พอมีเวลาว่างก็อยากจะหนีเรื่องยุ่งๆ ไปพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ นอนฟังเสียงน้ำ สำรวจภูเขา เอาเท้าจุ่มน้ำเย็นๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

ทริปนี้เราเลยชวนเพื่อนรู้ใจไปชิลด้วยกันในวันธรรมดา กับที่เที่ยวใกล้ๆ ไม่ง้อวันหยุด ขับรถแค่ชั่วโมงกว่าก็มาถึงจุดหมายของเรา ‘นครนายก



ฝนหยุดตกมาหลายวัน พอถึงวันเดินทางเท่านั้นแหละ ฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา... ตื่นขึ้นมาเลยรีบโทรหาเพื่อนซี้ ขอเลื่อนเวลาเดินทางออกไปหน่อยแล้วกัน นครนายกคงไม่หนีเราไปไหน

...

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็แล้ว สองชั่วโมงก็แล้ว ฝนก็ยังไม่หยุดตก แต่อย่างน้อยก็ซาๆ ลงบ้าง เราเลยตัดสินใจเริ่มออกเดินทางกันตอน 10 โมงเช้า แผนวันแรกของเราคือขับรถชิลๆ ไปเรื่อยๆ เริ่มจากขึ้นทางด่วนไปลงที่วงแหวนคลอง 4 จากนั้นก็ตรงยาวไปตามเส้นรังสิต-นครนายก จำได้ว่า 2-3 วันก่อนเลื่อนฟีดในเฟสบุ้คแล้วเจอคาเฟ่เปิดใหม่บรรยากาศดี อยู่แถวคลอง 15 นี่เอง ก่อนถึงมศว องครักษ์ นิดเดียว ฝนก็หยุดตกแล้วด้วย เราเลยแวะไปดื่มอะไรกันหน่อยดีกว่า


Montreux Cafe & Farm

(มองเทรอส์ คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม) 

คาเฟ่ชื่อเท่ บรรยากาศดี กาแฟสักแก้วคงไม่พอจริงๆ

เห็นครั้งแรกก็ชอบสไตล์ของร้านที่เป็นโรงนาแบบโมเดิร์น ผนังสองด้านเป็นกระจกใส สูงไปจนถึงเพดาน นอกจากจะดูเท่แล้ว ยังให้เราได้ชมวิวเขียวๆ ของสวน มองแล้วเพลินตา เราสั่งเครื่องดื่มเมนูโปรดเสร็จแล้วพนักงานก็แนะนำให้ลองไปเดินเล่นในสวนรอเครื่องดื่มก็ได้ เพราะด้านในจะมีอีกหนึ่งโซนที่เป็นฟาร์ม บรรยากาศดีไม่แพ้กัน

โหหห.. นี่ถ้าไม่เดินมาคงไม่รู้ว่าร้านจะใหญ่ขนาดนี้ นี่มันฟาร์มของจริงเลยนี่นา! มาโซนนี้แล้วถึงกับต้องถามว่านี่เรายังอยู่กันที่ร้านมองเทรอส์ใช่ไหม? เรียกได้ว่ามาร้านเดียวแต่ฟินคูณสอง เราว่าในส่วนของฟาร์มนี่แหละที่ทำให้ใครหลายคนขับรถมาเยือนร้านนี้ มีทั้งกระท่อมกลางทุ่งนา ทั้งต้นไม้กลางน้ำที่ทำเป็นเพิงสองชั้น พร้อมชิงช้านั่งเล่นสุดชิล แถมยังมีเป็ดและไก่ยืนเรียงรายกันอย่างน่ารัก สามารถให้อาหารได้ นอกจากนี้ยังมีร้านแยกเล็กๆ ที่บริการเฉพาะเครื่องดื่มและของกินเล่นเบาๆ ให้นั่งทานในบรรยากาศกลางทุ่ง

