ถนนข้าวสาร หรือ ตรอกข้าวสาร เป็นถนนเล็กๆสายหนึ่งที่เป็นที่นิยมอย่างมาก โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ที่สำคัญถนนแห่งนี้ยิ่งดึกก็ยิ่งคึกคัก ทั้งสองข้างทางจะเต็มไปด้วยรถเข็นอาหารสตรีทฟู้ด แหล่งท่องเที่ยวสีสันยามค่ำคืน แล้วถ้าเป็นช่วงเวลาอื่นหละ??? วันนี้ชิลไปไหนก็จะพามาเดินชิลๆกับ 24 ชั่วโมงในถนนข้าวสาร ให้เห็นว่านอกจากยามค่ำคืนแล้ว ช่วงเวลาเช้าๆ ตอนบ่าย เราทำอะไรได้บ้าง ในถนนข้าวสารและรอบๆถนนข้าวสาร




นอกจากไปถนนข้าวสารแล้วเพื่อให้ไม่เป็นการเสียเที่ยว รอบๆถนนข้าวสารก็เป็นที่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและต่างชาติ เราสามารถเดินไม่ไกลจากถนนข้าวสาร เช่น ย่านบางลำพู และถนนพระอาทิตย์ ชิลจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับความขลังที่ทรงสเน่ห์ของถนนเส้นที่มีเอกลัษณ์อีกเส้นนึงที่ท่านไม่ควรพลาด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขอเริ่มการเที่ยวข้าวสารใน 24 ชม ณ บัดนาววววว

.

.

.

ถนนข้าวสารในยามเช้า ที่ยังไม่คึกคักเท่ากับยามเย็นหรือยามค่ำคืน แต่ก็มีสเน่ห์ไปอีกแบบนึง

 แต่จะลำบากในการเดินนิดนึงเพราะมีรถเข้าออกตลอด ต้องเดินหลบรถกันดีดีเลยทีเดียว 

เริ่มต้นทริปนี้เอาฤกษ์เอาชัยด้วยการไป วัดบวรนิเวศราชวรวิหา ที่โดดเด่นในเรื่องสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างไทย-จีน อย่างลงตัว

ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ 9

ด้วยสถาปัยและสิ่งก่อสร้างภายในวัดที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ทำให้มีคนไทยหลายคนหรือแม้แต่ชาวต่างชาติก็มากราบไหว้กันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน

พออิ่มบุญแล้ว ไม่อิ่มท้องมันก็จะไม่ได้ พากันเดินมาที่ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่าง บางลำพู เป็นร้านเก่าแก่เปิดมานานกว่า 50 ปี ถือได้ว่าเป็นร้านประจำเมื่อไหร่ที่ผ่านมาแถวนี้จะต้องแวะมากินตลอดๆอร่อยจริงๆค่ะ คอนเฟิร์มมมม!!!

เป็นร้านที่อยู่ในซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆแคบๆที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่นั่งเพียงพอภายในร้าน แต่รสชาติไม่ได้เล็กๆเหมือนสถานที่ตั้ง 

เส้นของทางร้านหลากหลายที่พิเศษเส้นหมี่เหลืองแบนเส้นใหญ่ที่ทางร้านได้ทำขึ้นมาเอง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 เส้นของทางร้านหลากหลายที่พิเศษเส้นหมี่เหลืองแบนเส้นใหญ่ที่ทางร้านได้ทำขึ้นมาเอง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวเนื้อเป็ดย่างก็นู๊มนุ่มมม...อร่อย...เคี้ยวง่าย มีน้ำกระเจี๊ยบ และน้ำลำไยที่ทางร้านต้มเองรสชาติกลมกล่อมในราคาย่อมเยาเพียงแก้วละ 13 บาท 

ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่าง บางลำพู เปิดทุกวัน

เปิดบริการตั้งแต่ 8:00 น. - 16:30 น. ใครที่ชอบกินบะหมี่เป็ด ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาดอย่างแรงงง

.

.

มาหลบร้อนที่ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ภายในห้องสมุดตกแต่งอย่างสวยงามและทันสมัย 

เพียงแค่มีบััตรประชาชนเราสามารถเข้าห้องสมุดได้โดยไม่เสียเงินเลยย หากต้องการยืมหนังสือ แค่สมัครสมาชิก เพียงแค่ 10 บาท/ปี เท่านั้นถูกสุดดๆ

.

.

