เคยรู้สึกมั้ยว่ายิ่งโตขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าการนัดเจอ นัดเที่ยวกับเพื่อนในกลุ่มเป็นเรื่องยากมาก ! เรียกว่าจะนัดกันไปไหนแต่ละครั้งที เหมือนต้องสะสมแต้มบุญให้พอดีถึงจะครบกลุ่มได้ ยิ่งนัดกันไกลๆ บอกได้คำเดียวว่า #ฝันเอาเห๊อะ อย่าได้ถามว่าแต่ละครั้งแพลนล่มไปกี่รอบ เผลอๆยืมนิ้วมือเพื่อนมานับอาจจะยังไม่พอ เอาแค่มาเจอหน้ากินข้าวมื้อเย็นด้วยกันให้ได้ก่อนยังหรูเลย 55555 แต่กับบางทริปที่นัดปุ้บปั้บล่วงหน้าแค่ 3 วัน เห้ย มาว่ะ.... ทุกคนดันพร้อมใจกันว่าง #เอ้าาา #งงเด้อ ก็ในเมื่อตารางชีวิตชอบเล่นตลกมาแบบนี้ เห็นทีทริปเปลี่ยนที่นอนไปเอาหัวจุ่มน้ำ เท้าเตะทรายที่ทะเลใกล้กรุงอย่างเกาะล้านในเวลา 3 วัน 2 คืน ของพวกเราคงต้องเกิดขึ้นแล้วล่ะ :3







เรามุ่งหน้าออกจากกรุงเทพในเวลาสายๆ มาถึงท่าเรือแหลมบาลีฮายได้ก็ใกล้เวลาเรือออกพอดี ตีตั๋วคนละ 30 บาท จากนั้นก็เดินตัวปลิวไปจับจองที่นั่งบนเรือกันได้เลยค่ะ สำหรับเรือจากแหลมบาลีฮายมายังเกาะล้านนั้นจะมีให้บริการสองท่าด้วยกัน คือ ท่าหน้าบ้านและท่าหาดตาแหวน โดยจะออกสลับกันทุกชั่วโมง ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์นักท่องเที่ยวเยอะเรือจะเฉลี่ยออกทุกๆ 30 นาที



กินลม ชมวิว ส่องฝรั่งบนเรือไปพลาง ไม่นานเราก็มาถึงท่าเรือหาดตาแหวน หาดชื่อดังบนเกาะล้านที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย เรียกว่ามีอาหารตาทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีให้เลือกมองเพียบ ! เป็นการเดินเล่นฆ่าเวลาระหว่างรอรถของที่พักของเรามารับได้อย่างมีประโยชน์ อิ___อิ ซึ่งรอบๆหาดตาแหวนก็จะมีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร  และเตียงผ้าใบสีสันสดใสให้เลือกนั่งชิลกันอย่างละลานตา หรือหากใครไม่มีรถของที่พักมารับก็สามารถใช้บริการรถสองแถวบริเวณนี้กันได้



เจ้ารถกะป๊อคันเล็กพาเราตุเลงๆ ซ่อกแซ่กผ่านตรอกซอกซอยมาตามทาง จนในที่สุดก็มาถึงที่พักวันแรกนามว่า Sweet Box Bed & Breakfast โดยสวัสดิภาพ สารภาพกันตามตรงเลยว่าหากขี่รถมอเตอร์ไซต์ผ่านมาเองอาจจะไม่รู้ว่า ทางด้านหลังของคาเฟ่สีเหลืองมัสตาร์ดสุดน่ารักอย่าง Soul Sweet จะมีรีสอร์ทชิคคูลขนาดนี้ซุกซ่อนอยู่ !


