เปลี่ยนรสชาติการเดินทางกันสักหน่อย เที่ยวกันมาแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศกันหน่อยมั๊ย? ทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆ เดินทางสู่ลาวใต้ ดินแดนแห่งน้ำตกอันอุดมสมบูรณ์ ที่ขอบอกว่าคุณเอ้ยยย ชีวิตนี้มันต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้งหนึ่ง เตรียมร่างกาย เตรียมใจให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับเราเลย 

แล้วจะรู้ว่าเที่ยวลาวใต้ ไปแล้วไม่อยากกลับมันเป็นอย่างไร!!!




เรื่อง : Benbabbby

ภาพ : Jojoe Journey

ทีมงาน : Prang3Yod


ทริปนี้เราร่วมผจญภัยขุนเขาลาวใต้ไปกับ Tree Top Explorer ทรีท็อประดับโลก ดีที่สุดในลาว มีความปลอดภัยทั้งอุปกรณ์และประสบการณ์ของทีมสตาฟที่ดูแล แต่สิ่งสำคัญนั้นคือ 'ตัวเรา' ต้องมีสติ รู้ลิมิตของเรา สภาพร่างกายและจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญต้องเตรียมความพร้อมให้ดี ตั้งใจฟังคำแนะนำของสตาฟ เท่านี้เราก็จะเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและแฮปปี้ เวรี่กู๊ดดด


โดยทริปนี้เปิดประสบการณ์การเดินป่าครั้งแรกของแอด ป่าเมืองไทยเรายังไม่เคยไปพิชิต ข้ามขั้นกันมาตะลุยป่าเมืองลาวกันเลยทีเดียว แต่ขอบอกว่ากำลังใจมาดีมาก เพราะเป็นทริปที่แอดอยากมาลองสัมผัสสักครั้งในชีวิต แล้ววันนี้ก็มาถึง... ไปเปิดประสบการณ์สุดฟินที่เรานำมาเล่าผ่านรีวิวนี้พร้อมๆ กันเลยจ้า 


 FYI :

การเดินทาง > โดยทริปนี้เราเลือกนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินนานาชาติอุบลฯ 

- จากสนามบินนั่งแท็กซี่ต่อมายังขนส่งอุบลฯ ค่าแท็กซี่ประมาณ 80 บาท

- จากขนส่งอุบลฯ นั่งรถตู้มายังด่านช่องเม็ก ค่ารถตู้คนละ 100 บาท รถออกทุกๆ ครึ่งชั่วโมง (เที่ยวแรก )

- จากด่านช่องเม็กเราเดินทางไปยังปากเซด้วยรถของทีมงาน Tree Top หรือสามารถนั่งรถตู้หรือรถสองแถว ช่องเม็ก-ปากเซ เพื่อมายังออฟฟิศ Tree Top ปากเซได้เลย

แต่ก็มีรถบัส กรุงเทพฯ - ปากเซ และ อุบลฯ - ปากเซ ด้วยนะคะ ใครสะดวกกับการเดินทางแบบไหน ลองวางแผนกันดูได้เลย

สัญญาณโทรศัพท์ > ในป่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ในเมืองปากเซและระหว่างทางก่อนถึงบ้านหนองหลวงพอมีสัญญาณบ้าง


ตาดขมึดและตาดเสือแห่งขุนเขาดงหัวสาว ลาวใต้ สังเกตดีๆ เหมือนรูปหัวใจเลยค่ะ 





สำหรับวันแรกเรารีบนอนพักผ่อนเก็บแรงกันแต่หัวค่ำ เช้าเรามาขึ้นรถที่ออฟฟิศของ Tree Top Explorer ในเครือบริษัท Green Discovery ในเมืองปากเซ จุดนัดพบเพื่อเดินทางไปยังบ้านหนองหลวง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในทริปนี้

ทริปนี้ทีมงานไปกัน 3 คนค่ะ แต่ไม่เหงาแน่นอน เพราะเราจอยทริปกับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติ ซึี่งมาจากหลายประเทศเลยไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก ฝรั่งเศส สิงคโปร์ ฮอลแลนด์ พร้อมแล้วก็ลุยยย!!!

