1. อะกาลิโก(Agalico)

   

                   Agalico ซึ่งเป็นภาษาบาลีมีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า Timeless หรือไร้กาลเวลา ไม่ยึดติดกับยุคสมัย และแน่นอน ภายในร้านทาสีขาวสะอาดตา นั่งแบบสบายๆ มองทะลุกระจกใสเห็นสวนสีเขียวร่มรื่นด้านนอก หรือในยามแดดร่มลมตก ชวนให้ย้ายมารีแลกซ์กันที่ศาลาไม้หลังสีขาวกลางสวนสวย พร้อมเสิร์ฟเบเกอรี่แบบโฮมเมดสูตรอังกฤษดั้งเดิม อาทิ เค้กช็อกโกแลต, เค้กกาแฟ, แอปเปิ้ลครัมเบิ้ล, บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, สโคนส์ และคีธ ทานคู่กับน้ำชาแบบอังกฤษอย่างชา Black Ted ที่ผสมกับนมหรือมะนาวหอมกรุ่น เพียงเท่านี้ก็อร่อยเพลินจนลืมเวลา...

ดูรายละเอียดร้านอะกาลิโก(Agalico)ที่นี่

2.ไล-บรา-รี่(Library)

   

                  ไล-บรา-รี่ ถ้าแปลตามตัว ความหมายก็คือ ห้องสมุด แต่ที่นี่มีมากกว่านั้น เพราะหนังสือจะมาเสิร์ฟพร้อมกับกาแฟกลิ่นหอมละมุน แกล้มความหวานของลาวาชอกโกแลตเค้กที่เวลาตักกินก็จะมีลาวาของช้อคโกแลตไหลออกมาสัมผัสให้นุ่มลิ้น หรือใครจะลองไลบรารี่เย็นกินคู่กับ ไลบารี่ วาฟเฟิล กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นใบเตยแท้ๆก็อร่อยไม่แพ้กัน

 

3. คอฟฟี่ อัลเล่ย์ อิน เดอะ การ์เด้นท์(Coffee Alley In The Garden)

 
   
 
              เมื่อมาถึงย่านสุขุมวิทเดินตบเท้าเข้าซอยสุขุมวิท 16 อีกเพียงสิบเมตรก็จะพบกับคาเฟ่ที่มีชื่อร้านเก๋ๆว่า Coffee alley in the garden ด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของกาแฟที่ขายดีที่สุดในร้านอย่าง Ice Alley พร้อม Wifi สำหรับนักท่องอินเทอร์เน็ทพร้อมเค้กที่มีให้เลือกอีกกว่า 30 แบบ ดื่มกาแฟไปคลอเพลงสบายๆไป เพียงเท่านี้ก็ไม่สามารถหาความชิลใดเทียบได้แล้ว
 

                 สัมผัสคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่แสนสบายภายในสวนวนิลลาการ์เด้น ด้วยเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ถูกปรับสไตล์ให้ดูโมเดิร์น พร้อมเบเกอรี่เนื้อนุ่มเบา ตกแต่งด้วยผลไม้สดเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ อีกทั้งขนนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น คินาโกะดังโงะ, สตอเบอรี่ไดฟุกุ พร้อมพาเฟต์ญี่ปุ่นให้เลือกอีกมากมาย

ดูรายละเอียดร้านวานิลลา การ์เด้นท์(Vanilla Garden)ที่นี่

5. สปริง แอนด์ ซัมเมอร์(Spring and Summer)

   

                  ร้านอาหารเก๋ไก๋สุดฮิพที่เจือความโรแมนติกน่านั่งเล่น ภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 โซนตามฤดูกาลอย่าง Spring dining room ที่เป็นร้านอาหารในบ้านหลังใหญ่สีขาว ถัดไปเป็น Summer Chocolate House บ้านขนมหวานของช็อกโกแลต แต่โซนยอดนิยมที่สุดต้องยกให้ Winter Bar ที่เป็นสนามหญ้ากลางแจ้ง วางเบาะบีนแบ็กใบใหญ่ไว้ให้นอนเอกเขนกมองท้องฟ้าตอนค่ำ เหมาะกับอาหารมื้อเบาๆ อย่างสลัดทูน่าซาซิมิรสจัด ของหวานเน้นช็อกโกแลตแต่ผสมเหล้าลงไปด้วยนิดหน่อยพออารมณ์ดี แค่ใช้เวลาหนึ่งวันที่นี่ก็เหมือนครบทุกฤดู Spring

ดูรายละเอียดร้านสปริง แอนด์ ซัมเมอร์(Spring and Summer)ที่นี่

6. โอฮาน่า(Ohana)

   

                 Ohana เป็นภาษาฮาวายแปลว่าครอบครัว บรรยากาศที่นี่จึงอบอุ่นและสดชื่นสมกับคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจให้เป็น Fresh Cafe ด้วยสวนสีเขียวที่อยู่รอบๆ ห้องกระจก สบายตาอิ่มท้องด้วยมื้อกลางวันเบาๆ สไตล์ comfort food คู่กับไอซ์เอสเพรสโซ่ลาเต้ที่แก้วเดียวจิบได้เรื่อยๆ ทั้งวัน และยังมีเมนูทูอินวันอย่าง มัชฉะ โฟลต ชาเขียวญี่ปุ่นใส่ไอศครีมวนิลา เป็นเมนูอาหารว่างง่ายๆ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านจริงๆ

