เที่ยวทะเลธรรมดามาก็เยอะแล้ว คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวพายเรือคายัคที่กระบี่กันค่ะ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้มันเริ่มต้นจากการเปิดอินเตอร์เน็ตแล้วไปเห็นรีวิวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศท่านหนึ่งที่เดินทางมาพายเรือคายัคที่อ่าวท่าเลนกระบี่ และบอกที่นี่ว่าเป็นสถานที่พายคายัคที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งในโลกที่นักพายคายัคต้องมาลองพายให้ได้สักครั้ง 




เราก็เลยรีบจองตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย ซึ่งกำลังมีโปรถูกมากๆ ไป-กลับ กระบี่เพียง 733 บาทเท่านั้น ส่วนที่พักเราเลือกจองที่พักที่ Snoozz Hotel ที่พัก สุดชิคกลางเมืองกระบี่ โดยจองแบบห้องนอนรวมราคาเพียง 355 บาทเท่านั้น เมื่อได้ที่พักและตั๋วเครื่องบินแล้วสิ่งที่ต้องเตรียมเป็นอันดับถัดมาคือทัวร์พายเรือ โดยเราวางทริปนี้ไว้ 3 วัน วันแรกเราจะไปพายที่เกาะห้องจังหวัดกระบี่ ติดต่อกับทาง http://krabirelaxytour.com ได้ราคา 1,100 บาท ต่อวัน เป็นทัวร์แบบวันเดย์รวมอาหารกลางวันให้ด้วย ส่วนทัวร์อ่าวท่าเลนเราติดต่อจากเอเจนท์ทัวร์ที่เดียวกันได้ราคาครึ่งวัน 700 บาทเท่านั้น ซึ่งทางเอเจ็นท์ทัวร์แจ้งว่าสามารถชำระเงินกับเจ้าหน้าที่ของบริษัททัวร์ในวันที่เดินทางได้เลย สามารถโทรไปสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-7472954
 

 



ไฟลท์ของเราออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 4 โมงเย็นค่ะ แล้วไปถึงที่สนามบินกระบี่ประมาณ 5 โมงเย็น

พอลงเครื่องปุ๊บก็มองหาเคาน์เตอร์รถชัตเติ้ลบัสค่ะ โดยจะมีบริการรถชัตเติ้ลบัสจากสนามบินกระบี่เข้าเมืองกระบี่ตั้งแต่เวลาประมาณ 7 โมง ถึงรอบสุดท้ายซึ่งก็คือไฟลท์สุดท้ายที่เดินทางมายังสนามบิน หมดปัญหามาดึกแค่ไหนก็คอนเฟิร์มว่ามีรถให้บริการตลอดจนถึงไฟลท์บินสุดท้าย

ค่ารถ 90 บาท/เที่ยวค่ะ นอกจากนี้ยังมีบริการไปยังอ่าวนางราคา 150 บาท / เที่ยว ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มสามารถเหมารถแท็กซี่ได้ประมาณ 500-600 บาท/คัน

รถบัสจะไปส่งเราที่ท่ารถชัตเติ้ลบัสในตัวเมืองจากนั้นจะมีรถตู้ให้บริการฟรีถึงหน้าที่พักเลยค่ะ
มาถึงแล้วก็ประทับใจกับที่พักเลยค่ะเพราะตกแต่งได้ฮิป ชิค มากๆ โดยด้านล่างเขาจะแบ่งเป็นโซนร้านคาเฟ่อะเมซอน และส่วนของล็อบบี้ 
ห้องพักแบบนอนรวมสำหรับผู้หญิงค่ะ คืนละ 355 บาทเท่านั้น

มีปลั๊กไฟ ไวไฟ และที่วางของให้ มีมู่ลี่ตรงปลายเตียงสามารถเลื่อนปิดได้ ซึ่งถ้าใครมาคนเดียวก็ถือว่าประหยัดดีค่ะ แม้จะแออัดหน่อย

