สำหรับใครที่เหนื่อยล้าจากการทำงานและชีวิตประจำวันในเมืองใหญ่ที่เร่งรีบ วุ่นวาย ลองมาให้ของขวัญเป็นรางวัลกับตัวเอง ที่ “จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ” สถานที่พักผ่อนสุดวิเศษที่จะทำให้คุณผ่อนคลาย ด้วยแนวทางธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังมาแรงในช่วงหลายปีมานี้ และไม่มีทีท่าว่าจะตกเทรนด์เลยสักนิด เปลี่ยนโหมดจากโลกที่หมุนเร็วจนน่าเวียนหัว มาพักผ่อนใช้ชีวิตช้าๆ ปลุกพลังให้กับตัวเราเองดูบ้าง

 

 “จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ” ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คืออาณาจักรแห่งการพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขาที่โอบล้อม บนเนื้อที่กว่า 70 ไร่ ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่  ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน…ว่าเจ้าของที่นี่นั้นเป็นหนึ่งในทายาทของตระกูล “ว่องวานิช” เจ้าของบริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด ผู้ผลิตแป้งเย็นตรางู แป้งเย็นเจ้าแรกของโลกที่เราคุ้นเคยกันดี ซึ่งได้ผันตัวมาทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และได้สร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมาให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนที่รักสุขภาพ สมกับชื่อของ จีรัง ที่บอกความหมายถึงความ "ยั่งยืน"

 

ที่นี่มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร สระว่ายน้ำวิวทะเลสาบ สปาวิลล่า คอกแกะ สนามฝึกม้า สวนผักอินทรีย์ และร้านกาแฟ รวมทั้งยังมีโปรแกรมสุขภาพองค์รวมที่หลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรแห่งการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ “จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ” จะเคยได้รับการคัดเลือกให้เป็น “อันซีน พาราไดซ์” หนึ่งในที่พักชั้นเยี่ยม 50 แห่งทั่วไทย ที่เป็นที่พักในฝัน สวรรค์ของคนเดินทาง และยังติดอันดับท็อป 10 รีสอร์ทสุขภาพ หรือ “เฮลท์ รีสอร์ท” ในเอเชีย

 

จุดเด่นของที่นี่คือ  เสน่ห์ของธรรมชาติในวิถีแห่งล้านนา ซึ่งหากมาเยือนที่นี่แล้ว เราขอแนะนำให้ลองหาโอกาสลงโปรแกรมสุขภาพที่มีให้เลือกหลากหลาย น่าเสียดายที่ทริปนี้มีเวลาจำกัด เราจึงมีเวลาน้อยในการทดลองโปรแกรมที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ อย่างเช่น กิจกรรม Floral Therapy ณ เรือนพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่งเพียงก้าวแรกที่เราเดินข้ามผ่านซุ้มประตูเข้าไป ก็เหมือนได้หยุดเวลาแล้วย้อนไปสัมผัสความสงบ งดงามของวัฒนธรรมแห่งอาณาจักรล้านนาเมื่อเกือบร้อยปีก่อน

 

ที่นี่ เราจะได้มาเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์อย่าง Floral Therapy การบำบัดจิตใจด้วยดอกไม้ ที่จะช่วยสร้างความสุขง่ายๆ ผ่านกลิ่นหอมของดอกไม้ไทย ซึ่งผู้ฝึกสอนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน…คือ “คุณแป๋ม” ปาเมล่า โปม่าร์ รองผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งจีรัง เฮลธ์ วิลเลจ แห่งนี้นั่นเอง

 

แรงบันดาลใจของที่นี่ คือ เจ้าดารารัศมี พระราชชายาใน รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเป็นดั่ง “ครู” ผู้ประสาทวิชาศิลปะการจัดดอกไม้แบบล้านนา รวมทั้งศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆ อย่างการทำเครื่องหอม ทั้งกำยานและน้ำหอมจากดอกไม้ไทยๆ ที่ปลูกไว้ในบริเวณรีสอร์ท

 

 

