หากถามถึงคาเฟ่ที่กำลังมาแรงในเมืองกาญฯ เวลานี้ ต้องยกให้ที่นี่ “The Village Farm to Café” ที่นอกจากจะมาพร้อมคอนเซ็ปต์เท่ๆ อย่าง การเป็นฟาร์มคาเฟ่ที่บรรยากาศอบอุ่นเหมือนได้ทานอาหารที่บ้านแล้ว ที่นี่ยังตกแต่งได้เก๋ชิคโดนใจสายคาเฟ่ที่ชื่นชอบบรรยากาศชิคๆ ชิลๆ จนใครมาที่นี่แล้วต้องถ่ายรูปเช็คอิน อัพสเตตัสเฟซบุ๊ค, ไอจี กันรัวๆ



นอกจากวิวที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสวยแบบพาโนราม่าแล้ว จุดเด่นของที่นี่คือ โครงสร้างร้านที่ตั้งใจทำเหมือนเป็นโรงนาในฟาร์ม 5 หลัง อยู่ติดกัน ซึ่งดูเหมือนหมู่บ้านที่เป็นฟาร์ม จึงได้ชื่อ The Village Farm มาก่อน และอีกส่วนหนึ่งคือวัตถุดิบที่สดใหม่จากแหล่งปลูก ส่งตรงถึงลูกค้าในคาเฟ่ Farm to Café จึงนำมารวมกันเป็น The Village Farm to Café  ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านเต็มๆ นั่นเองค่ะ



มาดูการตกแต่งด้านในกันบ้าง บอกเลยว่างานนี้เหล่าคาเฟ่นิสต้าต้องแอบกรี๊ดเบาๆ กันแน่นอน เพราะภายในคาเฟ่แห่งนี้ได้รวมสไตล์การตกแต่งที่โดดเด่น เก๋ไก๋ไม่ซ้ำคาเฟ่แห่งไหนในกาญจนบุรี ด้วยการออกแบบให้เป็นเหมือนกระท่อมกลางฟาร์ม ภายนอกใช้ไม้สนในการตกแต่งเป็นหลักเพื่อให้ดูกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ และมีการผสมผสานความโมเดิร์นลงไป โดยใช้ผนังกรุด้วยกระจกใสรอบด้าน ทำให้ดูโปร่งโล่งสบาย และยังประดับด้วยดอกไม้แห้งที่ห้อยลงมาจากเพดาน ดูโรแมนติกจนน่าชวนคนรู้ใจมาออกเดท หรือจะมาทานมื้อพิเศษกับครอบครัวและเพื่อนสนิทก็ลงตัว



ภายในร้านมีโต๊ะที่นั่งให้เลือกหลากหลาย แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนโถงที่นั่งกลางร้านที่มีทั้งโต๊ะยาวสำหรับใครที่มากันหลายคนเป็นแก๊งค์ใหญ่ หรือโต๊ะเก้าอี้อาร์มแชร์ตัวนุ่มๆ ให้เอนหลัง จิบกาแฟคุยกันสบายๆ นั่งชิลได้ทั้งวัน



โซนห้องกระจกตกแต่งด้วยดอกไม้ ด้านหลังมองเห็นวิวภูเขา สนามหญ้าและต้นไม้สีเขียวร่มรื่นสบายตา



มุมนี้ฮิปมากๆ ใครที่ชอบจิบกาแฟชมวิวไปด้วยรับรองต้องถูกใจ กับเคาน์เตอร์ไม้ยาวที่หันหน้าเข้าหาบานกระจกใส มองเห็นวิวภูเขาได้เต็มๆ ตา จ่ายค่ากาแฟแค่หลักสิบ แต่ได้ชมวิวหลักแสนแบบนี้ เริ่ดอ่ะ…



จะนั่งวาดรูป อ่านหนังสือ หรือจิบอะไรเบาๆ ก็เพลิน แถมยังมีต้นกระบองเพชรที่ทางร้านนำมาประดับตามมุมต่างๆ ในร้านนับพันต้น ให้เราได้พักสายตากับสีเขียวๆ สดชื่น



สวนแนวดิ่งเก๋ๆ กับต้นเฟิร์นที่ตัดกับผนังไม้สนและกำแพงอิฐ ดูชิคได้แบบกรีนๆ สมคอนเซ็ปต์ของร้าน



คำเตือน!! ในร้านมีมุมถ่ายรูปเยอะมว๊ากกกก…เตรียมกล้อง เตรียมเม็มโมรี่การ์ดมาให้พร้อม รับรองกดชัตเตอร์กันกระจายยย..!!



