ทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด ผมและแก๊งเพื่อนจะนัดกันไปเช็คอินร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ในกรุงเทพฯ กันตลอดครับ ถึงแม้ว่าต่างคนต่างมีไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่แตกต่างกัน แต่วันหยุดทีไร ถ้าได้นัดรวมตัวกัน นั่งรถคันเดียวกัน เดินทางไปพร้อมกัน ผมว่าเป็นเรื่องสนุกนะครับ 

ในบรรดาร้านอาหารต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ที่ผมและเพื่อนเคยไปกันมานั้น มี 5 ร้านเด็ดที่วันนี้ผมอยากจะรวมมาแนะนำ ซึ่งเหมาะกับการไปเป็นแก๊งสุดๆ แต่ละที่คัดมาเด็ดๆ ทั้งนั้น มีบรรยากาศหลายแนวตั้งแต่ดาดฟ้าวิวดี แนวปาร์ตี้สวนหลังบ้าน ไปจนถึงร้านที่ตกแต่งได้แจ่มแบบสุดขั้ว! 

ร้านแรกที่เราจะพาทุกคนไปรู้จักอยู่ย่านอารีย์ ย่านดี ของอร่อยเยอะ! ทีแรกพวกเราจะนัดกันไปเจอกันที่ร้านเลย แต่เพื่อนสาวของผมมัดมือชก บอกว่าเดี๋ยวจะขับรถมารอรับผมหลังปั่นจักรยานเสร็จที่สวนสาธารณะเลย ไม่รู้กลัวผมเหนื่อย หรือกลัวผมไปสาย 55+

ผมปั่นมาถึงลานจอดรถ ก็เห็นพวกเธอรออยู่ที่เบาะนั่งด้านหลังของ All-new Civic Hatchback รถคู่ใจของพวกเธอ ทักทายไม่กี่คำ เธอก็สั่งให้ผมรีบเอาจักรยานขึ้นรถเดี๋ยวนี้ หิวมาก! ว่าแล้วเพื่อนก็พับเบาะหลัง ผมก็รีบเก็บจักรยานจนเรียบร้อยพร้อมออกเดินทาง แต่หันไปอีกที เอ้า! ที่นั่งคนขับว่าง!

โอเคๆ เป็นที่รู้กันว่าวันนี้ผมต้องทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้สาวๆ สินะ ชดเชยที่ผมปล่อยให้รอนาน ปกติเวลาขับรถของคนอื่น ผมจะเกรงใจไม่อยากไปปรับตำแหน่งเบาะอะไรในรถเค้ามาก แต่เพื่อนสาวบอกว่าปรับเลยตามสบาย เพราะเดี๋ยวจะให้ผมทำหน้าที่สารถีไปอีกนาน

ปั่นจักรยานมาร้อนๆ แบบนี้ ขอเพื่อนซี้เร่งแอร์หน่อย รู้ว่าเธอขี้หนาวแต่เราก็ร้อนสุดๆ แต่เพื่อนบอกว่า All-new Civic Hatchback ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้ายขวาได้นะ อ้าวแบบนี้ก็เจ๋งน่ะสิ ขอ 19 องศาเลยละกัน

คลายความร้อน อารมณ์ดีแล้ว เราไปเริ่มกันที่ร้านแรกของเรากันเลยครับ

-1-
 Bar Storia Del Caffe
 อารีย์

Bar Storia Del Caffe เป็นร้านที่ตกแต่งสไตล์เรโทรวินเทจถูกใจสาวๆ ให้อารมณ์เหมือนเรานั่งอยู่ในร้านอาหารในยุโรป ตกแต่งด้วยสีเขียวและน้ำตาล เข้ากับบรรยากาศที่ร่มรื่น ร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่นั่งสบายไม่อึดอัดเลย

Bar Storia Del Caffe มีเมนูอาหารสไตล์ All Day Breakfast และ Italian นอกจากนี้ยังมีของหวาน และกาแฟ เครื่องดื่มด้วยครับ ร้านเปิดเช้าจนถึงดึก ในตอนเย็นร้านนี้ก็ได้บรรยากาศชิลๆ นั่งสบาย ฟังเพลง จิบเครื่องดื่ม

