ถึงตลอดทั้งสัปดาห์จะทำงานมาเหนื่อย และหนักขนาดไหน แต่วันอาทิตย์สำหรับผมแล้ว ต้องยกเว้นไว้ให้เป็นวันครอบครัวเลยครับ เป็นวันที่บ้านผมจะหากิจกรรมออกไปทำร่วมกันทั้งคุณพ่อคุณแม่และหลานๆ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมโปรดของครอบครัวผมก็คือการปั่นจักรยานออกกำลังกายนี่แหละ โดยทั่วไปแล้ว ถ้ามีโอกาสเรามักจะออกไปปั่นกันตามต่างจังหวัดครับ แต่ช่วงนี้ผมดันงานยุ่งมากซะด้วยสิ เลยย่นระยะทางเหลือใกล้ๆอยู่แค่บริเวณ Sky Lane รอบสนามบินสุวรรณภูมิแทน

ออกมาปั่นกันตั้งแต่เช้า เกรงว่าทุกคนจะเริ่มหิวจนหมดแรงก่อน เราเลยพากันมาแวะพักเติมพลังที่ Bike Terminal Cafe สักหน่อย...

Bike Terminal Cafe ตั้งอยู่ห่างจากโซน Sky Lane ของสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้นเองครับ ตัวร้านเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์ Loft ที่เน้นหนักไปในโทนสีดำเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ไฟเพดานของที่นี่นั้นดีไซน์ออกมาในรูปแบบของวงล้อจักรยาน แต่ก็ยังมีบางมุมที่ตกแต่งแบบปูนเปลือย เพิ่มกิมมิคด้วยกราฟิตี้ลวดลายจักรยานที่ดูฮิปๆเก๋ๆและให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน

ช่วงที่เข้ามานั่งพักทานอาหาร ผมได้มีโอกาสสังเกตว่าทางร้านมีลูกค้ามากหน้าหลายตาผลัดเปลี่ยนกันเข้ามานั่งชิลอยู่หลายกลุ่มพอสมควรเลยครับ ไล่ตั้งแต่แก๊งค์เพื่อนสนิท นักบิน คนทำงาน คนที่กำลังจะเดินทาง กลุ่มคนปั่นจักรยาน และแบบครอบครัวอย่างผม หรือแม้แต่คนแวะพักระหว่างออกนอกเมืองก็มีให้เห็น

ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกัน คือ โซนคาเฟ่ ให้บริการอาหารไทย-ฝรั่ง สำหรับคนที่ต้องการจัดหนักจัดเต็มระหว่างวันไปกับอาหารหน้าตาน่าทานสารพัดเมนู ลูกค้าสามารถเลือกนั่งได้ทั้งแบบ Indoor แอร์เย็นฉ่ำ และ Outdoor ในสวนสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศชิลเป็นธรรมชาติ

และโซนจักรยาน สำหรับนักปั่นทั้งมืออาชีพมือสมัครเล่น ที่นี่ก็มีให้เลือกครบครันแบบ Full Service เลยครับ ทั้งทีมงานให้คำแนะนำ บริการ Fitting จักรยานฟรีเพื่อให้ได้รุ่นที่เหมาะสมกับลูกค้ามากที่สุด เป็นบริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อจักรยานกับทางร้านที่ผมว่าน่าสนใจทีเดียว รวมถึงมีบริการซ่อมจักรยานในร้าน และอุปกรณ์สำหรับนักปั่นที่จำเป็น ตั้งแต่เสื้อผ้า กางเกง หมวกกันน็อค ไปจนถึงรองเท้า ต่อให้มาแต่ตัวเปล่าๆ ก็ออกไปพร้อมปั่นได้เลย

นอกจากนี้ในช่วงกลางปี ทาง Bike Terminal Cafe ยังมีงาน Grand Sale ลดราคาสินค้าภายในร้าน อาทิ จักรยาน ชุดกีฬาสปอร์ตแวร์มากถึง 10-50% ด้วยครับ

