เมื่อเอ่ยถึงการไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่คนไทยมักจะนิยมไปฮอกไกโดเพื่อไปเล่นสกีและสัมผัสหิมะ แต่ความจริงแล้วประเทศญี่ปุ่นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในอีกหลายเมืองที่มีเสน่ห์และสวยงามไม่แพ้กัน หนึ่งในนั้นคือ ภูมิภาคโทโฮขุทางตอนใต้ (South Tohoku) ซึ่งเราขอยกให้ภูมิภาคนี้เป็น Hidden Gems เพราะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย ทั้งประวัติศาสตร์ อาหารอร่อยๆ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีเสน่ห์แตกต่างจากฤดูอื่นๆ

วันนี้ชิลไปไหนจะพาทุกคนไปตะลุย South Tohoku กับ 12 ไฮไลท์ ที่ใครมาเที่ยวภูมิภาคนี้ในช่วงฤดูหนาวแล้วพลาดไม่ได้เป็นอันขาด!! จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ


ถ่ายรูปแลนด์มาร์ค ณ จุดชมวิว Daiichi Kyouryou


หากใครไปเที่ยวญี่ปุ่น และได้มาเยือนภูมิภาคโทโฮขุแล้ว ไม่ได้มาถ่ายภาพขบวนรถไฟที่กำลังข้ามสะพาน “ทาดามิกาวา ไดอิชิ” (Tadamigawa Daiichi) ที่เมืองไอสุ วาคามัทสุ (Aizu-wakamatsu) ในจังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) แล้วถือว่าพลาดอย่างน่าเสียดาย เพราะที่นี่นับว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของโทโฮขุเลยก็ว่าได้ ภาพของขบวนรถไฟสาย Tadami ที่ค่อยๆ แล่นผ่านสะพานข้ามแม่น้ำทาดามิ (Tadamigawa) โดยมีฉากหลังเป็นผืนป่าและเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวละลานตาไปทั้งหุบเขา เป็นภาพอันสวยงามที่สะกดสายตานักท่องเที่ยวที่มาเยือนโทโฮขุในช่วงฤดูหนาวได้อย่างน่าประทับใจ  จนยกให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ต้องมาชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง


พิกัด บริเวณจุดพักรถมิจิโนเอคิ โอเซไกโด มิชิมะจูคุ (Michi-no-Eki Ozekaido Mishimajuku) จอดรถแล้วเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนเนินเขาอีกประมาณ 10 นาที


นั่งรถไฟสายโรแมนติก Tadami Line


การเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟในญี่ปุ่นนั้น เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจและมีเสน่ห์ไม่แพ้การไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คเลยทีเดียว และหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยและโรแมนติกที่สุดในญี่ปุ่น ต้องยกให้ “รถไฟสายทาดามิ” (Tadami Line) เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวในแถบ Oku-Aizu ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดฟุกุชิมะ ที่เราจะได้ตื่นตากับทิวทัศน์สองข้างทางที่งดงามตลอดสี่ฤดูของญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่สวยงามและมีเสน่ห์แปลกตาที่สุด ด้วยหิมะสีขาวที่ปกคลุมตลอดทั้งเส้นทางที่รถไฟแล่นผ่าน ทั้งผืนป่าต้นบีชที่กลายเป็นสีขาว และแม่น้ำทาดามิในฤดูหนาวที่สะท้อนภาพของภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสุดโรแมนติก


พิกัด สถานีไอสุ มิยาชิตะ (Aizu-Miyashita) ถึงสถานีไอสุ ยานาอิสุ (Aizu-Yanaizu )

(ควรเช็คตารางรถไฟที่วิ่งในแต่ละวันล่วงหน้า)

ทานเมนูไก่พื้นเมืองขึ้นชื่อของ Oku-Aizu


หากใครมาเที่ยวญี่ปุ่นในแถบตะวันตกของจังหวัดฟุกุชิม่า ที่เรียกกันว่า "Oku-Aizu" ซึ่งรวมทั้งเมืองยานาอิสุ  (Yanaizu),เมืองมิชิมา (Mishima), คาเนยามา (Kaneyama) และเมืองทาดามิ (Tadami) ต้องไม่พลาดหาโอกาสลองชิมเมนูขึ้นชื่อที่ทำจากไก่พันธฺุ์พื้นเมืองของโอคุไอซุ ซึ่งหากคุณมีทริปมาถ่ายรูปและนั่งรถไฟสาย Tadami Line อยู่แล้ว แนะนำมาทานมื้อเที่ยงที่ร้าน "Donguri" ร้านอาหารที่สร้างจากท่อนซุงแบบ Log House ตั้งอยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติของป่าสนและหิมะที่ปกคลุมในช่วงฤดูหนาว พร้อมเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่ออย่าง "ชุดข้าวไก่โอคุไอซุย่างเกลือ" ซึ่งทางร้านคัดสรรเนื้อสะโพกของไก่บ้าน Aizu ที่เลี้ยงในเมืองมิชิมา เนื้อนุ่ม นำมาย่างจนหนังเหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมข้าว ซุป และผักเป็นเซ็ท รับรองว่าจะต้องประทับใจกับรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบในท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน


พิกัด ร้านอยู่ติดกับ Mishima Craft Gallery and Experiencing Center (เดินจากสถานี JR Aizu-Nishikata ประมาณ 15 นาที) เมืองมิชิมา จังหวัดฟุกุชิมา

เปิด 10.00-17.00 น. (หยุดวันจันทร์)


แช่น้ำพุร้อนที่กินซันออนเซ็น


ในช่วงฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมและอุณหภูมิลดต่ำลงต่ำกว่า 0 องศา ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้แช่น้ำพุร้อนเพื่อผ่อนคลาย หนึ่งในออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นต้องยกให้กับ "กินซันออนเซ็น"  (Ginzan Onsen) หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งมายาวนานกว่า 500 ปี ในอดีตที่นี่เคยเป็นเหมืองแร่เงินเก่าแก่ที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยเอโดะ หลังจากที่เหมืองได้ปิดตัวลง หมู่บ้านแห่งนี้ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศดั้งเดิมของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อน แช่น้ำพุร้อนที่โรงอาบน้ำ และยังมีที่พัก ร้านอาหาร คอฟฟี่ช็อป และร้านขายของที่ระลึกบริการให้กับนักท่องเที่ยว


เสน่ห์ท่ี่กลายมาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกินซันออนเซ็น คือ ที่พักแบบเรียวกังที่สร้างจากไม้ที่ตั้งอยู่เรียงรายทั้งสองฝั่ง โดยมีแม่น้ำเล็กไหลผ่านคั่นกลาง และมีสะพานเล็กๆ เชื่อมทั้งสองฝั่ง รวมทั้งยังมีบ่อน้ำพุร้อนเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเล่นริมน้ำและแช่เท้าเพื่อคลายความเมื่อยล้าหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวันได้ฟรี นอกจากนี้ ยังมีโรงอาบน้ำสาธารณะเก่าแก่ ที่เป็นแรงบันดาลใจต้นแบบให้กับภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away ผลงานอนิเมะชื่อดังของสตูดิโอจิบลิอีกด้วย


พิกัด เมืองโอบานาซาว่า จังหวัดยามางะตะ

การเดินทาง จากโตเกียวนั่งรถไฟสายยามางะตะชินคันเซ็น (Yamagata Shinkansen) ลงที่สถานีโออิชิดะ (Oishida) แล้วต่อแท็กซี่ หรือรถบัส (ค่าโดยสารเที่ยวละ 710 เยน) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ลงที่ป้าย Ginzan Onsen


ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชมวิว Snow Monster ที่ Zao Onsen


หากใครมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว ต้องไม่พลาด “ซาโอะออนเซ็น” (Zao Onsen) สกีรีสอร์ทบนยอดเขาที่มีชื่อเสียงทั้งด้านการแช่น้ำพุร้อน  และยังมีลานสกีขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 305 เฮกเตอร์ ซึ่งนับเป็นลานสกีที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สำหรับไฮไลท์ของที่นี่ที่พลาดไม่ได้ คือ การขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อไปชม “ปิศาจหิมะ” (Snow Monster) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หิมะปกคลุมอยู่บนต้นไม้จนกลายเป็นน้ำแข็งรูปร่างแปลกตาคล้ายอสูรกาย นับเป็นหนึ่งในสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่นที่สามารถเห็นปรากฏการณ์ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “Juhyo” หรือปิศาจหิมะชวนพิศวงเช่นนี้ได้ โดยช่วงที่เหมาะสมสำหรับการชม Snow Monster จะอยู่ในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม แต่จะสวยและมีรูปร่างสมบูรณ์ที่สุดในช่วงพีคของฤดูหนาวประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ทั้งหุบเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งสีขาวละลานตา จนได้ชื่อว่า "มรดกโลกตามธรรมชาติในฤดูหนาว"