ส่วนเมนูที่เราสั่งมาทานกันก็มี Kurobuta Pork Chop จากนี้เป็นสเต็กเนื้อหมู ชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่มไม่เหนียวเลยครับ ราดด้วยซอสพริกไทยดำ มาพร้อมกับ มันฝรั่งและราตาตูลยา ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

ส่วนเพื่อนสาวผมสั่ง Grilled Salmon Lamon Caper สเต็กปลาแซลมอนเนื้อนุ่ม หอมเครื่องเทศ รสชาติถูกปากสุดๆ

และ Fettuccine truffle oil สปาเก็ตตี้เส้นแบนสไตล์อิตาเลี่ยน ผัดมาพร้อมกับเห็ดทรัฟเฟิลและไส้กรอกไก่

เต็มอิ่มกันแน่นอนครับกับร้าน Bar Storia Del Caffe ทั้งบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งสวย อาหารอร่อย
ที่ตั้ง : ซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ)
เวลาเปิด - ปิดบริการ : วันอาทิตย์ - วันพฤหัสบดี 9.00 - 23.00น วันศุกร์ - เสาร์ 9.00 - 00.00น
โทรศัพท์ : 02 - 057 9448

-2-
Rusty Cafe
ลาดกระบัง

ร้านที่สองที่เราจะพาไปชิมอยู่ย่านลาดกระบังโน่น ออกจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ขับรถยาวๆ กันไปเลยซึ่งใช้เวลาพอสมควร สาวๆ เค้าก็เลยแก้เบื่อด้วยกันเปิดเพลงฟังกันสนุกสนาน ซึ่ง All-new Civic Hatchback คันนี้มีระบบเครื่องเสียงที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ง่ายสุดๆ

คุณภาพเสียงก็คมชัดได้มิติด้วยลำโพงรอบห้องโดยสารถึง 8 ตำแหน่งเลยทีเดียว 

ขับฟังเพลงไปเพลินๆ ขนาดที่ว่าถ้าลืมดู GPS อีกนิดเดียวจะเลยไปถึงพัทยาละนะ 55+ และแล้วก็มาถึงร้าน Rusty Cafe ร้านแนว Industrial Rustic Barn House ที่สาวๆ ถึงกับร้องว้าว .. ด้วยตัวร้านที่กว้างขวาง ตกแต่งด้วยสีดำสุดเท่ มองจากด้านนอกจะเป็นคอนเทนเนอร์วางต่อกัน

ด้านในหลังคายกสูงโล่งสบาย มีมุมดนตรีสด ตอนกลางวันชิลๆ สบายๆ นั่งจิบกาแฟร้อนๆ หรือทานมื้อกลางวัน กลางคืนกลายเป็นร้านแฮงค์เอาท์ที่แจ่มสุดๆ เลยครับ ส่วนเมนูอาหารของที่นี่จะเป็นเมนูอาหารไทย และเครื่องดื่ม กาแฟ ค็อกเทล และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนผมและสาวๆ สั่งเมนู หมี่ยำสามชั้นทอด หมูสามชั้นทอดกรอบคลุกเคล้ามากับเส้นหมี่ยำรสชาติจัดจ้านถูกปากแน่นอนครับ ปลาหมึกทอดกระเทียม ปลาหมึกตัวโตตัดเป็นชิ้นพอดีคำ กระเทียมทอดเหลืองกรอบ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ

กระเบื้องบาหลี หน้าตาเหมือนเมนูกุ้งกระเบื้องแต่ด้านในอัดแน่นด้วยหมูกุ้ง แป้งกระเบื้องกรอบเคี้ยวกรุบ

เครื่องดื่มเราสั่ง Rusty Rainbow อิตาเลี่ยนโซดาที่เสิร์ฟมาแบบหลากหลายสีสันเหมือนสีรุ้ง และ Shakepresso เป็นเครื่องดื่มกาแฟแนวใหม่ที่เกิดจากการผสมผสานกาแฟและการชงแบบ Bartender ทำให้เป็นกาแฟเย็นที่มีกลิ่นหอมๆ ชวนผ่อนคลายแบบกาแฟร้อน

