วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ไม่รู้จะไปไหนดีเลยชวนเพื่อนสาวหนีร้อนขับรถไปเที่ยวสวนผึ้งกัน 2 คน เพื่อนสาวก็ตอบเซย์เยสอย่างเร็วรี่ ทริปนี้ของเราเลยเป็นทริปปุบปับ ไม่ได้วางแผนอะไรเลย มีแต่ใจที่อยากออกเดินทางไปให้ไกลๆ เมืองกรุง สักสองวัน เผื่อจะได้รับพลังงานจากการท่องเที่ยวมาช่วยชาร์จไฟในชีวิตที่กระพริบเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณควรออกเดินทางไปเที่ยวได้แล้ว


แม้ว่าทริปนี้จะไม่มีแผนการ แต่สิ่งที่เราสองคนจะรู้กันก่อนเดินทางทุกครั้งคือจะต้องแวะไปเติมน้ำมันให้เต็มถังที่ปั๊มน้ำมันบางจาก โดยครั้งนี้เราเลือกปั๊มน้ำมันบางจาก-สาขาพระราม 2 กม.12 ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านจากกรุงเทพฯ สู่สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี



เมื่อเติมน้ำมันจนเต็มถัง ก็ถึงเวลาไปเติมอาหารใส่ท้องกันบ้างค่ะ ซึ่งเวลาเรามาปั๊มน้ำมันบางจากทุกครั้งก็จะมาฝากท้องที่ร้าน SPAR Fresh & Easy food market กันทุกครั้งเลย เพราะที่นี่มีอาหาร มีขนมให้เลือกมากมาย และที่สำคัญใหม่ สด ทุกวันเลยล่ะค่ะ

ถึงเวลาไปช้อปปิ้งของอร่อยกันแล้ว

ข้าวกล่องอร่อยๆ ที่ทำสดทุกวัน  มีให้เลือกเยอะมากๆ ราคายังไม่แพงอีกด้วย จะซื้อไปกินในรถ หรือจะซื้อนั่งกินในร้านก็ได้นะ ส่วนเราขอเลือกซื้อใส่รถตุนเอาไว้สักสองกล่องเผื่อหิวระหว่างทาง และเลือกซื้ออีกสองกล่องสำหรับมื้อเช้าในวันนี้

มีหมูปิ้ง และลูกชิ้นปิ้งให้เลือกทานด้วย คือดีงามมากๆ

น้ำผลไม้สดๆ อร่อยๆ งานนี้เลยจัดกันไปคนละ 3 ขวด

ผลไม้สดๆ ก็มีนะ ขอเติมพลังด้วยองุ่น หวาน สดอร่อย 

ผลิตภัณฑ์ OTOP ก็มีให้เลือกมากมายเลยจ้า ซื้อไว้เป็นของขบเคี้ยวระหว่างขับรถก็เข้าที

มาเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มจาก Inthanin Garden กันค่ะ

เราเลือกเอสเปรสโซเย็นรสเข้มหอมกาแฟอาราบิก้าเพื่อเรียกความสดชื่นก่อนออกเดินทาง

ซื้อเสร็จก็มาจ่ายเงินกันค่ะ ความสะดวกสบายของที่นี่คือสามารถสแกน QR Code จากมือถือยิงปิ๊บ จ่ายปั๊บ ผ่าน K Plus หรือแอปพลิเคชั่นที่ใช้งาน ซื้อเยอะก็ไม่ต้องไปกดเงินให้วุ่นวาย

ภายในร้านยังมีโซนที่นั่งให้นั่งกินอีกด้วยนะ และที่ชอบที่สุดคือภายในร้านมีบริการปลั๊กและ Wi - Fi สะดวกสบายมากๆ นั่งทานอาหารอร่อยไปก็สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหาข้อมูลที่เที่ยวที่เรากำลังจะไปได้อีกด้วย