สำรวจ ‘มองเทรอส์ คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม’ จนทั่วแล้ว เรากลับไปหาเครื่องดื่มที่สั่งไว้ แล้วไปสั่งอาหารเพิ่มมาทานเป็นมื้อกลางวันด้วยเลยดีกว่า เป็นอาหารจานเดียวทานง่าย แต่อร่อยใช้ได้ เรียกได้ว่าเกลี้ยงทุกจานเลยล่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม : Montreux Cafe and Farm คาเฟ่นครนายกเปิดใหม่ บรรยากาศชิลกับวิวทุ่งนา


บอกแล้วว่าทริปนี้เราขอเที่ยวแบบชิลๆ ทานอาหารกันเสร็จเลยขับรถตรงไปยังที่พักกันเลย คืนแรกเราตั้งใจอยากไปนอนพักเพลินๆ ในบ้านหลังเล็ก น่ารัก บรรยากาศเป็นกันเอง


เพลินดีนี่ รีสอร์ท

บ้านหลังเล็กริมน้ำที่น่าไปนอน ‘เพลินๆ’

ที่พักบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว “มาเที่ยววันธรรมดาก็ดีแบบนี้แหละ” เพราะวันนี้มีแค่เรากลุ่มเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่าเหมาทั้งที่พักเลยนะเนี่ย! เพลินดีนี่ มีบ้านพักทั้งหมด 6 หลัง แต่ละหลังจะมีขนาดและการตกแต่งไม่ซ้ำกัน มีอยู่ห้องนึงที่รูปร่างเหมือนทีวีโบราณ มีเสาที่ด้านบนสองก้าน น่ารักเชียว ส่วนห้องที่เราพักชื่อว่า บ้านผ้าขาวม้า บ้านหลังเล็กริมน้ำ สำหรับ 2 คน เปิดประตูไปจะมีระเบียงให้นั่งห้อยขา ส่วนภายในห้องตกแต่งอย่างน่ารักด้วยผ้าขาวม้าสีสันสดใส ถูกใจตรงที่เอาถาดหลุมและถาดลายดอกสุดวินเทจมาตกแต่งตามฝาผนัง ที่พีคไปกว่านั้นคือมีทัพพีเป็นที่แขวนของ และตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยวเป็นที่วางของเล็กๆ ในห้องน้ำ

ที่เพลินดีนี่จะเป็นบ้านพักแบบบริการตัวเอง มี WiFi และอาหารเช้าให้ โดยตอนเช้าจะมีขนมปัง มีเต้าปิ้งให้ เนย แยม ส่วนชา กาแฟ โอวัลติน เครื่องดื่มง่ายๆ สามารถมาชงดื่มได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนใครอยากจะปาร์ตี้หรือซื้ออาหารมาทำเองก็ได้เลย เพราะที่ครัวมีอุปกรณ์ทำอาหาร เรียกได้ว่าครบเครื่องกว่าที่บ้านตัวเองเสียอีก! ต้องขอบอกก่อนว่าที่นี่ไม่มีแม่บ้านคอยดูแล เพราะฉะนั้นเมื่อทานกันเสร็จแล้ว ก็เพียงช่วยกันเก็บ ล้าง แล้วนำกลับไปไว้ที่เดิม เพื่อที่คนอื่นๆ ที่เข้ามาพักต่อสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้

รายละเอียดเพิ่มเติม : 'เพลินดีนี่ รีสอร์ท' ที่พักน่ารักที่ทำให้เราอยากไปนอนพักเพลินๆริมน้ำนครนายก


ที่พักของเรายังอยู่ใกล้กับที่เที่ยวหลายแห่ง และหนึ่งในนั้นคือสะพานกลางทุ่งนา บรรยากาศสุดฟิน! 


