ใครบอกว่าหน้าฝนไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว? 

จริงๆ แล้วหน้าฝน ก็มีที่เที่ยวที่เหมาะกับไปเที่ยวในยามฝนพรำ เหมือนเราไปอยู่ในที่ที่ถูกที่ถูกเวลา.. อะไรๆ ย่อมดีเสมอค่ะ

และช่วงหน้าฝนโปรยปรายแบบนี้ เราเลือกไปเที่ยวกันที่ "เชียงคาน จ.เลย" ค่ะ เพื่อนๆ อาจจะไปเที่ยวเชียงคานกันในช่วงหน้าหนาว เพราะในช่วงนั้นบรรยากาศดี อากาศหนาวเย็น แต่เราเลือกที่จะไปในหน้าฝนเพราะ "คนน้อย ไม่วุ่นวาย ที่พักราคาไม่แรง อากาศดี บรรยากาศก็ดีไม่แพ้ช่วงหน้าหนาวเลย .." เพื่อน อาจจะนึกภาพไม่ออกงั้นเดี๋ยวเราจะพาไปเที่ยว "เชียงคานแบบฝนๆ" แล้วหลายคนอาจจะอยากลางานช่วง Low ไปนอนพักร้อน สบายๆ ริมน้ำโขงที่เชียงคานก็ได้ค่ะ




เราเริ่มต้นเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครกันตอนค่ำ ทริปนี้เราเลือกเดินทางกันตอนกลางคืน ทริปนีี้ใช้เวลาเที่ยวไม่นาน 2 วัน 1 คืนก็ไปนอนสบายๆ ที่เชียงคานได้แล้วค่ะ 


ครั้งนี้เราไปถึงเชียงคานกันในช่วงเช้า ยังไม่ถึงเวลาเช็คอินเข้าที่พัก เรามุ่งกันไปที่เที่ยวเด็ดของเชียงคาน อย่าง "ภูทอก" กันค่ะ 


ภูทอกเป็นจุดชมวิว มุมสูง ที่ห่างจากตัวอ.เชียงคาน ประมาณ 8 กิโลเมตร ขับรถแปปเดียวเองค่ะ การเดินทางง่ายๆ หรือใครไม่มั่นใจ ปักหมุด Google map กันเลย ถึงแน่นอน..



พอมาถึงทางขึ้นภูทอกแล้วว.. เราหยุดดดดดดด จอดรถเลยจ้า ไม่ต้องเอารถขึ้นไปเอง ที่นี่จะมีกลุ่มรถชาวบ้านพาพวกเราขึ้นไป ค่าตั๋วรถอยู่ที่คน 25 บาท (ไป - กลับ)




นั่งรถประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ก็ไปถึงด้านบน ตอนแรกเตรียมตัวเตรียมใจว่าเราจะได้เดินขึ้นเขากันสนุกสนานแน่ๆ .. แต่ความจริงแล้ว เราไม่ต้องเดินขึ้นเด้อออออออ นั่งรถขึ้นก็ถึงแล้ว ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ไปเที่ยวกันได้สบายๆ เลย



ภูทอกเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่นิยมเที่ยวกันเมื่อมาเชียงคานค่ะ เป็นภูเขาสูง มองเห็นทัวทัศน์สวยงาม เห็นภูเขาสีเขียว แม่น้ำโขง แก่งคุดคู้ได้ชัดเจน ส่วนหมอกเราจะเห็นมากหรือน้อยแล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละวันเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นช่วงที่ฝนตก เราจะได้เห็นหมอกแน่นอนค่ะ 






ขึ้นไปถึงข้างบนเราต้องไม่พลาดค่ะ พกกล้อง เตรียมเมมโมรี่การ์ดกันมาให้พร้อม แล้วถ่ายภาพสวยๆ กันมาเยอะๆ นะคะ 

เบอร์โทรติดต่อสอบถาม คุณสมบูรณ์ 085 - 7593094




เต็มที่กับภูทอกแล้ว ได้เวลาลงจากภูเพื่อไปเช็คอินเข้าที่พักกันแล้วค่ะ ที่พักของเราคืนนี้ เราเลือกพักกันที่ "สุเนต์ตา โฮสเทล" ที่พักแห่งแรกๆ ที่เปิดในเชียงคาน ตั้งอยู่ใจกลางถนนคนเดิินเชียงคานและติดแม่น้ำโขงเลยค่ะ




ที่นี่เป็นบ้านไม้โปร่งสบาย รีโนเวทมาจากบ้านเก่าตามแบบเชียงคาน ที่นี่มองจากหน้าบ้านเข้าไป จะเห็นแม่น้ำโขงเลยค่ะ 