โดยก่อนจะได้ทดลองทำน้ำหอม คุณแป๋มก็ได้ให้เราเริ่มต้นจากการจัดดอกไม้ และทำกรวยไหว้ครูตามธรรมเนียมล้านนากันก่อน แรกๆ อาจจะเงอะงะ ไม่กล้าหยิบจับกันเท่าไหร่ แต่ครูแนะนำว่าให้เราผ่อนคลาย ไม่ต้องคิดว่าจะออกมาสวยหรือไม่ แต่จัดด้วยความตั้งใจก็พอแล้ว ทำให้ในที่สุดกรวยดอกไม้ไหว้ครูก็สำเร็จจนได้

 

 

หลังจากนำกรวยไปทำพิธีไหว้ครูแล้ว คุณแป๋มก็ให้พวกเรามาจัดดอกไม้อีกครั้ง เรียกว่า “มาลาอธิษฐาน” โดยให้แต่ละคนเลือกดอกไม้จากในกระจาดมาจัดใส่ในพาน คราวนี้ ความกังวลเริ่มลดลง เราค่อยๆ เลือกดอกไม้ทีละดอก ค่อยๆ จัดวางลงในพานช้าๆ ไม่เร่งรีบ ระหว่างนั้น เราก็ได้สำรวจความคิดของตัวเองไปด้วย พานดอกไม้นี้…จะว่าไปก็คล้ายกับการออกแบบชีวิตของคนเราอยู่เหมือนกัน ทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตและธรรมชาติ โดยสร้างคุณค่าผ่านดอกไม้ ซึ่งกลิ่นหอมของดอกไม้จะช่วยเยียวยาจิตใจ และสร้างพลังชีวิตด้วยแรงอธิษฐานและความเชื่อมั่นศรัทธา ซึ่งหลังจากพอจัดไปสักพัก ความคิดที่สับสน ฟุ้งซ่าน วุ่นวายก็ค่อยๆ สงบลง เหลือแต่เพียงกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ทำให้เกิดความสุขและสมาธิกับงานตรงหน้าเท่านั้น

 

เรานำพานดอกไม้ที่จัดเสร็จแล้ว ไปตั้งจิตอธิษฐานต่อพระรูปเจ้าดารารัศมี พระราชชายา เสร็จแล้วกลับมาเข้าคอร์สเรียนทำน้ำหอมจากดอกไม้ไทยกันต่อ โดยครูจะนำหัวน้ำหอมที่สกัดจากดอกไม้ชนิดต่างๆ ออกมาให้เราเลือก ค่อยๆ ดมกลิ่นไปทีละขวด จากนั้นเลือกหัวน้ำหอมที่ชอบออกมา 4 ชนิด เพื่อเป็นวัตถุดิบในการปรุงน้ำหอมที่เป็นกลิ่นเฉพาะของแต่ละคน โดยเลือกหัวน้ำหอมที่เราชอบที่สุด เพื่อให้เป็นเบสหลัก แล้วค่อยเลือกกลิ่นอื่นๆ ที่เหลือโดยหยดผสมในปริมาณที่ลดหลั่นกันลงไปทีละนิด จนค่อยๆ ได้ปริมาณที่กำหนดตามอัตราส่วน

 

ในที่สุด ก็ได้มาเป็นน้ำหอมสูตรเฉพาะ ที่มีแค่ขวดเดียวในโลกแล้ววว…แถมครูยังให้พวกเราตั้งชื่อน้ำหอมได้เองด้วย นักเรียนแต่ละคนก็ครีเอทคิดชื่อกันใหญ่

 

เปลี่ยนโหมดจากความสุนทรีย์และรื่นรมย์ของดอกไม้หอมๆ มาเข้าคอร์สสำรวจเบื้องลึกข้างในกันดูบ้าง กับโปรแกรม “ล้างพิษทางอารมณ์” หรือ Emotion Detox ฟังชื่อแล้วบางคนอาจนึกไม่ออกว่าเป็นยังไง โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ช่วยสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดยใช้พลังงานธรรมชาตินำเข้าสู่จิตใต้สำนึก เพื่อตักขยะอารมณ์ต่างๆ ที่ฝังอยู่เบื้องลึกของจิตออกมาทิ้ง พร้อมกับนำพลังสร้างสรรค์จากจิตใต้สำนึกมาใช้ในการทำงาน ผ่านการใช้เทคนิคผ่อนคลายความเครียดแบบ Active Meditation หรือการฝึกสมาธิเพื่อล้างพิษทางอารมณ์ ที่ครูแป๋มได้ไปดูงานและฝึกอบรมมาจากประเทศอินเดียโดยเฉพาะ

