อากาศร้อนๆ แบบนี้ ใครๆ ก็หนีไปเที่ยวทะเล…แต่ถ้าหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศแบบไม่ต้องขับรถไปไกลให้เปลืองน้ำมัน วันนี้ชิลไปไหนจะพาหลบลมร้อนไปเที่ยวคุ้งบางกะเจ้า สวรรค์ของคนที่ชอบความเป็นธรรมชาติ หลบมลพิษและความวุ่นวายในเมืองกรุง ไปพักผ่อน เที่ยวชิลๆ ชมวิถีชีวิตเรียบง่ายริมน้ำใกล้ๆ กรุงเทพฯ  ณ บางกะเจ้า สมุทรปราการ กันค่ะ


วันเสาร์เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้า ขับรถไปเที่ยวที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดน้ำใกล้กรุงที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยและมีขนมไทยๆ น่ากินมากมาย ด้วยความที่เรามาถึงกันค่อนข้างเช้าตั้งแต่ก่อน 8 โมง พ่อค้าแม่ค้าบางร้านยังตั้งร้านไม่ทันเสร็จ เลยไปเดินเล่นสำรวจตลาดไปพลางๆ กันก่อน


ตอนแรกเราตั้งใจว่าเดินเล่นกันก่อน แล้วค่อยทานมื้อเที่ยงกันที่ตลาดบางน้ำผึ้ง แต่เพื่อนสาวดันตื่นสาย เลยยังไม่ได้กินมื้อเช้ามาก่อน โชคดีที่พกแอนลีน มอฟแม็กซ์ ติดกระเป๋ามาด้วย เลยให้นางดื่มไปพลางๆ รองท้องระหว่างเดินเที่ยว


เวลาไปเที่ยวอย่าปล่อยให้ท้องว่าง โดยเฉพาะมื้อสำคัญอย่างมื้อเช้า ไม่ควรงด ยิ่งเป็นทริปที่ต้องใช้พลังงาน เดินเยอะๆ ด้วยแบบนี้ เดี๋ยวหมดแรงจะเที่ยวไม่สนุก แต่ถ้าใครมีเวลาน้อยจริงๆ แนะนำให้ดื่มนมอย่าง "แอนลีน มอฟแม็กซ์" รสอิงลิชมอลต์ ที่ทั้งอร่อย และยังมีแคลเซียม คอลลาเจน และโปรตีน ช่วยดูแลกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับสาวออฟฟิศวัยเข้าใกล้เลข 3 อย่างพวกเราที่สุดเลยค่ะ


เติมพลังแล้วเราก็พร้อมออกเดินช้อปเที่ยวตลาดบางน้ำผึ้งกันต่อค่ะ มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย นอกจากโซนตลาดริมน้ำแล้ว ยังมีโซนเต็นท์ด้านนอกที่พ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของกินของฝากให้เลือกช้อปกันอีกเพียบ


ส่วนใครเป็นสายขนมหวาน งานนี้เตรียมตัวขยายรอบเอวกันได้เลย เพราะที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเหมือนศูนย์รวมขนมไทยอร่อยๆ ขึ้นชื่อมากมายให้เลือกซื้อเลือกชิมกันละลานตา ไม่ว่าจะเป็นขนมตะโก้อัญชันร้านแม่พิมพ์ใจ ขนมหม้อแกง ขนมตาลโตนดเมืองเพชร ฯลฯ ยิ่งไปตอนเช้าๆ ที่แม่ค้าเพิ่งนึ่งขนมเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ ซื้อปุ๊บเปิดถุงกินปั๊บ อร่อยจนหยุดไม่อยู่ เผลอแป๊บเดียวหมดถุงซะงั้น


เดินเที่ยวตลาดเพลิน เดินไปชิมไปจนน้ำย่อยในท้องเริ่มร้อง เราเลยไปจัดหนักมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาหารริมคลอง เป็นโต๊ะแบบนั่งพื้นเล็กๆ ปูเสื่อนั่งพื้นกันง่ายๆ ชิลๆ


เราสั่งปลาเก๋าลวกจิ้มมาทานคู่กับบะหมี่เย็นตาโฟ รสชาติโอเคเลยค่ะ แถมราคาไม่แพงมาก ได้บรรยากาศริมน้ำมาช่วยเสริมรสชาติอาหารมื้อนี้ประทับใจยิ่งขึ้น


อิ่มแล้วมาเดินเล่นย่อยอาหารกันต่อ พอดีเห็นคุณป้าพายเรือมาขายห่อหมกอยู่ริมน้ำ เลยช่วยอุดหนุนซื้อมาห่อหนึ่ง พอเปิดฝาซึ้งออกมาก็เห็นห่อหมกที่นึ่งใหม่ๆ ร้อนๆ เป็นห่อหมกปลาสูตรโบราณ หอมเครื่องแกงและใบตองที่ใช้ห่อ น่ากินมากๆ เลยค่ะ


