เชื่อสิ! ว่าการได้ดื่มกาแฟดีๆ ทำให้เช้าวันใหม่กลายเป็นวันที่ดีได้ง่ายๆ และเมื่อเราได้เจอร้านกาแฟที่ถูกใจ ความรู้สึกมันเหมือนได้เจอคนที่ใช่เลยนะครับ อย่าว่าผมพูดเว่อร์เลยครับ เพราะวันนี้ผมเจอร้านที่ใช่แล้ว คอกาแฟห้ามพลาดเลยกับที่นี่ บลูคอฟ (Bluekoff) ตามผมมาเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง...


Bluekoff ตั้งอยู่ในอาคารพร้อมพันธุ์ ลาดพร้าวซอย 3 เลี้ยวเข้าซอยมาก็เจอป้ายโครงการขนาดใหญ่อย่ารอช้าเดินต่อมาก็จะเจอกับร้าน Bluekoff เลย ร้านอยู่อาคาร 2 ชั้น 1 บล็อกริมสุดหาไม่ยากครับ

ร้านตกแต่งเป็นสไตล์อินดัสเตรียลล็อฟต์ ผสมผสานระหว่างงานเหล็กกับงานปูน ให้บรรยากาศเหมือนโรงคั่วกาแฟ มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ทางร้านจัดสรรพื้นที่ออกมาได้ดีเลยครับ โต๊ะนั่งจะเป็นแนวยาวรองรับลูกค้าได้สบายๆ

ความพิเศษที่ทำให้ร้านกาแฟแห่งนี้แตกต่างจากที่อื่นนั้นเพราะว่าเค้าครบทุกเรื่องกาแฟ เรียกได้ว่าเริ่มตั้งแต่การปลูกจนเสิร์ฟถึงมือลูกค้าเลย

แรกเริ่มเดิมทีเจ้าของร้านเริ่มต้นจากการเปิดกิจการร้านกาแฟก่อน จากนั้นพอถึงช่วงที่ฤดูกาลเปลี่ยน เมล็ดกาแฟที่ใช้ประจำก็มักจะควบคุมคุณภาพไม่ได้ ลูกค้าบ้างก็ถามว่าทำไมกาแฟวันนี้รสชาติแบบนั้นแบบนี้ จึงทำให้เจ้าของร้านตัดสินใจลงทุนลงแรงทำไร่กาแฟเอง เพื่อที่จะได้ควบคุมคุณภาพได้อย่างใจต้องการและยังช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ในเรื่องของการให้ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อที่จะให้กาแฟออกมาคุณภาพดีที่สุด


หากคุณมาที่ Bluekoff ไม่ว่าจะเรียกหาสิ่งใดที่เกี่ยวกับกาแฟ คุณจะได้ตามที่ต้องการหมดเลยครับ ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ เครื่องชง เครื่องบด เครื่องคั่ว คลาสเรียน และอุปกรณ์กาแฟต่างๆ มีครบจบที่ Bluekoff เลย

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อผมเปิดประตูร้านเข้ามาด้านใน สายตาก็ไปสะดุดกับเจ้าแท็บสีดำด้านที่ดูน่าตาคล้ายกับก็อกน้ำ ผมจึงไปสืบสาวราวเรื่องถามคุณบาริสต้าว่ามันคืออะไร เขาก็เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่ามันคือเครื่องชงแบบ Modbar ที่ไม่ได้มีแค่ดีไซน์สวยเท่านั้นนะ แต่ยังเป็นผู้ช่วยที่แสนดีช่วยดึงรสชาติกาแฟให้ออกมาหอมหวาน กลมกล่อมที่สุด แถมเวลาที่ลูกค้ามาสั่งออเดอร์ก็จะได้ยืนชมคุณบาริสต้าชงกาแฟไปเพลินๆ หรือจะพูดคุยสอบถามเรื่องกาแฟก็ไม่มีตู้กาแฟมาขวางกั้นเราสองคน เจ๋งสุดๆ

