อยากไปทะเลแบบใกล้ๆ ฤดูไหนก็เที่ยวได้

'  เกาะเสม็ด  '
อีกหนึ่งเกาะฮอตที่เดินทางง่าย ขับรถไม่ไกลก็ได้เล่นน้ำทะเลฟินๆ แถมยังมีกิจกรรมสนุกๆให้ทำอีกเพรียบ หรือใครจะมานอนพักผ่อนชิลๆ ก็ดีไปอีกแบบ
3 วัน 2 คืน เที่ยวเกาะฮอตสุดเด็ด เกาะเสม็ดเสร็จเราแน่


เราออกกันเช้าหน่อยเพราะได้ข่าวมาว่าเส้นทางที่ไประยองนั้นมีการซ่อมแซมทำถนนกันอยู่ รถอาจจะติดนิดนึง นี่ก็ขับชิลๆ ไปจ้า เสบียงพร้อมแล้ว มีแวะเข้าห้องน้ำบ้าง กว่าจะมาถึงท่าเรือเสรี จ.ระยองก็ใช้เวลาปาเข้าไปตั้ง 4 ชั่วโมงแน่ะ ถึงแล้วก็ไม่รอช้า ติดต่อซื้อตั๋วเรือกันเลยจ้า ที่ท่าเรือเสรีคือดีมากกกก มีที่จอดรถให้พร้อม แถมยังมีเลาจน์สำหรับนั่งรอเรือแบบชิลๆ ใครหิวก็มีร้านกาแฟ ร้านขนมให้ทานกันก่อนได้ด้วยล่ะ
 


นั่งรอไม่นานก็ได้เวลาขึ้นเรือแล้ว เรือที่ใช้เดินทางข้ามไปยังเกาะเสม็ดเป็นเรือไม้ดัดแปลงมาจากเรือประมง มีที่นั่ง 2 ชั้น ใช้เวลาไม่นานมาก นั่งเพลินๆ ประมาณ 30 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ แต่ว่าถ้าใครมากันเป็นกลุ่มหรือไม่อยากรอรอบเรือก็มีเรือเร็วสปีดโบ๊ทให้บริการด้วยน้าา สามารถโทรสอบถามที่ท่าเรือเสรีได้เลยที่เบอร์ตามนี้จ้ะ 038 651 134
 

ถึงแล้วจ้า เรือได้มาส่งเราที่อ่าวกลาง ไม่ได้ไปส่งที่ท่าเรือหน้าด่าน แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว เราเลยว่าจะแวะไปถ่ายรูปกับผีเสื้อสมุทร หนึ่งในไฮไลท์ของเกาะซะหน่อย เรายกกระเป๋าขึ้นแท็กซี่ บอก ‘พี่คะ แวะไปหาพี่เสื้อสมุทรแป๊บนึง’ พี่คนขับก็ใจดี ถ่ายรูปให้เราด้วย แล้วเล่าให้ฟังตอนนี้เค้ามีผีเสื้อสมุทรเวอร์ชั่นใหม่ น่ารักสดใสกว่าเดิม เป็นมาสคอตที่กำลังดังบนเกาะเสม็ดเลยค่ะ เรียกว่า ‘มะหม้า หมุด’ โอ้ยยยยยย น่ารักอะไรเบอร์นั้น เปลี่ยนคาแรกเตอร์สาวในวรรณคดีของสุนทรภู่ไปเลยค่ะ ฮ่าๆๆ
 

คืนแรกเราพักกันบนหาดที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดและคึกคักที่สุดบนเกาะเสม็ด ‘หาดทรายแก้ว’ นั่นเองงงง บอกพี่แท็กซี่ให้มาส่งที่ ‘ทรายแก้วบีชรีสอร์ท (Sai Kaew Beach Resort)’ พอก้าวเท้าลงหน้าที่พัก แล้วต้องร้องว้าว! ที่พักสวยมาก บรรยากาศร่มรื่น ที่สำคัญคือตั้งอยู่ติดหน้าหาดเลยจ้า