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า นั่งชมวิวข้างทางบ้าง งีบหลับบ้าง รู้ตัวอีกทีก็ถูกปลุกด้วยการเด้งของรถที่ขับผ่านทางขรุขระ ไม่กี่อึดใจก็ถึงแล้ว บ้านหนองหลวง ตั้งอยู่ในเมืองปากซอง ที่ราบสูงบอละเวน แขวงจำปาสัก


พักเหนื่อยกันเสร็จก็เตรียมตัว ใส่ชุดอุปกรณ์ เตรียมข้าวของที่จะนำติดตัวไประหว่างทาง พร้อมฟังคำแนะนำจากทีมสตาฟ ทำความรู้จักเพื่อนร่วมทริปกันเบาๆ เราก็พร้อมเดินเท้าเข้าสู่อุทยานแห่งชาติดงหัวสาว สถานที่ที่เราจะเข้าไปเล่นซิปไลน์ ชมความงามของน้ำตกกัน

ระหว่างทางเดินเข้าป่ามีหมอกลงจางๆ ประทับใจตั้งแต่เริ่มก้าวเดินกันเลย



เดินเท้ากันประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ทางเราได้ยินพี่ๆ ที่มีประสบการณ์เดินป่ากันมาบอกว่าไม่โหดมาก ส่วนใหญ่เป็นทางราบ สลับเนินขึ้นๆ ลงๆ ชันบ้างไม่ชันบ้าง ลุยข้ามลำธารบ้าง ลุยโคลนบ้าง ระหว่างทางเราก็เดินชมธรรมชาติกัน แวะถ่ายรูปกลับมาฝากเพื่อนๆ กัน ขอบอกธรรมชาติที่นี่นั้นอุดมสมบูรณ์มากๆ มีความดิบ คงสภาพป่าเดิมๆ ไว้ได้อย่างสมบูรณ์


ต้นข้าวก่ำที่หาดูได้ยากก็มี ดอกเปราะภูก็มีให้ได้ชมกัน



จุดตรงนี้เราชอบมากกก เป็นป่าโล่ง มีน้ำตกไหลผ่าน แถมมีมอสสีเขียวสดขึ้นตามพื้น พร้อมหมอกจางๆ สวยจริงๆ ค่ะ




เดินเท้ากันมาสักพักก็ถึงจุดวัดใจจุดแรกแล้ว เราต้องเดินบนเชือกสลิงเพื่อข้ามแม่น้ำกัน เหมือนจะชิล แต่บอกเลยว่าเสียวสุดๆ ด่านนี้ต้องอาศัยกำลังแขนและความมีสติมากๆ เพราะสลิงค่อนข้างสูง เราต้องออกแรงจับเพื่อไม่ให้หลุดมือ น้ำด่านล่างเชี่ยวมาก สู้จ้า!


เดินกันมาสักพักก็ได้เวลาพักทานข้าวกันแล้ว โดยมื้อนี้พี่ๆ ทีมสตาฟจัดเตรียมมาให้เราอย่างดี จุดแวะพักกินข้าวจะอยู่ริมน้ำตกเลยค่ะ ได้ชมวิวตาดเสือไป นั่งทานข้าวไป มันใช่เลยอ่ะ ตาดในภาษาลาวแปลว่าน้ำตกนั่นเอง ออกเสียงกันให้ถูกนะคะ



ไปส่องกับข้าวกันดีกว่า มื้อแรกเราจัดเต็มกันเลยไม่ว่าจะเป็น ผักดอง หมูแผ่น หมูทรงเครื่องทอด (รสชาติคล้ายๆ ทอดมันหมูสับ) หมกปลา และอาหารป่าที่ขาดไม่ได้เลยนั้นคือ ไข่ต้มและน้ำพริก ทานคู่กับข้าวเหนียว แซ่บหลาย…


ปิดท้ายด้วยราชินีแห่งป่าอย่างกล้วยน้ำว้า กล้วยที่นี่อร่อยมาก หวานอมเปรี้ยว ลูกใหญ่ อิ่มกันแล้วก็พร้อมออกเดินทางกันต่อ

ก่อนจะซิปไลน์กัน ก็ต้องมาฟังพี่บุญ พี่สตาฟที่ได้ฉายาว่า ทาซานแห่งลาวใต้ อธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์อย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยกันค่ะ


โหนซิปไลน์กันไป โรยตัวกันไป เดินข้ามสะพานบ้าง เดินเท้าบ้าง สนุกครบรสชาติเลย แรกๆ ก็กลัวๆ แต่หลังๆ นี่ชิลลล