ห้องพักจะมีทั้งห้องแบบวิวถนนคนเดินเชียงคาน ห้องธรรมดา และห้องวิวแม่น้ำโขง 





บรรยากาศของเชียงคาน ในช่วงกลางวันชิลๆ ที่พักที่เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือเล่นริมน้ำมาก ไปเที่ยวพกหนังสือเล่มโปรดที่วางไม่ลงไปด้วย ชีวิตดีสโลว์ไลฟ์สุดๆ แต่หากใครไม่ได้เอาหนังสือไป ลองหาที่ชั้นวางของที่พักดูค่ะ ได้เรื่องที่ถูกใจสักเล่ม เพลินแน่นอน





หลังจาก..ทำตัวชิลๆ อ่านหนังสือ แบบสโลว์ไลฟ์กันแล้ว ท้องเริ่มประท้วงให้ออกไปอะไรทานกันค่ะ ที่ถนนคนเดินเชียงคานมีร้านอาหารให้เราแวะชิมอาหารพื้นเมืองกันหลายร้านเลยค่ะ ร้านที่เราแวะชื่อว่าร้าน "เฮือนหลวงพระบาง" เป็นร้านอาหารที่อยู่ติดริมน้ำโขงและถนนคนเดิน 





ร้านตกแต่งสไตล์หลวงพระบาง เมนูอาหารจะเป็นเมนูอาหารพื้นเมืองเชียงคาน ที่ได้รับวัฒนธรรมอาหารมากว่า 4 ชนชาติ มี ไทย จีน เวียดนาม ลาว 





มีเมนูให้เลือกทานหลากหลายเลยค่ะ ร้านเปิดทุกวัน แต่จะเป็น 2 รอบ 11.00 - 15.00น และ 17.00 - 22.00น 




เอาะหลาม เมนูอาหารที่ชื่ออาจจะแปลกๆ แต่รสชาติอร่อย ต้องลองสั่งทานกันค่ะ




ข้าวจี่ทอด เมนูนี้ทางร้านเคยทำถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครั้งที่พระองค์เสด็จอ.เชียงคานค่ะ




ตกเย็นถึงเวลาไฮไลท์ของเชียงคานค่ะ นั้นก็คือเดินออกจากประตูที่พัก ไปช้อปปิ้ง เสื้อผ้า ของฝาก อาหารพื้นถิ่นเชียงคานอร่อยๆ กันที่ "ถนนคนเดินเชียงคาน"




ถนนคนเดินเชียงคาน เปิดทุกวันค่ะ แต่ถ้าช่วงที่คนเยอะ ร้านเปิดเยอะ จะเป็นช่วงเสาร์ - อาทิตย์ค่ะ ระยะทางของถนนประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยจะครึกครื้นที่ประมาณซอย 6 - 20 ค่ะ 





เป็นถนนคนที่เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป ช้อปปิ้งทั้งของฝากของตัวเอง ที่สำคัญมีเมนูอาหารหลากหลาย ให้แวะชิมกันตลอดทาง ถ้าเมนูของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน แนะนำมะพร้าวแก้วเลย มีให้เลือกหลายเกรด เกรด A จะนิ่มๆ หน่อย เกรด B จะแข็งกว่าค่ะ




เมนูกุ้งย่าง หอยย่าง นี่ต้องทานให้ได้เลย อร่อยจริง ๆ ไม้เล็ก 10 บาท ไม้ใหญ่ 20 บาท




เดินถนนคนเดิน ช้อป ชิม กันจนอิ่มพุงกาง ก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนเอาแรง ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ 





เช้าวันต่อมาที่ "สุเนต์ตา โฮสเทล" เราได้ติดต่อทางที่พักไว้ว่าวันนี้เราจะตัดบาตรข้าวเหนียว ซึ่งการตักบาตรข้าวเหนียวเป็นอีกกิจกรรมที่คนมาเที่ยวเชียงคานต้องไม่พลาด ส่วนของใส่บาตรสามารถบอกกับทางที่พักไว้ตั้งแต่ตอนเย็น ราคาชุดเล็กอยู่ที่ 60 บาท ชุดใหญ่ 100 บาท




หลังจากใส่บาตรข้าวเหนียวกันแล้ว เราไปทานมื้อเช้ากันค่ะ ซึ่งส่วนมากที่ในเชียงคานจะให้คูปองอาหารเช้ามาแล้วเราก็นำไปทานกับร้านที่ทางที่พักติดต่อไว้เลยค่ะ 