Cr. Pic http://www.zao-spa.or.jp/


จากสถานีซังโรคุ เรานั่งกระเช้าลอยฟ้าซาโอะ (Zao Ropeway) สายซังโรคุ ขึ้นไปยังสถานีจุเฮียวโคเค็งเพื่อนั่งกระเช้าลอยฟ้าซาโอะสายซังโจต่อไปยังสถานีซังโจที่ตั้งอยู่บนยอดเขาจิโซ ระดับความสูงถึงกว่า 1,661 เมตร ระหว่างที่นั่งกระเช้าเราจะสามารถมองเห็น Snow Monster ได้จากมุมสูง นอกจากนี้ บนยอดเขามี "ซาโอะจิโซซอน" (Zao Jizosan) พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองจากอันตรายต่างๆ ตั้งอยู่ ในฤดูหนาวที่บนยอดเขามีอุณหภูมิหนาวจัดจนติดลบและหิมะตกหนักเช่นช่วงที่เราไปเยือนนั้น พระพุทธรูปถูกปกคลุมด้วยหิมะจนเกือบถึงระดับอกเลยทีเดียว


หลังจากชม Snow Monster แล้ว หากใครอยากเล่นสกี ทางซาโอะออนเซ็นก็มีลานสกี พร้อมบริการเช่าอุปกรณ์สกีและโรงเรียนสอนสกีให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด กับเมนูแนะนำอย่าง “จิงกิสึกัง” หรือเนื้อย่างเจงกิสข่าน ที่ใช้เนื้อแกะนำมาปิ้งย่างบนกระทะร้อนๆ พร้อมผักเครื่องเคียงต่างๆ เป็นเมนูที่เหมาะจะทานในฤดูหนาว ทั้งอบอุ่น อร่อย และเพิ่มพลังงานให้อย่างดีเลยค่ะ


พิกัด เมืองยามางาตะ จังหวัดยามางาตะ

เปิดบริการ 8.30-16.30 น.

ค่าโดยสารกระเช้าลอยฟ้า Zao Ropeway ถึงยอดเขาจิโซ (ไปกลับ 4 สถานี) ผู้ใหญ่ 2,600 เยน, เด็ก 1,300 เยน

วิธีการเดินทาง เดินทางด้วยรถบัสจากสถานีรถไฟ JR ยามางาตะ ลงป้าย "เทอร์มินอลรถบัสซาโอะออนเซ็น" จากนั้นไปขึ้น Ropeway ที่สถานีซังโรคุ


เดินเที่ยวชมหมู่บ้านโบราณ “โออูจิ จูกุ”


ภาพของบ้านเรือนญี่ปุ่นโบราณที่หลังคาปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเหมือนหมู่บ้านในนิทาน คือเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนอยากมาเยือนที่ “โออูจิ จูกุ” (Ouchi-juku) หมู่บ้านโบราณเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี ตั้งแต่สมัยเอโดะของญี่ปุ่น ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าหลักสายสำคัญในอดีต จึงกลายเป็นเมืองที่พักแรมของเหล่านักเดินทาง พ่อค้า และขุนนางที่สัญจรผ่านไปมา ลักษณะตัวบ้านเป็นแบบบ้านชาวนาญี่ปุ่นโบราณ หลังคามุงด้วยฟางข้าว ในฤดูหนาวจะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาจนบางครั้งชาวบ้านต้องช่วยกันโกยหิมะจากหลังคาเพื่อไม่ให้น้ำหนักกดทับจนตัวบ้านเสียหาย แม้ปัจจุบันหมู่บ้านโออูจิ จูกุ จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และปรับปรุงบ้านเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก แต่ก็ยังคงเก็บรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปเดินเล่นในหมู่บ้านโบราณสมัยยุคเอโดะ


พิกัด ตำบลชิโมะโก, อำเภอมินามิ-ไอสุ, จังหวัดฟุกุชิม่า

การเดินทาง จากสถานี JR ไอสุ-วาคามัตสึ นั่งรถไฟไอสุเท็ตสึโด 27 นาที ลงที่สถานียุโนกามิออนเซ็น แล้วขึ้นรถประจำทางหรือรถแท็กซี่ไปยังหมู่บ้านต่ออีกประมาณ 10 นาที


ถ่ายรูปและให้อาหารจิ้งจอก ที่ "Miyagi Zao Fox Village"


หมู่บ้านจิ้งจอกซาโอะแห่งเมืองมิยางิ (Miyagi Zao Fox Village) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนของจังหวัดมิยางิในภูมิภาคโทโฮขุ ทีี่จะทำให้คุณได้อมยิ้มกับความน่ารักและซุกซนของสุนัขจิ้งจอกที่วิ่งเล่นอย่างอิสระท่ามกลางหิมะกว่า 250 ตัว จากทั้งหมด 6 สายพันธุ์ที่ได้ทำการเลี้ยงและอนุรักษ์ไว้ภายในบริเวณเชิงเขาแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม ถ่ายรูปสุนัขจิ้งจอก และให้อาหารได้ ส่วนใครอยากสัมผัสกับเจ้าจิ้งจอกอย่างใกล้ชิด ก็มีการจัดคิวให้นักท่องเที่ยวได้อุ้มและถ่ายรูปกับจิ้งจอกที่เชื่องและคุ้นเคยกับมนุษย์ไว้อีกโซนหนึ่ง ปิดท้ายด้วยการซื้อของที่ระลึกน่ารักๆ หรือจะนั่งจิบชา กาแฟชิลๆ ภายในคาเฟ่จิ้งจอกก็ชิลไม่แพ้กัน


พิกัด เมืองชิราอิ จังหวัดมิยางิ

วิธีการเดินทาง เดินทางด้วยรถยนต์จากชิราอิชิ I.C. ทางด่วนโทโฮขุประมาณ 20 นาที


เที่ยวฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ Ichigo World


หนึ่งในไฮไลท์ของการมาเที่ยวญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวไทยนิยม คือการเที่ยวชมและเลือกซื้อสตรอว์เบอร์รี่สดๆ จากไร่ ซึ่งหากใครมาเที่ยวภูมิภาคโทโฮขุ ต้องไปเช็คอินที่ Ichigo World ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ขนาดใหญ่ในเมืองยามาโมโต้ ที่เคยได้รับผลกระทบจากสึนามิในปี 2011 จากนั้นจึงมีบริษัทที่ก่อตั้งโดยชาวเมืองยามาโมโต้กลับมาช่วยฟื้นฟูและพัฒนาฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ โดยใช้เทคโนโลยีด้านไอที ทำให้สตรอว์เบอร์รี่ของที่นี่ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินเก็บสตรอว์เบอร์รี่สดๆทานกันได้แบบบุฟเฟต์กินไม่อั้น 30 นาที ราคา ผู้ใหญ่ 2,000 เยน, เด็ก 1,000 เยน (ราคาแตกต่างกันแล้วแต่ช่วงฤดูกาล) และยังสามารถเลือกซื้อสตรอว์เบอร์รี่กลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย



พิกัด เมืองยามาโมโต้ จังหวัดมิยางิ

การเดินทาง จากสถานี Sendai นั่งรถไฟ JR Joban Line ประมาณ 45 นาที ลงที่สถานี Yamashita แล้วเดินต่ออีก 9 นาที



สนุกกับกิจกรรมกลางหิมะมันส์ๆ ที่ Donden Snow Park


หากใครที่ชอบทำกิจกรรมสนุกๆ กลางแจ้ง ขอแนะนำให้ไปเที่ยวที่ "Donden Snow Park" สวนสนุกในธีมหิมะที่มีเครื่องเล่นหลากหลายให้เราได้ทดลองเล่นกันกลางหิมะ ไม่ว่าจะเป็นการขี่เจ็ทสกีหิมะ, หรือเครื่องเล่น Banana Boat ที่เราจะได้โลดแล่นท่ามกลางหิมะแบบสนุกสุดเหวี่ยง แล้วไปกระตุ้นอดรีนารีนกันต่อด้วย AirBoard และ Snow Tube ที่เราจะได้พุ่งทะยานลงเนินมาจากหิมะบนกระดานบอร์ดและห่วงยางแบบอิสระ ท่ามกลางบรรยากาศของหิมะที่ปกคลุมและการบริการที่แสนอบอุ่นของเจ้าหน้าที่สตาฟ


พิกัด เมืองอิอิเดะ  (Iide) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดยามากาตะ


วาดภาพลงบนวัวแดงอากะเบโกะ Akabeko


ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสนุกๆ แบบสร้างสรรค์ กับการไปวาดรูปวัวแดงอากะเบโกะ (Akabeko) สัญลักษณ์แห่งเมืองยานาอิสุ สัตว์ในตำนานความเชื่อพื้นเมือง ที่เชื่อกันว่าถือกำเนิดจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ทำลายเมืองเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน โดยอากะเบโกะปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในการฟื้นฟูเมือง จึงเป็นความเชื่อว่าเมืองยานาอิสุคือต้นกำเนิดของวัวแดงอากะเบโกะ นอกจากของที่ระลึกอย่างขนมและตุ๊กตารูปวัวแดงอากะเบโกะแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ทดลองประสบการณ์สร้างสรรค์งานศิลปะวาดลวดลายลงบนตุ๊กตาวัวแดงอากะเบโกะด้วยตัวเอง เป็นผลงานแฮนด์เมดที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น


พิกัด อาคารจำหน่ายของฝากเซริวเอ็น ร้านค้าริมทางมิจิโนะเอคิ ไอซุยานาอิสุ เมืองยานาอิสุ จังหวัดฟุกุชิมา

ค่าบริการ วัวใหญ่ 1,030 เยน, วัวเล็ก 720 เยน

เปิด วันธรรมดา 11.00-14.00 น. ,วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด 11.00-15.30 น. (ช่วงฤดูหนาว ร้านปิดวันจันทร์)