ผมเชื่อว่า..ทุกอย่างในชีวิตคนเรามีครั้งแรกเสมอ มีเพื่อนคนแรก มีรักครั้งแรก มีอกหักครั้งแรก ทำงานครั้งแรก ออกไปผจญภัยครั้งแรก สำหรับผมการได้ลองทำอะไรครั้งแรก แล้วทำสิ่งนั้นได้ตามที่ตั้งใจ มันรู้สึกดี เหมือนความตั้งใจของเรามันมีความหมายขึ้นมา เวลาเราทำอะไรครั้งแรกมันหลากหลายความรู้สึก ..ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งดีใจในตอนที่เราทำมันได้ ความรู้สึกแบบนี้ผมอยากเก็บมันไว้ แล้วก็อยากลองให้เกิดขึ้นหลายๆ ครั้งครับ 


ลองนึกย้อนไปตอนเด็กๆ ไม่มีใครจำได้หรอกครับว่าตัวเองยืนได้ครั้งแรกตอนไหน รู้ตัวอีกทีเราก็ทำทุกอย่างได้หมดแล้ว ..ครั้งนี้ผมท้าทายตัวเอง ลองไปหัดยืนกันใหม่บน “กระดานโต้คลื่น” ที่จังหวัดพังงา ภาคใต้ของเมืองไทยนี่แหละครับ

“เซิร์ฟ Surf” กีฬานี้มีอยู่ในเมืองไทยมานานแล้ว ตัวผมเองก็รู้สึกอยากลองเล่นดูสักครั้ง เห็นภาพบล็อกเกอร์ฝรั่งหรือดูจากหนังแล้ว มันเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่มีเสน่ห์ ทำให้คนเล่นดูเท่ ดูมีเสน่ห์ไปด้วย แค่ดูคลิปยังใจเต้นแรง แล้วถ้าได้ลองยืนบนบอร์ดเองสักครั้งมันจะดีต่อใจขนาดไหนละครับ 

ความอยากเล่น อยากลองของผมทำให้ผมอดทนไม่ไหว ..แพ็คกระเป๋า มุ่งหน้าลงใต้ไปจังหวัดพังงา เพื่อเดินทางไปยัง Memories Beach Bar & Pakarang Surfshop in Khaolak ซึ่งที่นี่เป็นทั้งบาร์ ร้านอาหาร ที่พัก ที่สำหรับสอนและเป็นสถานที่รวมตัวของเซิร์ฟเฟอร์ด้วยครับ

ใครๆ ก็เรียกที่นี่กันว่าหาดลับ ผมว่ามันก็ไม่ถึงกับลับแล้วก็ไม่ถึงกับหาง่ายเท่าไหร่ครับ ปากทางเข้ามีกระดานโต้คลื่นเป็นป้ายสัญลักษณ์โดดเด่นเลย ถ้าขับรถมาทางภูเก็ตก็อยู่ทางซ้ายมือ ระหว่างทางเข้าไปเจอป่ามะพร้าว ต้นบอนสูงท่วมหัว ถนนดินแดง ไม่ต้องกลัวผิดทางนะครับ ถูกทางแล้ว เข้าไปจากปากทางเข้าประมาณ 2 กิโลเมตร

ถึงด้านในก็เจอบาร์เล็กๆ ตั้งอยู่กลางป่าสน มีนักท่องเที่ยวนั่งเล่นริมหาด นอนชิลบนเปลอยู่เต็มร้าน

ผมเลือกที่จะกินนอนอยู่ที่นี่ไปเลยครับ ที่นี่มีที่พักเป็นกระท่อมเล็กๆ เหมือนเป็น Surf Village ส่วนมากแล้วคนที่มาพักจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่า บางคนเคยมาอยู่ถึง 5 เดือน พอมีงานต้องไปทำก็กลับ คนไทยจะพักที่อื่นแล้วมาเล่นเซิร์ฟเป็นบางครั้งเท่านั้นครับ