ไม่ว่าจะทานมื้อกลางวัน นั่งจิบกาแฟกลิ่นหอม หรือจะแฮงค์เอาท์กับเพื่อนตอนกลางคืนชิลๆ ก็ได้หมดเลยครับ

ที่ตั้ง : 101 ถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด - ปิดบริการ : 9.00-24.00น.
โทรศัพท์ : 064 – 9596228

ก้าวออกมาจากร้านก็แทบละลายกับอุณหภูมิที่ร้อนระอุ แถมผมดันจอดรถไว้กลางแดดซะด้วย แต่เพื่อนบอกว่า All-new Civic Hatchback คันนี้สามารถกดรีโมทสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้รอเราก่อนจะขึ้นรถได้ โห..แบบนี้เยี่ยมไปเลย

-3-
Freebird
สุขุมวิท 47

สำหรับใครที่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์เน้นกินช้อปฯอยู่ในเมือง เรามีร้านย่านสุขุมวิทมาแนะนำกันด้วยครับ กับร้าน Freebird อยู่ในซอยสุขุมวิท 47 ถึงหน้าร้านแล้วก็รีบหาที่จอดทันที มีกล้องหลังแบบนี้ ยิ่งทำให้การถอยจอดสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

Freebird เป็นร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นคันทรีเก๋ไก๋ ตัวร้านรีโนเวทจากบ้านเก่าและยังคงทรงบ้านเดิมไว้ ภายนอกทาสีร้านด้วยสีเทา ภายในร้านเฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งเลือกใช้สีน้ำตาลอบอุ่นเหมือนบ้าน

ด้านหน้าร้านเป็นครัวเปิดโล่งด้วยกระจกใส ทำให้เรามองเห็นการทำงานของเชฟด้วยครับ มีที่นั่งด้านนอกนั่งเล่นชิลๆ ปลูกต้นไม้ให้สีเขียวรอบร้าน สนามหญ้า กรงนกและกระต่ายตัวจิ๋ว ให้ความรู้สึกเหมือนปาร์ตี้กับเพื่อนๆ หลังบ้าน ส่วนด้านในร้านมีให้เลือกนั่งหลายโซนทั้งหน้าบาร์และมุมส่วนตัว

ส่วนเมนูอาหาร ร้าน Freebird เป็นร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นออสเตรเลีย ได้เชฟที่มากประสบการณ์ทั้งในเรื่องอาหารออสเตรเลียและไวน์มาช่วยกันรังสรรค์แต่ละเมนูเพื่อต้อนรับลูกค้า ส่วนพวกเราสั่งเมนูเด็ดอย่าง Duck Breast จานเนื้อเป็ด ที่ผ่านกรรมวิธีทำอาหารอย่างพิถีพิถัน เนื้อเป็ดชิ้นที่มองแว๊บแรกอาจจะไม่รู้เลยว่าเป็นเนื้อเป็ด ราดด้วยซอสสุดพิเศษของเชฟ

Baby Beets หัวบีทรูทเสิร์ฟมาในจานสลัด ใช้หัวเบบี้บีทรูท ปรุงสูตรเฉพาะของทางร้านเพื่อไม่ให้หัวบีทรูทติดกลิ่นดินจนเกินไป Slow cooked Hen Egg ไข่ไก่สโลว์คุก ลักษณะเหมือนไข่ไก่ออนเซ็น มาพร้อมกับเห็ดผัดน้ำสต๊อกสูตรพิเศษ โรยหน้าด้วยบรีชีสและน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล

นอกจากอาหารมื้อหลักแล้ว ใครอยากล้างปากด้วยเครื่องดื่ม ของหวานฉ่ำๆ ที่นี่ก็มีนะครับ สำหรับอยากทานมื้อคำแบบพิเศษๆ ในโอกาสอยากทาน หรือจะโอกาสสำคัญต้องไม่พลาดกันครับ