หลังจากเดินเล่น อ่านหนังสือเพลินๆอยู่ในห้องสมุดอยู่ซักพักท้องก็เริ่มร้องงงง หิวแล้วสินะเรา กินมื้อเที่ยงกันดีกว่าที่ ร้านพิซซ่าลันตา พิซซ่าลันตาเป็นพิซซ่าอบเตาถ่าน ที่เปิดมาแล้วกว่า 15 ปี

รสชาติเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์โฮมเมด พิซซ่าสไตล์อิตาเลียนที่ปรับรสชาติให้เข้ากับความชอบของคนไทย 

เมนูอาหารที่เรากินกันวันนี้คือ สปาเกตตี้ต้มยำลันตา พิซซ่าต้นตำรับเพิ่มชีสขอบชีส และผักโขมอบชีส และความโดดเด่นของร้านคือ ชีสสส ที่อลังการมากๆในแต่ละเมนูที่ทางร้านใส่ให้แบบไม่หวงของกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ฟินนนลื้มมมม~~~~~~~~~

.

.

หลังจากอิ่มกันแล้วที่ร้านพิซซ่าลันตาก็จะขาดของหวานไปไม่ได้เด็ดขาดด โดยร้านที่เราพาไปในวันนี้นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้วยังเป็นที่พักสุดเก๋สำหรับคนเก๋ๆก็คืออออ Tales Khaosan (Café&Hostel) โดยเราสามารถเดินจากร้านพิซซ่าลันตาไปได้เลยเพราะทั้งสองที่อยู่ใกล้กันมากๆๆ เดินสองก้าวถึงแล้วววว.....

Tales เพิ่งเปิดใหม่ไม่กี่เดือนที่ผ่าน โดยมีแรงบันดาลใจมาจากตู้นอนรถไฟเนื่องจากเจ้าของโฮสเทลเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวและนำเรื่องราวของนักเดินทางมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำโฮสเทลที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังโดยสารอยู่บนตู้รถไฟ

ชั้นหนึ่งเป็นจุดเช็คอิน คาเฟ่ สุดน่ารักที่ตกแต่งได้อย่างมีสไตล์ เมนูภายในคาเฟ่มีทั้งเมนูน้ำและเมนูขนมแสนอร่อย

เมนูขนมและเครื่องดื่ม : Croissant , Banatella toast , Chocolate

ด้านในร้านมีพื้นที่นั่งเล่นที่ทางร้านตกแต่งได้อย่างมีเอกลักษณ์ เหมาะกับการแชะภาพถ่ายรูป ทุกมุมของร้านสามารถเป็นที่ถ่ายรูปได้หมดเลยเก๋มากๆ 

.

.

บ่ายๆแล้วไปเดินเล่นที่ถนนข้าวสาร มาเดินเล่นช็อปปิ้งและทำกิจกรรมยอดฮิตของชาวข้าวสารกันเตอะะะะ 

เดินไปเรื่อยๆภายในตลาดจะร้านทำผมที่มีทั้งชาวไทยและฝรั่งนั่งถักกันริมถนนเลย ร้านเยอะจนเลือกร้านไม่ถูกกันเลย แต่สุดท้ายก็เลือกร้านได้ร้านนี้แหละะะ

สาเหตุที่เลือกร้านนี้เพราะฝรั่งที่ถักก่อนหน้าคือ งานดีมากกกกก แหะๆ 

การถักผมทางร้านจะมีการทักผมหลายแบบที่เราทำกันวันนี้คือ ถักเปียใส่ไหม เค้าจะนำไหมมาถักเป็นเปียติดกับผมเราทางร้านจะมีให้เลือกสีตามความชอบเลย มีสีให้เลือกเยอะมากก 

มาเลือกสีกัน เอาสีไหนดี กว่าจะเลือกได้ สีมีให้เลือกเยอะมากจริงๆนี่คอนเฟิร์มเลยค่ะ ยืนเลือกอยู่นานจนเพื่อนบ่นกันเลยทีเดียว 555555

พอเลือกสีได้ก็มาเริ่มถักกันเลยดีกว่า คือแต่ละเส้นที่ทำคือ พี่เค้าถักให้เราด้วยความเร็วระดับสปีดคูณสิบ ภายในเวลา 5 นาทีก็ถักครบ 6 ช่อแล้ว

ส่วนของราคาถักแค่เส้นละ 40 บาทเท่านั้นน ได้ผมเก๋ๆเดินเล่นในข้าวสารได้ในราคาเบาๆ


พอถักผมเสร็จเราก็ไปเดินเล่นช้อปปิ้งในถนนข้าวสารกันต่อ แล้วก็มาสะดุดตากันที่คุณลุงที่ยืนถือตะกร้าใส่แมงป่องทอด