มีปลั๊กที่สามารถชาร์จโทรศัพท์ได้เลย

เมื่อรถพร้อม คนพร้อม ก็มุ่งหน้าสู่สวนผึ้งราชบุรีกันค่ะ ที่เที่ยวที่แรกที่เราแวะถ่ายรูปฮิปๆ ก็คือโป่งยุบ(หุตายน) การเดินทางจากถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่ราชบุรีด้วยถนนเพชรเกษม ตัดเข้าสู่ถนนราชบุรี-ผาปก ขับเลยร้านกาแฟ โมอาย คอฟฟี่ จะเจอทางเข้าโป่งยุบอยู่ทางซ้ายมือ จากนั้นก็ขับมาเรื่อยๆ ประมาณ 4 กิโลเมตรก็ถึงโป่งยุบแล้วล่ะค่ะ

บรรยากาศของที่นี่ได้อารมณ์เหมือนอยู่ในแกรนด์แคนยอนเลยค่ะ ซึ่งโป่งยุบนั้นเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดินกลายเป็นโตรกผารูปร่างแปลกตา ความงามของธรรมชาติที่รังสรรค์ให้เกิดที่เที่ยวที่สวยงามอายุอานามกว่าร้อยปีแห่งนี้ทำให้เป็นหนึ่งจุดที่เหมาะกับการมาเซลฟี่เท่ๆ กับเพื่อนสาวมากๆ

พื้นดินที่ยุบตัวลงไปประมาณ 1-6 เมตร กลายเป็นผาสูงชัน บ้างก็เป็นเสาหินตะปุ่มตะป่ำรูปร่างแปลกตา

โป่งยุบเปิดให้บริการทุกวันเวลา 6.00 - 18.00 น.อัตราค่าเข้าชมคนละ 40 บาท

ถ่ายรูปกันจนหนำใจท้องก็เริ่มร้องส่งสัญญาณว่าถึงเวลาของอาหารกลางวันแล้วค่ะ มื้อนี้เราเลือกร้านครัวไร่สิงห์สุพรรณ ร้านอร่อยบรรยากาศดีของสวนผึ้ง จากโป่งยุบเดินทางไปยังร้านใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ ทำเลที่ตั้งของร้านอยู่ริมถนนหมายเลข 4019 ด้านหลังเป็นวิวภูเขามีรูปปั้นพี่สิงโตใส่ชุดเชฟต้อนรับอยู่ด้านหน้า

มื้อนี้หิวมากๆ เลยสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะเลย แต่ที่ประทับใจสุดๆ ก็ต้องเห็ดโคนผัดน้ำมันหอย และยำผักกูดรสเด็ดใส่ทั้งกุ้งสด ไข่ต้ม หมูสับ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยฟินมากๆ 

ส่วนที่พักสำหรับคืนนี้เราเลือกพักที่ The Resort Water Park ที่พักพร้อมสวนน้ำและกิจกรรมอีกมากมาย ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา เรียกได้ว่าที่นี่คืออาณาจักรแห่งความสุขของสวนผึ้งเลยล่ะค่ะ

มาถึงก็ขอเช็คอินเข้าห้องพักกันก่อน ห้องพักที่เราจองมาอยู่ในโซนวิลล่าตกแต่งสไตล์ยูโรเปียนคันทรี บรรยากาศเหมือนเมืองน้อกเมืองนอก วิลล่าแต่ละหลังมีสีสันสดใสให้เลือกมากมาย ส่วนเราเลือกบ้านหลังสีเหลืองน่ารักหลังนี้ค่ะ

ภายในตกแต่งสีขาวเรียบง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง ทีวี เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น ชากาแฟ สัญญาณอินเตอร์เน็ต WIFI พร้อมระเบียงชานให้นั่งชมธรรมชาติด้านนอก

เก็บของไว้ในห้องเรียบร้อยก็เปลี่ยนชุดออกไปเล่นน้ำให้คลายร้อนกันเลยค่ะ ซึ่งสวนน้ำของที่นี่ใหญ่โตอลังการงานสร้างสุดๆ และเป็นส่วนน้ำแห่งแรก แห่งเดียวในสวนผึ้ง โดยเขาดีไซน์สวนน้ำท่ามกลางบรรยากาศของขุนเขา เคียงข้างด้วยปราสาทเหมือนในเทพนิยาย มีเครื่องเล่นสไลเดอร์วัดใจให้ได้เลือกเล่น ตั้งแต่ระดับเบบี๋เบาๆ ไปจนถึงระดับโหดให้กรี๊ดจนสุดเสียง ได้อยู่ที่นี่ทั้งวันก็ไม่มีวันเบื่อเลยค่ะ