หลังจากเช็คเอ้าท์ เก็บของเข้าที่พัก เราก็เดินสำรวจรอบๆ กันซะหน่อย ที่ทรายแก้วบีชรีสอร์ทมีที่พักแยกกันถึง 3 โซน คือ Hip , Hub และ Hide เป็น 3 แบบ 3 สไตล์ที่แตกต่างกัน โดย Hip จะเป็นโซนวัยรุ่นและคนที่รักความสนุก เน้นความเรียบ เท่ หรูหรา ห้องพักกว้างขวางอยู่ติดหาด มีสระว่ายน้ำที่มองเห็นวิวทะเลเก๋กู้ดสุดๆ

ส่วน Hub เป็นจุดศูนย์รวมสำหรับคนที่ไม่อยากขาดการติดต่อ เพราะทุกห้องพักมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย มีความทันสมัยและสะดวกสบาย มีสระว่ายน้ำอยู่กึ่งกลางอาคารล้อมรอบด้วยห้องพักที่เป็นอาคาร 2 ชั้น

แล้วสุดท้าย โซน Hide หมู่บ้านบังกะโลหลังเล็กๆ ท่ามกลางสวนต้นไม้นานาชนิด โซนนี้จะใช้แผงโซลาเซลล์สำหรับทำน้ำร้อน ด้านหน้าที่พักเป็นหาดสับปะรดที่มีความเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน หากจะเล่นน้ำสามารถเดินไปเล่นที่หาดทรายแก้วได้ อยู่ใกล้นิดเดียว
 


เดินเล่นจนเหนื่อย แว๊บไปพักผ่อนที่ห้องกันก่อนดีกว่า เพราะว่าเย็นนี้เรามีนัดที่ร้านดัง เจ้าเด็ด ถ้ามาเกาะเสม็ดแล้วต้องมาเช็คอินที่ร้านนี้ ‘พลอยทะเล’ ร้านอาหารกึ่งผับ ที่ตอนเย็นจะจัดที่นั่งบริเวณหาดทรายหน้าร้านให้นั่งทานอาหารทะเลกันชิลๆ แต่เนื่องจากลูกค้าร้านนี้เยอะมากกกก เลยต้องจองที่นั่งไว้และแนะนำว่าให้ไปถึงเร็วสักนิด (ประมาณ 5-6 โมง กำลังดีเลยค่ะ) ไปถึงก็สั่งอาหารกันเลย เมนูแนะนำสำหรับคนไทยอย่างเราต้องเลิ้ฟ ส้มตำกุ้งสด! หืมมม แค่คิดก็น้ำลายไหล นอกจากนี้ยังมีปูผัดผงกระหรี่ บาร์บีคิวเสียบไม้ ปลานึ่งมะนาว และปิดท้ายอีกหน่อยด้วยกุ้งแช่น้ำปลา อิ_อิ บอกเลยว่าฟินตั้งแต่มื้อแรกบนเกาะ
 


นั่งทานไปเพลินๆ คนเยอะมากจริงๆค่ะร้านนี้ พอถึงช่วงประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง จะมีโชว์ควงกระบองไฟที่เราตั้งตาคอย ถึงแม้ว่าบนเกาะนี้จะมีโชว์หลายที่ แต่ใครๆ ก็ต้องยอมรับว่าที่นี่แหละ ที่เด็ดที่สุด เริ่มต้นแบบเบาๆ เปิดเพลงมันส์ๆ จนคนมาดูมากขึ้น ท่าก็จะแอดว๊านซ์มากขึ้นไปอีก เรียกเสียงฮือฮาได้เรื่อยๆ เป็นโชว์ที่ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติตื่นตาตื่นใจสุดๆ เขาจะปิดท้ายด้วยการลงไปที่ทะเล แล้วสะบัดไฟเป็นวงกระจายใหญ่ๆ หูยยยยยย สวยงาม อลังกาลสุดๆ เลยค่ะ ปิดท้ายคืนแรกบนเกาะเสม็ดอย่างสวยงาม 