Sweet Box Bed & Breakfast คือที่พักดีไซน์เก๋ไก๋ที่เจ้าของหยิบจับเอาเจ้าตู้คอนเทนเนอร์สีสันสดใสมาตกแต่งแปลงโฉมซะใหม่ให้กลายเป็นที่พักสุดฮิปสไตล์วินเทจผสานกับความดิบของลอฟท์ได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในนั้นร่มรื่น กว้างขวาง ลมพัดเย็นสบาย มีลานนั่งเล่นส่วนกลางให้พบปะพูดคุยนั่งเล่นกันได้อย่างชิลๆ 




สำหรับห้องพักที่นี่มีด้วยกันทั้งหมด 15 ห้อง 2 รูปแบบ ทั้งพักสวีทแบบ 2 คน หรือแฮปปี้แฟมิลี่กันเป็นแก๊งค์ 4 คน โดยแต่ละห้องมาในรูปแบบต่างกันออกไป อาทิ ห้องแบบวินเทจ ห้องแบบปั๊มน้ำมัน พ่วงมาด้วยของสะสมเก่าแก่ หาชมได้ยากก็มีมาตั้งโชว์ให้เราได้หยิบจับใช้เป็นพร๊อพถ่ายรูปแบบเพลินๆ บอกได้คำเดียวว่าไม่ว่าจะมุมไหนก็ชวนให้ตกหลุมรักไปหมดซะจริง




หิวแล้วยัง ? มาเติมพลังกันออกไปตะลุยทั่วเกาะล้านกันหน่อยดีกว่า อย่างที่บอกไปแล้วว่าด้านหน้าของที่พักเราในคืนนี้ เปิดเป็นคาเฟ่ เพราะงั้นต่อให้หิวขนาดไหน ก็ไม่ต้องหิ้วท้องออกไปไหนไกลเลยค่ะ แค่เดินออกมาจากห้องก็เจอ


Soul Sweet คาเฟ่สีเหลืองมัสตาร์ดเข้ากับบรรยากาศน่ารักกุ๊งกิ๊งที่ชวนให้เรารู้สึกสดชื่น ตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดประตูก้าวเข้ามาในร้าน ยิ่งด้านในยิ่งไม่ต้องพูดถึง รับรองว่าถูกใจสาวๆคนรักขนมหวานและตุ๊กตาหมีอย่างแน่นอน เพราะทุกมุมที่นั่งล้วนถูกจับจองไปด้วยบรรดาน้องหมีตัวเล็ก ตัวใหญ่เยอะแยะมากมาย แถมแต่ละตัวยังนุ่มนิ่มน่ากอด น่าฟัดแบบสุดๆ 



หากใครไม่อยากจัดหนักกับมื้อกลางวันเกินไปนัก จะสั่งเป็นไอศครีมหรือเครื่องดื่มก็มีให้เลือกชิมได้เพียบ ที่สำคัญขอแอบกระซิบนิดนึงว่าขนมหวานทุกเมนูในร้านเป็นโฮมเมดล้วนด้วยนะเออ อบกันร้อนๆหอมกรุ่นส่งตรงจากเตา อร่อยดีต่อใจเรามั่ก ><~



หลังจากเช็คอิน แวะเอาของมาเก็บจนเรียบร้อย เราเช่ามอเตอร์ไซต์จากที่พักในราคา 300 บาท จากนั้นก็จัดไป ! ได้เวลาคีบแตะ สวมวิญญาณแว๊นซ์เกิร์ลเตรียมไปตะลุยรอบเกาะกันล้าววว...


ระหว่างทางผ่านไปหาดนวล เราผ่านทุ่งดอกหญ้าขนาดใหญ่สีเหลืองอร่ามที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลายคนให้ความสนใจ มาจอดถ่ายรูปเล่นกันอย่างครึกครื้นด้วยล่ะ เพียงแต่ต้องระวังรถให้ดีด้วยนะคะ เนื่องจากว่าเส้นทางค่อนข้างแคบ ไม่ควรจอดตรงหัวโค้งมากนัก เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ 



หากใครมาช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก แสงที่ได้ก็จะฟุ้งหน่อยๆ ภาพยิ่งสวยงามมากเป็นพิเศษ สาวๆนี่ชวนคุณแฟนควงแขนมาถ่ายภาพพอทเทรทเปลี่ยนโปรไฟล์กันตรงนี้ได้สบาย



กว่าจะถึงหาดนวลก็ตอนแดดร่มลมตกพอดี เราแวะเอารถมอเตอร์ไซต์เข้าไปฝากไว้ที่ลานจอด แล้วไปเดินเล่นสำรวจหาดกัน