เมนูอาหารเช้าเชียงคานก็จะเป็นไข่กระทะ ข้าวเปียกเส้น (เหมือนก๋วยจั๊บยวน) โจ๊ก 





ทานมื้อเช้ากันแล้ว อากาศกำลังดี ตอนกลางคืนฝนตก ทำให้ตอนเช้าในเชียงคานมีลมอ่อนๆ บรรยากาศชื้นๆ และมีหมอกคลอเคลีย อยู่ตีนเขา ทั้งฝั่งเรา ฝั่งประเทศลาว ใครไม่กลับเข้าไปนอน แนะนำว่าให้เอาจักรยานหน้าที่พักไปปั่นเล่นกันดีกว่าค่ะ 




ปั่นจนหนำใจแล้ว ได้เวลากลับที่พักเก็บของกลับบ้านกันค่ะ แต่เราเก็บของฝากไว้ที่ที่พักแล้วออกไปทานของดี เมืองเชียงคานอีกหนึ่งเมนูนั่นคือ "จุ่มนัว ยายพัด" 





จุ่มนัวเหมือนสุกี้เลยค่ะ แต่พิเศษที่น้ำราดที่เข้มข้นกว่า หมูหมักนุ่มแต่เนื้อไม่หยุ่น มีให้เลือกทั้งเส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ และวุ้นเส้น เหมือนก๋วยเตี๋ยวเลยค่ะ 





นอกจากนี้ร้านคุณยายยังมี ขนมจีน ขนมหวาน ราคาถูกมากกกกกก.. ให้เยอะมากกกกก... 





ร้านเปิด 07.30 - 15.00 แต่ขอแอบกระซิบบอกเลยค่ะ ว่าให้ไปก่อนเพราะไปช้าอาจจะหมดก่อนได้ค่ะ 




อิ่มหนำ มื้อเที่ยงกับเมนูที่มีร้านเดียวในเชียงคานแล้ว เวลาเหลือเราเลยเดินทางไปเที่ยวต่อกันที่ "แก่งคุดคู้" ที่เที่ยวอีกที่นึงของเชียงคาน แต่เราไม่เห็นหินบนแก่งเลยค่ะ เพราะน้ำเยอะ 





+ การเดินทางไปเชียงคานก็ไม่ยากเลย !!!

- ใครที่มีรถขับไปก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 - 8 ชม. 

- หากใครที่ไม่มีรถ ใช้บริการรถประจำทางจาก "หมอชิต" ก็มีส่งถึงอ.เชียงคานเลยค่ะ 

- และหากใครอยากประหยัดเวลานั่งเครื่องบินไปลงที่ "สนามบินเลย" หน้าสนามบินมีแท๊กซี่ รถตู้ สำหรับเดินทางไปยังอ.เชียงคาน หรือว่าจะเช่ารถก็สบายๆ เลยค่ะ 

- สำหรับการเดินทางในอ.เชียงคาน จะมีรถสกายแลปให้บริการ อาจจะเหมาวันละ 700 - 800 บาท นั่งได้ 4 - 5 คนเลยค่ะ หรือว่าใครที่ขับมอไซค์เป็น ก็เช่ามอไซค์ขับชิล ๆ กันได้เลยค่ะ ร้านเช่ามอไซค์จะอยู่ใกล้ๆ กับ บขส ที่เราไปลงรถทัวร์


ถึงเวลาเย็นต้องกลับบ้านกันแล้วค่ะ ขับกลางคืน กลับมาถึง กทม.เช้าพอดี สำหรับเชียงคานเป็นเมืองที่เราเอาไว้พักผ่อน ยามที่มีเรื่องให้คิดเต็มสมอง ไปที่นั่นทำตัวสบายๆ ใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์ ไม่คิดเรื่องอื่น นั่งมองแม่น้ำโขงไหลผ่านไป เหมือนเราได้ทิ้งความไม่สบายใจให้ไหลไปด้วย ...ปีหน้า หรือไม่อาจจะสามเดือนต่อมา หรือหกเดือนต่อมา เราอยากพักผ่อนชิลๆ อยากยิ้มให้กับผู้คนที่น่ารัก ตอนนั้นเราอาจจะกลับไปยืนที่เชียงคานอีกครั้งค่ะ 


15 ที่พักเชียงคาน >> https://goo.gl/FVdmQD

5 ที่เที่ยวเชียงคาน >> https://goo.gl/kRwv9U

10 สิ่งที่ต้องทำเมื่อไปเชียงคาน >> https://goo.gl/oSMheD



ชิไปไหน