กาญจนบุรีเป็นเมืองใกล้กรุงที่มีที่ท่องเที่ยว เย๊อะ เยอะ 
แถมยังมีที่พักหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกเที่ยว
ไม่ว่าเราจะชอบแบบป่าเขา หมอก สายน้ำ หรืออยากไปดู ไปศึกษาประวัติศาสตร์ อยากไปนอนพักเงียบๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ
 มาจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเดียว ทำได้ทั้งหมด ครบครันจริงๆ ค่ะ 
ทั้งจังหวัดเลือกเที่ยวกันได้เลยค่ะ ชอบแบบไหน ถนัดแบบไหน 
หรือจะค่อยๆ เที่ยวให้ทั่ว มาดู มาวางแผนกันได้ค่ะ กับ 
"รวมที่เที่ยวกาญจนบุรี แบบ 5 โซนน่าเที่ยว  น้ำ ฟ้า ป่า เขา ประวัติศาสตร์ แบบไหนก็มี !!"

08



อ.เมืองกาญจนบุรี
 
สะพานข้ามแม่น้ำแคว 


มาเที่ยวเมืองกาญจนบุรี แน่นอนมาว่าหลายคนต้องเคยไปแชะภาพสวยๆ กันที่ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" เพราะสะพานแห่งนี้นับเป็นไฮไลท์ของการเที่ยวเมืองกาญจน์ ใครไม่ได้มาถ่ายรูปกับสะพาน เหมือนมาไม่ถึง สิ่งสําคัญคือที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แลนด์มาร์กเก๋ๆ ที่เอาไว้เป็นแบ็คกราวด์ในรูปถ่ายของคุณเท่านั้น แต่มันคือแบ็คกราวด์ของชาติ ในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่แสดงถึงบทบาทด้านหนึ่งของกาญจนบุรี


ต้นจามจุรียักษ์
 


ต้นจามจุรีหรือก้ามปูยักษ์อายุเกิน 100 ปี ที่ไม่ว่าใครได้มาเห็นก็ต้องตะลึงกับความใหญ่โตมโหฬารของต้นไม้ยักษ์คู่เมืองกาญจนบุรีต้นนี้ สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปยลมากับตา บอกคร่าวๆ ได้ว่า ต้นจามจุรียักษ์นี้มีขนาดเส้นรอบวงลำต้น 7.83 เมตร และมีพื้นที่พุ่มประมาณ 1 ไร่เศษเลยทีเดียว
 
 

ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด 06.00 - 18.00 น.
ที่ตั้ง บ้านกสิกรรม หมู่ที่ 5 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง ในพื้นที่รับผิดชอบของกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก
จาก ถ.แสงชูโต ใช้เส้นทาง 3429 ที่แยกจากหน้าศาลากลางจังหวัด ตรงไปข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง ผ่านป้อมตำรวจแม่กลอง เลี้ยวซ้ายที่สามแยกวัดถ้ำเขาแหลม ไปตามทางประมาณ 5 กม. จะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้น 3209 ขับไปจนเข้าเขตกรมการสัตว์ทหารบก จากนั้นจะมีป้ายบอกทางตลอด

 

หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ สงครามโลกครั้งที่ 2 
 

 
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานที่จัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไว้มากมาย โดยเฉพาะข่าวของเครื่องใช้ ของทหารญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้มีแต่อาวุธเท่านั้น ของใช้ในชีวิตประจําวันต่างๆ ก็มีให้ดูแบบจุใจ เช่น นาฬิกา เครื่องดนตรี กล่อง เครื่องพิมพ์ดีด โทรศัพท์ จักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ยันรถไฟ ใครชอบของเก่าๆ กรี๊ดแน่นอน

ค่าเข้าชม คนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท

 


 
วัดป่าเลไลยก์ 
 

 
วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดเก่าสมัยอยุธยา มีอีกชื่อคือ วัดผ่าอก เนื่องจากในอดีต พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในมณฑป ถูกคนลักลอบเจาะอกจนทะลุ ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันบูรณะเสียใหม่ โดยสร้างพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ขึ้นแทน ปัจจุบัน วัดป่าเลไลยก์ถูกเรียกรวมอยู่ในโบราณสถานเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า รวมกับวัดขุนแผนและวัดแม่หม้าย
 
ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด
เปิดทุกวัน
ที่ตั้ง เขาชนไก่ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จาก ถ.แสงชูโต วิ่งตรงผ่านแยกแก่งเสี้ยน เข้าทางหลวงหมายเลข 3199 วิ่งตรงผ่านแยกลาดหญ้าไปประมาณ 3 กม. จะพบวัดอยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงเขาชนไก่


 


อ.ไทรโยค

ถ้ำกระแซ
 

ถ้ำกระแซ เป็นถ้ำขนาดเล็กที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งการสร้างทางรถไฟสายมรณะ เข้าถึงได้ทางเดียวโดยการเดินจากรางรถไฟช่วงโค้งมรณะ ภายในถ้ำค่อนข้างโปร่ง มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ จากปากถ้ำมองลงมาจะเห็นลำน้ำแควน้อยช่วงที่ไหลคดโค้ง สวยงามไม่หยอก

ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด เปิดทุกวัน
ที่ตั้ง สถานีหยุดรถถ้ำกระแซ บริเวณเดียวกับช่วงโค้งมรณะ

 

โค้งมรณะ

 
จุดหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่ถือเป็น Unseen Thailand ที่สุด ทางรถไฟที่โค้งตามหน้าผาสูงชันบริเวณถ้ำกระแซ เลาะไปตามแม่น้ำแควน้อย ระยะความยาว 400 เมตร ถือเป็นจุดที่น่าหวาดเสียวที่สุด แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นจุดที่สวยงามที่สุดด้วยเช่นกัน
 
ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด
ทุกวัน
ที่ตั้ง สถานีหยุดรถถ้ำกระแซ หมู่ 1 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค
ทางรถไฟ เข้าถึงได้โดยรถไฟสายกาญจนบุรี-น้ำตก
ทางรถยนต์ เข้าถึงได้ 2 ทาง 1.ใช้ ถ.แสงชูโต มุ่งหน้าไทรโยค เลี้ยวซ้ายที่แยกบ้านพุปลู เข้าเส้น 3455 ไปประมาณ 7 กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท 4032 ตรงยาวจนสุดทาง จะพบสวนไทรโยคและสถานีหยุดรถถ้ำกระแซ จากนั้นเดินเท้าต่อเลาะไปใต้รางรถไฟ กับ 2.ใช้ ถ.แสงชูโต มุ่งหน้ายาวสู่ไทรโยค แล้วเลี้ยวซ้ายตรงแยกป้ายอำเภอทองผาภูมิ เข้าเส้น 3343 ตรงไป 2 กม. แล้วเบี่ยงซ้าย ก่อนจะเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ถึงสถานีรถไฟถ้ำกระแซโดยตรง

ติดต่อ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 02-223-7010, 02-223-7020, 1690 www.railway.co.th

 

เรือนมัลลิกา ร.ศ.124
 

 
ร่วมย้อนอดีตวันวานของบ้านเราไปกับที่เที่ยวสุดเก๋ไม่เหมือนใคร "เรือนมัลลิกา ร.ศ.124" เมืองโบราณที่มาพร้อมกับมุมถ่ายรูปเพียบ บรรยากาศนี่เหมือนหลุดไปอยู่ในสมัยที่ชาวบ้านยังใส่จูงกระเบน ห่มสไบยังไงยังงั้น ด้านในยังมีร้านค้าให้ได้นั่งพักเหนื่อย เติมแรง แต่ถ้าจะซื้อของกินข้างในต้องแลกเงินเป็นเหรียญสตางค์ซะก่อน ช่างดูย้อนยุคแต่ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์เหลือเกินเนอะว่ามั้ย

เวลาการขายบัตรเข้าชมเมือง : 9.00-17.30 น.
เวลาเปิด-ปิดเมือง : 9.00-19.00 น. 
เวลาอาหารเย็น & การแสดง : 18.00-20.00 น.