มีทะเลเทียมพร้อมคลื่นน้ำท่ามกลางขุนเขา จนลืมไปว่าเราอยู่ที่สวนผึ้งนึกว่าอยู่เมืองริมทะเลกันเลยค่ะ

มีมุมถ่ายรูปสวยๆ สำหรับสายเซลฟี่อีกด้วยนะ

นอกจากนี้ยังมีบ้านบอล บ้านผีสิง สวนสัตว์ สนุกได้ทั้งวันเลยล่ะค่ะ





เช้าวันที่สองก่อนจะลา The Resort Water Park แห่งนี้เราขอมาเติมพลังในยามเช้าที่ร้านอาหารของรีสอร์ทพร้อมชมวิวขุนเขาสวยงามประทับใจมากค่ะ

อาหารเช้าของที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ให้เลือกตักกันได้ไม่อั้น เติมพลังให้เต็มอิ่มก่อนออกเดินทาง

หลังจากเช็คเอาท์ออกจากรีสอร์ทแล้วก็เดินทางไปต่อกันเลยที่ The Scenery Vintage Farm ที่เที่ยวเช็คอินสุดชิคฮอตฮิตติดลมบนของสวนผึ้ง

บรรยากาศเหมือนกำลังเดินเที่ยวฟาร์มในยุโรป มีอาคารสไตล์โรงนาที่ทำเป็นร้านขายของฝาก ร้านอาหาร และร้านไอศกรีม

มา The Scenery Vintage Farm ก็ต้องมาชิมไอศกรีมนมแกะ หวาน หอม อร่อยชื่นใจ ช่วยคลายร้อนได้ดีเลยค่ะ


ทานไอศกรีมกันแล้วก็ถึงเวลาไปให้อาหารน้องแกะกันค่ะ น้องแกะของที่นี่น่ารักมากๆ เขาจะวิ่งเล่นเล็มหญ้ากันอยู่ในสนามหญ้า แต่ถ้าเมื่อไรเราถือหญ้าของน้องแกะมาปุ๊บ เขาก็จะวิ่งมารุมเราประหนึ่งเราเป็นซุปเปอร์สตาร์กันเลยค่ะ

ก่อนกลับขอแชะภาพกับรูปปั้นน้องหมาตัวใหญ่ซึ่งเปรียบเหมือนน้องหมาที่กำลังเลี้ยงแกะนับร้อยท่ามกลางขุนเขา

จาก The Scenery Vintage Farm เราเดินทางไปยังอุทยานหินเขางูที่เที่ยวที่กำลังมาแรงของราชบุรี บรรยากาศเหมือนกุ้ยหลินประเทศจีนเลยค่ะ ในอดีตที่นี่เคยเป็นแหล่งระเบิดหิน แต่ต่อมาได้ยกเลิกไป และทำเป็นสะพานปูนข้ามบึงน้ำพร้อมกับทำเป็นทางเดินลอยน้ำลัดเลาะไปตามแนวของภูเขาหินปูน ด้านในยังมีถ้ำที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์

เดินชิลๆ ถ่ายรูปสวยๆ ได้ตลอดทางเลยค่ะ แต่แนะนำว่าควรมาช่วงเช้าหรือช่วงเย็นจะดีกว่าเพราะช่วงบ่ายนั้นแดดค่อนข้างร้อนมากๆ 

2 วัน 1 คืน ที่เราหนีเมืองกรุงเดินทางมาเที่ยวสวนผึ้งแบบไม่ได้วางแผน แต่ได้รับความสุข ความสนุกกลับไปมากมาย ใครที่มีเวลาวันหยุดน้อยๆ ลองนำทริปนี้ไปใช้กันดูนะคะ