แต่ถ้าต้องการห้องเดี่ยวเขาก็มีให้บริการราคาเริ่มต้นที่พันกว่าบาท/คืนเท่านั้น สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สามารถคลิกไปชมรายละเอียดที่พักและจองออนไลน์ได้ที่นี่เลย


 
หลังจากเช็คอินเรียบร้อยก็ไปเดินหาของกินอร่อยๆ ที่ถนนคนเดินกระบี่ ซึ่งอยู่ใกล้กับที่พักเลยค่ะ สามารถเดินจากที่พักได้เลยค่ะ ของกินอร่อยๆ เยอะมากๆ โดยถนนคนเดินกระบี่นั้นจะเปิดวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 - 23.00 น. 

 
 



วันที่ 2 วันนี้เราจะเริ่มไปทริปคายัคแล้วนะคะ โดยทางทัวร์จะขับรถมารับเราที่ที่พักตามเวลาที่ตกลงกันไว้ ประมาณ 8.00 น. แล้วจะพาเราไปที่อ่าวนาง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการพายคายัคเบื้องต้น โดยทริปคายัคที่เราไปนี้เป็นจอยทริปกับทริปทัวร์เกาะห้องค่ะ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมาย เจ้าหน้าที่จะแจกเสื้อชูชีพ และอุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้เรา

เรือไม้พาเราไปแวะที่แรกคือเกาะแดง เพื่อลงดำน้ำในจุดแรก 
ลักษณะของเกาะแดง คือเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีสีแดงอยู่กลางน้ำ เป็นจุดดำน้ำที่ทัวร์หลายที่จะมาจอดเรือให้นักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำ จุดนี้เราไม่ได้ลงค่ะ เพราะมีเรือหลายลำที่แล่นเข้าออกแอบเสียวเล็กน้อยในเรื่องความปลอดภัยเลยขอนั่งรอบนเรือดีกว่า
ไม่นานเรือก็พาเรามาถึงเกาะห้องแล้วค่ะ แต่วันนี้คนเยอะมากๆ เกาะห้องที่เราเคยจินตนาการไว้ในรูปถ่ายว่าต้องสวยงาม สงบ ก็มีความคลาดเคลื่อนจากการรับรู้ไปเยอะเลยค่ะ เพราะบนเกาะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ทั้งชาวตะวันตกและเอเชีย อย่างชาวจีนเยอะมากๆ แต่กระนั้นก็ไม่ทำให้ความสวยของเกาะห้องลดลงเลยนะคะ และจากที่สังเกตุในเรื่องความสะอาดก็ไม่ค่อยมีขยะเลยค่ะ 

ชาวต่างชาตินอนตากแดดกันชิลมากๆ 
เกาะห้อง หรือ เกาะเหลาบิเล๊ะ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี โดยรอบๆ เกาะห้องนั้นก็จะมีเกาะน้อยใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย

ทางไกด์ให้เวลาลูกทัวร์ไปนั่ง ไปนอนอาบแดด หรือจะลงดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นและเล่นกับฝูงปลาได้ตามใจชอบ ส่วนเราที่ตั้งใจมาพายเรือคายัค ทางไกด์จะแยกเพื่อพาพายเรือไปยังทะเลใน
ก่อนพายไกด์จะอธิบายถึงเส้นทางที่เราจะพาย โดยเราจะพายจากเกาะห้องเพื่อไปยังทะเลในระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเราจะพายเลาะไปตามโตรกเขาซึ่งตรงนี้พายค่อนข้างยากค่ะ เพราะลมและคลื่นค่อนข้างแรง ใครที่ไม่มีประสบการณ์ในการพาย ให้แจ้งทางพี่ไกด์เลยค่ะ เพราะเขาจะจัดเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญมาคอยคัดท้ายให้เรา

