ทริปนี้ฟิ๊นฟิน ล่องเรือเที่ยวสิงคโปร์ - แหลมฉบัง - สิงคโปร์ 6 วัน 5 คืน แถม Half Day Trip ชิลๆ in สิงคโปร์


ไปเที่ยวมาหลากหลายรสชาติ ทั้งบนบก บนเขา ขึ้นเหนือลงใต้ มันก็เป็นการออกเดินทางแบบเดิมๆ ปกติทั่วไปที่ใครๆเค้าก็เที่ยวใช่มั๊ยละค่ะ แต่ครั้งนี้เรียกได้ว่าพิเศษกว่าเดิม เพราะเราได้มีโอกาสไปร่วมทริปล่องเรือสำราญหรูกับทาง World Surprise Travel ซึ่งมันต้องไม่ใช่ทริปธรรมดาแน่นอน ทริปนี้ใช้เวลา 6 วัน 5 คืน เดินทางกันตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม - 3 เมษายน 2560 จะอลังการงานสร้างแค่ไหน ไปชมพร้อมกันเลย



FYI : Ovation of the Seas คือเรือสำราญในเครือของบริษัท Royal Caribbean บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ผลิตเรือสำราญสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวทางเรืออันดับต้นๆของโลก ซึ่งแน่นอนค่ะว่ามันไม่ได้มีแค่เรือลำที่เราไปเท่านั้น แต่ยังมีลำอื่นๆอีกเพียบ โดยเรือ Ovation of the Seas ของเรา เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีที่แล้ว หนักถึง 168,000 ตัน มีทั้งหมด 16 ชั้น ยาวกว่า 348 เมตร จุคนได้ถึง 4,900 คน และใหญ่กว่าเรือไททานิคหลายเท่า ที่สำคัญเจ้าเรือลำนี้ ได้ถูกขนานนามว่าเป็นเรือที่ไฮเทคที่สุดในโลก ณ. ตอนนี้อีกด้วย 

ออกเดินทาง

ก่อนวันเดินทาง ขอบอกว่าตื่นเต้นมากกก เพราะนี่คือการไปเยือนสิงคโปร์ครั้งแรก แถมยังเป็นการไปล่องเรือแบบยาวนานเป็นครั้งแรกอีกเช่นกัน เอาซะนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว 555+

เช้าวันเดินทาง เราต้องนั่งเครื่องบินจากไทยไปสิงคโปร์ค่ะ เพื่อไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Marina Bay Cruise Center แล้วก็พร้อมติดปีกไปกับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เราออกจากไทยเวลา 9.40 น. มาถึงสิงคโปร์เป็นเวลา 13.05 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 25 นาที ก็ถึงแล้ว เราก็รีบไปเอาสัมภาระ โบกแท็กซี่แล้วมุ่งหน้าไปท่าเรือกันเลย


จากท่าเรือมองเห็น Marina Bay Sands ด้วย

เมื่อพี่แท็กซี่พาเรามาถึงท่าเรือ Marina Bay Cruise Center ก็มีพนักงานของทางเรือ Ovation of the Seas มารับสัมภาระของเราไปทันที เรียกได้ว่าบริการทุกระดับประทับใจเลย ตัวเบาแล้วเราก็เดินเข้าไปเช็คอินขึ้นเรือกันค่ะ
บนเรือมีด่าน Imigration ตรวจคนเข้าเรือด้วยค่ะ ทุกขั้นตอนค่อนข้างเข้มงวด เพราะเราต้องล่องเรือผ่านน่านน้ำข้ามประเทศกันนั่นเอง ทางเรือจะเก็บพาสปอร์ตไว้ตลอดการเดินทาง และจะคืนให้เราเมื่อเราถึงจุดหมายปลายทาง

 

ไปสนุกสุดมันส์บนเรือกันเลย...