ถัดไปจากที่พักนิดนึง ด้านหลังของบาร์เป็นที่เก็บกระดานโต้คลื่นเยอะๆ ตรงนั้นจะมีครูนั่งรอสอนเราอยู่ ไปถึงเดินเข้าไปแจ้งเลยครับว่าจะเรียนเซิร์ฟ และผมที่ดั้นด้นมาถึงเมืองพังงาครั้งนี้ ยังไงแล้วต้องยืนท่าสวยๆ บนเซิร์ฟให้ได้! ยืนไม่ได้ผมจะไม่กลับ

ธรรมดาคนเราเวลาไปที่ไหนมักจะชอบจินตนาการก่อนล่วงหน้า ผมจินตนาการว่าครูที่สอนเซิร์ฟคงลักษณะเหมือนโค้ชกีฬาดุๆ คนนึง…เปล่าเลยครับ เกินคาดของผมไปเยอะ ครูที่ผมได้เจอ คือเด็กหนุ่มร่างกายแข็งแรง ผิวสีแทนแบบ Original Beach Boy เขาใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่รักแล้วทำมันจนเก่ง ใช้ชีวิตแบบชิลๆ ไม่ต้องวุ่นวายอะไร น่าอิจฉาเลยครับ

เริ่มแรกของการสอนครูจะให้เราทำความรู้จักกับกระดานโต้คลื่น แบบที่ครูเอามาสอน Beginner อย่างผมเป็นแบบ Longboard ยาวและหนา ครูบอกว่ากระดานแบบนี้เราจะทรงตัวได้ดีกว่าครับ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่น

ครูเริ่มอธิบายสอนตั้งแต่วิธีเลือกสาย Leash (สายที่เอาไว้รัดข้อเท้ากับบอร์ดกันบอร์ดลอยหาย) การลงน้ำ การว่าย วิธีการดูคลื่นและการยืนตอนอยู่บนน้ำ ครูอธิบายเสร็จทำท่าให้ผมดู จากนั้นก็ให้ผมของขึ้นไปนอนบนบอร์ดลองทำตามครูดูบ้าง ตอนนั้นใจผมเริ่มเต้นรัวแล้วครับ เหมือนเด็กเจอของเล่นที่ถูกใจ

รู้วิธีการแบบทฤษฎีแล้ว..ได้เวลาหิ้วบอร์ด เดินลงน้ำไปปฎิบัติจริงกันแล้ว ส่วนวิธีการถือบอร์ดมีสองแบบครับ คือการยกขึ้นบนหัวและใครแขนยาวหน่อยก็ใช้แขนหนีบ ตอนถือลงต้องม้วนสาย Leash เก็บด้วย กันสายมันมาพันขาเรา

ครูถาม “พร้อมไหม? พร้อมแล้วให้ยกบอร์ดได้” ผมนี่ใจเต้น อะดรีนาลีนหลั่งสุดๆ รู้สึกเหมือนจะลงแข่งชิงแชมป์เลยครับ ครั้งแรกที่ลงน้ำไม่ต้องกลัวนะครับ ครูจะลงไปกับเราด้วย สอนวิธีการจับบอร์ดเดินผ่าคลื่นลงน้ำ สอนการว่ายน้ำบนบอร์ดเพื่อลงไปในจุดรอคลื่น เรียกว่า การ Padding ครับ

จากตอนแรกจินตนาการคลื่นไทยอาจจะไม่ใหญ่มาก แต่ของจริงไม่ใช่เล่นเลยครับ คลื่นใหญ่บ้างสลับกับกลางๆ ถ้าไม่ใช่หน้ามรสุมที่คลื่นจะสูงมากๆ นักโต้คลื่นมืออาชีพจะไม่ค่อยลงกันครับ ถ้าลงจะเป็นการเล่นสนุกๆ กันมากกว่า ครูก็ใจดีมาก จะคอยบอกเราตลอดว่า “ไม่ต้องกลัว” “ต้องใจเย็นๆ เราเล่นกับธรรมชาติ”