ที่ตั้ง : 28 ซอยสุขุมวิท 47 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด - ปิดบริการ : จันทร์ - ศุกร์ 17.30 - 00.00น เสาร์ - อาทิตย์ 11.00 - 15.00น และ 17.30 - 00.00น
โทรศัพท์ : 02 - 6624936

-4-
 Siwilai City Club
 Central Embassy

แก๊งไหนอยากจะมีช่วงเวลาชิลเอ้าท์เสาร์-อาทิตย์ยามเย็นที่พิเศษกว่าเคย ผมขอแนะนำคลับสุดหรูบนชั้น 5 ของ Central Embassy ที่นี่คือ Siwilai City Club ร้านดาดฟ้าบรรยากาศดีใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะทำให้วันหยุดเป็นช่วงเวลาที่ดีของแก๊งเพื่อน

ถึงร้านจะอยู่ใน Central Embassy แต่ก็มีโซน Terrace ที่เป็นดาดฟ้าด้วย การตกแต่งบริเวณนี้เน้นแบบสบายๆ เหมือนนั่งเล่นกับเพื่อน กับครอบครัวอยู่ที่ชายทะเลด้วย ยามเย็นจะมีลมโชยอ่อนๆ บรรยากาศดี จึงเป็นที่นิยมของลูกค้า โดยเฉพาะแก๊งสายชิลแบบเรา

ส่วนเมนูอาหารร้าน Siwilai City Club มีเมนูให้เลือกทานทั้งอาหารคาวหวาน ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ สเต็ก ซีฟู้ดในสไตล์ตะวันตก แต่รสชาติกลับอร่อยเข้มข้นในแบบไทย นอกจากนี้ในช่วงเย็น บรรยากาศเหมาะกับการแฮงค์เอ้าท์กับกลุ่มเพื่อนก็มีค็อกเทลให้จิบกันอีกด้วย

มื้อนี้สำหรับเราสามคนสั่งเมนู Crisp Chicken Skin หนังไก่ทอดกรอบ ด้านบนเป็นปลาเทราต์กับซาวครีมและไข่ปลาเทราต์

Classic Burger เบอร์เกอร์เนื้อวัวแองกัสชิ้นโต มาพร้อมกับเฟรนฟรายทอดกรอบ 

ล้างปากกันด้วยจานของหวานอย่าง Hot Cinnamon Donuts โดนัทรูปทรงสี่เหลี่ยม เคลือบด้วยชินนาม่อนทานคู่กับไอศกรีมโฮมเมดและกล้วย ตบท้ายด้วยจานนี้บอกเลยว่ามื้อนี้ฟินครับ

ใครอยากไปแฮงค์เอาท์ ทานอาหารมื้อเที่ยง - เย็น หรือจะไปจิบค็อกเทลนั่งคุยกับเพื่อน หรือจะมาเป็นครอบครัว คู่รัก บรรยากาศดีๆ อาหารอร่อย ร้านกว้างขวางมีให้เลือกหลายโซนต้องถูกใจเพื่อนๆ แน่เลยครับ

ที่ตั้ง : ชั้น 5 Central Embassy เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด - ปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 - 00.00น
โทรศัพท์ : 02 - 1605631
** ในวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ร้านมีดนตรีสดด้วยครับ

และแล้วก็มาถึงร้านสุดท้ายที่เราจะแนะนำกัน ออกจากลานจอดชั้นใต้ดินของ Central Embassy ทะยานขึ้นสู่ถนนด้วยขุมพลัง 1.5 Turbo พาทุกคนไปปิดท้ายกันที่ร้านสุดเท่ในซอยสุขุมวิท 31


-5-
Harvest Restaurant
สุขุมวิท 31

ร้านนี้ผมรับรองว่าต้องถูกใจอาร์ตตัวพ่อที่กำลังหาร้านนั่งแฮงก์เอาท์แน่นอนครับ ด้วยการตกแต่งสไตล์ Rustic สุดเท่ ! ขนาดอาร์ตตัวแม่ที่มาด้วยกันอย่างเพื่อนสาวผมยังอดใจไม่ไหว ขอเวลานอกเปลี่ยนรองเท้าให้เข้ากับดีไซน์ร้านเลยครับ

