พอเข้าหน้าร้อน ใจก็เรียกร้องหาทะเล…และหนึ่งในชื่อของทะเลที่ผุดขึ้นมาในลิสต์ ต้องมี “เกาะเสม็ด” ติดอันดับท็อปลิสต์อยู่เสมอ บางคนอาจมองว่าไม่เห็นจะมีอะไร ก็เสม็ดแบบเดิมๆ อ่ะ ขอบอกว่าคิดผิด! เพราะเสม็ดมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อจริงๆ

ถ้าหากเป็นผู้หญิง เสม็ดก็คงเหมือนเพื่อนสาวลุคเปรี้ยวๆ ชิคๆ แต่ซ่อนความมีเสน่ห์น่าค้นหาเอาไว้ ให้เราได้แปลกใจทุกครั้งที่เจอ พอเข้าซัมเมอร์ มีวันหยุดยาวๆ ช่วงสงกรานต์แบบนี้ เราเลยไม่รอช้า รีบแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวเสม็ดกัน จัดเป็นทริปเที่ยวเกาะเสม็ด 3 วัน 2 คืน นั่งเรือโต้คลื่นไปดำน้ำดูปลา ปิกนิกริมชายหาด เช็คอินบีชบาร์ชิลๆ ปิดท้ายด้วยปีนผาไปถ่ายรูปฮิปๆ ที่เขาแหลมหญ้า บอกเลยว่าเที่ยวสามวันได้รูปเป็นพัน!!

ทริปนี้จะชิค จะชิลขนาดไหน…แพ็คกระเป๋าแล้วตามรอยพวกเรามาเลย!


ทริปนี้เป็นทริปกลางๆ ไม่ยาว ไม่สั้น 3 วัน 2 คืนกำลังพอดี จัดกระเป๋าเบาๆ แบบ Pack Light ก็พอ ไม่ต้องขนไปเยอะเหมือนกับจะย้ายบ้านนะสาวๆ! เข้าใจอารมณ์ว่าอยากขนพร็อบทั้งเสื้อผ้าหน้าผมไปถ่ายรูปกันแบบจัดเต็ม แต่อย่าลืมว่าเราต้องนั่งเรือข้ามไปเกาะอีกที เพราะฉะนั้น ทริปนี้เราพกไปเฉพาะไอเท็มเด็ดๆ แน่นอน…ไปทะเล สิ่งที่ขาดไม่ได้คือชุดว่ายน้ำ หมวก แว่นตาและครีมกันแดด แต่ทริปนี้ขอเพิ่มความพิเศษด้วย สก๊อต รังนกแท้ มานูก้า ฮันนี่ ไว้ไปเติมพลังระหว่างเที่ยวทะเลและทำกิจกรรมสนุกๆ กลางแจ้ง เตรียมพร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแบบไหน ก็พร้อมตะลุยทริปเกาะเสม็ดกัน!


สำหรับการเดินทางข้ามไปเกาะเสม็ด บริเวณบ้านเพ จังหวัดระยอง มีท่าเรือข้ามเกาะให้เลือกหลากหลายเจ้า เราเลือกใช้บริการท่าเรือนวลทิพย์ จอดรถฝากไว้ที่ท่าเรือเสร็จแล้ว (ค่าฝากรถวันละ 100 บาท) ก็ซื้อตั๋วเรือรอบบ่ายโมง เพื่อข้ามไปยังเกาะเสม็ดกันค่ะ สำหรับค่าเรือ หากเป็นเรือช้า ราคาค่าโดยสารไป-กลับ คนละ 100 บาท ส่วนถ้าเป็นเรือเร็วแบบสปีดโบ้ท ราคาไป-กลับ คนละ 350 บาท เลือกได้ตามงบประมาณและเวลาในการเที่ยว


สำหรับทริปนี้เราอยากเดินทางแบบชิลๆ ไม่เร่งรีบ เลยเลือกขึ้นเรือช้าที่เป็นเรือไม้สีฟ้าสองชั้นลำใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งชมทะเลเพลินๆ ก็ไปถึงเกาะเสม็ดกันแล้วค่ะ


จากท่าเรือหน้าด่าน เราใช้บริการรถสองแถวสีเขียวบนเกาะเพื่อมายังอ่าวน้อยหน่า เช็คอินเข้าที่พักคืนแรกของเราที่ Bar and Bed Resort ที่พักริมทะเลบรรยากาศเท่ๆ ที่มีคอนเซ็ปต์เป็นทั้งรีสอร์ทริมทะเล และบีชบาร์เก๋ๆ แบบ 2 in 1