ชมความสวยงามของผืนป่าและน้ำตกได้ตลอดทาง

บอกเลยว่าต้องสูดอากาศเข้าไปให้เต็มปอดมากที่สุด

มาถึงไฮไลท์ของวันแรกนั้นก็คือ การโหนซิปไลน์ผ่านน้ำตกตาดขมึด ยักษ์ใหญ่แห่งลาวใต้ 


ซิปไลน์เส้นนี้ บอกเลยว่าใครมาถึงเปียกทุกราย แต่สวยงามสุดๆ หากโชคดีเจอจังหวะแดดออก จะเห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านน้ำตกแบบนี้เลย โอ้ยยยฟินนนน...หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเกือบไม่ทันเลยค่ะ



ตะลุยป่าฝ่าดงกันมาทั้งวัน ก็มาถึงแคมป์ที่พักแล้ว แคมป์ของเราอยู่ตีนน้ำตกเลย สามารถมองเห็นตาดขมึดได้อย่างเต็มตา แถมอากาศดี คงที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศา ไม่ร้อน ไม่หนาว สบายๆ 


เรานอนกันบนบ้านต้นไม้ หลังที่เรานอนเป็นบ้านหลังใหญ่ มีฟูก ถุงนอน หมอน และมุ้งพร้อม อากาศเย็นสบาย นอนฟังเสียงน้ำตก เสียงธรรมชาติ บรรยากาศแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะคะ หากใครขี้หนาวก็เตรียมเสื้อกันหนาวบางๆ มาด้วยก็ดีนะ

บ้านพักจะเป็นบ้านต้นไม้ พักได้ตั้งแต่ 2 คน, 3 คน, 4 คน และ 8 คน มีทั้งหมด 5 หลัง ชั้นล่างเป็นห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน รายล้อมไปด้วยป่าเขา ตอนกลางคืนเราจะได้ยินเสียงน้ำตกและเสียงจิ้งหรีดป่า บอกเลยว่ามันดีสุดๆ และไฮไลท์เด็ดคือสามารถมองเห็นวิวน้ำตกได้จากแคมป์เลย


มีพลังงานบางอย่างมาแย่งที่นอนเรา 




สำหรับมื้อเย็นบอกเลยว่าแม่ครัวเค้าจัดเต็ม อาหารลาวรสชาติจัดจ้านอร่อยมาก แต่ที่เห็นอยู่นี่ไม่ใช่แม่ครัวนะคะ ทีมงานเราแอบเข้าไปแจมเอง

ทีเด็ดต้องนี่เลย 'น้ำพริกกระเทียม' อร่อยมากกก





ตื่นเช้ามาสูดอากาศดีๆ ช่วงเช้าอากาศจะดีมาก มีหมอกลงบางๆ สดชื่นรับวันใหม่กันเลยค่ะ ใครอยากมาเดินเล่นถ่ายรูปช่วงเช้าๆ ก็ตื่นเช้ากันหน่อย



ที่บอละเวนเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดีมีชื่อเสียงระดับโลกเลยล่ะค่ะ สองข้างทางมาบ้านหนองหลวงก็เต็มไปด้วยไร่กาแฟ จึงไม่แปลกที่ทริปนี้จะมีกาแฟหอมๆ รสชาติดีมาเสิร์ฟให้เราจิบยามเช้าเคล้าบรรยากาศน้ำตก ฟินเว่อร์


แค่มายืนนิ่งๆ สูดอากาศดีๆ ชมวิวน้ำตกยามเช้าที่แคมป์ มันมีความสุขจนบอกไม่ถูกเลยค่ะ

อาบน้ำกันเสร็จก็พร้อมทานมื้อเช้า รองท้องกับขนมปังปิ้งสไตล์ลาวกับไข่เจียว



แอบเอาน้ำพริกมาทาเบาๆ อร่อยจริงอะไรจริง


อิ่มท้องแล้วก็พร้อมลุยสำหรับวันที่สอง โหดไม่แพ้วันที่หนึ่งเลยค่ะ ไฮไลท์ของวันนี้คือเราต้องเดินลอดหลังน้ำตกไปชมความงามกับ 'ตาดตะเก็ด' กัน

สำหรับวันนี้เราตลอดทางเราต้องเดินขึ้น ซึ่งมือใหม่หัดเดินอย่างเรา แอบแวะพักเป็นระยะๆ เลยค่ะ เหนื่อยจริงอะไรจริง 555+

ทางไปตาดตะเก็ดค่อนข้างชื้น ชันและลื่น ต้องมีสติและระมัดระวังกันนิดนึง





แต่บอกเลยว่าคุ้มค่ากับความสวยงามมากๆ ค่ะ เรายืนรับความชุ่มฉ่ำกันที่ด้านหลังน้ำตกแบบนี้เลย