หาดนวล เป็นหาดแรกสำหรับทริปนี้ของเราค่ะ ด้วยความที่ตั้งอยู่ด้านหลังของภูเขาเลยทำให้เกิดเงาบังชายหาด ทำให้บรรยากาศของหาดนี้ไม่ค่อยร้อนมากเท่าไหร่ เรียกว่าค่อนข้างร่มรื่นเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวคนไหนมีที่พักอยู่ใกล้หรือต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากชายหาดอื่นๆ หาดนวลก็อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่ามานอนอาบแดด เล่นน้ำไม่น้อย




ตื่นเร็วกว่าปกติสักนิด จัดการอาบน้ำแต่งตัว โบกกันแดดให้แน่น ทานมื้อเช้าให้อิ่ม เพราะวันนี้เราต้องไปออกแรง ปล่อยพลังกันทั้งวัน ปิ้วๆ ~ 


สำหรับเช้านี้เราให้ที่พักช่วยย้อนมาส่งตรงหาดตาแหวนค่ะ เพื่อติดต่อเรื่องเรือกับทางร้านอาหารตาแหวนบีชสำหรับกิจกรรมดำน้ำ ขึ้นเกาะ และตกปลา โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราคา 800 บาทต่อคน และจะรับสมาชิกจำนวน 6 คนขึ้นไป



ประเดิมกิจกรรมแรกกันด้วยการไปตกปลาระหว่างทางไปเกาะไผ่ก่อนเลยค่ะ จุดนี้เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่ปลานกกระรินอยู่กันชุกชุมมากที่สุดจุดหนึ่ง โดยขั้นแรกพี่คนเรือจะคอยแนะนำ สอนวิธีการเกี่ยวเหยื่อ และสาธิตการหย่อนเบ็ดกันแบบตัวต่อตัว ดังนั้นต่อให้เป็นมือใหม่หัดตกอย่างเราๆก็ยังตกได้สบาย ยกเว้นถ้าเป็นคนนก เอ้ย ! คนทำบาปไม่ขึ้นจริงๆ ก็อาจจะตกกันไม่ได้น้าาา ซึ่งความจริงแล้ว เราไม่ได้ตกกันเอาสนุกนะคะ เพราะน้องๆเหล่านี้จะถูกนำไปย่างเป็นอาหารให้เราทานกันต่อบนเกาะไผ่ระหว่างเราเล่นน้ำนั่นเอง #ฮือออ #น้องงง #พิขอโทษ T[ ]T 



หลังจากตกปลา เรือพาเรามุ่งหน้ามายังเกาะไผ่เพื่อพักผ่อนติดเกาะกันชั่วคราว โดยระหว่างรอพี่ๆทีมตาแหวนบีชทีมเรือที่พาเรามาก็จัดการปูเสื่อปิกนิค ขนเครื่องดื่มมาบริการ และจุดไฟเผาน้องปลาให้ทาน พวกเราที่ยังว่างงานเลยถือโอกาสนี้ไปเดินถ่ายรูปเล่นเป็นการฆ่าเวลาไปในตัว



เกาะไผ่ อยู่ห่างจากเกาะล้านประมาณ 30 นาที บริเวณโดยรอบประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆ ถึง 5 เกาะ มีเกาะไผ่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด แต่กลับเป็นชายหาดที่เงียบสงบด้วยภายใต้การดูแลของกองทัพเรือไทย จึงเหมาะแก่การพักผ่อนราวกับเกาะส่วนตัวเลยค่ะ ใครชอบความสงบท่ามกลางสายลม และแสงแดดนี่บอกเลยว่าต้องห้ามพลาด ! แม้ชายหาดของเกาะไผ่จะเต็มไปด้วยเปลือกหอยเยอะไปสักนิด แต่ก็ทดแทนได้ด้วยน้ำทะเลที่เย็นสบายและใสกิ๊งราวกับกระจก จะเอาตัวแช่หรือเท้าแช่ก็แทบเพลินจนลืมเวลาได้เหมือนกัน :)   



อ้อ! เกือบลืมบอกไปว่าบนเกาะไผ่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวพักค้างแรมบนเกาะนะคะ เราจะสามารถท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทริปไป-กลับได้เท่านั้น


หากเดินเล่นไปเรื่อยจนสุดหาดด้านขวามือจะเจอกับมุมโขดหินยื่นลงไปในทะเล มีน้ำทะเลใสๆสาดกระเซ็นเป็นแบ็คกราวน์สวยๆ ขณะที่ด้านบนยังมีชิงช้าไม้ผูกเอาไว้ให้เราได้นั่งเล่นรับลม หรือใครจะใช้เป็นมุมถ่ายรูปก็เก๋ไปอีกแบบด้วยล่ะ



สนุกสนานกันจนพอใจถึงเวลาโบกมือลาเตรียมตัวไปเป้าหมายของวันนี้ เราจะไปชู้ปีดูวาดำน้ำดูปลากัน !