ใช่ว่าไม่เคยเล่นน้ำทะเล แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เปียกด้วยการลงไปเล่นเซิร์ฟ !! การลงครั้งแรกอาจจะยังยืนไม่ได้ ไม่เป็นไรครับเราต้องสู้ต่อไป จนกว่าจะยืนได้กันครับ 

หลังจากเล่นเซิร์ฟกันเหนื่อยแล้ว ใครอยากเติมพลังงานเข้าร่าง ที่นี่มีบริการร้านอาหารนะครับ ราคาไม่แรงเลย มาตรฐานที่ท่องเที่ยว 100 - 200 บาท จะเอาแบบกับข้าว หรือราดข้าวก็ได้ อิ่มท้องแล้ว จัดน้ำผลไม้สักแก้ว ไปนั่งเล่นริมหาดสดชื่นดีครับ

ผมอยู่ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาปลุกเลยครับ ตื่นเช้าด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่งทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันเย็นของ Memories beach bar แทบไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีอะไรทำเลยครับ ตื่นเช้ามาวิ่งออกกำลังกายริมหาดกับเหล่าน้องหมาที่ร้าน

สาย - เที่ยง เราลงไปเล่นเซิร์ฟ 

ช่วงบ่ายๆ เราขึ้นมานั่งอ่านหนังสือชิลๆ 

ตกบ่ายแดดร่มลมตกทั้งนักท่องเที่ยว พี่ๆ ที่ร้าน ครูสอนเซิร์ฟ ก็จะจับกลุ่มเล่นวอลเลย์บอลชายหาดกัน 

ตอนเย็นพระอาทิตย์ตก หน้าบาร์เป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดในเขาหลัก สวยมากกกกกก..อยากเอาวิวแบบนี้กลับบ้านกันเลยทีเดียว

และทุกคืนวันศุกร์ของที่นี่จะมีโชว์ควงกระบองไฟด้วยครับ คนที่มาควงก็เด็กๆ แถวนั้นและก็ครูที่สอนเซิร์ฟเรานี่แหละ เก่งจริงๆ ทำได้หลายอย่างมากเลยครับ

ผมว่าคนที่ได้อยู่กับธรรมชาติในทุกๆ วันแบบนี้ คือคนที่น่าอิจฉานะครับ ไม่ต้องวุ่นวาย แถมถ้าได้เล่นเซิร์ฟแบบนี้สักปีนึง ร่างกายคงแข็งแรง ฟิตแอนด์เฟิร์มแน่ๆ เพราะเรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ใช้แทบทุกส่วนทั้งร่างกาย สติ สมาธิ 

Memories Beach Bar ทำเอาผมไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากกลับไปทำงานอยากอยู่โต้คลื่นที่นี่นานๆ ไปเลย บอกได้เลยว่าหลงรักเข้าอย่างจังครับ ความเจ๋งของที่นี่ คือทุกคนชอบกีฬาเซิร์ฟ! ไม่ว่าจะ พี่ที่รับออเดอร์ บาเทนเดอร์ น้องๆ เด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่แถวนั้น วันไหนคลื่นดีๆ ทุกคนจะหิ้วกระดานโต้คลื่นของตัวเองวิ่งลงทะเลกัน ตามคอนเซ็ปต์ Eat Sleep Surf ของที่นั่นเลยครับ

ส่วนมือใหม่อย่างผม..ถึงจะไม่มีพรสวรรค์ แต่ผมรักที่จะทำ มี Passion กับสิ่งนั้น เอาใจใส่ในสิ่งที่ผมทำและมีความสุขกับมันเท่านั้นเองครับ  