ขอบอกมันอเมซิ่งมากๆ รับความเย็นของละอองน้ำไปแบบเต็มๆ

แวะถ่ายรูปกันสักหน่อย แต่ของจริงต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองเลยค่ะ มันฟินสุดๆ


ถ่ายรูปซึมซับบรรยากาศกันสักพัก ก็ได้เวลาทานมื้อเที่ยงกันแล้ว สำหรับมื้อนี้โลเคชั่นเด็ดมาก เรามานั่งทานใต้ถ้ำเล็กๆ ได้ฟีลป่ากันแบบเต็มๆ

มื้อนี้มีหมูทอด กุญเชียงทอด ผัดผัก น้ำพริกกระเทียม และไข่ต้ม เรากินกันแบบง่ายๆ แต่มันอร่อยมาก ทุกคนแบ่งปันกัน พร้อมแลกเปลี่ยนรอยยิ้มเสียงหัวเราะ เคล้าเสียงน้ำตกไป เป็นภาพประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลย


บริเวณที่กินข้าวก็ยังมีน้ำตกให้ชมด้วย เรียกได้ว่ามีน้ำตกทุกที่เลย อุดมสมบูรณ์จริงๆ ป่าลาวใต้

อิ่มท้องกันแล้วก็เดินทางกันต่อ เราต้องเดินเท้าสลับกับโหนซิปไลน์กลับที่พักเหมือนเดิม

มีหมอกลงบางๆ ด้วย อ่ะ! ถ่ายรูปกันหน่อย




เราถึงที่พักราวๆ 4 โมงเย็น เดินกันมาทั้งวัน ขอยืดเส้นยืดสายกันหน่อย


กลับมาเพื่อนฝรั่งก็จะนำถุงเท้า รองเท้ามาผิงไฟให้แห้ง


ใครเป็นทาสแมว ที่นี่มีแมวหลายตัวเลย เพิ่มสีสันและความน่ารักกลางป่า น้องๆ ขี้อ้อนมาก



ระหว่างรอแม่ครัวทำกับข้าว เราเลยเดินไปเล่นน้ำตกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแคมป์ที่พักกัน ด้านซ้ายคือตาดขมึด ด้านขวาคือตาดเสือ ช่วงหน้าฝนน้ำจะเยอะ ต้องระมัดระวังกันด้วยนะคะ 

กลับมาจากไปชมน้ำตกใกล้ที่พัก เราก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วแอบไปป้วนเปี้ยนในครัวไปดูแม่ครัวทำกับข้าวกันสักหน่อย 



เราสังเกตว่าที่นี่เค้าจะมุงทำกับข้าว ช่วยกันผัด ช่วยกันชิม น่ารักมากๆ 


เย็นนี้เรามีสเต็กเนื้อผัด ต้มจืด ซุปฟักทอง และสิ่งที่ขาดไม่ได้น้ำพริกกระเทียมเจ้าเก่าเจ้าเดิม มันอร่อยจริงๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนได้ชิม น้ำตาจิไหล




ตื่นเช้ามานั่งผิงไฟ จิบกาแฟกันสักหน่อย บรรยากาศดีมากมาย นึกถึงแล้วก็คิดถึง

เช้านี้คนไทยขอรีเควสข้าวเหนียวแม่ครัวเลยค่ะ พอเห็นไข่เจียวกับน้ำพริกแล้วอดใจไม่ไหวจริงๆ 555+


และแล้ววันสุดท้ายที่เราจะได้ใช้ชีวิตในป่าก็มาถึง บอกตรงๆ ไม่อยากกลับเลยค่ะ พอเราเข้ามาในนี้เหมือนได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่มีไม่มีอินเตอร์เน็ต โลกที่ไม่วุ่นวาย โลกที่เต็มไปด้วยความสงบนิ่ง รอบๆ มีแต่ธรรมชาติ มันสุดยอดจริงๆ ค่ะ



นี่ไง! เดอะแก๊งค์ของเรา ตะลุยป่าฝ่าดงมาด้วยกัน 3 วัน 2 คืน เลย ทุกคนน่ารักมากๆ


วันนี้เราก็ต้องเดินขึ้นเขากันเช่นเดิม เราเดินมาไกลเท่าไร ขากลับก็ต้องกลับเท่านั้น แถมยังโหดกว่าขามาอีก เพราะเราต้องปีนหน้าผากันด้วย เป็นกำลังใจให้แอดด้วยนะคะ