 
ตื่นแต่เช้า แต่บอกเลยว่าเมื่อคืนนอนเต็มอิ่ม หลับสบายมว้ากก เพราะเราพร้อมสำหรับกิจกรรมวันนี้แล้วจ้า ตอนวางแผนทริปเราก็กะจะมาเที่ยวกันแบบชิลๆ เล่นน้ำทะเลตามหาดก็พอ แต่ไปๆมาๆ ก็อยากดำน้ำอ่ะ เลยลองเสิร์ชหาดู เจอ One Day Trip เป็นทัวร์ 5 เกาะ & ดำน้ำดูปะการัง ของโดมทราเวล (Dome Travel) เลยโทรไปสอบถามแล้วอยากลองไปดำน้ำใกล้ๆดูบ้าง จึงเป็นที่มาของการไปผจญภัยใต้น้ำกันวันนี้ค่ะ
เราทานอาหารเช้ากันแบบจัดเต็มเพราะกลัวหิว แล้วจะเล่นน้ำไม่สนุก อาหารเช้าของหาดทรายแก้วบีชรีสอร์ทเป็นแบบบุฟเฟต์นานาชาติ ใครชอบอาหารไทย อาหารจีน หรืออาหารฝรั่งก็ไปเลือกหยิบ เลือกตักกันได้เลย มีอาหารให้เลือกเยอะมาก ยังไม่รวมน้ำดื่มและของหวาน ที่อยากหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยสัก 2-3 ชิ้น ฮ่าๆ
 


 
อิ่มกันแล้วเราไปรอกันที่หน้าหาด ตอน 9:30 น. จะมีเรือของโดมทราเวลมารับไปกันค่ะ การเดินทางตลอดทริปเป็นเรือสปีดโบ๊ท บนเรือจะมีของว่างและน้ำดื่มคอยบริการด้วยค่ะ ส่วนใครเมาเรือ สามารถขอยาจากพี่ๆบนเรือได้เลยน้าา
 
นั่งรับลมแป๊บเดียวก็มาถึงจุดแรกของเรา ซึ่งเป็นไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาด 'เกาะทะลุ' สะพานหินธรรมชาติที่เกิดจากน้ำและลมทะเลกัดเซาะจนเป็นรูโหว่ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกาะ และที่เกาะนี้ยังมีหาดทรายขาว เพียงเดินลงน้ำก็เห็นปลาแหวกว่ายอยู่เต็มไปหมด ส่วนอีกด้านหนึ่งของเกาะเป็นจุดดำน้ำที่สวยงาม มีปลามากมายและมีดอกไม้ทะเลพริ้วๆด้วยล่ะ









จากนั้นเราไปชมสิ่งที่เรียกได้ว่า Unseen สุดๆ เพราะใครจะรู้ว่าระยองก็มี 'ทะเลแหวก' ด้วย! เป็นหาดหินที่เชื่อมระหว่างเกาะขามกับเกาะกรวยค่ะ


บ่ายๆเริ่มหิว เราขึ้น 'เกาะกุฎี' ไปทานอาหารกลางวัน ตบด้วยผลไม้ พร้อมถ่ายรูปเก๋ๆ ริมชายหาด บนเกาะกุฏีมีที่พักด้วยนะคะ แต่ไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก อีกทั้งบนเกาะนี้มีเรื่องราวมากมายให้ค้นหา เพราะชื่อสถานที่ต่างๆ บนเกาะนี้จะถูกตั้งตามชื่อตัวละครในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ อย่างเช่น ผานิลมังกร หาดสินสมุทร แหลมถ้ำฤาษี เป็นต้น แถมธรรมชาติรอบๆ เกาะทั้งสวยงามและสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่ไม่ควรพลาดเช่นกันค่ะ
 




 
ปิดท้ายทริปด้วยการดำน้ำที่ 'เกาะถ้ำค้างคาว' จุดดำน้ำที่สวยที่สุด! ด้านบนถ้ำเป็นที่อยู่ของค้างคาวแม่ไก่ ส่วนใต้น้ำมีปะการังอันสมบูรณ์และเป็นที่อยู่ของปลาเล็กปลาน้อย นอกจากทัวร์ 5 เกาะแล้วยังมี One Day Trip แบบอื่นๆ ถ้ามากันไม่กี่คนอาจจะเลือกเป็น Join Group หรือถ้ามากันเป็นกลุ่มก็มีบริการทัวร์แบบ Private ด้วยค่าา
 



เหนื่อยมาทั้งวัน คืนนี้เราเปลี่ยนไปนอนหรูกันบ้างดีกว่า แล้วยังเปลี่ยนบรรยากาศจากคึกคักๆ ไปนอนชิลๆ ฟังเสียงคลื่นที่อ่าวพร้าวกับ ‘เลอวิมาน คอทเทจแอนด์สปา (Le Vimarn Cottages & Spa)’ หนึ่งในไม่กี่ที่พักที่ตั้งอยู่บนอ่าวพร้าวแสนสงบ มีความส่วนตัว และไม่พลุกพล่าน