สะพานทุ่งนามุ้ย

สะพานไม้ไผ่กลางทุ่งนา บรรยากาศสุดชิลเลี้ยวเข้าซอยจากถนนใหญ่มาแค่นิดเดียว ก็เจอกับวิวทุ่งนาสีเขียวทอดยาว ฉากหลังเป็นต้นไม้ใหญ่กับภูเขา บรรยากาศดีจนเราต้องรีบกระโดดลงจากรถไปเดินชมความงามของ ‘สะพานทุ่งนามุ้ย’ ทางเดินที่คดเคี้ยวไปตามท้องนาทำจากไม้ไผ่ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ เดินไปตามทางเรื่อยๆ จะมีกระต๊อบกลางนาสำหรับนั่งพักผ่อน สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด ถือเป็นช่วงเย็นวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ กับการนั่งเฝ้าชมพระอาทิตย์ค่อยๆ หายลับตา ฝูงนกบินผ่านท้องฟ้า ทำให้บรรยากาศดูเงียบสงบมาก

ในอนาคตที่ใกล้จะถึงนี้ สะพานทุ่งนามุ้ยจะมีกิจกรรมชวนทุกคนมา ซ่อมข้าว เกี่ยวข้าว และกำลังสร้างบ้านต้นไม้ และทำ Camping Bar ชิลๆ อยู่ค่ะ ไว้โอกาสหน้าเราต้องกลับมาเยี่ยมที่นี่อีกให้ได้เลย

ที่ตั้ง : สะพานทุ่งนามุ้ย 88 ม.11 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก

เปิดทุกวัน 06:00 - 18:00 น.

เยี่ยมชมฟรี

โทร : 094 493 4321

รายละเอียดเพิ่มเติม : สะพานทุ่งนามุ้ย ที่เที่ยวใหม่จังหวัดนครนายก



ตื่นเช้ากันแบบสลึมสลือ เพราะตั้งใจว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและชมหมอกยามเช้าที่อ่างเก็บน้ำใกล้ๆ ทีี่พัก ขับรถไปจากเพลินดีนี่ รีสอร์ทเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นเอง


อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ

ที่เที่ยวพักผ่อนริมน้ำ บรรยากาศดี

อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่รายล้อมไปด้วยวิวสวยๆ ของธรรมชาติ มีถนนพาดผ่านเหมาะสำหรับเดินเล่น ไม่ก็ปั่นจักรยาน และยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่ามารอชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ถ้าบางวันอากาศเป็นใจก็จะมีหมอกบางๆ ลอยผ่านให้ชมกันด้วย

นอกจากเป็นเส้นทางปั่นจักรยานยอดฮิตแล้ว อ่างเก็บน้ำห้วยปรือยังเป็นศูนย์กีฬาทางน้ำ เพราะมีผืนน้ำกว้าง เหมาะสำหรับเล่นเรือกรรเชียง พายเรือแคนู แล่นเรือใบ และในบางครั้งสามารถเล่นวินเซิร์ฟได้ด้วย

ที่ตั้ง : อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก (ปักหมุดใน GPS ว่า ‘อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ’ ได้เลย)

*หากขับรถตรงต่อไปเรื่อยๆ ประมาณ 5 นาที จะมีอ่างเก็บน้ำอีกแห่ง คือ อ่างเก็บน้ำทรายทอง*


สูดอากาศสดชื่นจนเต็มปอดแล้วกลับมานอนเล่นต่ออีกสักพัก ขอใช้เวลาว่างให้สมกับเป็นวันพักผ่อนเสียหน่อย ก่อนจะค่อยๆ ไถลตัวไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปทานอาหารเช้าแบบเบาๆ จากนั้นเราก็เช็คเอ้าท์ บอกลาที่พักน่ารักนอนเพลิน ก่อนจะไปยังจุดหมายต่อไป