ธรรมชาติใต้ท้องทะเลของเกาะไผ่ยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์อยู่มาก เหมาะสำหรับใครที่ชอบดำน้ำดูปะการังทั้งน้ำลึกและน้ำตื้นบริเวณรอบๆ ท่ามกลางท้องฟ้าและพื้นน้ำที่ใสสะอาด ยิ่งพอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆถึงได้พากันแวะเวียนมาหาเกาะไผ่อยู่เสมอ



กลับเข้าฝั่ง เราแวะมาฝากท้องมื้อกลางวันกินข้าวกันที่ร้านตาแหวนบีชกันต่อ 


ตาแหวนบีช เป็นทั้งร้านอาหารที่เราสามารถเลือกนั่งได้ทั้งในร้านหรือที่เตียงผ้าใบริมหาด และส่วนรีสอร์ทที่เรียกได้ว่าติดหาดตาแหวนอันแสนครึกครื้นเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ! นอกจากนี้ห้องพักบ้างห้องของตาแหวนบีชยังสามารถมองเห็นชายหาดตาแหวนได้อีกด้วย ถูกใจใครที่อยากสัมผัสทะเลอย่างใกล้ชิด แถมยังสะดวกสบายต่อการหาของกิน และเดินทางไปเที่ยวที่อื่นในเกาะต่อแบบสุดๆ 




จำได้ว่าก่อนมาเราเคยบังเอิญเห็นรูปที่พักเกาะล้านในหน้า News Feed อยู่แว้บๆ พอได้มาติดเกาะล้านกันถึง 3 วัน 2 คืนทั้งที เลยไม่พลาดที่จะทำการบุ๊คกิ้งเข้าพัก ณ บ้านรินรักษ์อย่างไว เพราะมั่นใจว่าอัพโหลดรูปขึ้นโซเชียลเมื่อไหร่ ทุกคนจะต้องกรี๊ดกร๊าดอิจฉาในความฟินของเราอย่างแน่นอน #เราคิดมาแล้ว หุหุ


บ้านรินรักษ์ รีสอร์ทริมทะเลสีขาวสะอาดตาหลังเล็กกะทัดรัดที่มาในสไตล์มินิมอล ทางหาดท่าหน้าบ้านของเกาะล้านกับบรรยากาศแบบส่วนตั๊วส่วนตัว 



แม้บ้านรินรักษ์จะมีพื้นที่และห้องพักเพียงไม่กี่หลัง แต่บอกเลยว่าทุกหลังถูกจัดสรรออกแบบมาอย่างดี เพราะเห็นขาวๆคลีนๆแบบนี้ภายในห้องตกแต่งเป็นกำแพงปูนเปลือยผสมผสานให้อารมณ์ของความเป็นลอฟท์นิดๆ ดูเท่ไม่ใช่เล่นเลยนาจา นอกจากนี้เค้ายังเล่นกิมมิคกับโทนสีอิฐที่ผนังแต่ละห้อง และห้องน้ำแบบซีทรูเห็นวิวด้านนอกห้องนอนอีกด้วย




สำหรับทริปนี้เราเลือกห้องพักเป็นแบบ Sea View ค่ะ แถมยังอัพเกรดความชิลกันอย่างต่อเนื่องด้วยเก้าอี้ชายหาดหน้าห้องให้นอนมองน้ำ มองฟ้าได้อย่างเต็มที่ กะว่ามาพักผ่อนคราวนี้จะขอซึมซับกับเสียงคลื่นลมทะเลเป็นการชาร์จพลังให้ร่างกายกันตั้งแต่ลืมตาตื่น !