ด่านที่โหดที่สุดในทริปในที่สุดก็มาถึง จุดวัดใจที่เราต้องปีนหน้าผาอ้อมเขาไป แอดบอกเลยว่าเสียวสุดๆ



ต้องใช้กำลังแขนและกำลังขาเยอะมาก แนะนำว่าควรพกถุงมือติดมาด้วยค่ะ ช่วยในการยึดเกาะได้ดีมาก แถมไม่เจ็บมือด้วย


ในที่สุดเราก็ผ่านมันมาได้ เดินเท้ากันต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อไปบ้านหนองหลวง ระหว่างทางเราก็เดินชมนก ชมไม้ ดูต้นไม้แปลกๆ โดยมีพี่สตาฟคอยแนะนำให้ความรู้


อย่างใบนี้เรียกว่า ใบส้มโก่ย ขึ้นตามผนังหิน สวยงามแปลกตาดีค่ะ


ขากลับเราต้องเดินผ่านไร่กาแฟ จุดตรงนี้ทากเยอะมาก แนะนำให้เตรียมถุงกันทาก ยากันแมลง หรือพิมเสนทาขาไว้ด้วยค่ะ ขนาดแอดทายาไป ก็แอบโดนกัดไปหลายตัวเลย T T

 

ผ่านไร่กาแฟเก่า ก็ถึงถนนเส้นหลักแล้ว เดินกันชิลๆ ต่อไปอีกประมาณกิโลนิดๆ 


อ่ะคุ้นๆ แสดงว่าใกล้จะถึงตัวหมู่บ้านแล้ววว


ดอกไม้ข้างทาง ใครรู้บ้างว่าคือดอกอะไร?


พอเห็นบ้านคนก็แสดงว่าเราเดินเท้ามาถึงยังบ้านหนองหลวงแล้ว เป็นเมืองที่เงียบสงบมากๆ


สะบายดี



จบทริปแบบสุดประทับใจ เราไม่ลืมที่จะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันก่อนจะแยกย้ายจากกันไป บอกเลยว่าทริปนี้ไม่ใช่เพียงแค่การมาโหนซิปไลน์เท่านั้น แต่สิ่งที่เราได้กลับมานั้นมันมีค่ามากๆ ทั้งความประทับใจตลอดทริป มิตรภาพ ที่สำคัญช่วยทำให้ชาวบ้านที่นี่มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย แอดขอบอกเลยว่าฟินซู๊ดยอดดด ม่วนหลายเลยเจ้า สักครั้งอยากให้เพื่อนๆ ลองมาสัมผัสกันดู ทั้งหมดนี้..คือเหตุผลที่เรามาที่นี่แล้ว ไม่อยากกลับนั่นไง


รายละเอียดค่าใช้จ่ายตลอดทริป

ราคา Package : 

3 วัน 2 คืน = 299 USD ประมาณ 10,765 บาท

2 วัน 1 คืน = 240 USD ประมาณ 8,640 บาท

ในแพ็คเกจรวม

- รถรับส่งจากปากเซไปบ้านหนองหลวง

- อาหาร 7 มื้อ

- อุปกรณ์ Zipline

- ทีม Staff ที่คอยดูแล

หมายเหตุ

- ค่าลูกหาบ 300/ต่อคน (แล้วแต่เรา)

- ไฟฟ้าจะปิดตอน 22.00 น.


สิ่งที่ต้องเตรียมมา

- เสื้อกันฝน

- ยากันแมลง

- ถุงมือ

- ยาประจำตัว

- เสื้อผ้าที่แห้งง่าย

- เสื้อกันหนาวแบบบาง (กรณีที่ขี้หนาว)


พิกัด : บ้านหนองหลวง อุทยานแห่งชาติดงหัวสาว เมืองปากซอง จำปาสัก สปป.ลาว 

ดูข้อมูลหรือสอบถามข้อมูล :

สามารถจองแพ็คเกจดูรายเอียดเต็มๆ ผ่านทาง www.greendiscoverylaos.com/

Line ID : boun.treetop 

Champassak@greendiscoverylaos.com


ขอบคุณ Tree Top Explorer และ บริษัท Green Discovery

คุณอินทรี Green Discovery

คุณวุฒิ เวียงธารา

พี่บุญ Tree Top ทาซานแห่งลาวใต้ 

ทีมสตาฟ Tree Top แสนใจดี 

และเพื่อนร่วมทริปทุกท่าน


ชมคลิปไฮไลท์ตะลุยป่าลาวใต้ คลิกเลย



ชิไปไหน