 

บอกเลยว่าคอร์สนี้เหมาะสำหรับคนเมืองวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้บริหารหญิงที่อายุตั้งแต่ 35-45 ปีขึ้นไป มีหลายคนมาเข้าคอร์สนี้แล้วช่วยกะเทาะความเครียดที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกออกมา จนสามารถก้าวข้ามผ่านปัญหา เพื่อเปิดรับพลังด้านบวกให้กับการดำเนินชีวิตต่อไปได้ ใครทำงานหนักจนเครียด แนะนำลองมาเข้าโปรแกรมนี้สัก 3 วัน 2 คืน กำลังดี ซึ่งหากต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถเข้าโปรแกรมบำบัดแบบไพรเวทได้ที่พีระมิดคลื่นพลังบำบัดได้

 

เราปิดท้ายวันด้วยการทำสปา ซึ่งบอกเลยว่าประทับใจกับโปรแกรมทำสปาของที่นี่มากๆ เลยค่ะ เพราะที่ “จีรังสปา” เน้นวิถีบำบัดตามหลักธรรมชาติ ด้วยการสร้างสมดุลให้กับพลังชีวิตด้วยธาตุเจ้าเรือนทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยก่อนที่จะไปใช้บริการสปา พนักงานจะสอบถามวันเกิดของเราก่อน เพื่อนำไปตรวจเช็คว่าแขกแต่ละคนตรงกับธาตุอะไร จากนั้นพอไปถึงที่สปาวิลล่า พนักงานก็จะเตรียมต้อนรับเราด้วย Spa Treatment ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษที่ตรงกับธาตุเจ้าเรือนของเราโดยเฉพาะ

 

สปาที่นี่มีให้เลือก 2 โซน ทั้งบนอาคาร และสปาวิลล่า ใครชอบสไตล์ไหนก็เลือกได้ทั้ง 2 บรรยากาศ สำหรับคนที่ชอบความหรูหราและเป็นส่วนตัว แนะนำสปาวิลล่าที่ภายในตกแต่งได้กลิ่นอายความเป็นล้านนาร่วมสมัย เติมเสน่ห์ความอบอุ่นด้วยการใช้ไม้ไผ่ และเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ามาเป็นองค์ประกอบ และยังอ่างสปาส่วนตัวให้นอนแช่น้ำผ่อนคลายหลังจากทำสปาเสร็จแล้ว เป็นโปรแกรมปิดท้ายวันที่แสนวิเศษจริงๆ ค่ะ

 

หลังจากทำสปาเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพัก ซึ่งเราเลือกพักแบบ Sanctuary Family Suit ห้องสวีทขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ภายในมีทั้งห้องนั่งเล่น แพนทรี มุมรับประทานอาหาร และระเบียงกว้างๆ ให้พักผ่อน จะมาเช็คอินกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวใหญ่ก็ตอบโจทย์ได้ลงตัวทุกสไตล์เลยค่ะ

 

พอตอนเย็นเราไปดินเนอร์ที่ร้านอาหาร “ระเบียง ณ แม่ริม” ดินเนอร์พร้อมชมวิวภูเขาใต้แสงดาว บรรยากาศโรแมนติกมากๆ มีให้เลือกทั้งโซนในร้าน ระเบียงเอาท์ดอร์ และโซนบาร์สำหรับจิบเครื่องดื่มชิลๆ ในสวน

 