Surfing ครั้งแรก

จากประสบการณ์เซิร์ฟครั้งแรกของผม หากเพื่อนๆ อยากจะลองเล่นเซิร์ฟบ้าง..แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี..? ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า ไม่ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรทุกอย่างมันเริ่มที่ใจเราก่อนเลย 


เมื่อใจเราพร้อมแล้วขั้นต่อไป คือเตรียมร่างกายให้พร้อม ซ้อมว่ายน้ำเตรียมกำลังแขนไว้ นอนให้พอครับอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อจะได้มีแรงมาสู้รบตบมือกับคลื่น


เลือกช่วงเวลา..จริงๆ แล้วเวลาที่เราจะมีคลื่นให้เล่นเซิร์ฟได้ตลอดคือช่วงเดือนพฤษภาคม - เดือนกันยายน ช่วงนี้เป็นช่วงมรสุม มีคลื่นลูกใหญ่ๆ ตลอดครับ 


อย่าลืมชุดสำหรับกันแดด ครีมกันแดดด้วยนะครับ การเรียนครั้งแรกเราอยู่ในน้ำกันเป็นชั่วโมงเลย ตลอดเวลาที่อยู่ในน้ำคือโดนแดดตลอด

การเตรียมตัวให้พร้อม คือการไปเที่ยวโดยไม่ต้องกังวลอะไร ไม่มีอะไรต้องห่วง ส่วนตัวผมการเตรียมความพร้อมก่อนลองทำอะไรในสิ่งที่ไม่เคยทำ ผมทำประกันชีวิตคนกล้าเอ็กซ์ตร้า (https://www.fwd.co.th/th/protect/accident/prakan-kon-kla-extra/) ให้ FWD ดูแล ผมกล้าใช้ชีวิตในแบบที่ผมอยากให้เป็นทุกรูปแบบครับ


อย่างที่ครูบอกครับว่า “กีฬาเซิร์ฟ คือกีฬาที่เล่นกับธรรมชาติ” เพราะอย่างนี้ทำให้บางวันคลื่นลูกเล็กเล่นเซิร์ฟไม่ได้ ก็ไม่ต้องนั่งรอคลื่น เราออกไปเที่ยวที่อื่นๆ ของจังหวัดพังงากันได้ครับสถานที่ท่องเที่ยวของพังงาก็มีเยอะนะครับ แต่ละที่สวยไม่แพ้จังหวัดอื่นของเมืองไทยเลย

หากอยากตื่นขึ้นมาเจอวิวหลักล้าน ในราคาที่พักหลักร้อย ผมขอแนะนำ “จุดชมวิวเสม็ดนางชี” เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเกาะ 9 เกาะของอ่าวพังงา พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น วิวเกาะสลับเรียงรายอยู่บนผืนน้ำสีฟ้า มีพื้นหลังเป็นแสงสีทองยามเช้า มองผิวเผินทะเลของจริงเหมือนเป็นทะเลหมอกภาคเหนือซะงั้น..จุดนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมครับ ใครไม่อยากขับรถมาตอนเช้าเกินไป แนะนำว่าให้นอนที่นั่นเลยครับ

ที่พักที่จุดชมวิวเสม็ดนางชี มี 2 ที่ครับ ห้องพักเป็นแบบเต้นท์ ตื่นเช้ามารูดซิบเต้นท์ออกก็เห็นวิวสวยๆ อยู่ตรงหน้าเลย


ถัดมาจากจุดชมวิวเสม็ดนางชีประมาณ 2 กิโลเมตร เราไปลงเรือที่ท่าเรือบ้านหินร่ม เพื่อเดินทางไปเที่ยว “เกาะปันหยี” เกาะที่มีหมู่บ้านอยู่กลางทะเล ระหว่างทางต้องผ่านเกาะต่างๆ ของอ่าวพังงา ที่ดังที่สุดก็เกาะตาปู หรือที่เรียกติดปากว่าเกาะเจมส์บอน หลายๆ คนคิดว่ามันอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตจริงๆ มันอยู่ในเขตพังงานะครับ

