียงรูปภาพและความประทับใจเท่านั้น เพียงเท่านี้ก็ทำให้ความสวยงามของธรรมชาติคงอยู่ตลอดไปแล้ว

ลงจากพะเนินทุ่งมาถึงที่พักประมาณ 11 โมงก็เตรียมเช็คเอาท์โบกมือลาแก่งกระจานแห่งนี้กลับสู่กทม.เช่นเดิม

เราใช้ถนนพระราม 2 มุ่งหน้ากลับบ้านแต่ก่อนกลับเราแวะปั๊มน้ำมันบางจากพระราม 2 กม.77 ไปเติมน้ำมันและแวะเข้าห้องน้ำที่สะอาดน่าเข้ามากๆ ไม่มีกลิ่นรบกวนเลยค่ะ สอบถามทางพี่แม่บ้านว่าทำไมห้องน้ำปั๊มนี้สะอาดจัง พี่แม่บ้านบอกว่าที่นี่มีการทำความสะอาดทุกชั่วโมง และถ้าไม่สะอาดมีเบอร์โทรแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ได้เลย เข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมันบางจากครั้งใดก็มั่นใจได้ เลยว่าห้องน้ำเขาสะอาดมากๆ

ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยก็ขอไปนั่งพักขาในร้าน Inthanin นั่งชิลจิบกาแฟโดยเราสั่ง Cappuccino ร้อน(ราคา 45 บาท)และ Cappuccino เย็น(ราคา 55 บาท)รสกลมกล่อมมาทานพร้อมกับมีบริการฟรี Wi-Fi และปลั๊กไฟให้นั่งเล่นอินเตอร์เน็ต ชาร์จแบตให้เต็มก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

แวะซื้อของกินที่ร้าน SPAR กันสักหน่อย ความพิเศษของที่นี่สามารถจ่ายด้วย Modern Payment โดยเลือกชำระเงินได้ด้วย QR Code, Samsung Pay, AliPay และ WeChat Pay ได้เลยหมดปัญหาการพกเงินสดไปได้เลยค่ะ

ใครที่อยากพักความร้อนระอุจากเมืองกรุงก็ลองหาเวลาเดินทางขับรถมาเที่ยวแก่งกระจานกันดูนะคะ ที่เที่ยวใกล้กรุงที่มีทั้งทะเลหมอก สายน้ำไหลเย็น ผีเสื้อสวยๆ ให้ได้ชมมากมาย เพียงเท่านี้ก็ทำให้หน้าร้อนไม่ใช่ฤดูที่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