 
รีสอร์ทแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ที่เชื่อกันว่าเกาะเสม็ดคือเกาะแก้วพิสดาร จึงตั้งชื่อโรงแรมว่า เลอวิมาน ซึ่งมากจากวิมานที่พักของพระนารายณ์ อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมและการตกแต่งอื่นๆ อย่างรูปปั้นนางยักษ์จำลองที่อยู่บริเวณสระน้ำ เป็นต้น ส่วนสไตล์การตกแต่ง ห้องพักที่นี่จะเป็นแนวบาหลีเรียงรายกันอยู่บนเนินเขา ที่สำคัญคือเกือบทุกห้องหันหน้าออกทะเล ซึ่งหาดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ทำให้เราได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามจากห้องพักเลยยย ฟินสุดๆ


 

วันสุดท้ายบนเกาะเสม็ด ไม่ทันไรวันหยุดก็จะหมดอีกแล้ววว ไม่เป็นไรน้าา เราไปเติมพลังกันก่อนจะกลับเข้าฝั่งด้วยอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ สุดฟินที่ห้องอาหาร โอ “O” ของเลอวิมานนี่เอง ที่นี่เขาโดดเด่นที่พิซซ่าเตาถ่านซึ่งใช้ไม้สนแท้เป็นฟืนในการอบ ทำให้มีกลิ่นหอมๆ เราขอแนะนำพิซซ่าหน้า Samed Resorts ซิกเนเจอร์ของที่นี่ รสชาติจะออกแนวอิตาเลี่ยนปนไทย สั่งคู่กับสปาเก็ตตี้ครีมและเห็ทรัฟเฟิ้ลสุดเจ้มจ้น อร่อยจนไม่อยากวางช้อนกันเลยค่ะ
 




 
อิ่มท้องกันแล้วก็จัดแจงเก็บกระเป๋าออกเดินทาง จะบอกว่าใครมาพักที่เลอวิมานแห่งนี้จะมีเรือสปีดโบ๊ทบริการค่ะ ไม่ตั้งนั่งรถไปท่าเรือเพื่อต่อเรือไม้อีกรอบ สะดวกสุดๆ แถมนั่งสปีดโบ๊ทจากอ่าวพร้าวไปยังท่าเรือเสรี แค่ 15 นาทีก็ถึง
 
เรียกได้ว่าสนุกสนานครบรสจริงๆ บนเกาะเสม็ดที่ใครๆ ก็ว่าเด็ด และเราก็รับประกันอีกเสียงว่าดีจริงๆ ขากลับเราแวะไปทานก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง ได้ยินชื่อเสียงมานานต้องตามมากินถึงถิ่นกับ ‘ก๋วยเตี๋ยวกั้ง บ้านเพ’
ร้านนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปสูตรเด็ดรสจัดจ้าน แบบไม่ต้องปรุง ไม่ว่าจะต้มยำน้ำใส ต้มยำน้ำข้นมันกุ้ง มาพร้อมกับกั้งแก้วตัวโตเนื้อแน่น และเนื้อปูหวานๆ กับกุ้งตัวใหญ่เบิ้ม วัตถุดิบที่นี่สดจริง มาใหม่ทุกวัน รวมถึงลูกชิ้น กุ้ง ปลา ปลาหมึก และเกี๊ยวปลาด้วย นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยอื่นๆ อย่างส้มตำ บาร์บีคิวซีฟู้ด และอาหารทานเล่นน่าทานอย่างปอเปี๊ยะกั้งและลวกจิ้มทะเล ใครอยากตามมาทานร้านหาง่ายมาก อยู่ติดถนนใหญ่เลยค่ะ มีที่จอดรถร่มๆให้ด้วย จากนั้นก็ตีตั๋วยาวกลับกรุงเทพบ้านเฮา วันหยุดหน้าเจอมันใหม่นะ เกาะเสม็ด!


 


♦ ติดต่อที่พักในเครือ ‘เสม็ดรีสอร์ท’ http://www.samedresorts.com หรือ 02 438 9771-2  
 ติดต่อทัวร์ดำน้ำ ‘โดมทราเวลhttp://www.dometravel-rayong.com หรือ โทร 038-010398 , 081-3993884 หรือ 061-6566232

 




เรียบเรียงโดย ชิไปไหน