จากท่าเรือบ้านหินร่มเราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากกลางทะเลไกลๆ มองเห็นหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่มาก ลอยอยู่กลางผืนน้ำ บนเกาะมีที่พักนะครับ มีโฮมสเตย์ มีจุดขายของที่ระลึก แต่ที่โด่งดังทำให้เกาะปันหยีเป็นที่รู้จักไปทั่ว ก็คงเป็นสนามฟุตบอลลอยน้ำสร้างเอาไว้ให้เด็กๆ เตะกันครับ ส่วนผมไหนๆ ก็ไปถึงที่แล้ว ..ลองเตะกับน้องๆ สักเกมส์ ที่สนุกกว่าฟุตบอลคงเป็นตอนที่ลูกบอลออกนอกสนามลอยน้ำไปแล้วเด็กๆ ก็แย่งกันกระโดดลงน้ำไปเก็บบอล แต่ละคนท่าสวยเชียวครับ 

หลังจากได้เตะบอลกับน้องๆ มันชวนย้อนกลับไปคิดว่าก่อนน้องๆ จะมีสนามบอลลอยน้ำแบบนี้ น้องเคยมีแบบไม้ ใช้ตะปูตอกยึดกันไว้ เวลาวิ่งก็ต้องคอยหลบตะปู แต่ใจรักที่จะเล่นไม่มีอะไรหยุดได้จริงๆ 

กลับออกมาจากเกาะถ้าเป็นช่วงเย็น เราจะได้เห็นค้างคาวนับร้อยๆ ตัวบินออกจากถ้ำไปหากิน บวกกับบรรยากาศดีๆ ทะเลยามเย็นเป็นภาพที่สวยงามไปอีกแบบครับ


 ห่างจากตัวเมืองเขาหลักไปทางอำเภอคุระบุรี มีเกาะสุดแสนสงบน่าเที่ยว ชื่อว่า “เกาะพระทอง” อยู่ครับ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในพังงาและใหญ่เป็นอันดับ 5 ของเมืองไทย การเดินทางมาเที่ยวเกาะนี้ง่ายแสนง่าย นั่งเรือหางยาวไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าโชคดีระหว่างทางเราจะได้เจอกับ “ปลาพะยูน” เจ้าบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้น เพื่อนตัวอ้วนจะโผล่จมูกขึ้นมาหายใจกันครับ

บนเกาะมีที่พักให้พักนะ บังที่ขับเรือพาผมมาแนะนำให้พักครับ เพราะแกบอกว่าไฮไลท์เด็ดของเกาะพระทองอยู่ตรงที่ต้องตื่นเช้านั่งรถไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทุ่งหญ้าสะวันน่า แกรับรองว่าได้เห็นแล้วต้องร้องว้าวววว..แน่นอนครับ 

แล้วมันก็ว้าวววว..จริงๆ ครับ ทุ่งหญ้าอยู่เมืองไทย แต่อาจจะทำเราลืมตัวไปแว๊บบบ..นึง เหมือนตัวเองวาร์ปไปอยู่แอฟริกาเลย มีทุกอย่างเหมือนกันเลย มีทุ่งหญ้าสีส้มๆ มีต้นไม้แห้งบ้างเขียวบ้าง มีทุ่งต้นเสม็ด พื้นเป็นทรายสีขาว ละเอียดเหมือนทรายตรงทะเลน่ะครับ ที่สำคัญมีต้นไม้ที่ยีราฟกินด้วยนะ ขาดแค่ยกยีราฟมาไว้สักตัวสองตัว ...ไม่งั้นก็เป็นแอฟริกาดีๆ นี่เองครับ

บนเกาะธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มากครับ มีสัตว์เล็กๆ ที่หาดูยากอย่าง แย้ ปูไก่ ปูเสฉวนตัวโตๆ ให้ดูกันด้วย