หลังจากผ่านคลื่นลมแรงมา ก็จะเริ่มเข้าสู่ทะเลในแล้วค่ะ
ทะเลในสวยสงบมากๆ โดยเราจะต้องพายผ่านช่องเขาเล็กๆ เข้ามา พอเข้ามาก็จะเจอเวิ้งทะเลที่เหมือนห้องเลยล่ะค่ะ

มีสันทรายที่สามารถมาจอดเรือและถ่ายรูปสวยๆ ได้ 
เราแวะพักถ่ายรูปที่ทะเลในกันไม่นานก็พายกลับไปยังเกาะห้องเพื่อไปทานอาหารกลางวันที่ทางทัวร์จัดให้ไว้ค่ะ จากนั้นเราก็โบกมือลาเกาะห้องและเดินทางไปยังเกาะเหลาลาดิงหรือเกาะพาราไดซ์อีกหนึ่งเกาะสวย บรรยากาศสงบ 

ซึ่งที่เกาะนี้เราสามารถลงเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือจะเลือกเดินเล่นสำรวจเกาะได้ ค่ะ เป็นเกาะเล็กๆ ที่สวยงามมากๆ 
เราใช้เวลาในการทัวร์ เกาะห้อง ตั้งแต่เช้า จนบ่าย เรือก็พาเรามาส่งที่อ่าวนาง และทางทัวร์ก็มีบริการรถยนต์มาส่งเราถึงที่พัก พอกลับมาถึงที่พักปุ๊บความหิวก็เริ่มเข้ามาทักทาย เลยให้ทางที่พักแนะนำร้านอร่อยในตัวเมืองกระบี่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แนะนำว่ามีร้านขนมจีนชื่อโกจ้อยอร่อยมากๆ และอยู่ใกล้กับที่พักด้วยค่ะ
โดยร้านโกจ้อยร้านนี้เป็นสาขาที่ 2 ซึ่งสาขาแรกตั้งอยู่ที่อำเภอเหนือคลอง ทำเลที่ตั้งของร้านนี้จะตั้งอยู่ตรงหน้ากระบี่รวมทุน ตรงข้ามซอยมหาราช และอยู่ตรงข้าม Snoozz Hotel เลยค่ะ 
เราสั่งขนมจีนน้ำยา จานละ 20 บาทเท่านั้น และไก่ทอด 1 ชิ้น ราคา 20 บาท ตัวน้ำยาเข้มข้น รสกลมกล่อมอร่อยมากๆ และที่ชอบคือผักแกล้มของเขาที่มีทั้งถั่วงอก ผักกะหล่ำปลีซอย ผักกาดดอง ถั่วฝักยาว แตงกวา แต่ที่เราปลื้มที่สุดก็ต้องนี่เลยผักบุ้งผัดกะทิ ซึ่งจะมีความมัน ความหอม และตัวผักบุ้งจะนิ่มๆ ทานง่าย เวลาทานกับขนมจีนเข้ากันสุดๆ เลยค่ะ ส่วนไก่ทอดก็รสชาติเข้มข้นอร่อยมากๆ ใครมากระบี่ก็แวะมาทานกันเลยนะคะเพราะร้านนี้อร่อยมากๆ โดยร้านจะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. ค่ะ

ทานของคาวกันแล้วก็มาต่อด้วยของหวานกับร้านโรตี ชา กาแฟ ที่ตั้งอยู่บริเวณห้างโวค 
โรตีของที่นี่มีให้เลือกทั้งแบบกรอบ แบบนิ่ม ใส่ไข่ ใส่กล้วย และแบบกล้วย+ไข่ ในราคาเพียง 30 บาทเท่านั้น ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งเป็นชานมร้อน รสเข้มข้นหวานน้อยแก้วละ 15 บาทเท่านั้น

โรตีกรอบมากๆ ค่ะ ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย และโรยน้ำตาลกับนมให้ด้วย บอกเลยว่างานนี้ขอยอมอ้วนกันเลยค่ะ 


ร้านโรตี ชา กาแฟ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.30 - 23.00 น. ใครมากระบี่ก็แวะมาทานกันนะคะ