ดูรายละเอียดร้านโอฮาน่า(Ohana)ที่นี่

7. อะ คัพ ออฟ ทรีส์(A cup of trees)

   

                  เลยกรุงเทพมหานครออกไป ณ รังสิตคลอง 6 บนถนนสายรังสิต - นครนายก เลาะเลียบคลองมาเรื่อยๆ จนเจอกับตลาดต้นไม้ธัญศิริ เราก็ถึงที่หมาย บ้านหลังคาสูงมุงหญ้า หน้าต่างบานยาว ทาสีขาว ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียว ชวนให้เราเดินเข้าไปหา ที่นี่ไม่ผิดแน่ 'a cup of trees' ภายในร้านตกแต่งด้วยการ mix & match ไม่ว่าเฟอร์นิเจอร์ตัวนั้นจะเคยตั้งอยู่ที่ไหนในประเทศมาก่อน ถ้าชอบซะอย่าง ก็ตามไปขนมาจนได้ สไตล์ของร้านเลยมีกลิ่นเรโทรเจือปนอยู่ในแทบทุกที่ ทั้งเก้าอี้ โต๊ะ ตู้ ของในตู้ จนถึงผ้าปูโต๊ะ ด้านข้างของร้านก็จัดเป็นสวนสไตล์อังกฤษ แต่ก็ตกแต่งด้วยต้นไม้ไทยๆ อย่างโมก เข็ม ตีนตุ๊กแก ฯลฯ ด้านหน้าร้านก็มีโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นได้ ลำธารไหลรินเอื่อยๆ ลมก็พัดเย็นสบายตลอดเวลา ว่างๆ อยากหาที่พักผ่อน ที่นี่คงเป็นที่ที่หนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ดูรายละเอียดร้านอะ คัพ ออฟ ทรีส์(A cup of trees)ที่นี่

8.บ้านก้ามปู(Baankampu Tropical Gallery)

   

                 กลิ่นกาแฟสดหอมกรุ่นลอยอบอวลอยู่ในร่มไม้เขียวครึ้มภายในร้านกาแฟเล็กๆ ที่แอบอิงอยู่ในสวนพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่บริเวณเลียบทางด่วนเอกมัย -รามอินทรา ก็ดึงดูดให้เราก้าวเข้าไปภายใน "บ้านก้ามปู" ด้วยพื้นที่กว่า 5 ไร่ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ไม้ เจ้าของได้ไอเดียเก๋เปิดเป็นร้านกาแฟให้กับสาวๆ ที่มารอแฟนหนุ่มเลือกต้นไม้ได้ใช้เวลาในร้านกาแฟ จิบกาแฟสด ละเลียดเบเกอรี่แสนอร่อยแบบโฮมเมด ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ส่วนใครที่สนใจการแต่งสวนก็สามารถเลือกซื้อต้นไม้ อุปกรณ์ตกแต่งสวน และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ได้ที่นี่ ในวันที่ชีวิตวุ่นวาย ถ้าลองมาใช้เวลาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ไม้ นั่งพักกายใจฟังเสียงธรรมชาติ และเสียงหัวใจตัวเอง คงทำให้สิ่งต่างๆในชีวิตสงบลงมากขึ้น
 
 

9. พอร์โทเบลโล่ แอนด์ เดเซเร(Portobello & De'sire')

 
   
 
                   ร้าน Portobello & De'sire' ชื่อร้านมีที่มา คือ ชื่อถนนในประเทศอังกฤษ ร้านเริ่มจากขายเฟอร์นิเจอร์และทีรูมเล็กๆ ต่อมาได้ขยายเป็นร้าน Bakery และร้านอาหารเต็มตัว จุดเด่นของที่นี่ คือ การบริการที่เป็นกันเองเหมือนเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน การตกแต่งร้านในสไตล์ตะวันตก บ้านหลังสีขาวซึ่งอยู่ในสวนต้นไม้ใหญ่ที่มีความร่มรื่น ร้านนี้เหมาะกับการมาทานกันเป็นครอบครัว คู่รักและสังสรรค์ในหมู่เพื่อน

ดูรายละเอียดร้านพอร์โทเบลโล่ แอนด์ เดเซเร(Portobello & De'sire')ที่นี่

 

10.อารีย์ อัลลี่ คาเฟ่ แอนด์ ไวน์บาร์(Aree Alley Café & Wine Garden)

   

                 อีกหนึ่งร้านน่ารักที่รับจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ อันอบอุ่น บรรยากาศตัวร้านร่มรื่นไปด้วยสวนสีเขียว มีทั้งส่วนอินดอร์เพื่อใช้สำหรับงานต่างๆในตอนกลางวัน ส่วนตอนเย็นก็อาจจะเลือกปาร์ตี้เล็กๆ ในส่วนเอาท์ดอร์ ถ้าใครเลือกร้านนี้เป็นสถานที่จัดงานลองใช้ไอเดียตกแต่งงานด้วยสีขาว เพื่อให้ตัดกับสวนสีเขียว เลือกดอกไม้สีขาว เช่นดอกลิลลี่ ดอกกุหลาบสีขาว มาจัดตกแต่งในงาน ก็เก๋ไปอีกแบบ

ดูรายละเอียดร้านอารีย์ อัลลี่ คาเฟ่ แอนด์ ไวน์บาร์(Aree Alley Café & Wine Garden)ที่นี่

 

เรียบเรียงโดย Star Dust