มาดูเครื่องดื่มกันบ้างครับ ผมขอเริ่มที่เมนูกาแฟไทย ที่เรียกกาแฟไทยเนี่ย เพราะว่าทางร้านใช้เมล็ดกาแฟที่ Bluekoff โปรเซสเองตั้งแต่การปลูกร่วมกับเกษตรกรบนอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นั่นเองครับ โดยเมล็ดกาแฟที่ใช้ของทางร้านผ่านการคั่วถึง 3 ระดับความเข้ม ตั้งแต่ A4, A4.5, A5 เรียงระดับเข้มน้อย เข้มปานกลาง และเข้มมาก มาผสมกันก็จะได้ความฟินที่ลงตัว แถมคั่วใหม่สดทุกวันอีกด้วย

ส่วนเมนูผมจัดเป็นกองทัพกาแฟไทยก่อนเลยครับ แก้วแรกคือเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านกับ Roselyn มาจากภาษาละตินซึ่งแปลว่า กุหลาบที่สวย แก้วนี้จึงเปรียบเหมือนเสมือนหญิงสาวที่สวยครับ ส่วนผสมหลักจะมี กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) แต่งกลิ่นด้วยลิ้นจี่ บลูเบอร์รี่และเฮเซลนัท ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบด้านบน หอมหวานสดชื่นมากครับ

ต่อด้วย Caramel Machiato รสชาติกลมกล่อม หอมกาแฟและคาราเมล ลงตัวสุดๆ ขอบอกกาแฟที่นี่หอมกลมกล่อมมากครับ ใครชอบทานหวานน้อยก็สั่งได้ตามใจชอบเลย เมนูนี้ผมยกให้เป็นสาวหวานแต่แอบซ่อนความน่ารัก ตามมาด้วยพี่เข้ม Americano อยากได้รสชาติกาแฟแบบเต็มแม็กซ์ต้องลองเลยครับ ผมเปรียบให้อเมริกาโนเหมือนกับผู้ชายหน้าคมหล่อเข้มละกันครับ และสุดท้าย Mocha หอมหวานเต็มรสชาติกาแฟและซอสช็อกโกแลต อร่อยเข้มข้น เป็นเมนูทานง่าย ผมเปรียบให้เป็นสาวเท่ละกันแก้วนี้

สำหรับเมนูร้อนก็คงหนีไม้พ้นกับ Latte มาพร้อมกับลาเต้อาร์ตลายน่ารัก หัวใจสองดวง แต่หัวใจของผมมีดวงเดียวนะครับ 555+ แก้วนี้มาพร้อมรสชาติกลมกล่อมได้รสกาแฟเต็มคำเลยครับ

บอกเลยว่าคอกาแฟทั้งหลายต้องลองแวะมาสักครั้ง ได้ดื่มกาแฟจากกูรูตัวจริงมันก็จะฟินแบบนี้แหละครับ ส่วนผมขอสั่งอีกสักแก้วกลับบ้านแล้วกัน และสำหรับลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชัน FWD MAX รับไปเลยส่วนลด 20 บาท สำหรับเมนูกาแฟไทย  ชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ >> www.chillpainai.com/fwdmaxprivilege/



สมัครรับสิทธิพิเศษ FWD MAX ได้ง่ายๆ

iOS: https://goo.gl/c1PwMq

Android: https://goo.gl/RVJ6Kl



ที่ตั้ง : Bluekoff อาคารพร้อมพันธุ์ 2 ชั้น 1 ลาดพร้าวซอย 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

เวลาเปิด : 8.30 - 17.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์

ราคา : 50 - 110 บาท

เบอร์ติดต่อ : 081 979 9565




Line ID : @Chillpainai ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องท่องเที่ยว หาข้อมูลเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง

แค่พิมพ์ชื่อเมืองเช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลทันที