ย่านเพชรเกษม-บางแค เป็นย่านที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในย่านหลักๆ ของกรุงเทพ และถือได้ว่าเป็นย่านที่มีความเจริญไม่แพ้ย่านธุรกิจใจกลางกรุง เพราะมีทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นใหม่ตามแนวเส้นรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย แต่ในขณะเดียวกันละแวกเพชรเกษมนี้ก็ยังมีชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงมีเสน่ห์ ทั้งบ้านเรือน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่นับวันจะค่อยๆ เลือนหายไปในเมืองหลวง

หนึ่งในนั้นคือ ละแวกย่านเลียบคลองภาษีเจริญ คลองเก่าแก่ในย่านฝั่งธนบุรีที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าละแวกนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง... วันนี้ชิลไปไหนจะพาซอกแซกสำรวจสถานที่เที่ยวเด็ด ร้านอาหารเก่าแก่ขึ้นชื่อในตำนาน รวมทั้งคาเฟ่สุดชิคในย่านเลียบคลองภาษีเจริญ จะมีที่ไหนน่าไปเที่ยว ช้อป ชิม ชิลกันบ้าง...ไปชมกันเลยค่ะ



เราเริ่มต้นเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีบางหว้า ซึ่งสะดวกมากๆ เลยค่ะ จากสถานีสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลาย ทั้งรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง และทางเรือ ซึ่งเป็นพาหนะที่เราจะใช้เดินทางไปยังตลาดน้ำวัดนิมมานรดี สถานที่ท่องเที่ยวแรกในลิสต์วันนี้


พอเดินลงมาจะมีป้ายบอกทางไปท่าเรือ ซึ่งด้านนอกตัวสถานีจะมีศูนย์พัฒนาเชื่อมต่อการเดินทาง "ราง ล้อ เรือ" ของกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ สามารถแวะเข้าไปสอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวได้ จากนั้นเราเดินไปตามป้ายที่บอกทางไปท่าเรือสะพานตากสิน-เพชรเกษม ซึ่งเป็นทางเดิน Skywalk ที่เชื่อมระหว่างสถานีบางหว้ากับท่าเรือ


ไม่ถึง 5 นาทีเราก็มาถึงบริเวณท่าเรือสะพานตากสิน-เพชรเกษมกันแล้วค่ะ เรียกว่าเป็นการเชื่อมต่อระบบขนส่งที่สะดวกต่อการเดินทางท่องเที่ยวดีมากๆ สำหรับเรือโดยสารที่แล่นในคลองภาษีเจริญ จะแบ่งตารางเดินเรือออกเป็นวันธรรมดาและวันหยุด วันธรรมดาจะมีให้บริการเฉพาะช่วงเช้า 06.00-09.00 น. และช่วงเย็น 16.00-19.30 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีเรือวิ่งตลอดทั้งวัน เริ่มต้นจากท่าเรือประตูน้ำภาษีเจริญ-ท่าเพชรเกษม 69 ตั้งแต่เวลา 06.00-19.00 น. โดยจะมีเรือออกทุกๆ 1 ชั่วโมงค่ะ 



บรรยากาศภายในเรือน่านั่งมากๆ ค่ะ พนักงานบนเรือก็บริการดีมากๆ 

 

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที เราก็มาถึงท่าเรือวัดนิมมานรดี หรือวัดบางแค พระอารามหลวงชั้นตรีที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นประมาณปี พ.ศ.2350 ในสมัยรัชกาลที่หนึ่งเป็นวัดที่สวยงามมากๆ ค่ะ เรามาถึงที่นี่ก็ขอไปไหว้พระทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเลย



หน้าบันพระอุโบสถ มีพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.



ภายในพระอุโบสถ มีพระพุทธรูปโลหะทองเหลืองผสม ลงรักปิดทอง  ปางมารวิชัย(ชินราชจำลอง)ประดิษฐานอยู่ นามว่า หลวงพ่อเกษ



หลังจากทำบุญเสร็จแล้วก็ออกมาให้อาหารปลาบริเวณท่าน้ำวัด น้องปลาที่นี่เยอะมากๆ ค่ะ โยนขนมปังลงไปก็อันตรธานหายไปในพริบตา



จากนั้นเราก็เดินข้ามฝั่งไปก็จะเป็นตลาดน้ำวัดนิมมานรดี หรือตลาดน้ำคลองภาษีเจริญ ตลาดเก่า 5 แผ่นดินที่มีอายุเก่าแก่ถึง 139 ปี ตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญ แม้จะไม่ได้มีของขายมากเท่าตลาดน้ำแห่งอื่นๆ แต่เหมาะจะมาเดินเล่นดูวิถีชีวิตชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมคลอง กับห้องแถวไม้โบราณที่ยังมีคนอยู่อาศัยจริงๆ ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวแบบตลาดน้ำประดิษฐ์ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ นับเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในปัจจุบันนี้



ห้องแถวไม้เก่าที่ปลูกเรียงรายริมคลองภาษีเจริญคือเสน่ห์ที่ดึงดูดให้เราอยากเดินเข้าไปเยี่ยมชม



ขอแวะเติมพลังด้วยข้าวหมูกรอบของร้านเพ้งง้วน ร้านข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบที่อยู่คู่ตลาดนี้มาถึง 60 ปี 



ข้าวหมูกรอบของที่นี่อร่อยมากๆ ค่ะ ไม่มัน ไม่เลี่ยน ตัวน้ำราดก็อร่อยมากๆ ไม่หวานจนเกินไป ทานแล้วติดใจอยากกลับมาทานอีกเลยล่ะค่ะ ชามละ 30 บาทเท่านั้น ขายทุกวันตั้งแต่เช้าพอบ่ายๆ ก็หมดแล้ว


ต่อด้วยผัดไทยร้านพี่มาลัยที่มีคนแนะนำว่าอร่อยมากๆ ซึ่งร้านพี่มาลัยจะตั้งอยู่ใกล้กับร้านเพ้งง้วนสามารถสั่งมาทานในร้านเดียวกันได้ เพราะพี่ที่นี่เขาน่ารักใจดีมากๆ



สมคำร่ำลือเลยค่ะ เพราะตัวเส้นมีความนุ่ม รสเปรี้ยว หวาน เผ็ดนิดๆ ไม่ต้องปรุงอะไรก็อร่อย ชามละ 30 บาท



เพื่อนสาวที่มาด้วยเธอยังไม่อิ่มเราก็เลยไปทานกันต่อกับร้านก๋วยเตี๋ยวภาพิมล ชามละ 25 บาทเท่านั้น ถ้าสั่งพิเศษ 30 บาท  




เราสั่งเส้นเล็กต้มยำ อร่อยมากๆ ค่ะ คุณป้าปรุงมาให้เราไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย ทีเด็ดคือตัวน้ำซุปที่หอมอร่อยมากๆ



หลังจากทานเสร็จเราก็เดินเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวตลาดน้ำคลองภาษีเจริญที่ต่างใช้ชีวิตพึ่งพาสายน้ำแห่งนี้เป็นหลัก



ร้านชำในห้องแถวไม้ที่ขายทั้งของใช้ ขนม และของเล่นของเด็กๆ 



ประตูไม้ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วฮิปสเตอร์ไม่เบาเลยค่ะ



น้องแมวที่นอนเหยียดยาวภายในทางเดินของตลาดน่ารักมากๆ 



หลังจากเที่ยวตลาดน้ำชิลๆ ก็ถึงเวลาตะลุยหาของกินอร่อยๆ ในย่านนี้กันแล้ว แน่นอนว่ามาเยือนแถวนี้ทั้งที ต้องไม่พลาดมาเช็คอินที่ร้าน "บางหว้าขาหมู" อีกหนึ่งร้านข้าวขาหมูในตำนานที่มีหลากหลายสาขา แต่ถ้าใครอยากมาพิสูจน์รสชาติต้นตำรับแบบออริจินัลจริงๆ ต้องมาที่นี่เลย ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าประมาณ 1.5 กม. จุดเด่นคือขาหมูที่ตุ๋นจนเปื่อย เนื้อนุ่ม หอมน้ำพะโล้

ตัวร้านเป็นห้องแถวตั้งอยู้ริมถนน มองเห็นชัดเจน หากใครขับรถมาเอง สามารถนำไปจอดได้บริเวณที่จอดรถด้านหลังร้านภายในซอยเพชรเกษม 46/2 ได้เลยค่ะ

บรรยากาศภายในร้านโปร่งโล่งและสะอาดสะอ้าน  มีโต๊ะให้เลือกนั่งหลายสิบโต๊ะ สามารถนั่งกินไปพร้อมกับดูบรรยากาศความคึกคักของถนนเพชรเกษมไปด้วยได้ ซึ่งก็มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนคึกคักตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเที่ยงๆ มื้อกลางวัน ซึ่งจะขายดีมากเป็นพิเศษ บางวันพอบ่ายนิดๆ ขาหมูก็หมดเกลี้ยง ใครมาช้าระวังจะอดกินขาหมูต้นตำรับของบางหว้านะคะ


วันนี้เราสั่งขาหมูรวมเนื้อ-หนัง เพิ่มไข่พิเศษ ราคา 80 บาท พร้อมข้าว ชุดนี้ทาน 2 กำลังพอดี แต่ถ้าใครอยากสั่งชุดใหญ่ ก็มีให้เลือกตั้งแต่ราคา 50,60,80 บาท ไปจนถึง 100 บาท หรือจะสั่งเป็นแบบราดข้าวธรรมดาราคา 30 บาท พิเศษ 40-50 บาท ขาหมูที่ร้านนี้เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว ตุ๋นเปื่อยได้ที่กำลังพอดี สมกับเป็นร้านขาหมูต้นตำรับเก่าแก่ในย่านนี้จริงๆ ค่ะ


ไปต่อกันที่ "ร้านนายอ้วน" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเด็ดในย่านบางแค ร้านตั้งอยู่ริมถนนกาญจนาภิเษก ไม่ไกลจากคลองภาษีเจริญ เรียกว่าเป็นหนึ่งในร้านเก่าแก่ชื่อดังในย่านนี้ บางคนลงทุนถึงขนาดขับรถข้ามเมืองมาถึงที่นี่กันเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวกันเลยทีเดียวค่ะ


จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่น้ำซุปเข้มข้น และเครื่องทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย และลูกชิ้นที่ให้จนเต็มชาม คนชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อห้ามพลาด


เราสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อพิเศษรวมใส่เครื่องทุกอย่าง บอกเลยว่าทางร้านเค้าคัดวัตถุดิบมาดีมากๆ ทั้งลูกชิ้น เนื้อสด เนื้อเปื่อย รวมทั้งเครื่องในที่ตุ๋นสุกมากำลังพอดี ที่สำคัญคือ ไม่มีกลิ่นคาวเลยค่ะ


ส่วนใครไม่ทานเนื้อ ทางร้านก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวหมูให้เลือกสั่งกันด้วย นอกจากเครื่องที่ใส่มาให้จนล้นชามไม่แพ้กันแล้ว ยังมีกากหมูและกระเทียมเจียวหอมๆ โรยหน้ามาเพิ่ม เสริมรสชาติให้กับน้ำซุปที่หอมกลมกล่อมจนแทบไม่ต้องปรุงเพิ่มกันเลยค่ะ


อย่าพลาดตบท้ายด้วยขนมหวานอย่าง "ขนมถ้วยโบราณ" ที่ตัวขนมถ้วยด้านล่างเป็นสีน้ำตาลไม่ใช่สีเขียวแบบที่ใส่ใบเตย หอมน้ำตาลมะพร้าว รสชาติหวานมันกลมกล่อม ยิ่งถ้าได้กินที่นึ่งใหม่ๆ ร้อนๆ อร่อยกันจนลืมอ้วนเลยค่ะ


ไม่ใช่แค่ร้านอาหารเก่าแก่ต้นตำรับเท่านั้น แต่ในแถบเส้นเลียบคลองภาษีเจริญยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ให้เราได้ไปเช็คอินกันอีกด้วย อย่าง Sunday Morning Cafe' คาเฟ่น่ารัก บรรยากาศชิลๆ ในสวนร่มรื่น บอกเลยว่าที่นี่เป็นเหมือน Hidden Oasis ที่ซ่อนตัวอยู่ริมถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ในย่านหนองแขม


เจ้าของร้านผู้ซึ่งควบตำแหน่งบาริสต้า เป็นคนคอยชงกาแฟพร้อมเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่เคาน์เตอร์ชงกาแฟเล็กๆ ดูเรียบง่ายและอบอุ่นเหมือนมานั่งจิบกาแฟที่บ้านเพื่อน


เราเลือกสั่งเครื่องดื่มสองอย่าง คือ Iced Coffee (Thai Style) กาแฟเย็นใส่นมข้นหวาน รสชาติเข้มข้นหวานมันสไตล์ไทยๆ กับ Caffe Macchiato กาแฟเอสเพรสโซ่ที่ผสมกับฟองนม เสิร์ฟมาในแก้วช็อตเล็กๆ เรียกความคึกคักยามบ่าย


ภายในร้านมีให้เลือกทั้งโซนในห้องแอร์และนั่งชิลในสวนแบบสไตล์เอาท์ดอร์ หรือหากใครอยากได้สองบรรยากาศ แนะนำมานั่งโซนเก้าอี้เคาน์เตอร์ติดริมกระจกบานใหญ่ ที่สามารถมองออกไปเห็นสวนเขียวๆ ด้านนอกได้


นอกจากกาแฟอร่อยๆ แล้ว ห้ามพลาดขนมเบเกอรี่ที่ทางร้านทำเองแบบโฮมเมด อบสดใหม่ทุกวัน โดยเมนูก็จะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน อย่างวันที่เราไปมีเมนู Light Chocolate Chunk Brownie ช็อกโกแลตบราวนี่ราดด้วยคาราเมล และ Chocolate Cake with Mocha Mascarpone เค้กช็อกโกแลตมอคค่าผสมกับมาสคาโปนชีส เนื้อนุ่มละมุนลิ้น กินแล้วฟินสุดๆ อร่อยไม่แพ้ร้านเบเกอรี่ชื่อดังเลยทีเดียวค่ะ


หากใครติดใจหลงเสน่ห์ย่านนี้จนยังไม่อยากกลับ ไม่ไกลกันนักแถวเส้นถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ก็ยังมีคาเฟ่น่ารักๆ อีกแห่งหนึ่งอย่าง The Canal Café คาเฟ่บรรยากาศดี เสิร์ฟทั้งอาหารและกาแฟสดหอมกรุ่น เหมาะสำหรับคนที่มองหาร้านกาแฟที่เสิร์ฟเมนูอาหารที่หนักท้องขึ้นมาอีกหน่อย


ภายในร้านตกแต่งสวยน่านั่งสไตล์ลอฟท์ บรรยากาศดูโปร่งโล่งด้วยผนังกระจกใสบานใหญ่ และยังมีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ หลายมุม เรียกว่ามาจิบกาแฟแก้วเดียวก็ได้ถ่ายรูปเก๋ๆ อัพเฟซบุ๊ค ไอจีกันกระจายแน่นอน

 

เมนูแนะนำที่มาที่นี่แล้วเราอยากให้ลองชิมกัน คือ ข้าวแกงกะหรี่หมู กับเครื่องดื่มอย่าง Ice Canal กาแฟเย็นสูตรพิเศษของทางร้าน ส่วนใครไม่ดื่มกาแฟก็มีเครื่องดื่มอื่นๆ หลากหลายให้เลือก อาทิ บลูเลม่อนโซดา และน้ำกีวี่ปั่น ฯลฯ ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้ดื่มแล้วสดชื่นอย่าบอกใครเลยค่ะ

 

ไม่น่าเชื่อว่า เวลาเพียงแค่ 1 วัน ที่เรามาซอกแซกสำรวจย่านเลียบริมคลองภาษีเจริญ จะมีอะไรที่น่าสนใจซุกซ่อนอยู่มากมาย ได้ทั้งเดินเล่นตลาดน้ำเพลินๆ ตระเวนชิมอาหารอร่อยจากร้านเก่าแก่ขึ้นชื่อประจำย่าน และยังมีคาเฟ่ชิคๆ ชิลๆ แบบนี้ให้ได้มาเช็คอิน โดยไม่ต้องเดินทางฝ่ารถติดเข้าเมืองให้วุ่นวาย เรียกว่าเป็นย่านน่ารักน่าอยู่ที่ผสมผสานทั้งความเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว น่ารักแบบนี้ก็ย้ายไปอยู่กันเลยกับคอนโดติดรถไฟฟ้าโครงการใหม่ คอนโด เดอะเบส เพชรเกษม ที่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้ คอนโดดีไซน์สวย ไอเดียสุดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งอยู่ติดถนนระหว่างซอยเพชรเกษม 29 กับเพชรเกษม 29/1  สามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์  หรือรถไฟฟ้าไปลงบางหว้าแล้วนั่งเรือที่แล่นในคลองภาษีเจริญไปลงท่าเรือเพชรเกษม 31 ได้ นอกจากนี้ยังใกล้ MRT สถานีเพชรเกษม 48 เพียง 120 เมตรจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งคาดการณ์ว่าจะเสร็จปี 62 อีกด้วย ครอบคลุมทั้งรถ เรือ ราง และเพียบพร้อมไปด้วยที่เที่ยว ที่กินมากมายแบบนี้ ขอเตรียมตัวไปซื้อคอนโดแถวเพชรเกษมแล้วสมัครเป็นคนฝั่งธนเลยละกันนะคะ....


หากใครสนใจซื้อหรือต้องการรายละเอียดคอนโดเพิ่มเติมสามารถ ดูได้ที่ http://www.sansiri.com/condominium/thebase-phetkasem/th/