ถ้าถามผมว่าข้อดีของเกาะ นอกจากทุ่งหญ้าสะวันน่าแล้วมีอะไร ทำไมต้องมา ...คงหนีไม่พ้นความสงบ โรแมนติก เหมาะสำหรับใครที่อยากพักจากความวุ่นวาย นอกจากนี้ยังมีจุดดำน้ำตื้นที่สวยไม่แพ้เกาะอื่น ต้องลองมานอนดูสัก 2 คืน เงียบๆ ชาร์จแบตชีวิตเต็มที่


ไปเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันน่าเมืองไทยแล้ว ..พังงายังเซอร์ไพรส์เราด้วย ป่าอเมซอนเมืองไทย “คลองสังเน่ห์” ที่นี่ได้ฉายาว่าเป็น ลิตเติ้ลอเมซอน (Little Amazon) เพราะระหว่างทางที่เราต้องนั่งเรือเข้าไป เป็นป่าเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว มันชวนให้เรารู้สึกเหมือนป่าใหญ่อันอุดมสมบูรณ์อย่างป่าอเมซอนเลยครับ ส่วนเรือเป็นของชาวบ้านที่ใกล้เคียงกับคลอง จะมีคอยบริการอยู่ที่คลอง

ตลอดเส้นทางท่องเที่ยว 2 กิโลเมตรนั้น เราเจอต้นไทรขนาดใหญ่ รากของต้นไทรห้อยจุ่มลงมาในน้ำตลอดทาง ดูแปลกตาดีครับ นอกจากป่าสองริมคลองแล้ว ยังมีลิงจ๋อตัวป่วนมาคอยต้อนรับเราด้วย แต่จริงๆ แล้วไฮไลท์ของคลองสังเน่ห์คือการมาแอบดูงูหลับตอนกลางวันครับ..งูมันเป็นสัตว์หากินตอนกลางคืน ตอนกลางวันจะมานอนตามต้นไม้ริมคลอง ผมก็สอดสายตาคอยดูตลอดทั้งทางว่าจะเจอมันอยู่ต้นไหน แต่ก็ยังสู้คุณลุงที่พายเรือพาเราเข้าไปดูไม่ได้ครับ ลุงตาดีจริงๆ พายเรือผ่านก็เจอมันนอนอยู่ตามต้นไม้ แอบเสียวมันร่วงลงมาบนเรือเหมือนกันนะครับ 

ซึ่งงูท่ีจะเจอบ่อยก็มี งูเหลือม งูปล้องทอง ตัวเล็กตัวใหญ่แล้วแต่ดวงครับ คลองสังเน่ห์ถึงจะระยะทางสั้นๆ แต่ก็มีเสน่ห์ ดูลึกลับแต่กลับสวย สร้างความตื่นเต้นได้ตลอดทางเลยครับ


เล่นเซิร์ฟครั้งนี้เป็นการท้าทายตัวเองครั้งแรกของผมครับ ไม่น่าเชื่อว่า การ “ยืน” คือสิ่งที่ผมทำได้มาตลอดชีวิต ทำได้มาตั้งแต่เด็ก กลายเป็นเรื่องยากเมื่อมันอยู่บนกระดานโต้คลื่น แล้วไม่น่าเชื่อว่าแค่ยืนบนกระดานนั่นจะกลายมาเป็นเรื่องสนุก ถูกใจผมได้มากขนาดนี้ 


ถ้าให้ผมออกไปทำอะไรเป็นครั้งแรก อีกสักสิบๆ ครั้ง ผมจะไม่มีทางปฎิเสธแน่นอนครับ ผมพร้อมที่จะลองทำอะไร เพราะผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะทำได้ดีแค่ไหน ถึงแม้ว่าบางเรื่องผมไม่มีพรสวรรค์ในสิ่งนั้นเลย แต่ผมมีใจ มี Passion และมีความสุขที่จะทำมันครับ



ชิลไปไหน