 
ด้เวลาขึ้นเรือแล้ว เข้ามาด้านในเรือถึงกับเซอร์ไพรส์ เพราะมันอลังการมว๊ากกก เหมือนยกเอาโรงแรมระดับ 5 ดาว มาไว้บนเรือเลย

โดยเส้นทางการเดินเรือทริปนี้ เรือจะล่องไปที่แหลมฉบัง ประเทศไทยค่ะ กำหนดเส้นทางตามนี้ สิงคโปร์ - แหลมฉบัง - สิงคโปร์ ระยะเวลา 6 วัน 5 คืน 
แต่ในปีนี้ไม่มีเส้นทางนี้แล้วค่ะ จะมีเส้นทางใหม่ๆเพิ่มเข้ามาแทนเรื่อยๆเลย

ซึ่งตอนนี้ชิลแอบได้ยินมาว่ามีถึง 3 เส้นทางท่องเที่ยว สำหรับเรือ Ovation of the Seas ลำนี้นั้นก็คือ
เส้นทาง สิงคโปร์ - ปีนัง - ภูเก็ต - สิงคโปร์ 6 วัน
เส้นทาง ฮ่องกง - โอกินาว่า 6 วัน
เส้นทาง ซิดนีย์ 4 วัน 

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ >> www.worldsurprise.com/ovation-of-the-seas
 
 
มาดูกิจกรรมบนเรือลำนี้กันบ้าง ขอบอกว่ามีเยอะมาก ชนิดที่เรียกว่าสลับคิวแทบไม่ทันเลย แถมแต่ละอย่างเรียกว่าสุดยอดจริงๆ ตามไปสำรวจกันเลยค่ะว่า 6 วันที่เราอยู่บนเรือนี้ จะมีอะไรให้เราทำบ้าง 
 
-สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สระว่ายน้ำติดแอร์ และสระว่ายน้ำในโดมแก้ว 
-อ่างจากุชชี่กลางแจ้ง
-สวนน้ำสำหรับเด็ก

-North Star กระเช้าลอยฟ้าสุดไฮเทค ชมวิว 360 องศา
-Ripcord by iFly เครื่องเล่น Skydiving จำลองการโดดร่มเสมือนจริง มีความสูงถึง 23 ฟุต
-FlowRider  เครื่องเล่นเซิร์ฟจำลอง มองเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา
-Rock Climbing ปีนผาท้าลมทะเล
-Seaplex Entertainment Space สุดอลังการ
-Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ชงเครื่องดื่มอัจฉริยะ
-Outdoor Movie ริมสระน้ำ
 
สระว่ายน้ำกลางแจ้งบนดาดฟ้าชั้น 15 สระว่ายน้ำเอาท์ดอร์ใหญ่ที่สุดบนเรือ มาว่ายน้ำคลายร้อนกันได้ทั้งวัน แถมยังสามารถมองเห็นวิวทะเลรอบๆ รับลมเย็นๆ ฟินมาก

สระว่ายน้ำกึ่งจากุชชี่ในโดมแก้ว มองเห็นวิวด้านหน้าเรือ เล่นน้ำไปขณะเรือล่อง ดีงามมาก


สระว่ายน้ำธรรมดามันเอาท์ไปแล้ว เพราะบนเรือเค้าก็มีสระว่ายน้ำติดแอร์ด้วยนะเออ ธรรมดาซะที่ไหน!
สวนน้ำสำหรับเด็ก ใครยกครอบครัวกันมาพาน้องหนูมาเล่นกันได้เลย มีทีม Staff คอยดูแลอย่างใกล้ชิดปลอดภัยหายห่วง เพราะเค้าเซฟเรื่องความปลอดภัยของลูกค้ามากๆ
North Star กระเช้าลอยฟ้าสุดไฮเทค ที่จะพาทุกคนได้ขึ้นไปชมวิวมุมสูงกว่า 300 ฟุตจากพื้นดิน ชมวิวได้กว่า 360 องศา เราสามารถมองเห็นวิวเรือและทะเลรอบๆได้แบบสุดฟิน เรือธรรมดาทั่วไปแบบนี้ไม่มีน้า 



Ripcord by iFly เครื่องเล่น Skydiving จำลองการโดดร่มเสมือนจริง มีความสูงถึง 23 ฟุต อันนี้ขอบอกมันสุดๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาเลยอ่ะ


แต่งตัวให้เรียบร้อย ใส่หมวกกันน็อค แว่นตากันลมพร้อม ไปลุยกันเลย


ครูฝึกงานดีมว๊ากกก...

 
มาต่อกันที่อีกหนึ่งกิจกรรมสุดฮอตกับ FlowRiderด้หมดถ้าสดชื่นกับเครื่องเล่นเซิร์ฟจำลอง บนดาดฟ้าด้านหลังเรือ ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลและเกลียวคลื่นท้ายเรือได้แบบสุดลูกหูลูกตา ขอคอนเฟิร์มมันดีงามมากจริงๆ



ใครไม่เคยมีประสบการณ์การ สบายใจหายห่วง เพราะมี Instructor หนุ่มคอยสอนอย่างใกล้ชิดเลย

ความมันส์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ใครสายแอดเวนเจอร์ต้องมาปีนผาท้าลมทะเลกันที่  Rock Climbing
มี SunDesk สำหรับสายเฮลท์ตี้ อยากได้ผิวสีแทน สวย ธรรมชาติ ก็มีให้นั่งชิล นอนชิลรอบเรือเลยจ้า 
 มี Outdoor Movie ให้นอนชมภาพยนตร์ฟินๆริมสระน้ำด้วย
ใครอยากหลบแดดมาตากแอร์เย็นๆก็แวะไปต่อกันที่ Seaplex แหล่งรวมความบันเทิงในร่ม Entertainment Space สุดอลังการ ที่มีกิจกรรมสับเปลี่ยนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น Bumper Cars หรือรถบั๊มพ์ Roller Skate, ฟุตซอลก็มานาจา


เกมส์ XBOX ก็มีให้เล่น

นอกจากกิจกรรมสุดเจ๋งแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์บนเรือต้องเจ้านี้เลย Bionic Bar หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ชงเครื่องดื่มอัจฉริยะ มีสารพัดเมนูค็อกเทลให้เลือกดริ๊งค์

กินดีอยู่ดี ใครกลัวหุ่นไม่สวย บนเรือเค้าก็มีฟิตเนสให้ไปฟิตหุ่นกันด้วย แบบว่าออกกำลังกายไป ได้มองวิวทะเลตรงหน้า ไม่มีที่ไหนจะชิลขนาดนี้แล้ว

มีทั้งลู่วิ่ง จักรยาน เวทเทรนนิ่ง โยคะฟลายและอีกเพียบ
เล่นกิจกรรมจนเหนื่อย กองทัพมันก็ต้องเดินด้วยท้อง เราจะพาไปสำรวจอาหารการกินบนเรือลำนี้กันบ้าง บนเรือ Ovation of the seas จะมีห้องอาหารหลักแบบ Daily Buffet ที่เราสามารถทานได้ไม่อั้นอย่าง Windjammer ที่มีอาหารหลากหลายสัญชาติให้เราเลือกอิ่มอร่อย 
 


โซนขนมปังก็มี สารพัดชนิดเลย ทั้งบาร์แกต โฮลวีต ใครชอบแบบไหนทานได้ไม่อั้น

นั่งกินข้าวชมวิวทะเลไป ชิลเว่อร์~~~
ไปอิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกันต่อที่ Cafe Two70 ห้องอาหารนี้จะเป็นสไตล์คาเฟ่ ให้เพื่อนๆได้มาทานเมนูเบาๆ อย่างสลัด เบอร์เกอร์ ขนมปังและขนมหวาน
สลัดบาร์จะเป็นแบบ Made your own ใครอยากทานอะไรก็สั่งพนักงานได้เลย พี่เค้าตักให้แบบเยอะมาก แถมน้ำสลัดยังมีให้เลือกถึง 7 ชนิด ฟินอีกแล้ว

มานั่งทานอาหารฟินๆ ที่ Two70 มองเห็นวิวด้านหน้าเรือผ่านบานกระจกยักษ์แบบนี้เลย
ความฟินยังไม่หมดเท่านี้ ใครชอบทานพิซซ่ารับรองถูกใจสุดๆ กับ Cafe Promenade สารพัดเมนูพิซซ่าทำสดๆใหม่ๆ แถมยัง Make your own ได้อีกด้วย เปิดถึงตี 3 เลยค่า ดึกๆใครหิวสามารถมาทานได้แบบไม่อั้นเลย 


 
หรือถ้าใครเบื่อบุฟเฟ่ต์หรืออยากเปลี่ยนรสชาติ เปลี่ยนบรรยากาศมื้ออร่อยก็ยังมีร้านอาหารระดับโลกอย่าง Jamie's Italian และ Izumi เราต้องเสียค่าใช้จ่ายเองนะจ๊ะ แต่รับรองว่าคุ้มค่าความอร่อยแน่นอน
 

 ห้องอาหาร Jamie's italian ร้านอาหารชื่อดังของ Jamie Oliver เชฟที่เป็นมากกว่าเชฟ เพราะเมนูที่เค้ารังสรรค์นั้นทั้งอร่อย ประหยัด และมีประโยชน์ ใส่เครื่องปรุงรสโดยจะใช้เท่าที่จำเป็น และความพิเศษของเค้าคือ ความใส่ใจ  นี่แหละคือจุดเด่นของร้าน ที่ใครหลายคนอยากมาลองสัมผัสกันสักครั้ง 
 



ของหวานก็ฟินเว่อร์~

ร้านอาหารญี่ปุ่น Izumi Japanese Rastaurant ก็มี 
นอกจากร้านอาหาร บนเรือยังมีพื้นที่ไว้ให้ขาช็อปได้ช็อปสินค้าปลอดภาษีอีกด้วย กับ Royal Esplanade เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดย่อม มีแบรนด์ดังอย่าง  Michael Kors, Cartier, Swarovski, Kate Spade  และอีกเพียบ บางช่วงมีลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ถึง 70% ด้วยนะ 
 

และอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดต้องนี่เลย Casino เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเสี่ยงดวงเสี่ยงโชค พื้นที่นี้จะมีเวลาเปิด-ปิดอย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้กระทบต่อกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่การเข้าคาสิโนยังไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมาย ดังนั้นเมื่อเรือเข้าน่านน้ำไทยพื้นที่ของ Casino ก็จะปิดให้บริการทันทีค่า (ขออนุญาติไม่นำภาพมาให้ดูน้า แต่คอนเฟิร์มว่าอลังการมาก)
 
เราจะพาไปดู Show ต่างๆกันบ้าง โดยกิจกรรมและโชว์แต่ละวัน เราสามารถเช็คได้ที่ใบ Daily Planner ที่พ่อบ้านเตรียมไว้ให้ที่ห้อง เรียกว่าสะดวกสบายสุดๆ 

โดยโชว์หลักๆจะถูกจัดใน Royal Theater และ Two70 นอกจากนี้ยังมี Music Hall ด้วยนะ มีความอลังการดาวล้านดวง ทุกอย่างคือดีงามหมดเลยค่ะ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม การแสดง แสง สี เสียง เริ่ดมากๆ นี่คือโชว์ระดับโลกเลยจริงๆ
 
อีกหนึ่งไฮไลท์กับ Two70 อลังการงานสร้างกับจอ LCD ขนาดใหญ่สุดไฮเทค แถมบานกระจกด้านหน้ายังเปลี่ยนเป็นฉากแสง สี ตระการตาอีกด้วย  ฮอลล์นี้ที่มีทั้งโชว์และปาร์ตี้ทุกคืนเลยจ้า
มาดูห้องนอนกันบ้าง ห้องพักเราอยู่ชั้น 11 ค่ะ บนเรือจะเรียกชั้นต่างๆว่า Deck ชั้นเราก็คือ Deck 11 นั่นเอง เป็น Room Type แบบ Deluxe Ocean View with Balcony มีระเบียงส่วนตัว ตื่นเช้ามาก็มีทะเลมาทักทายอยู่ตรงหน้าเลย 
ภายในก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งตู้เสื้อผ้า ทีวี ตู้เย็น ตู้เซฟ โซฟา ไดร์เป่าผม แถมปลั๊กไฟเยอะมาก เตียงนอนก็ดูดวิญญาณสุดๆ นุ่มหลับสนิทตลอดคืน เรื่องความสะอาดก็เอาไปเลยเกินสิบ เพราะมีพ่อบ้านมาทำสะอาดให้เราแบบเช้า-เย็น เลยค่ะ อะไรจะดีขนาดนี้
เรียกได้ว่ามันคือการพักผ่อนที่แท้จริงเลยค่ะ นั่งๆ นอนๆ ทำกิจกรรมไปเพลินๆ จนลืมวัน ลืมคืน ไม่นานเรือของเราก็ล่องมาถึงน่านน้ำไทย เข้าเทือบท่าที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี แล้ว ใช้เวลาไป 3 วันถ้วน แต่เหมือนผ่านไปแค่แป๊ปเดียวเอง
สำหรับเส้นทางสิงคโปร์ - แหลมฉบัง เรือลำนี้เทียบท่าเรือแหลมฉบังเป็นครั้งแรก พอมาถึงน่านน้ำไทยก็เลยมีพิธี Park and Key แลกของที่ระลึกกันด้วยค่ะ 
 
ได้เจอกัปตันตัวเป็นๆ ด้วย เอคคลูซีฟไปอีก
 
มีเวลาว่างแอบลงมาเดินเล่นยืดเส้นยืดสายกันเบาเบา หรือใครอยากเข้าเมืองไปเที่ยวพัทยากันต่อก็ได้หมดเลย เพราะเรือจะจอดเทียบท่า 1 วันเต็มๆ และจะล่องกลับสิงคโปร์ในช่วง 11 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น 
 
บนเรือมีไอติมให้ทานฟรีด้วย อร่อยมาก แต่แอบละลายเร็วไปหน่อย T^T

บางทีแค่มานั่งนิ่งๆ มองทะเลเฉยๆ ก็ฟินแล้วอ่ะ

ตกเย็นมายืนดูพระอาทิตย์ลับขอบน้ำทะเล ก็เป็นภาพประทับใจไปอีกแบบ สวยงามจริงๆ
สำหรับเส้นทางสิงคโปร์ - แหลมฉบัง สามารถเลือกจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวได้ 3 แบบค่ะ
ใครจะนั่งเครื่องไปขึ้นเรือที่สิงคโปร์ แล้วล่องเรือกลับมาไทยก็ได้ หรือจะขึ้นจากไทยไปสิงคโปร์ก็ได้อีกเช่นกัน แต่สำหรับทริปนี้ชิลขอล่องเรือยาวๆไปเลย จากสิงคโปร์มาไทย แล้วล่องกลับไปสิงคโปร์ แล้วไปเที่ยวสิงคโปร์ต่อแบบ Half Day Trip ชิลๆ
จากไทยกลับมาสิงคโปร์ก็ใช้เวลาอีก 3 วัน และคืนสุดท้ายที่จะได้อยู่บนเรือก็มาถึง เมื่อตื่นเช้ามาแล้วมองเห็น Marina Bay Cruise Center ตรงหน้า ไม่อยากกลับเลย T^T  
 
ได้เวลาโบกมือลาเจ้าเรือยักษ์กันแล้ว ก่อนวันที่จะลงจากเรือ เราต้องไปรับ Passport ตามชั้นห้องพักค่ะ จะมีพนักงานคอยยืนบริการเราอย่างดีเลย 

 

เที่ยวสิงคโปร์ชิลๆ แบบ Half Day Trip

ก่อนจะบินลัดฟ้ากลับไทย เราจะไปลุยสิงคโปร์ด้วยเวลาเพียงไม่ถึง 1 วัน มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้