 


 
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
 

 
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ปราสาทเมืองสิงห์ เป็นโบราณสถานแบบขอม ศิลปะลพบุรีตอนปลาย ช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 มีเนื้อที่ประมาณ 800ไร่ ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน บริเวณปราสาทมีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และเครื่องมือเครื่องใช้เครื่องประดับโลหะ ด้วยเนื้อที่ภายในค่อนข้างกว้าง และอยู่ห่างจากตัวเมือง ทำให้ต้องพึ่งรถสถานเดียว

ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท + รถยนต์ 50 บาท
เวลาเปิด ทุกวัน 08.00 - 16.30 น.
ที่ตั้ง จาก ถ.แสงชูโต มุ่งหน้าไทรโยค เลี้ยวซ้ายที่แยกพุปลู เข้าเส้น 3455 ไปจนสุดทางแยก เลี้ยวซ้ายนิดเดียว จะพบอุทยานฯ
โทรศัพท์ : 034-585-052-3

 


น้ำตกไทรโยคใหญ่



 
น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นน้ำตกคู่บ้านคู่เมืองของกาญจนบุรีมานาน ครั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้รับความนิยมเรื่อยมา ภายในอุทยาน คุณสามารถเช่าบ้านพัก กางเต็นท์ ค้างคืนได้ มีร้านอาหารไว้คอยบริการ ทั้งยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อย ล่องแพชมความงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์


 

น้ำตกไทรโยคน้อย 


น้ำตกไทรโยคน้อย ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโตช่วงกม. 59 แวะเที่ยวได้ แบบไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงเป็นนํ้าตกขนาดกลางๆ ที่อาจจะไม่เหมาะกับการเล่นนํ้าสักเท่าไหร่แต่ก็เป็นจุดแวะพักที่เวิร์คทีเดียว เพราะนอกจากนํ้าตกที่สัมผัสได้ถึงอากาศบริสุทธิ์เย็นสดชื่นแล้ว ณ จุดนี้ยังเป็นตลาดของฝากที่คึกคัก โดยเฉพาะเมนูของทอด ทั้งกล้วยทอด มันทอด เผือกทอด หมูทอด เนื้อทอด อีกทั้งยังมีร้านอาหารมากมายให้ฝากท้องแบบหิวเลือกได้และร้านขายของที่ระลึกที่ยืนยันว่าคุณได้มาถึงไทรโยคแล้ว



อ.ศรีสวัสดิ์
น้ำตกเอราวัณ



 
หนึ่งในสามไอคอนน้ำตกของกาญจนบุรี สวยงามและสูงชันที่สุด ต้องลองแวะไปให้ได้ค่ะ น้ำตกเอราวัณเกิดจากลำห้วยม่องไล่ ไหลลงจากยอดเขา ผ่านผาสูง 2,100 เมตร มีความยาวทั้งสิ้น 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ ซึ่งด้วยระยะทางที่ยาวไกลนี้เอง ทำให้ถ้าใครอยากพิชิตสวรรค์ เอ้ย! น้ำตกชั้น 7 คงต้องสละเวลาครึ่งค่อนวันอยู่ที่นี่ที่เดียว

GPS : 14.361025, 99.145222
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท + รถยนต์ 30 บาท เวลาเปิด ทุกวัน 08.00 - 16.30 น.ล
ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หมู่ 4 ต.ท่ากระดาน อ. ศรีสวัสดิ์ ใช้เส้นทาง 3199 มุ่งหน้าศรีสวัสดิ์ เบี่ยงขวาเข้าเขื่อนท่าทุ่งนาประชาสรรค์ ไปอีกประมาณ 22 กม. ให้เบี่ยงซ้ายเข้าอุทยานน้ำตกเอราวัณ ขับไปอีก 1 กม. แยกซ้ายข้ามสะพาน แล้วแยกซ้ายอีกครั้ง จะพบชุมชนตลาดด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าชุมชน จะมีป้ายบอกทางขึ้นน้ำตก
 

เขื่อนศรีนครินทร์


 

เขื่อนศรีนครินทร์ เป็นเขื่อนประเภทหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีชื่อเดิมว่า เขื่อนเจ้าเณร สร้างขึ้นบนแม่น้ำแควใหญ่ ในปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่พักผ่อนที่สำคัญแห่งหนึ่งในจ.กาญจนบุรี ภายในบริเวณเขื่อนมีบรรยากาศร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นไม้ เหมาะแก่การนั่งเล่นรับลมเย็นๆ โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เขื่อนแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยระยะทางเพียง 2 ชม.จากกรุงเทพ



ไม่มีค่าเข้าชม

เวลาเปิด
ทุกวัน 06.00 - 18.00 น.