สำหรับโซนห้องพักที่นี่จะอยู่บนเนินเขาด้านหลัง ล้อมรอบด้วยสวนต้นไม้สีเขียวร่มรื่น พอเปิดประตูเข้าไปในห้องพักก็ต้องตกหลุมรักกับผนังหัวเตียงสีสันสดใส และที่นอนสีขาวนุ่มๆ น่าทิ้งตัวลงนอนกลิ้งเป็นที่สุด


จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือ บาร์ริมทะเลบรรยากาศฮิปๆ  ที่ให้เรานั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆ รับลมชมคลื่น หรือจะไปนอนเล่นถ่ายรูปกับมุมยอดฮิตอย่างที่นั่งที่ยื่นออกไปในทะเลแบบนี้ก็ชิลทั้งสองแบบ


ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ เราเช่ารถออกไปเที่ยวรอบเกาะเสม็ดกันต่อ จุดหมายแรกของเราอยู่ที่ “อ่าวหวาย” อ่าวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณท้ายเกาะเสม็ด บรรยากาศสงบเงียบ  เป็นส่วนตัว น้ำทะเลที่นี่ใสมว๊ากกก…แถมหาดทรายก็ขาวละเอียด นุ่มเท้า เหมาะจะมาเล่นน้ำ แถมหาดนี้ยังมีนักท่องเที่ยวน้อย ไม่พลุกพล่านวุ่นวายเหมือนแถบหาดทรายแก้วที่เป็นหาดยอดฮิต


เราเตรียมเสบียงมาปิกนิกริมทะเล เลือกทำเลเหมาะๆ ปูผ้าบนหาดทรายที่อยู่ใต้ร่มเงาของต้นหวาย ที่ขึ้นอยู่เรียงรายตามแนวชายหาด จนเป็นที่มาของชื่ออ่าวหวายนั่นเอง ตามธรรมเนียมต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย ก็แหม…ไม่ได้มีโอกาสมาปิกนิกริมทะเลแบบนี้บ่อยๆ นี่นา แช๊ะภาพไปอัพสเตตัสให้เพื่อนที่อยู่กรุงเทพฯ อิจฉาเล่นดีกว่า


ทำงานหนักอยู่หน้าจอมาเป็นเดือนๆ มีโอกาสหยุดพักผ่อนยาวๆ แบบนี้ทั้งที ต้องชาร์จแบตร่างกายให้เต็มที่…นอกจากจะพักผ่อน กินอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์แล้ว  เสริมด้วย สก๊อต รังนกแท้ มานูก้า ฮันนี่ นอกจากจุดเด่นเรื่องรังนกแท้สีเหลืองทอง ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์ ยังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งมานูก้า น้ำผึ้งแท้คุณภาพดีจากธรรมชาติ 100% อิมพอร์ตมาจากประเทศนิวซีแลนด์ หอมน้ำผึ้งแท้ๆ  รสชาติกลมกล่อม อร่อย พร้อมกินง่ายมากกก…  แถมแพ็คเก็จก็พกพาสะดวกสุดๆ พกใส่กระเป๋าหรือตะกร้าปิกนิกแบบนี้ได้สบายๆ เลย


เซลฟี่กันจนจุใจ ได้เวลาเติมพลังให้กระเพาะกันแล้ว Let’s party…เอ้า เชียร์ส!!


เล่นน้ำ ปิกนิกกันสักพักจนแดดร่มลมตก เราขับรถไปเที่ยวหาดลุงดำที่อยู่ใกล้ๆ กันต่อ ตอนแรกตั้งใจมาเดินเล่นถ่ายรูปบนสะพานไม้ที่ยื่นลงไปในทะเล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเกาะเสม็ดก็ว่าได้ แต่น่าเสียดาย…ที่สะพานพังไปซะแล้ว แต่ทะเลยังสวยเหมือนเดิม ไหนๆ ก็มาแล้วเลยนั่งถ่ายรูปคู่กับสะพานที่พังนี่ล่ะ ออกมาดูสวยแบบอาร์ตๆ ดีเหมือนกันนะ


มองดูนาฬิกาใกล้จะหกโมงแล้ว เรารีบมาถ่ายรูปจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับอ่าวลุงดำ มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติขับรถมานั่งรอชมพระอาทิตย์ตกกันอยู่แล้วหลายกลุ่ม บางคนอาจคิดว่าพระอาทิตย์ตกที่ไหนๆ ก็เหมือนกัน แต่บอกเลยต้องหาโอกาสมาดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง รับรองว่าต้องประทับใจกับบรรยากาศโรแมนติกเหมือนเราแน่นอน