คลองมะเดื่อ

รูทเที่ยวผจญภัย เอาใจสายแอดเวนเจอร์

เรารู้สึกว่าที่นี่เป็นสถานที่ลึกลับ แต่ไม่ถึงกับต้องเป็นแฟนคลับรถโฟร์วีลก็สามารถไปชิลที่ ‘คลองมะเดื่อ’ ได้ จากถนนใหญ่เราขับรถเลี้ยวไปตามทางเรื่อยๆ ระหว่างทางสังเกตเห็นว่ามีป้ายที่พักคลองมะเดื่ออยู่ไม่น้อยเลย เราขับไปจนสุดทางที่ GPS ปักไว้ ซึ่งเป็นสุดเขตถนนลาดยางพอดี แต่นี่ยังไม่ใช่คลองมะเดื่อและยังไม่ถึงจุดหมายปลายทองของเรา จากตรงนี้ถนนเริ่มจะเริ่มเปลี่ยนเป็นทางลูกรัง บางจุดมีแอ่งน้ำ ต้องใช้ความชำนาญในการขับระดับหนึ่ง จำได้ว่าอยู่บนรถเหมือนนานมาก แต่จริงๆ ขับเข้าไปประมาณ 1 ก.ม.เท่านั้นเองก็เจอกับ ‘สวนลุงพร’ ซึ่งอยู่ก่อนถึงคลองที่ 1 นิดหน่อย โดยสวนลุงพรนั้นเป็นสวนส้มโอที่มีร้านอาหารและบริการห้องพัก ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่ก็คือธารน้ำใสแจ๋วที่ไหลมาจากน้ำตกคลองมะเดื่อ บรรยากาศร่มรื่น น่าเอาเท้าจุ่มน้ำเย็นๆ บางจุดจะมีชิงช้าและแคร่วางอยู่ข้างคลองให้นั่งเล่น เราว่าถ้าเด็กๆ มาเที่ยวคงต้องเลิ้ฟมากแน่ๆ

ที่ตั้ง : 569 ม. 1 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก

โทร : 086 110 7925

รายละเอียดเพิ่มเติม : สวนลุงพร น้ำตกคลองมะเดื่อ จ.นครนายก


แช่น้ำกันพอกรุบกริบ เพราะเดี๋ยวเราจะไปต่อกันกับสถานที่เล่นน้ำยอดฮิตของนครนายก แต่ก่อนอื่นขอแวะชาร์จพลัง ทานอาหารกลางวันกันก่อนที่ ‘ครัวชมจันทร์’ ร้านอาหารอร่อย มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารจานเดียวทานง่ายๆ ไปจนถึงอาหารป่าหาทานยาก! 

ที่ตั้ง : ครัวชมจันทร์ ตั้งอยู่ที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3049 เส้นทางไปน้ำตกวังตะไคร้

เปิดทุกวัน 10:30 - 23:00 น.


มาถึงนครนายกทั้งที จะไม่ไปเที่ยวน้ำตกเลยก็เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงเนอะ !


น้ำตกวังตะไคร้

น้ำตกวังตะไคร้เป็นอุทยานที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ พันธุ์ไม้นานาชนิด เป็นสถานที่เล่นน้ำยอดฮิตที่ทำให้เรานึกถึงสมัยเด็กๆ ที่มาเที่ยวกับครอบครัว เช่าห่วงยางลงเล่นน้ำ พอเหนื่อยก็ซื้ออาหาร มานั่งล้อมวงทานกัน แต่วันนี้เราไปช่วงที่น้ำน้อยพอดี เลยได้แต่เดินเล่นสักพักแล้วก็ไปต่อ ถือว่าเป็นสถานที่ที่ต้องมาเช็คอินเมื่อมาถึงนครนายก

ที่ตั้ง : อุทยานวังตะไคร้ 222 ม. 1 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก

เปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-18.00 น.

อัตราค่าผ่านประตู : รถทุกประเภทคันละ 150 บาท (หากผู้โดยสารเกิน 8 ท่า เพิ่มท่านละ 10 บาท) หรือเดินเข้าอุทยาน ท่านละ 20 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.wangtakrai.com


น้ำตกนางรอง

อีกหนึ่งน้ำตกใกล้ๆ ห่างจากวังตะไคร้เพียงแค่ 10 นาที เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถึงแม้ว่าช่วงที่เราไปน้ำจะไม่เยอะมาก แต่ก็ถือโอกาสเดินออกกำลังกายขึ้นเนินไปยังสะพานจุดชมวิวที่จะเห็นน้ำตกไหลลงมาเป็นชั้นๆ ระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งจริงๆ แล้วช่วงเวลาที่เหมาะสุดๆ ในการมาเที่ยวน้ำตกในจ.นครนายกคือช่วงปลายฝน ต้นหนาว อากาศดีและมีน้ำให้เล่นเพลินๆ

ที่ตั้ง : น้ำตกนางรอง ทางหลวงหมายเลข 3049 ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก

เปิดทุกวัน 08:00 - 19:00 น.