Harvest Restaurant เป็นร้านอาหารสุดเท่ ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 มี 2 ชั้น ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตัวร้านสีน้ำตาลสไตล์ Rustic ให้อารมณ์ดิบๆ ด้วยผนังอิฐเก่าสีส้ม ประตูไม้ หน้าต่างไม้

ตกแต่งตัวร้านเครื่องมือเครื่องใช้เก่า จักรยานเก่าและต้นไม้สีเขียวแซมเล็กๆ ภายในร้าน เดินเข้ามาในร้านเหมือนเข้ามาอีกโลกนึง เหมือนยืนอยู่ในบ้านคันทรี่ตะวันตกเลยครับ

สาวๆ ก็ถ่ายรูปกันสนุกเลย เหมาะกับการมานั่งแฮงก์เอาท์ยามเย็นกับเพื่อนจริงๆ ครับ

ส่วนอาหารเป็นเมนูสไตล์ตะวันตกแบบเมดิเตอร์ริเนียน ไม่ว่าจะเป็นสเปน กรีกและฝรั่งเศส ตอกย้ำความเป็นคันทรี่ตะวันตกด้วยอาหารป่าอย่างหมูป่า กวาง นกเป็ดน้ำ กระต่าย เห็ดโมเรล สำหรับผมและสาวๆ ไม่ได้สั่งมาลิ้มลอง แต่เมนูที่สั่งมาก็เด็ดไม่แพ้กันเลยครับ พวกผมสั่ง HARVEST Pumpkin Soup เป็นซุปฟักทอง เสิร์ฟมาในลูกฟักทองทั้งลูก โรยด้วยผงขมิ้น เบค่อนและเมล็ดฟักทอง เนื้อซุปเนียนนุ่มรู้สึกเครื่องเทศอย่างขมิ้น หอมอร่อย

Honey - Glazed Pork Belly จานนี้เป็นเนื้อหมูส่วนท้อง นำมารมควันเคลือบด้วยน้ำผึ้งผสมโรสแมรี่หอมๆ

Grilled Iberico Pork Secreto จานนี้เหมือนคอหมูย่างบ้านเรา เนื้อหมูเป็นคุโรบุตะนำเข้าจากสเปน มาพร้อมกับแอปเปิ้ลอบคาราเมล ราดซอสสูตรพิเศษ

ตามด้วนจาน Signature อย่าง Ocean Goodness กุ้งมังกรตัวโต พร้อมด้วยหอยนางรม หอยตลับ หอยแมลงภู่และหอยเชลล์ ในสไตล์แบบ

อาหารเมดิเตอร์ริเนียนหากอยากมานั่งชิลยามเย็นในร้านที่บรรยากาศดี อาหารอร่อยเข้ากันได้ดีกับเครื่อมดื่มเลิศรส ถือเป็นช่วงเวลายามเย็นที่ได้พักผ่อนกับเพื่อนอย่างแท้จริงครับ

ที่ตั้ง : โครงการ Chapter 31 24/1 ซอยสุขุมวิท 31 วัฒนา กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด - ปิดบริการ : ทุกวัน 17.30 - 00.00น
โทรศัพท์ : 02 - 2620762


แค่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับแก๊งเพื่อนซี้ ขับรถหาอาหารถูกปาก บรรยากาศถูกใจ ผมว่าก็เป็นช่วงเวลาที่ดีมากแล้วล่ะครับ ยิ่งถ้าได้เดินทางไปกับรถคู่ใจอย่าง All-new Civic Hatchback 1.5 VTEC TURBO ที่ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตโฉบเฉี่ยว แต่พื้นที่ภายในกว้าง ที่ช่วยให้ผมใส่จักรยานได้อย่างสบายๆ พร้อมกับเทคโนลียีล้ำสมัยต่างๆ ก็มีมาให้ครบครัน ทำให้การเดินทางในวันหยุดของพวกเราสนุกและสะดวกสบายขึ้นเยอะเลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม >> http://bit.ly/ChillpainaixHond...

ชิไปไหน