สำหรับใครที่อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด แนะนำโซนระเบียง out door ด้านนอก เหมาะจะมานั่งรับลม จิบกาแฟชมวิวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ มีทั้งเก้าอี้ให้นั่งเอนหลังชิลๆ และโต๊ะที่นั่งแบบชิงช้าสำหรับใครที่อยากทานอาหารท่ามกลางวิวภูเขาแบบนี้



มาดูอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่กันบ้าง ทางร้านตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้าน เหมือนได้ทานอาหารที่บ้าน จึงคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบสดใหม่ ใส่ใจและพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิต เมนูอาหารของที่นี่จึงเน้นใช้ผักและผลไม้เป็นส่วนผสมหลักอาทิเช่น สลัดผัก อาหารสุขภาพ ขนมหวานสไตล์โฮมเมด น้ำผัก ผลไม้ ชาสกัดเย็น และสมูตตี้เพื่อสุขภาพ



อากาศร้อนๆ มาเติมความสดชื่นด้วย “ผักผลไม้สกัดเย็น” (Cold Pressed Juice) ดื่มน้ำวิตามินกันสดๆ แบบ100% ไม่ผสมน้ำและน้ำตาล  เพราะเป็นการบีบสกัดน้ำจากผักและผลไม้ออกมาด้วยกรรมวิธีที่ไม่ให้เกิดความร้อน ซึ่งเอนไซม์ที่มีชีวิตและวิตามินบางชนิดจะไม่ถูกทำลาย เหมือนการปั่นหรือการใช้เครื่องแยกกากทั่วไป ทำให้คงคุณค่าและประโยชน์ได้มากกว่า



เมนูแนะนำที่มาแล้วพลาดไม่ได้ จานแรกคือ “ซี่โครงหมูบาบีคิว”  ซี่โครงหมูที่ปรุงด้วยซอสสูตรพิเศษ ใช้เวลาหมัก และตุ๋นนานกว่า 48 ชั่วโมง ก่อนนำมา grill ก่อนจัดเสิร์ฟ ทำให้ได้ซี่โครงหมูที่นุ่ม และหอมกรุ่น ทานกับซอส 4 ชนิด และสลัดผักชุดใหญ่ พร้อมเครื่องเคียงอย่างขนมปังกระเทียมและมันฝรั่งทอด



ต่อด้วยของหวานอย่าง “เต่าปังลุยสวน”  เมนูที่เรายกนิ้วให้กับความคิดสร้างสรรค์ ที่ทำให้เมนูขนมหวานออกมาหน้าตาน่ารักคาวาอี้มากๆ  ขนมปังเมล่อนนุ่มๆ ด้านบนเป็นคุกกี้ช็อกโกแลต สอดไส้ด้วยซอสครีมเมล่อน เสิร์ฟอุ่นๆ วางบนสปองค์เค้กเมล่อนนุ่มๆ ทานคู่กับเมล่อนสดที่หั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ และไอศครีมเมล่อนโยเกิร์ตหวานหอมกำลังดี ทานแล้วเข้ากันมากๆ ที่สำคัญ ขนมปังของทางร้านเป็นขนมปังโฮมเมดที่ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่มีสารกันบูด ทั้งอร่อยแบบสุขภาพดี แถมถ่ายรูปลงไอจีแล้วเพื่อนๆ ต้องกรี๊ดด้วยความอิจฉาแน่นอน



นอกจากนี้ คนรักเค้กและของหวานต้องถูกใจ เพราะทางร้านยังมีเมนูขนมหวานอีกหลากหลายรายการให้เลือกชิม อีกเพียบ!!



ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสีสวยอย่าง “น้ำอัญชันมะนาว” ที่มีกิมมิคเล็กๆ เวลาเทน้ำมะนาวลงบนน้ำแข็งจากดอกอัญชัน น้ำจะกลายเป็นสีม่วงบานเย็น ทานแล้วสดชื่นเหมาะกับอากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าว



บรรยากาศตอนเย็นช่วงท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนสี และประดับด้วยแสงไฟสีส้มอบอุ่น ยิ่งทำให้ฟาร์มคาเฟ่แห่งนี้ดูมีเสน่ห์และโรแมนติกไปอีกแบบ โดยเฉพาะใครเป็นคอเบียร์ต้องไม่พลาด เพราะที่นี่มีเบียร์นอกหลากหลายยี่ห้อให้มานั่งจิบชิลๆ เอาท์ดอร์ในบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ



และนี่ก็คือแลนด์มาร์คใหม่ของเมืองกาญฯ ที่เราอยากแนะนำ ใครมาเที่ยวกาญจนบุรี แล้วมองหาคาเฟ่ไว้นั่งชิลในวันสบายๆ ปักหมุด “The Village Farm to Café” ไว้ในลิสต์ รับรองว่าจะหลงเสน่ห์คาเฟ่ฟาร์มเรือนกระจกหลังนี้ จนอยากจัดทริปกลับมาจิบกาแฟที่เมืองกาญฯ บ่อยๆ แน่นอน…



The Village Farm to Café  

 

ที่ตั้ง ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค จ.กาญจนบุรี (หากเดินทางมาจากกรุงเทพ แล้วขับรถมุ่งหน้าไปทางอำเภอไทรโยค ร้านจะอยู่ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ 8 กิโลเมตร ก่อนถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี 2 กิโลเมตร ตัวร้านจะอยู่ซ้ายมือ ติดถนนใหญ่เห็นชัดเจน และอยู่ในรั้วเดียวกันกับร้านอาหารคีรีมันตรา)

พิกัดร้าน : https://goo.gl/maps/rYxvceer1jq


เวลาเปิดให้บริการ : จันทร์-ศุกร์  10.30 - 21.00 น. เสาร์-อาทิตย์  09.30 - 21.00 น.

โทร. 034-540599

https://www.facebook.com/TheVillageFarmToCafe