ที่ตั้ง อ.ศรีสวัสดิ์ ใช้เส้นทาง 3199 มุ่งหน้าศรีสวัสดิ์ เบี่ยงขวาเข้าเขื่อนท่าทุ่งนาประชาสรรค์ ไปประมาณ 22 กม. ให้เบี่ยงซ้ายเข้าอุทยานน้ำตกเอราวัณ ไปอีก 1 กม. พบทางแยก ให้ตรงยาวไปอีก 4 กม. ถึงสันเขื่อน

โทรศัพท์ 034-574-001 ต่อ 2455, 2457



ขอบคุณภาพบางส่วนจาก สมาชิกกลุ่มใครชอบเที่ยวชิลๆโพสต์เลย(ชิลไปไหน) คุณ เป้ เป้ 
 
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น



 
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรนครินทร์ ริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นนับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในกาญจนบุรี แบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อเรียกต่างกันออกไป ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ และชั้นที่ 7 ร่มเกล้า ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมีความสูงต่างกันไป นอกจากนี้น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และยังเป็นน้ำตกที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปีอีกด้วย


อ.สังขละบุรี
 
สะพานมอญ
 

 
สะพานมอญเป็นไฮท์ไลท์ของสังขละบุรีเลยก็ว่าได้ ด้วยสะพานแห่งนี้ถือว่าเป็นสะพานไม่ที่คลาสสิกและยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาว 850 เมตร มาถึงนี่คุณจะได้พบเจอวิถีชีวิตชาวมอญ มีสาวมอญเดินเทินของบนศีรษะบ้างก็เล็ก บ้างก็ใหญ่จนน่าตกใจว่าไม่น่าจะเดินได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเสน่ห์ของสะพานแห่งนี้เลยทีเดียว
 

วัดใต้น้ำ


 
วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือ วัดวังก์วิเวการาม (เดิม) อดีตเป็นชุมชนชาวมอญ ตั้งอยู่บริเวณจุดที่เรียกว่า "สามประสบ" คือเป็นที่บรรจบของแม่นํ้า 3 สาย แม่นํ้าซองกาเลีย, แม่นํ้าบีคลี่ และแม่นํ้ารันตี ปัจจุบันเหลือเพียงซากของวัดเก่า ที่เรียกได้ว่าเป็น Unseen Thailand เพราะความแปลก ที่มีโบสถ์เก่าจมอยู่ใต้น้ำ ส่วนการไปชมวัดไปได้วิธีเดียวคือ ทางเรือหรือนั่งแพเท่านั้น ยามนํ้าลดคุณก็สามารถไปเดินทอดน่องได้อย่างจุใจ แต่ยามนํ้าขึ้นคุณก็ได้แต่มองลงไปจากบนเรือเท่านั้น


 

ด่านเจดีย์สามองค์
 
 

ด่านเจดีย์สามองค์ถือเป็นเขตสิ้นสุดชายแดนไทยฝั่งทิศตะวันตก ภายในบริเวณมีเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ (สามกอง) ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้สักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากนี้เมื่อมาถึงที่นี่คุณสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดน ที่มีการจําหน่ายสินค้าของพม่าไว้มากมาย

เจดีย์พุทธคยา


 
เจดีย์พุทธคยา เจดีย์ที่มีความสวยสดงดงามส่องแสงทองเด่นอร่ามทั่วทุกสารทิศ ด่านหน้าเจดีย์มีสิงห์แบบมอญ 2 ตัว ยืนเฝ้าบันไดทางขึ้นที่ทอดยาวพาขึ้นสู่ตัวเจดีย์ทรงเหลี่ยมฐานจัตุรัส มีเจดีย์เล็กทรงกลมแบบมอญสร้างอยู่บนยอดบนสุด ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งหลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา มาไว้ให้สักการะบูชากัน