แม้ห้องพักอื่นจะไม่มีเตียงชายหาดไว้ให้นอนเอนกายแบบห้องของพวกเราก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเค้ายังมีเก้าอี้เล็กๆให้นั่งเล่นด้านหน้าห้องด้วยเช่นกัน หรือจะขึ้นไปนั่งเล่นที่ดาดฟ้าส่วนกลางก็วิวดีไปอีกแบบ มีโต๊ะให้นั่งเล่น เอาอาหารมาขึ้นทาน พร้อมกับชมวิวมุมสูงสวยๆของทะเลเกาะล้านไปด้วยในตัว โอ้ยย ไม่ฟินวันนี้แล้วจะให้ฟินวันไหนอี๊กกก




มีคนเคยบอกเราไว้ว่าถ้ามาเกาะล้านไม่ได้แวะมาหารักก็เหมือนมาไม่ถึง ก็แหม...ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาตั้งเนิ่นนานนี่หน่า มื้อเย็นวันนี้เราเลยตัดสินใจฝากท้องที่นี่เป็นการปิดท้ายทริปซะเลย 


มาหารัก คาเฟ่หลังเล็กสไตล์ญี๊ปุ่นญี่ปุ่น ที่ได้ยินเพียงแค่ชื่อก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง ไหนจะบรรยากาศแสนจะโรแมนติกใกล้ชิดติดริมทะเลที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและสัมผัสได้ถึงความสุขแทบทุกตารางนิ้ว 



ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ โซน Indoor เน้นการประดับตกแต่งด้วยงานไม้ และมีกระจกบานใหญ่สามารถมองลอดออกไปด้านนอกได้ โดยไฮไลท์ของโซนนี้อยู่ตรงมุมหนังสือสุดชิคที่ใครอยากฟินกับมุมฮิปๆแบบนี้คงต้องรีบมาจับจองกันแต่หัววัน 



และโซน Outdoor ที่ยามเย็นจะแปลงโฉมเป็นพื้นที่แฮงค์เอาท์สุดชิล พร้อมดนตรีเพราะๆคอยขับกล่อมให้เราได้ฟังกันตลอดทั้งคืน ใครอยากมีรักไม่ต้องไปไหนไกล ลองแวะมาที่นี่เดี๋ยวก็เจอ :)





วันสุดท้ายแบบนี้ไม่ต้องรีบตื่นเช้าเท่าไหร่ ขนาดกินมื้อเช้าอาบน้ำจนเรียบร้อยยังพอมีเวลาเหลือเฟือ เราเลยตกลงกันว่าจะแวะไปเก็บอีกหนึ่งหาดเป็นการส่งท้ายทริปก่อนกลับบ้านกัน


บอกเลยว่าเพลงที่เคยร้องสมัยเด็กเวลาไปทะเลอย่าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส ~ หากมาเจอหาดเทียนในวันนี้นั้นไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด เพราะถ้าไม่ได้มาเกาะล้านพัทยาด้วยตัวเองในทริปนี้แล้วล่ะก็... ได้เห็นแค่ภาพคงเผลอนึกไปว่าอยู่ทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามันกันเลยทีเดียว ! 




หาดเทียน อยู่เลยจากหาดแสมเข้ามาไม่ไกล แต่เป็นหาดที่เราขอยกตำแหน่งหาดที่ดีและสวยที่สุดสำหรับเราบนเกาะล้านไปครอบครอง เพราะนอกจากบรรยากาศจะเงียบสงบกว่าหาดอื่นแล้ว หาดเทียนยังมีจุดเด่นอยู่ตรงน้ำทะเลใสแจ๋วที่เมื่อสะท้อนรับกับแสงแดดจะกลายเป็นสีเทอควอยซ์ และสะพานไม้ทอดยาวลัดเลาะรอบภูเขาให้เราได้แวะพักเป็นมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ตลอดจนเตียงผ้าใบหลากสีสัน และร้านอาหารให้บริการด้วยค่ะ



ในที่สุดก็ได้เวลาโบกมือลาเกาะล้านกลับบ้านสักที ช่างเป็นทริป 3 วัน 2 คืนที่ทุกคนแฮปปี้กันถ้วนหน้า เพราะนานๆจะได้ฤกษ์เทงานมาเม้ามอยเอนจอยกันแบบข้ามวันข้ามคืน 55555 เอาเป็นว่าถ้าเดอะแก๊งค์อยากเปลี่ยนที่นอนคราวหน้าอีกเมื่อไหร่ เราคงได้มีโอกาสมาเอาเท้าจุ่มน้ำที่เกาะล้านใหม่อย่างแน่นอนจ้า....