โดยเราต้องเดินจากท่าเรือเพื่อไปขึ้นรถไฟเข้าเมืองได้ที่สถานี Marina South Pier เพื่อต่อไปยังรถไฟฟ้าขบวนหลักเข้าเมือง
**แนะนำให้ซื้อบัตร Singapore Tourist Pass ราคาเพียง 10 USG ประมาณ 250 บาท มีค่าประกันบัตรอีก 10 USG แต่จะได้คืนในตอนท้ายค่ะ เพราะสะดวกและประหยัดเวลาสุดๆ วันเดียวก็เก็บแลนด์มาร์กครบได้
เข้าเมืองปุ๊บ เราก็พุ่งไปหาของกินก่อนเลย มาสิงคโปร์ทั้งทีต้องมากินนี่เลย 'บ๊ะกุ๊ดเต๋' ที่ร้าน Song Fah Bak Kut Teh ร้านดังที่พกความอร่อยมาแบบ ทำไมอร่อยขนาดนี้~

ท้องอิ่มแล้วเราก็ไปเดินห้างตากแอร์รออาหารย่อยกันที่ ห้างไอออน ออร์ชาร์ด มี Shop แบรนด์เนมเพียบเลย แบรนด์ดังที่สาวๆหมายปองอย่าง Charles & Keith ก็มีนะ รวมถึงร้านขนม ร้านของฝากด้วยค่ะ

หลังจากเดินตากแอร์กันสักพัก ก็ได้เวลาสวมวิญญานนักท่องเที่ยวไปตะลุยเก็บจุดแลนด์มาร์กสิงคโปร์กันแล้ว ที่แรกที่เราแวะมานั้นก็คือ Merlion หรือเจ้าสิงโตพ่นน้ำนั่นเอง 
แล้วมาต่อกันที่ Garden by the bay แต่โชคไม่ดี วันที่เราไปเค้ากำลังปิดปรับปรุงจุดชมวิวด้านบน เราเลยมาถ่ายรูปตรงจุดชมวิวหน้าโรงแรม Marina Bay Sands แทนค่ะ 
เดินลัดเลาะตามสตรีทก็เพลินไปอีกแบบ ขอบอกว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่สะอาดและต้นไม้เยอะมาก
หน้าตารถบัสสาธารณะที่สิงคโปร์  มีความไฮโซมาก
ก่อนกลับแวะไปเดินเล่นห้างหรูใน Marina Bay Sands ที่ตรงกลางห้างมีการจำลองเป็นเมืองเวนิส อิตาลี แถมมีเรือกอนโดล่าไว้ให้นั่งชมห้างด้วยน้า 
เที่ยวกันจนหนำใจ ก็ได้เวลาเดินทางกลับเพื่อไปให้ทันเช็คอินขึ้นเครื่อง โดยสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปยัง Changi Airport ได้เลย
 
จบทริปแบบสุดฟิน ที่ไม่ว่าจะมาเป็นแก๊งค์ มาแบบควงคู่สวีทกับคนรัก หรือจะแบบครอบครัว แบบไหนก็ฟินแน่นอน ลองมาเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ ให้มันพิเศษ ตื่นเต้นกว่าเดิมกันดูค่ะ แล้วจะรู้ว่ายังมีอะไรให้เราออกไปพบเจออีกเยอะเลย
 
แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าน้า
08
 

ขอบคุณทริปสุดพิเศษจาก World Surprise Travel 

Tips : เรือสำราญให้บริการหลากหลายเส้นทางทั่วโลก โดยจะสลับสับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางตามตารางประจำปี ดังนั้นเราควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนค่ะ
 
 
World Surprise Travel ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือสำราญโดยตรงได้เลือกตารางการเดินทางของเรือ Ovation of the Seas 3 เส้นทางที่น่าสนใจมาให้แล้ว
สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.worldsurprise.com/ovation-of-the-seas
 
สอบถามรายละเอียดเส้นทางเดินเรือสำราญอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ :
โทร : 02-634-8877 ติดต่อแผนก F.I.T
Line: @worldsurprise
 
Photo & Story : Chillpainai