มาต่อกันด้านในที่ร้าน “เรือนนมสด” เรือนไทยใต้ถุนสูงแบบโบราณ ตั้งอยู่ในบริเวณตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ด้านในมีร้านกาแฟ และอาหารว่างเป็นซุ้มเล็กๆ ให้เราซื้อและหาที่นั่งทานได้ตามสบาย บริเวณรอบๆ ยังมีของตกแต่งอย่างเครื่องมือ เครื่องใช้โบราณ ทั้งเครื่องแก้ว ตะเกียง ปิ่นโต ถังไม้ให้ชม เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านย่อมๆ แค่เดินดูก็เพลินแล้วค่ะ


ระหว่างเดินสำรวจรอบๆ เราก็สะดุดตากับร้านขายเมี่ยงคำ เลยจัดการอุดหนุนมาหนึ่งชุด ทางร้านเสิร์ฟมาในถาดสังกะสีแบบโบราณ  จัดไว้ให้เป็นคำๆ แต่เราต้องห่อเอง มีทั้งใบชะพลูและเครื่องเมี่ยงอย่างมะพร้าวคั่ว ถั่ว พริกขี้หนู มะนาวหั่นและหอมแดงซอย ราดด้วยน้ำเมี่ยงคำเข้มข้น เป็นอาหารว่างแบบไทยๆ ที่ทุกวันนี้เริ่มหาทานได้ยาก


เดินเที่ยวตลาดกันเต็มอิ่มแล้ว ตอนบ่ายเราไปเช็คอินเข้าที่พักของเราที่ Bangkok Tree House ที่พักสุดชิลริมคลองบางกะเจ้า ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ที่อยู่ล้อมรอบ เหมือนเป็นโอเอซิสขนาดย่อมใจกลางเมืองเลยค่ะ


ห้องพักของเราคือห้อง  The “View with a Room”  ที่มีไฮไลท์อยู่ที่ตอนกลางคืนเราสามารถออกมานอนดูดาวบนระเบียงไม้ไผ่เหนือยอดไม้แบบนี้ได้เลย ทางรีสอร์ทมีที่นอนและมุ้งให้พร้อม ไม่ต้องกลัวยุงกัด บรรยากาศโรแมนติกเหมาะจะมาฮันนีมูนมากๆ แต่ทริปนี้เรามากันกับแก๊งค์เพื่อนสาว ถือว่ามาซ้อมฮันนีมูนกันก่อนก็แล้วกัน


ด้านข้างมีมุมนั่งเล่นส่วนตัว เหมือนบ้านต้นไม้เล็กๆ หันไปทางไหนก็เห็นแต่ยอดไม้สีเขียว  สดชื่นสบายตาสุดๆ


ส่วนใครสงสัยว่าฝนตกจะทำยังไง ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะทางที่พักมีวิธีป้องกันให้ นอกจากนี้ ยังมีห้องพักแบบอื่นๆ ให้เลือกอย่างเช่น Tree Top Nest บ้านพักดีไซน์ธรรมชาติที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแมลงชนิดต่างๆ 


เก็บของเข้าที่พักเสร็จแล้ว ก็ไปปั่นจักรยานเล่นรอบๆ กัน เราเลือกเช่าจักรยานที่ร้านจักรยานลุงจวบ พิกัดแถววัดบางน้ำผึ้งนอก เพราะอยากช่วยอุดหนุนชาวบ้านในละแวกนี้ ที่สำคัญ ลุงจวบและภรรยาอย่างคุณป้าใจดี น่ารักมากๆ มีบริการแถมน้ำดื่มให้ทุกคัน แถมหลังจากปั่นเที่ยวกลับมาแล้วยังเฉาะน้ำมะพร้าวเย็นๆ แจกพวกเราอีกกันคนละลูก


บางกะเจ้าสมเป็นสวรรค์ของคนรักการปั่นจักรยานจริงๆ นอกจากจะมีเส้นทางปั่นจักรยานให้เราขี่สำรวจไปตามชุมชนที่มีบ้านเรือนของชาวบ้านแล้ว ยังมีต้นไม้สวยๆ ร่มรื่นให้เราหยุดแวะถ่ายรูปกันตลอดทาง


หลังจากปั่นจักรยานเที่ยวรอบๆ ชุมชนบางกะเจ้าแล้ว เรากลับมาทานมื้อเย็นกันที่ Bangkok Tree House ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นร้านอาหาร มีทั้งโซนในห้องกระจกติดแอร์ และโซนที่นั่งทานอาหารเอาท์ดอร์ให้นั่งชิลมองวิวแม่น้ำรับลมธรรมชาติเย็นๆ


สำหรับอาหารที่นี่เป็นอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น เราสั่งสลัดผลไม้เบาๆ  มาทานกัน เพราะยังรู้สึกอิ่มจากขนมนมเนยอยู่เลย ส่วนเพื่อนสาวเธอติดของหวานเลยสั่งเบอร์รี่ชีสเค้กมาทาน คู่กับน้ำอัญชันและน้ำแดงมะนาวโซดาคนละแก้ว