อ.ทองผาภูมิ
บ้านอีต่อง - ปิล็อก


 
บ้านอีต่อง ตั้งอยู่ที่ ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ด้วยทำเลที่ตั้งที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูณ์ ที่นี่จึงมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย นอกจากนี้หมู่บ้านอีต่องยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เพราะที่นี่เคยเป็นเหมืองแร่ที่ที่มากมายไปด้วยทรัพยากรที่สำคัญ และในปัจจุบันบ้านอีต่องยังเป็นจุดพักแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางไปยังเขาช้างเผือก และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ ของทองผาภูมิอีกด้วย



จุดชมวิวเนินช้างศึก 


 
ไปเที่ยวบ้านอีต่อง ปิล็อกแล้ว ลองขึ้นไปชมวิวที่เนินช้างศึกกันดูค่ะ เพราะจุดชมวิวอยู่อยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่ก่อนถึงป้ายบ้านอีต่อง ขับขึ้นไปไม่ไกลมาก แต่ควรขับอย่างระมัดระวัง หากช่วงไหนมีฝนตก จะเจอหมอกลอยไปมา สวยงามสุดๆ ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางขึ้นมาชมแน่นอนค่ะ


 
น้ำตกจ๊อกกระดิ่น


 
น้ำตกจ๊อกกระดิ่น น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก น้ำที่ไหลลงมาจากผาหินนั้นใสมากเพราะถือว่าเป็นแหล่งที่ธรรมชาติที่สมบูรณ์สุดๆ น้ำตกจ๊อกกระดิ่นตั้งอยู่ก่อนทางเข้าหมู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อก น้ำตกจ๊อกกระดิ่นนี้สามารถเล่นน้ำได้เพราะน้ำไม่ได้ลึก แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้วยเพราะอาจจะโดนดูดเข้าไปในจุดที่น้ำตกลงมาได้ ใครที่เคยไปเที่ยวน้ำจ๊อกกระดิ่นแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสวย !

ที่ตั้ง : ก่อนถึงหมู่บ้านอีต่อง ประมาณ 2 กม. จะเจอป้ายน้ำตกจ๊อกกระดิ่น  อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี



เขาช้างเผือก 




 
เขาช้างเผือก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวผจญภัยอีกแห่งในจังหวัดกาญจนบุรีค่ะ เพราะที่นี่เราจะได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่ไว้เกือบ 100 % ใครที่ชอบเดินป่าปืนเขาต้องมาให้ได้ค่ะ สำหรับการเดินขึ้นเขาช้างเผือกจะต้องไปเข้าทางหมู่บ้านอีต่อง ใกล้ๆกับเหมืองปิล๊อก ถนนเส้นนี้ดีตลอดทาง มีคดโค้งบ้างแต่ไม่ชันค่ะ จากนั้นก็ต้องเดินเท้าขึ้นไปยังเขาช้างเผือก ระยะทางเกือบ 9 กิโลเมตร ผ่านทางเดินราบ ชันน้อยๆ ชันมาก ไปตามยอดเขา จากยอดสู่ยอด ขึ้นๆลงๆ เเละที่เสียวสุดๆ คือตรงสันคมมีด ใกล้จุดยอดสูงสุดของเขาช้างเผือก ซึ่งจะมีลักษณะเป็นกิ่วที่สันเขา ซ้ายเหว ขวาก็เหว เขาเรียกกันว่า "สันวัดใจ" แหม...วัดใจสมชื่อจริงๆ ถูกใจนักผจญภัยแน่นอน

ที่ตั้ง  ห่างจาก อ.ทองผาภูมิ ประมาณ 59 กม.อยู่ใน อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
โทรศัพท์ 081-382-0359



ว้าวววววว.. กาญจนบุรีมีที่เที่ยวรอให้เราไปตะลุยเยอะเลยอะ

03
เรียบเรียงโดย ชิไปไหน