โทร : 037 315 664 , 0-3731-2282 หรือ 0-3731-2284


เรียกได้ว่าวันนี้เป็น ‘วันเยี่ยมน้ำตกนครนายก’ ก็แล้วกัน ไหนๆ ก็ตั้งอยู่ใกล้กันแล้ว เลยอยากจะไปสัมผัสหลายๆ บรรยากาศ เพราะนานๆ ทีได้มาเที่ยวในวันธรรมดา คนน้อยๆ แบบนี้จะได้ซึมซับกับธรรมชาติให้เต็มอิ่ม


แก่งสามชั้น

ที่เล่นน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักของเราคืนนี้ ‘แก่งสามชั้น’ เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำนครนายก ที่ลงเล่นน้ำได้ง่าย สะดวกทั้งที่จอดรถและมีร้านอาหาร มีบริการห่วงยางและเสื้อชูชีพให้เช่า แถมยังมีน้ำไหลเย็นสดชื่นตลอดทั้งปี อาจจะมีช่วงที่น้ำเยอะบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่ช่วงเวลา และด้วยลักษณะของที่นี่ที่เป็นชั้นหิน 3 ชั้น เหมาะแก่การล่องแก่งสนุกๆ โดยช่วงเวลาที่น่ามาล่องแก่งที่นี่คือเดือนกรกฏาคม-ตุลาคม ซึ่งบริเวณใกล้เคียงก็มีที่พักมากมายที่สามารถลงเล่นน้ำได้

ที่ตั้ง : แก่งสามชั้น ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก

เปิดทุกวัน 08:00 - 17:30 น.

ค่าบำรุงแก่งสามชั้น : รถยนต์ ไม่เกิน 4 คน 20 บาท รถยนต์ 5 คน 30 บาท และรถยนต์ 6 คน 50 บาท หรือเดินเข้า คนละ 5 บาท


จากแก่งสามชั้นที่อยู่บริเวณท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล เราขับรถย้อนกลับไปจนถึงทางเข้าเขื่อน ก็จะเห็นป้ายบอกทางไปยังที่พักของเราคืนนี้


เดอะ ชิลล์ รีสอร์ท

(The Chill Resort)

ที่พักติดริมน้ำนครนายก อยู่ใกล้กับเขื่อนขุนด่านฯ ที่ผ่านมาตะกี้แค่แป้บเดียว (ขับรถประมาณ 10 นาที) ภายในที่พักบรรยากาศร่มรื่น และมีห้องพักให้เลือกหลากหลายแบบมากๆ มีทั้งห้องพักติดริมน้ำ แบบนอนฟังเสียงน้ำไหลตลอดทั้งคืน หรือจะเป็นห้องพักสีสันน่ารัก ก็มีให้เลือกตั้ง 6 สี ที่นี่ยังมีห้องอาหาร สระว่ายน้ำ และสามารถลงเล่นน้ำได้ด้วย! แบบนี้ถ้ามากันเป็นแก๊งค์คงสนุกน่าดู


รายละเอียดเพิ่มเติม : The Chill Resort ที่พักติดริมน้ำนครนายก บรรยากาศสุดชิล ลงเล่นน้ำได้จากหน้าที่พัก!



เช้าวันสุดท้ายที่นครนายก ขอตื่นสายนิด หลังจากเมื่อวานตะลอนเที่ยวมาทั้งวัน ลุกมาทานอาหารเช้าแบบไม่ต้องเสียเวลาเลือกเลยค่ะ เพราะเขามีให้ทั้งข้าวต้มและอเมริกันเบรกฟาสต์ ตบท้ายด้วยผลไม้แบบจัดเต็ม แอบกระซิบนิดนึงว่าถ้าเป็นวันหยุด อาหารเช้าจะเป็นแบบบุฟเฟต์ ส่วนวันธรรมดาก็จะจัดมาเป็นเซ็ตให้เราทานกันแบบนี้


ส่วนโปรแกรมวันนี้เราก็ยังจะขอแอดเวนเจอร์ต่ออีกหน่อย แล้วปิดท้ายทริปด้วยการไปถ่ายรูปเล่นฮิปๆ ก่อนกลับ