ยืนทำใจกันอยู่ซักพักคุณลุงเชียร์ให้กินบอกว่าถ้ามาแล้วต้องกินเลยกลั้นใจกินตัวเล็ก พอลองกินแล้วก็รสชาติเหมือนแมลงทอดทั่วไปเลย มันๆเค็มๆ อ้ออ....เค้ามีขายทั้งตัวเล็กตัวใหญ่เลยนะคะ ตัวเล็ก 40 บาท ตัวใหญ่ 50 บาท


เดินในตลาดตลอดทางจะเจอร้านที่เขียนว่า HENNA ทั่วตลาดเลย  เป็นร้านเพ้นท์ร่างกายตามความต้องการของเราเลยว่าอยากได้ลายไหน เป็นที่นิยมมากของนักท่องเที่ยวต่างชาติเราก็ไม่พลาดเพราะอยากทำมานานาแล้ว ต้องจัดซะแล้วววว....

ร้านที่เราไปทำราคาเริ่มต้นที่ หลักร้อยไปจนถึงหลักพันตามความยากง่ายของลายเลย การเพ้นท์เฮนน่าลายจะอยู่ติดตัวเราไปประมาณอาทิตย์ ถึงสองอาทิตย์แล้วลายก็จะค่อยหลุดไปเองค่ะ

 

หลังจากเดินเล่นในข้าวสารช่วงบ่ายๆกันอย่างหนำใจเราไปต่อกันที่ร้านของหวานที่ไม่ได้มีแค่ของหวานอย่างเดียวอย่าง Karim โรตีมะตะบะ เป็นร้านเก่าแก่บนถนนพระอาทิตย์ที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 30 ปี

ร้านจะเป็นร้าน 2 ชั้นเล็กๆช่วงคนเยอะนั่งกันแทบไม่พอเลยทีเดียว ที่มีทั้งเมนูโรตี มะตะบะ และเมนูข้าวหลากหลายเมนูให้เลือกเลยค่ะ 

เมนูที่เรามาทานกันวันนี้คือ มะตะบะทะเล ชิ้นหนาๆ และ โรตีชีส-นม เมนูยอดฮิตของทางร้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในถนนข้าวสาร แต่ก็ไม่ได้อยู่กันสามารถเดินไปได้สบายๆแต่วันนี้พวกเราเลือกที่จะนั่งรถตุ๊กตุ๊กไปไม่ใช่ว่าพวกเราขี้เกียจน้าา แต่อยากสัมผัสบรรยากาศ ลมเย็นๆบนรถตุ๊กตุ๊กจริงๆนะคะ ฮ่าๆๆ

.

.

กินโรตีเสร็จแล้ววว ไปไหนกันต่อดี?? เพื่อนบอกว่าไหนๆก็มาที่ถนนพระอาทิตย์แล้วก็แวะไปเที่ยว เยี่ยมชม พิพิธบางลำพู หน่อยจะเป็นไรไป สามารถเดินไปได้จากร้านโรตีมะตะบะ อยู่ข้างๆกับป้อมพระสุเมรุเลย

เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่เน้นการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์เข้ากับการแสดงวิถีชุมชนบางลำพูเดิมอย่างน่าสนใจผ่านสื่อหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ 

ที่ใครๆอาจจะคิดว่าพิพิธภัณฑ์เป็นที่ที่น่าเบื่อ พิพิธบางลำพูเป็นที่นึงที่นำเอาความทันสมัยมาใช้ ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นมากกว่าพิพิธภัณฑ์ ที่มีคนคอยบรรยายให้เราฟังแต่จะมีกิจกรรมต่างๆให้เรามีส่วนร่วมด้วย ที่สำคัญไม่เก็บค่าเข้าชมด้วย ตอบโจทย์สายประหยัดแบบเราสุดๆ 

.

.