มาดูเมนูของทางร้านกันบ้างดีกว่า เริ่มต้นด้วยจานแรกที่ผมสั่งอย่าง สลัดแซลมอนย่าง เมนูสลัดผักสดๆ พร้อมด้วยแซลมอนชิ้นใหญ่จากทะเลออสเตรเลียย่างจนหอมได้ที่ ทานคู่กับข้าวโพดย่าง มะเขือเทศราชินี โรยพาเมซานชีสเล็กน้อย ก่อนจะบีบมะนาวคลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นเมนูรีเฟรชร่างกายที่ใครได้ลองชิมคงต้องบอกว่าสดชื่นสุดๆ

สปาเก็ตตี้ผัดน้ำมันมะกอกพริกแห้งเบคอนและไส้กรอกอิตาเลียน เมนูสปาเกตตี้เส้นเล็กขนาดพอดีคำ ที่นำไปผัดกับน้ำมันมะกอก พริกแห้ง เพิ่มเครื่องอย่างเบคอน และไส้กรอกอิตาเลียน ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ มันหน่อยๆ กลิ่นหอมและถึงรสชาติของเครื่องเทศ

สปาเก็ตตี้ซอสเพสโต้กับแซลมอนย่าง สปาเก็ตตี้สไตล์อิตาเลียนแท้พร้อมแซลมอนย่างชิ้นโตโรยหน้าด้วยไข่กุ้ง ทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ที่ซอสเพสโต้สูตรลับเฉพาะของทางร้านซึ่งจะต้องเคี่ยวตามระยะเวลาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวที่สุด

เมี่ยงก๋วยเตี๋ยว เมนูสำหรับสายเฮลตี้ที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องแบบเน้นๆ คำต่อคำ อาทิ ผักสลัดสดๆ ไข่ม้วน ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่มีให้เลือกถึง 2 สูตรด้วยกัน ถูกใจหนุ่มสาวคนรักสุขภาพแน่นอนครับ

เจอแต่เมนูเส้นไปเยอะแล้วลองเปลี่ยนมาลองเมนูไทยๆกันบ้าง คราวนี้ผมเลือกสั่งข้าวหน้ากุ้งพริกขี้หนู กุ้งสดตัวโตๆที่นำลงไปผัดกับพริกขี้หนูสีสันจี๊ดจ๊าด และน้ำซอสปรุงรสเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ อร่อยถึงรสชาติไทยแท้แบบดั้งเดิมเลยครับ

ข้าวผัดอเมริกัน เมนูข้าวผัดที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ทางร้านก็จัดมาเต็มตั้งแต่ไข่ดาว ไก่ทอด ไส้กรอก และแฮมเลยครับ แต่ที่แตกต่างจากที่อื่นคงต้องยกความดีความชอบให้กับน้ำซอสบาร์บีคิวที่นำมาผัดกับเครื่องปรุงให้ได้รสชาติกลมกล่อมยิ่งกว่าเดิม

ปิดท้ายด้วยกุ้งทอดกระเทียมพริกไทย ถึงแม้ความจริงแล้วจะเป็นเมนูกับข้าว แต่เพราะความอร่อยจากกุ้งตัวโต และกระเทียมที่เจียวจนหอมและเหลืองได้ที่นี่แหละครับ เลยทำให้หลายคนนิยมสั่งมาเป็นเมนูทานเล่นอยู่บ่อยๆ

และสำหรับลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชัน FWD MAX รับไปเลยสตอเบอร์รี่เจลลี่ ฟรี 1 ถ้วยเมื่อทานอาหารครบ 300 บาท ชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ >> www.chillpainai.com/fwdmaxprivilege/


สมัครรับสิทธิพิเศษ FWD MAX ได้ง่ายๆ

iOS: https://goo.gl/c1PwMq

Android: https://goo.gl/RVJ6Kl

ที่ตั้ง : 23/2 ม.4 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
 เวลาเปิด : ทุกวัน 07.00 - 22.00 น.
 ราคา : 85 - 400 บาท
 เบอร์ติดต่อ : 086-830-4999