ตอนเช้าเราตื่นมาพร้อมกับความสดชื่น ใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ในที่พักแบบไม่เร่งรีบ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด หลังจากเมื่อวานได้ชาร์จแบตกันเต็มที่แล้ว วันนี้เรามีแพลนออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งสนุกๆ ก่อนกลับกรุงเทพฯ กันค่ะ


เริ่มด้วยการไปพายเรือคายัค ใครจะนึกว่าใกล้ๆ กรุงเทพฯ แค่นี้ จะมีเรือคายัคให้ชมวิถีชีวิตและธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์แบบนี้ เราเช่าเรือคายัคของชาวบ้านที่มีให้บริการลำละ 100 บาท สามารถพายได้ทั้งวัน พายเรือในคลองบางน้ำผึ้งความยาวระยะประมาณ 800 เมตร ท่ามกลางต้นจาก ต้นแสมริมน้ำ สลับกับบ้านเรือนของชาวบ้านเป็นระยะ


หรือใครอยากพายไปเที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้งก็ได้ แต่เมื่อวานเราไปกันมาแล้ว เลยแค่พายเล่นในคลองไปมาชิลๆ


นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติสวยๆ แล้ว การพายเรือคายัคยังเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยส่งเสริม “จุดพีคของร่างกาย” อย่างกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ได้ทำงานไปในตัวอีกด้วยค่ะ ใครชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งแนวนี้ อย่าลืมบำรุงร่างกายด้วยอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์กันเป็นประจำ แนะนำเลือกดื่มนมที่มีส่วนผสมของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหว อย่าง แอนลีนมอฟแม็กซ์ เตรียมความฟิตไว้อยู่เสมอ พอสุขภาพกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อของเราแข็งแรงแล้ว ก็มีอิสระในการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว คราวนี้ รับรองเที่ยวได้สนุก จะทำกิจกรรมเบอร์ไหนก็พร้อม!!


ใกล้ๆ กับจุดพายเรือคายัคมีทางเดินเลียบริมน้ำ และยังมีถนนดอกไม้ที่เป็นงานสตรีทอาร์ทให้เราแวะถ่ายรูปกันชิลๆ ริมคลอง


ปิดท้ายด้วยการไปพิสูจน์ความฟิตของกล้ามเนื้อขากันบ้าง เราไปปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะศรีนครเขื่อนขันธ์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครมาเที่ยวบางกะเจ้าแล้วต้องแวะมาปั่นจักรยาน ถ่ายรูปกันที่นี่


ที่สวนสาธารณะมีจักรยานให้เช่าปั่นคันละ 20 บาท ปั่นรอบสวนได้ทั้งวัน นอกจากได้สนุก ยังได้ออกกำลังกายโดยใช้เท้าและขาในการปั่นจักรยาน ซึ่งสาวๆ บางคนอาจไม่รู้ว่าเป็นส่วนสำคัญของจุดพีคของร่างกาย เมื่อบำรุงกระดูกและข้อต่อให้มีความแข็งแรงมากขึ้นแล้ว เราก็พร้อมปั่นจักรยานได้อย่างคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง สู้กับเนินสูงๆ และอากาศร้อนอบอ้าวได้สบายเลยค่ะ ปั่นไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น…สู้ตายค่ะ!


นอกจากจะได้ออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ เรายังจะได้ศึกษาระบบนิเวศน์ของพันธุ์พืชและสัตว์ท้องถิ่นในพื้นที่ แถมยังมีมุมถ่ายรูปฮิปๆ ให้มาครีเอทไอเดียถ่ายรูปกันด้วย


เราเดินเล่นชมวิวรอบสวนๆ ก่อนโบกมือลาบางกะเจ้า ขับรถกลับกรุงเทพฯ ในตอนเย็น เวลา 2 วัน 1 คืน ที่ได้มาพักผ่อนที่นี่ ช่วยชาร์จแบตให้ร่างกายและหัวใจกลับมาสดชื่นพร้อมกลับไปทำงานต่อในเช้าวันจันทร์ และทริปนี้ยังทำให้เราได้ตกหลุมรักที่นี่…บางกะเจ้า โอเอซิสใกล้กรุงเทพฯ ที่มีเสน่ห์น่ามาเยือนจริงๆ ค่ะ


สำหรับสาวๆ คนไหนที่ชอบเที่ยว ทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างพวกเรา อย่าลืมเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกทริป ด้วยการดื่มนมแอนลีน มอฟแมกซ์ ผสมอิงลิชมอลต์ ที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อจุดพีคของร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูก แค่นี้ก็ออกทริปได้อย่างสนุก ไม่มีสะดุด จะเคลื่อนไหวแบบไหนก็อิสระได้ตลอดทั้งวันเลยค่ะ