เดินชมพิพิธบางลำพูเสร็จ เด่นเล่นกิจกรรมภายในกันจนเพลินรู้ตัวอีกทีก็หิวอีกรอบซะแล้วววว(หิวบ่อยเกิ๊นน) ขอแนะนำร้านใกล้ๆกับพิพิธบางลำพู นั่งกินข้าวเย็นพร้อมดูพระอาทิตย์ตกที่ แจ่มจันทร์บาร์ & บิสโทร

อาคารสูง 5 ชั้น โดยร้านจะตั้งอยู่ชั้นบนสุดเป็นวิวดาดฟ้าที่เห็นป้อมพระสุเมรุได้อย่างชัดเจน วิวดีไปอีกกก

มีการตกแต่งตัวอาคารอย่างมีเอกลักษณ์ เน้นความปลอดโปร่งเพื่อความสบาย

เมนูอาหารและเครื่องดื่ม

- กุ้งปลาหมึกผัดผงกะหรี่ชุบเกร็ดขนมปังทอด         - ต้มข่าไก่

- ไก่ผัดเบียร์                      - น้ำผึ้งมะนาวทับทิม

กินอาหารอร่อยๆนั่งมองบรยากาศพระอาทิตย์ตก อิ่มท้องและฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ววววว

.

.

และก็มาถึงเวลาค่ำคืนที่รอคอยมาแสนนาน เดินกลับไปที่ข้าวสารหาร้านนั่งชิลกันดีกว่าาา ขอแนะนำ ร้านฟูบาร์ (FU BAR) ร้านนั่งชิวสุดฮิตร้านหนึ่งในข้าวสาร เดินเข้าซอยรามบุตรีมาเพียง 100 เมตรก็จะเห็นร้านสีฟ้าที่มีสไตล์การตกแต่งที่โดดเด่น

การตกแต่งสไตล์อินโดจีน ทำให้เรารู้สึกเหมือนเข้ามาในโรงเตี๊ยมจีนเก๋ๆ 

ในร้านมีดนตรีสดเพราะๆเล่น กันเพลินๆตลอดทั้งคืนเลย 

เนื่องจากยังอิ่มกับอาหารเย็นอยู่ เราเลยขอกินเป็นแค่อาหารทานเล่น กับค็อกเทล กันดีกว่า

เมนูอาหาร (นาโชวชีส,ยำถั่วกุ้ง,บัฟฟาโล่ วิงส์)

ค็อกเทล     (ต้มยำฟู บาร์,Midori Sour,Mojito )

แย่งกันกิน จิบค็อกเทลกันเพลินๆ รู้ตัวอีกก็กรึ่มๆได้เวลากลับกันแล้ว

.
.

อย่าคิดว่าทริปจะจบลงเพียงเท่านี้ ถึงแม้จะดึกแล้วแต่เรายังคงเดินกันในข้าวสารต่อไป  เราจะมาแนะนำร้านอาหารเหล่านักเที่ยวกลางคืนมักจะไปกินให้สร่างกลับมาสดชื่นกันอีกครั้ง

กับร้านเด็ด อย่าง ร้านโจ๊กหมู 9 หม้อ ที่อาจจะเป็็นร้านโจ๊กหมูธรรมดา รสชาติธรรรมดาๆ แต่เมื่อไหร่ที่มาข้าวสารกับแก๊งเพื่อนเป็นอันต้องแวะมาร้านนี้ทุกที เป็นจุดตั้งสติก่อนกลับที่ทุกครั้งต้องมา

ด้วยความร้อนของโจ๊กจากที่กรึ่มๆเมาๆพอกินแล้วสติจะค่อยๆกลับมาทีละนิด ละนิด ฮ่าๆๆๆ

รอบๆร้านโจ๊กก็จะมีร้านสตรีทฟู้ตหลากหลายให้เลือกทานกันเลยทั้ง ร้านน้ำปั่น ร้านผัดไทย หอยทอด บลาๆๆ เลือกกันไม่ไหวเลยทีเดียว พออิ่มท้องแล้วก็ได้เวลากลับไปนอนหลับพักผ่อนหลังจากที่พากันตะลุยมาทั้งวัน

เห็นมั้ยว่าข้าวสารไม่ได้มีสเน่ห์แค่ยามค่ำคืนเท่านั้น ในหนึ่งวันเราสามารถทำอะไรได้มากมายในข้าวสาร และรอบๆถนนข้าวสาร ใครถนัดสายไหนช็อปปิ้ง กิน เที่ยว ชิล ก็เลือกได้เลย หรือใครอยากมามองหาฝรั่งดีๆงานพรีเมี่ยมรับรองว่าไม่ผิดหวัง หวังว่าทริปข้าวสารในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ให้ใครหลายๆคนที่กำลังจะมาข้าวสาร และรอบหน้าจะไปที่ไหนกันดีตอนนี้ขอกลับไปนอนคิดก่อนนะคะ..........