 


วันสุดท้ายที่เราอยู่กระบี่แล้วค่ะ โดยวันนี้เรามีแพลนไปพายเรือคายัคที่อ่าวท่าเลน ซึ่งทางทัวร์ก็มารับเราตอนเวลาแปดโมงเช้าเช่นเดิมที่ที่พัก ค่าทัวร์วันนี้ 700 บาท เป็นทัวร์แบบครึ่งวัน ระยะทางในการพายประมาณ 4 กิโลเมตร 

รถตู้ของบริษัททัวร์พาเรามาถึงบริเวณท่าเรือที่เป็นจุดเริ่มต้นในการพาย โดยมีไกด์มาคอยให้คำแนะนำในการพายค่ะ 
เราเริ่มพายกันตั้งแต่ตอน 9 โมงเช้า อากาศกำลังดี แดดไม่ร้อน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมทริปพายกับเราด้วย ซึ่งเส้นทางนี้จะพายง่ายกว่าที่เกาะห้อง เพราะคลื่นลมไม่แรง น้ำที่นี่นิ่งมากๆ ไม่มีคลื่นทำให้บังคับเรือไม่ยาก
โดยการมาพายคายัคที่อ่าวท่าเลนนั้นจะมีให้เลือก 2 แบบค่ะ คือพายรอบใหญ่ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร และรอบเล็ก คือระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เราเป็นนักพายคายัคมือสมัครเล่นเลยเลือกรอบเล็กแทน

พายมาไม่นานไกด์ก็พาเราแวะจอดเรือที่หาดเล็กๆ มีลักษณะเป็นเหมือนห้อง และมีช่องหินสูงชันที่แสงสามารถส่องลงมาได้

จากนั้นก็พายไปต่อเข้าสู่แคนยอนที่ทั้งสองข้างจะเป็นหินปูนสลับกับป่าชายเลน

ซึ่งถ้าถามว่าระหว่างเกาะห้องกับอ่าวท่าเลนชอบที่ไหนมากกว่ากัน ก็ขอให้คะแนนอ่าวท่าเลนมากกว่า เพราะสวยงาม และสงบมากๆ
เขาบอกว่าที่นี่มีลิงด้วยนะคะ โดยลิงของที่นี่จะชอบกระโดดมาที่เรือของนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้ทำร้ายนักท่องเที่ยวนะคะ โชคดีว่าวันที่เราไปไม่เจอน้องลิงเลย เพราะถ้าเจอคงอาจจะมีกรี๊ดป่าแตกแน่ๆ ค่ะ

การมาพายที่นี่ทางไกด์แจ้งว่าต้องดูน้ำขึ้นน้ำลงด้วยนะคะ เพราะช่วงไหนที่น้ำลงมากจะไม่สามารถพายเข้ามาได้

เราพายมาสักพักทางไกด์ก็แจ้งว่าน้ำเริ่มลงไปต่อไม่ได้แล้ว จึงต้องหันหัวเรือพายกลับ


 
ภาพที่เรานำมาให้ชมกันในครั้งนี้อาจจะถ่ายทอดความสวยงามตรงหน้าได้ไม่หมด ซึ่งถ้าคุณอยากรู้ว่าสวยงามเพียงใดต้องเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง และจะได้รู้ว่าเมืองไทยของเรานั้นมีสถานที่สวยงามและมหัศจรรย์อย่างนี้ซ่อนอยู่รอให้เราไปค้นพบ 

สรุปงบประมาณ

ค่าเครื่องบิน = 733 บาท
ค่าที่พัก 2 คืน (355x2) = 710 บาท
ค่าทัวร์พายคายัคเกาะห้อง = 1,100 บาท
ค่าทัวร์พายคายัคอ่าวท่าเลน= 700 บาท
ค่ารถชัตเติ้ลบัสไป-กลับ สนามบิน = 180 บาท
ค่าอาหาร 3 วัน  = 1200 บาท
รวม 4,623 บาท