เมนูที่นี่เน้นเป็นอาหารฟิวชั่น มีให้เลือกทั้งอาหารไทยและนานาชาติ เราเลือกสั่งเมนูดินเนอร์เซ็ทอาหารไทยมาทาน บอกเลยว่าจานใหญ่มาก ทานกัน 2 คนแทบไม่หมด มีทั้งน้ำพริกปลาทูตำเสิร์ฟพร้อมผักสด น้ำพริกปลาทูรสจัดจ้าน กินพร้อมกับผักสดทั้งอร่อยและสุขภาพดี ยังมีเมนูแกงคั่วกระดูกหมูใบชะพลูรสเด็ด พร้อมเมนูชื่อเก๋อย่าง ปลาทับทิมสองแผ่นดิน ปลาทับทิมตัวใหญ่ทอด และปรุงแบบฟิวชั่น ด้านหนึ่งเป็นน้ำตกแบบไทยๆ ส่วนอีกด้านคลุกน้ำสลัดมายองเนสโรยด้วยพริกไทย ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มแนะนำ “Herbal Ice” น้ำสมุนไพรที่ผสมน้ำอัญชัน กระเจี๊ยบ และดอกคำฝอย ที่มีสรรพคุณดีต่อสุขภาพ และยังรสชาติอร่อย เพราะเค้าเสิร์ฟมาในน้ำแข็งที่ทำจากน้ำสมุนไพรอีกทีหนึ่ง ไม่ต้องกลัวว่าละลายแล้วจะจืด…ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แก้วเดียวจิบได้ยาวทั้งคืน

 

 

วันรุ่งขึ้นเราไปสำรวจรอบๆ บริเวณของจีรัง เฮลธ์ วิลเลจ กันต่อ บอกเลยว่ามาเช็คอินที่นี่แล้วมีกิจกรรมให้ทำเพียบ! เริ่มต้นด้วย “บลูโซน” ที่มีคอกม้าและสนามฝึกม้า รวมทั้งยังมีโรงเรือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ สวนผักอินทรีย์ คอกวัวและควาย รวมทั้งเป็ดและกระต่ายที่เลี้ยงไว้ให้เราไปถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิด

 

ขยับมาด้านหน้าเป็นโซนทางเดินสีเขียวในสวน เส้นทางเดินเล่นชมธรรมชาติ หรือจะเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพก็ทำได้ โซนนี้มีทั้งฟาร์มแกะและแพะที่เราสามารถให้อาหาร และยังมีไฮไลท์ที่ห้ามพลาดอีกอย่าง นั่นคือ ร้านกาแฟ “Snowbuff Coffee” ที่เราสามารถมานั่งทานอาหาร จิบกาแฟ ชมควายได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใสบานใหญ่

 

อาหารและเครื่องดื่มที่นี่อร่อยทุกอย่าง ประเดิมด้วยเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อนที่เป็น signature ของร้าน อย่าง เมนู “สุขสันต์” ชาเขียวแช่ฟรีซเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมนมสด ส่วนคอกาแฟต้องลองเมนู  “สู่ขวัญ” กาแฟที่แช่ฟรีซอัดแน่นมาเป็นน้ำแข็ง ราดด้วยนมสดให้ค่อยๆ ละลายช้าๆ รสชาติเข้มข้นหวานมันสุดๆ (กระซิบว่าเมนูนี้ตั้งชื่อตามเจ้าควายเผือก มาสค็อตประจำร้านด้วยล่ะ) ตามมาด้วยเมนูมื้อเที่ยงจัดเต็มความแซ่บอย่าง ส้มตำสโนว์บัฟ ตำซั่วรสแซ่บซี้ดซ้าด แกล้มกับปีกไก่ทอด กรอบนอกนุ่มใน เสริมทัพความเผ็ดสะใจด้วยข้าวกระเพราปลาสลิดกรอบ และยำรวมมิตรรสแซ่บ

 

ภายในร้านตกแต่งได้น่ารักน่านั่งมากๆ มีทั้งโซนอินดอร์และเอาท์ดอร์ให้เลือกหลากหลายมุม จะนั่งตรงไหนก็ชิ๊ล…ชิล

 

สำหรับใครที่มองหาสถานที่ที่จะช่วย “รีทรีท” ทั้งร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า เราแนะนำให้คุณลองหาเวลามาพักผ่อนที่ จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ กันสักคืน รับรองว่ามาเช็คอินที่นี่แล้ว… เราจะได้เติมพลังและความสุขอย่างเพอร์เฟ็กต์ลงตัวสุดๆ เลยค่ะ

 

จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ

พิกัด 99 หมู่ 7 ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

โทร. 053-861511-3, 080-8026600

www.jirunghealthvillage.com

https://www.facebook.com/JirungHealthVillageChiangMai/