อ่างเก็บน้ำวังบอน

ไม่รู้ว่าเรามาถึงเช้าไปหรือเปล่า แต่บรรยากาศที่ ‘อ่างเก็บน้ำวังบอน’ เช้านี้เงียบสงบมากๆ เหมาะแก่การมาพักผ่อน สำหรับใครที่หนีเมืองกรุงมาชิลกับธรรมชาติแบบเรา ต้องหลงรักที่นี่แน่นอน บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำวังบอนเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่นอยู่เต็มไปหมด ที่นี่ยังมีไฮไลท์ตรงที่มีน้ำตกไหลมาลงยังอ่างเก็บน้ำ มีบริการให้เช่าเรือคายัคสำหรับพายไปชมน้ำตกและพายเรือเล่นรอบๆ ถ้าหากเป็นวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวเยอะมากๆ มากระโดดน้ำเล่นกัน ที่นี่ยังเป็นจุดกางเต็นท์ใกล้กรุงยอดฮิต ตื่นเช้ามาเจอกับอากาศสดชื่นแบบนี้คงดีไม่น้อยเลย นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านให้เช่าจักรยาน มีร้านอาหารอีกนิดหน่อย และมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำให้บริการด้วย

อุทยานจะเปิดเวลา 6:00 - 18:00 น. 

รายละเอียดเพิ่มเติม : 'อ่างเก็บน้ำวังบอน' ไปนอนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ กางเต็นท์ริมน้ำ พายเรือชมน้ำตก


พายเรือสนุกมากกก! แดดกำลังดี สำหรับมือใหม่หัดพายก็ไม่ต้องห่วง เพราะพายง่ายกว่าที่คิด และมีเสื้อชูชีพให้ด้วย เรานั่งพัก ทานขนมอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ตัดสินใจไปต่อ โบกมือลาบรรยากาศสุดชิล


อุโมงค์ไม้ไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม

เราปรับเปลี่ยนเส้นทางกลับกรุงเทพไปทางสระบุรีเพื่อที่จะได้แวะถ่ายรูปฮิปๆ กับสถานที่เช็คอินแห่งใหม่อย่าง ‘อุโมงค์ไม้ไผ่’ ทางเดินทอดยาวเข้าสู่วัดจุฬาภรณ์วนาราม ที่บรรยากาศยังกับเดินอยู่เกียวโตยังไงยังงั้น!

ถ่ายรูปกันแล้ว อย่าลืมแวะทำบุญเพื่อสิริมงคล ก่อนตีตั๋วยาวกลับกรุงเทพ

รายละเอียดเพิ่มเติม : จุดเช็คอินใหม่ น่าไปถ่ายรูปเล่นชิคๆ ที่ 'อุโมงค์ไม้ไผ่' วัดจุฬาภรณ์วนาราม จ.นครนายก


แอบสังเกตตั้งแต่ขามาแล้วว่าทำไมเกาะกลางถนน จ.นครนายก สวยจัง มีต้นไม้ที่ผลิดอกสีเหลืองเต็มไปหมด คงด้วยเพราะฝนที่ตกวันนั้นทำให้ร่วงลงพื้นหมดเลย แต่ก็ยังสวยอยู่ดี เราเลยแอบไปถามชาวบ้านมา เขาบอกว่าดอกไม้นี้คือ ดอกฝ้ายคำ หรือ สุพรรณิการ์ เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครนายก คงเพราะอย่างนี้นี่เอง ทำให้เราได้เห็นดอกไม้สวยๆ ตลอดทางเลยค่ะ


อีกหนึ่งบรรยากาศกับมาเที่ยวในเมืองยอดฮิตในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่เรากลับมาในเที่ยววันธรรมดา นอกจากคนจะไม่เยอะพลุกพล่านแล้ว ยังได้พักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติอีกด้วย 

'วันไหนเหนื่อยมากๆ เราก็แค่ต้องการการหยุดพักบ้างเท่านั้นเอง..'


ชิไปไหน