ตอนเย็นไปปาร์ตี้ริมชายหาดที่ “พลอยทะเล” ร้านอาหารชื่อดังบนเกาะเสม็ด นอกจากจะตั้งอยู่ติดริมทะเลบนหาดทรายแก้วที่ทำเลดีสุดๆ เรียกว่าอยู่ใจกลางเกาะเสม็ดเลยก็ว่าได้ ที่นี่ยังมีไฮไลท์ทั้งโชว์ควงกระบองไฟริมชายหาด และกิจกรรมสนุกๆ อย่างการเล่น Fire Limbo การเล่นลิมโบ้ที่เราต้องเต้นระบำย่อตัวลอดไม้ที่จุดไฟสุดหวาดเสียวแบบนี้ เรียกว่าแค่คืนแรกที่เกาะเสม็ด เราก็เสร็จ…อ๊ะๆ อย่างคิดมากกก หมายถึงตกหลุมรักกับสีสันยามค่ำคืนบนชายหาดของเกาะแห่งนี้แล้วต่างหากล่ะ


หลังจากเมื่อวานเราตะลอนเที่ยวรอบเกาะเสม็ดกันมาทั้งวัน ตอนเช้าเราก็ตื่นมาทานมื้อเช้ากันที่ห้องอาหารของรีสอร์ท บรรยากาศดีสุดยอดดด!! ได้นั่งทานอาหารพร้อมกับชมวิวทะเลสวยๆ แบบนี้ไปด้วย มื้อนี้เราต้องจัดหนักเป็นพิเศษเพื่อเติมพลังเตรียมพร้อมออกไปดำน้ำกันค่ะ ถ้ากลัวว่ามื้อเช้าอย่างข้าวต้ม หรืออเมริกันเบรกฟาสต์อย่างขนมปัง ไข่ดาว แฮม ไส้กรอกจะไม่อยู่ท้องล่ะก็ ตบท้ายด้วยสก๊อต รังนกแท้ มานูก้า ฮันนี่ อีกสักขวดเพื่อความชัวร์ แค่นี้ก็สร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย พร้อมลุยกันต่อแล้วค่ะ


อิ่มแล้วยังพอมีเวลาเหลือก่อนเช็คเอาท์ ขอมานั่งเซลฟี่เบาๆ บนเปลตาข่ายที่ยื่นออกไปในทะเลแบบนี้ ตอนเช้าๆ อากาศดี แดดไม่แรงมาก ยิ่งมีลมทะเลเย็นๆ พัดมา สดชื่นจนแทบไม่อยากลุกไปเก็บกระเป๋าเลยเชียวค่ะ


วันนี้เรามีนัดกับ Dome Travel ทัวร์ดำน้ำแบบ One Day Trip ที่มารับพวกเราขึ้นเรือไปดำน้ำ 5 เกาะ บริเวณรอบๆ เกาะเสม็ดกันค่ะ จุดแรกที่พวกเราไปคือเกาะทะลุ เกาะเล็กๆ ที่ใช้เวลาเดินทางจากเกาะเสม็ดไปประมาณ 30 นาที เกาะแห่งนี้เป็น 1 ใน 6 เกาะที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด บนเกาะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยว ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย (แต่ถ้าใครมาจากฝั่งระยอง ต้องซื้อตั๋วเข้าอุทยานฯ คนละ 40 บาทในการขึ้นมาเที่ยวหรือดำน้ำรอบๆ เกาะ)


น้ำทะเลที่เกาะทะลุใสมากๆ ขนาดวันธรรมดายังมีเรือนักท่องเที่ยวพากันมาดำน้ำรอบเกาะกันอย่างคึกคัก เราหลบมุมมาอีกด้านของเกาะที่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า หามุมถ่ายรูปกับน้ำทะเลสวยๆ หาดทรายขาวๆ ก่อนจะกินมื้อเที่ยงที่ทางทัวร์เตรียมอาหารกลางวันไว้ให้กันบนเกาะ


อิ่มแล้วมานั่งมองทะเลชิลๆ ริมชายหาด มีบริการเตียงผ้าใบให้เช่าตัวละ 20 บาท ถือว่าเป็นค่าบำรุงเกาะช่วยเจ้าหน้าที่ ถึงแม้ว่าก่อนมาจะมีคำเตือนพยากรณ์อากาศให้ระวังพายุฤดูร้อน แต่เราก็ขอลองเสี่ยงดวงมาวัดใจกันที่นี่ โชคดีวันที่เราไปฟ้าใสอากาศดีมาก เลยได้ภาพน้ำทะเลสวยๆ ตัดกับท้องฟ้าใสๆ แบบนี้


ประมาณบ่าย 2 ก็ได้เวลาขึ้นเรือไปดำน้ำกันต่อ เรือพาเราอ้อมมาด้านหลังที่มองเห็นช่องเขาของเกาะที่ทะลุไปอีกฝั่ง ปกติแล้วบริเวณนี้จะเป็นจุดสำหรับการดำน้ำลึก น่าเสียดายที่วันนี้คลื่นสูง ค่อนข้างแรง เราเลยได้แต่ชมวิว ถ่ายรูปเกาะทะลุจากบนเรือ


เรือสปีดโบ้ทพาเรามายังจุดดำน้ำที่สอง บริเวณใกล้ๆ กับเกาะค้างคาว จุดนี้เป็นอีกจุดดำน้ำลึกที่สามารถดำแบบสน็อกเกิ้ลได้ ใต้น้ำมีปลาทะเลสีสวยมากมายให้เราได้ไปถ่ายรูปเซลฟี่ใต้น้ำกับน้องปลาแบบใกล้ชิด


ใช้เวลาดำน้ำที่เกาะค้างคาวสักพัก เราก็นั่งเรือไปเกาะที่สามนั่นคือ เกาะกุฎี เป็นเกาะเล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาเที่ยวแบบ One Day Trip เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากเกาะเสม็ด ทรายที่นี่เม็ดทรายอาจไม่ละเอียดมากหรือขาวเท่าที่เกาะทะลุ แต่ก็บรรยากาศชิลไปอีกแบบ จะลงเล่นน้ำ หรือนอนอาบแดดให้ผิวเป็นสีแทนบนชายหาดก็ได้


ปิดท้ายทริปทัวร์ดำน้ำ 5 เกาะกันที่เกาะขาม-เกาะกรวย เกาะเล็กๆ อีกสองแห่งที่มีไฮไลท์อย่างทะเลแหวก แนวกรวดและสันทรายเชื่อมระหว่างสองเกาะ เวลาน้ำลดจะปรากฏเป็นทางเดินที่นักท่องเที่ยวนิยมลงไปเล่นน้ำ ถ่ายรูปกันบริเวณนี้ เราแวะถ่ายรูปกันไม่นาน เพราะมองไปทางฝั่งระยองเห็นท้องฟ้าเริ่มครึ้มเหมือนจะมีพายุ บวกกับมีเสียงฟ้าร้องอยู่ไกลๆ เลยรีบขึ้นเรือกลับเกาะเสม็ดกันดีกว่า


หลังจากไปดำน้ำกลับมาแล้ว เราก็มาอาบน้ำเปลี่ยนชุดกัน คืนที่สองเราเปลี่ยนบรรยากาศมาเช็คอินที่พักอีกแห่งอย่างเสม็ดคาบาน่า รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ที่อ่าววงเดือนบนเกาะเสม็ด มื้อเย็นเราไปดินเนอร์ซีฟู้ดริมทะเลกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ท กับบรรยากาศชิลๆ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเลยามค่ำคืน


ดำน้ำกันมาทั้งวันจนหมดแรง ขอเติมพลังแบบจัดหนักมื้อใหญ่ ด้วยเมนูซีฟู้ดทั้งปูม้านึ่ง เนื้อสดหวาน ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ต่อด้วยเมนูต้มยำทะเล ที่มีทั้งกุ้ง ปลาหมึกสด เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ ตบท้ายด้วยกุ้งแช่น้ำปลาสุดฟิน ใครชอบทานซีฟู้ดรับรองถูกใจแน่นอน


ตอนเช้าเราตื่นมาพร้อมกับความสดชื่น โดนปลุกด้วยเสียงคลื่นเบาๆ เหมือนเสียงเรียกที่เร่งเร้าบอกว่า อย่ามัวแต่นอนเพลิน แค่เปิดประตูห้องออกมาก็เจอกับทะเลสวยๆ อยู่ตรงหน้า ใครมองหาที่พักเกาะเสม็ดที่เดินลงทะเลได้จากหน้าห้องพักแค่ไม่กี่ก้าว บอกเลยว่าที่เสม็ดคาบาน่าตอบโจทย์สุดๆ โดยเฉพาะห้องพักแบบบังกะโลบีชฟรอนท์ ที่ให้อารมณ์ที่พักแบบเสม็ดยุคก่อน ที่เรียบง่าย มีเสน่ห์แบบธรรมชาติ


เมื่อวานเราไปทัวร์ดำน้ำมาทั้งวัน ตอนสายๆ เลยขอไปนั่งชมวิวชายหาดสวยๆ ของอ่าววงเดือนให้เต็มที่สักหน่อย หาดนี้เป็นอีกหาดหนึ่งที่เราชอบมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ บนเกาะเสม็ด นอกจากหาดทรายขาว น้ำทะเลใสน่าเล่น บรรยากาศยังไม่พลุกพล่านจนเกินไป แต่ก็ไม่เงียบจนถึงกับเหงา มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ และยังมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเช่าห่วงยาง พายเรือคายัค หรือพาราเซลลิ่ง แต่วันนี้ขอพักร่าง นั่งชิล จิบอะไรเย็นๆ ริมทะเลก็พอ


ตอนบ่ายเรานั่งเรือกลับฝั่งระยอง ไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด กันต่อ พิกัดจากท่าเรือแถวบ้านเพ ขับรถลงใต้มาทางไปบ้านก้นอ่าวอีกประมาณ 8 กิโลเมตร ก็มาถึงที่นี่แล้วค่ะ ทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่ดูแล ถ้าใครมีแพลนมาเที่ยวเกาะเสม็ดอยู่แล้ว อาจแวะที่นี่ก่อนข้ามไปเกาะก็ได้ จะได้เสียค่าเข้าอุทยานแค่ครั้งเดียว สามารถเที่ยวได้ทั้งที่เกาะเสม็ด เขาแหลมหญ้า เกาะทะลุ เกาะกุฎีที่อยู่ในเขตอุทยานฯ


ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีวิวทิวทัศน์สวยอันดับต้นๆ แห่งหนึ่ง มีมุมถ่ายรูปฮิปๆ มากมายหลายจุด อย่างเช่นประภาคารสีขาวริมทะเล หรือสะพานไม้เก๋ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป วันที่เราไปเห็นมีคู่แต่งงานมาถ่ายภาพ Pre-Wedding กันที่นี่ด้วย


ภายในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เป็นทางเดินสะพานไม้ที่ทอดยาวลัดเลาะไปตามแนวโขดหินริมทะเล บางช่วงอาจจำเป็นต้องไต่ไปตามโขดหินเป็นระยะ แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ารัดส้นที่พื้นค่อนข้างหนาสักหน่อยจะได้เดินสะดวก ไม่ต้องกลัวลื่นกันค่ะ


เราหยุดแวะถ่ายรูปกันไปเกือบตลอดทาง บอกเลยว่าที่นี่มีมุมสวยๆ เยอะมาก สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นอุทยานฯ สุดฮิป จะแช๊ะภาพตรงไหนก็สวยทุกมุม


ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที ในที่สุดเราก็มาถึงจุดชมวิวเขาแหลมหญ้ากันแล้ว บอกเลยว่าวิวจากมุมสูงตรงนี้สวยคุ้มค่ากับการเดินไต่โขดหินมามากๆ ผืนน้ำทะเลสีฟ้าสะท้อนกับแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ ขนาดวันที่เราไปฟ้าครึ้มไม่ค่อยมีแดดยังสวยขนาดนี้ นี่ถ้ามาในวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเป็นใจคงสวยกว่านี้หลายเท่า


บอกเลยว่าทริปนี้ประทับใจพวกเราสุดๆ ได้ทั้งพักผ่อนชิลๆ ริมทะเล ดำน้ำดูปะการัง ปาร์ตี้ริมชายหาด ทานซีฟู้ดสดๆ จนพุงกาง ปิดท้ายด้วยการมาเที่ยวถ่ายรูปฮิปๆ พร้อมกับชมวิวสวยๆ แบบนี้ ถือเป็นทริปรับซัมเมอร์ที่ทำให้หน้าร้อนนี้มีสีสัน  เรียกว่าเป็นทริปเที่ยวเสม็ดเหมือนเดิม…เพิ่มเติมคือฟินยกกำลังสอง ไม่ว่าจะเจอแดดจ้า หรือพายุฤดูร้อน เราก็พร้อมเที่ยวพักผ่อนชิลๆ ในทุกสภาพอากาศและกิจกรรม เพราะที่สำคัญ ถ้าร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยก็เที่ยวได้สนุก และหลังจากจบทริปแล้วร่างกายยังพร้อมกลับมาทำงานได้อย่างสดชื่น แฮปปี้สุดๆ พร้อมสำหรับทริปเที่ยวครั้งต่อไปเสมอ

พร้อมขนาดนี้…กลับไปเปิดปฏิทินหาทริปต่อไปกันเลยดีกว่า!!




Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที