เวลาได้ยินใครพูดถึงภาคอีสาน เราว่าหลายคนคงมักจะตัดสินด้วยความรู้สึกส่วนตัวไปก่อนแล้วว่ามันเป็นภูมิภาคที่ไม่น่าเที่ยวเลยสักนิ๊ดดด หรือเรียกว่าไม่ได้อยู่ในความคิดใครมาก่อนด้วยซ้ำ แบบว่าจ้างให้ไปเที่ยวฟรีๆยังไม่อยากจะไปเลยอะแกรร อาจเพราะเคยชินกับภาพจำที่แห้งแล้ง แดดร้อนแรงที่เผาเราเหมือนจะละลายให้ได้ เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ขนาดที่เคยนึกสงสัยว่าจริงๆแล้วมันจะมีอะไรให้ไปเที่ยวมากมายเท่าภาคเหนือ-ใต้รึเปล่า (วะ) ?


แต่ด้วยความไม่รู้ว่ามีอะไรดีนี่แหละยิ่งเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ น่าลอง และคงต้องออกไปลองค้นหาถึงจะพบคำตอบ เพราะต่อให้สิบปากว่าก็คงไม่เท่าหนึ่งครั้งที่ตาตัวเองเห็น เหตุผลนี้ล่ะหนา...แพลนเที่ยวอุบลแบบจัดเต็มในเวลา 4 วัน 3 คืนของเราจึงเกิดขึ้น !





 






รีบเคลียร์งานให้จบตั้งแต่วันพฤหัสเย็น เพื่อที่วันศุกร์เราจะได้เตรียมยื่นใบลาาาา ลา ลา ลา~ (ลาพักร้อนก็พอนาจา อย่าเพิ่งลาออก) เตรียมออกเดินทางจากกรุงเทพกันในเวลาประมาณทุ่มกว่า บวกลบนิดหน่อย กะเวลานั่งๆนอนๆบนรถ ไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีก็ตี 5 ใกล้เช้าทันดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแต้มพอดี
 

ผาแต้มเป็นจุดที่เรียกได้ว่าเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศไทย ตามเวลาประมาณ 5.30 นาฬิกา โดยเจ้าดวงอาทิตย์ลูกโตสีส้มอมแดงจะไล่ขนานไปตามแนวของเทือกเขาฝั่งประเทศลาว จนเมื่อโผล่พ้นขุนเขาออกมาให้เราเห็นทิวทัศน์และแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน ไม่ไกลกันยังสามารถเดินไปชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ลวดลายเก๋ไก๋ พร้อมมุมถ่ายรูปเท่ๆ น่าเช็คอินอีกหลายจุด








หิวแล้วๆ แวะไปกินข้าวที่ครัวสามพันโบกให้มีแรงก่อนออกผจญภัยต่อ ความพิเศษของร้านครัวสามพันโบกแห่งนี้ นอกจากจะเป็นร้านอาหารแห่งเดียวในสามพันโบกแล้ว ยังอยู่ตรงที่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งทานอาหารพลางทอดสายตาชมวิวสามพันโบกและแม่น้ำโขงในมุมสูงควบคู่ไปด้วยได้





 

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน เลื่อนนิวฟีดเห็นเพื่อนอัพภาพอวดว่าไปมุยเน่กันรัวๆ ส่วนเราน่ะเหรอ หึ ! ยังไม่มีโอกาส และไม่มีตังไปถึงเวียดนามสักที แต่ไม่เป็นไร สบมยห สบายมากอย่าห่วง...ไปแค่หาดหงส์ที่อุบลก่อนก็ได้ รับรองชิลๆชิคๆไม่แพ้กันแน่นอน
 


 


 

การเดินทางไปหาดหงส์ทำได้เพียงวิธีเดียวคือนั่งเรือเข้าไปเท่านั้นค่ะ ใช้เวลา 20 -30 นาที จากการจ่ายเงิน 500 บาท สามารถนั่งได้ 8-10 คน รับลมเย็นๆ ชมวิวแม่น้ำโขงเพลินๆกันไป ไม่ช้าทะเลทรายสีขาวละเอียดขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก แต่สวยงามจนยากจะเชื่อว่าอยู่ในประเทศไทยก็ปรากฎโฉมออกมาให้เห็น
 

 

บอกเลยว่าใครที่ชอบถ่ายภาพและรักการผจญภัยหาโอกาสมากดชัตเตอร์กันได้ หรือจะเอาไปแอ๊บเนียนหลอกเพื่อนว่าไปเที่ยวต่างประเทศก็สบ๊าย ขอให้พร็อพพร้อมก็พอ รับรองได้ภาพสวยงามแปลกตาเสมือนอยู่ต่างประเทศจนเพื่อนเชื่อเลยล่ะ
 


 

จากมุยเน่ เอ้ย ! หาดหงส์ มาต่อกันที่ไฮไลท์ของทริปนี้อย่างสามพันโบก แก่งหินขนาดใหญ่มากคล้ายภูเขากลางลำน้ำโขงที่มีมากถึง 3,000 แอ่ง จากการถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่งจนมองเห็นเป็นภาพต่างๆดูสวยงาม และมีรูปร่างแตกต่างกันออกไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูป หัวใจ หัวใจคู่ สุนัข หรือแม้แต่มิกกี้เม้าส์ ไฮไลท์ของที่นี่ก็มีให้เห็นตามแต่ที่เราจะจินตนาการ


 

 

สำหรับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมที่สุด หากใครอยากมาชมความสวยงามของสามพันโบกแบบชัดๆนั้น แนะนำว่าต้องมาประมาณเดือนตุลาคม-พฤษภาคมนาจา
 


 



 

อยู่ส่งพระอาทิตย์จนลับขอบฟ้า ได้เวลากลับเข้าที่พักล้าววว เราเลือกพักกันที่บ้านสวนณัฐชนา รีสอร์ทบรรยากาศดี สะอาด ลักษณะบ้านพักเป็นห้องเรียงติดกัน จอดรถได้หลายคัน ที่สำคัญคืออยู่ไม่ไกลสามพันโบก และแก่งชมดาว เป้าหมายในวันพรุ่งนี้ของเราอีกด้วย แอร์ก็เย็น เตียงก็นุ๊มนุ่ม คืนนี้หลับสบายแล้วสิเรา

 



 

ที่ตั้ง : 165 ชุมชนสองคอน หมู่ที่1 ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี

โทร. 081-7254728
 

 


 


ตื่นกันตั้งแต่ดาวยังเต็มฟ้า พระจันทร์ก็ยังไม่ลาไปไหน เตรียมออกไปหาพระอาทิตย์วันใหม่ที่ “แก่งชมดาว” นอกจากผาแต้มแล้ว นักท่องเที่ยวก็ยังนิยมมาดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่นี่เช่นกัน โดยเฉพาะเวลาที่แสงสีส้มของพระอาทิตย์สาดส่องย้อมไปทั่วหินทุกก้อนจนเป็นสีเหลืองอร่าม แก่งชมดาวยิ่งดูสวยงามมากเป็นพิเศษ
 




ส่วนเรื่องวิวบนนี้ไม่ต้องพูดถึง ดีงามระดับสิบ นึกว่ามาโร้ดทริปเมืองนอกกันเลยทีเดียว มีทั้งโลเคชั่นแบบพื้นผิวดวงจันทร์ ทะเลทราย และชายหาดให้เลือกปีนป่ายกันอย่างสนุกสนาน หูยยย ไม่อยากจะเซ่ดว่าแต่ละภาพที่รัวชัตเตอร์ออกมานี่อย่างฮิปสะเต้อเลยแกร คือมันดี๊ดีอะ ต้องมาให้ได้จริงจัง
 




รู้ตัวอีกที กระเพาะก็ส่งเสียงประท้วงให้รู้ว่าหิว ! งั้นวาร์ปสิครัชรออะไร มุ่งหน้าไปที่พัทยาน้อยโดยด่วน

 




 

พัทยาน้อย ตั้งภายในเขื่อนสิรินธร อ.สิรินธร ภายในบริเวณชายหาดมีแพขายอาหารริมน้ำให้เลือกสั่งกันละลานตา นอกจากนี้ยังมีโซนสวนน้ำพร้อมเครื่องเล่น สำหรับสายแอดเวนเจอร์ให้ได้คลายร้อนกันอีกด้วย จนเรียกได้ว่าเป็นเหมือนพัทยาขนาดย่อมเยาว์ แต่ใครกลัวตัวเปียกจะเลือกสั่งอาหารแซ่บๆกินไปพลางๆ ดูคนเล่นน้ำไปด้วย ก็ม่วนหล๊ายหลายเด้อ
 


เราใช้เวลานั่งเอาเท้าจุ่มน้ำอยู่ที่พัทยาน้อยให้หายร้อนจนร้านรวงต่างๆเริ่มเก็บ เป็นสัญญาณว่าใกล้เวลาเย็นเข้ามาเต็มที แต่แพลนของเราวันนี้ยังไม่จบ


วัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว หรือวัดเรืองแสง อันแห่งซีนอุบล คือโลเคชั่นสุดท้ายของวัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เราประทับใจมากๆเลยค่ะ และยังนับว่าเป็นไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาตินิยมมาตั้งกล้องเตรียมลั่นชัตเตอร์ รอฟ้าเริ่มมืดจนต้นกัลปพฤกษ์ด้านหลังอุโบสถเปล่งเริ่มเปล่งประกายเรืองแสงให้เห็น ซึ่งว่ากันว่าไอเดียนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิตในภาพยนตร์เรื่องอวตารนั่นเอง

 




 


อิ่มอกอิ่มใจกับความสวยงามตั้งแต่เช้าจรดเย็น มานอนฝันดีกันต่อที่ Bluemoon River Side ไพรเวทรีสอร์ทน่ารักกุ๊กกิ๊กสไตล์โมเดิร์น บรรยากาศริมน้ำดีงามระดับห้าดาว มีให้เลือกพักทั้งแบบห้องพักเตียงคู่ แบบห้องทวินที่สามารถเปิดประตูหากันได้หากเลือกมาเป็นแก๊งค์แบบพวกเรา หรืออยากใกล้ชิดธรรมชาติแบบเอ็กซ์คลูซีฟก็เลือกแบบเต็นท์โลดด





 

ที่ตั้ง : 250 ซอยหมู่บ้านคันลึม หมู่ 5 อ.พิบูล จ.อุบลราชธานี

ราคา : เริ่มต้นที่ 1,200 บาท

โทร : 086-2222384 , 088-2155096
 


 


 

วันนี้เราได้ฤกษ์เข้าเมืองสักทีหลังจากแอดเวนเจอร์กันอยู่นาน จัดไปอย่าให้เสีย ในเมื่อมาถึงถิ่นต้องไม่พลาดมาโดน “ร้านสบายใจแหนมเนือง” ร้านแหนมเนืองเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่เปิดมานานเกือบ 20 ปี นอกจากเมนูแหนมเนืองแล้ว ยังมีปอเปี๊ยะทอด เมี่ยงสด ปากหม้อกรอบ ปากหม้อนุ่ม ปากหม้อไข่ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ขนมปังปาเต ยำหมูมะเฟือง หมูหนาวยอทู และอีกหลายสิบเมนูให้เลือกสั่งกันได้ตามใจชอบ เรียกว่าอิ่มจนแทบกลิ้งได้

 




 

เมื่อไม่มีแพลนไปไหนต่อ พวกเราเลยเลือกเข้ามาเช็คอินพักผ่อน นอนเล่นในที่พักสุดชิคอย่าง De Lit รีสอร์ทสีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนสุดน่ารักกลางเมืองอุบล กับบรรยากาศอบอุ่นไปด้วยความรักและบริการที่เป็นกันเองเหมือนครอบครัว พร้อมสระว่ายน้ำไซต์มินิ และมุมถ่ายรูปฮิปๆมากมายเป็นการฆ่าเวลา

ที่ตั้ง : 51 ถนนชยางกูร ซอยชยางกูร 22 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
โทรศัพท์ : 098-2799476 , 081-9007287
 



 

และในที่สุดช่วงเวลาที่พวกเรารอคอยก็มาถึง ถนนคนเดินเมืองอุบลไงจะอะไรล่ะจ๊ะ ค่ำคืนสุดท้ายแบบนี้มันไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการช้อปปิ้ง และตะลุยกินของอร่อยอีกแล้ว !
 


 

ท่ามกลางถนนใหญ่หน้าบริเวณเทศบาลเมืองอุบล ตั้งแต่เวลา 18.00 ยาวไปจนถึง 22.00 น. คือที่ตั้งของถนนคนเดินขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวและชาวอุบลเองมักจะมาใช้เวลาหลังเลิกงานและวันหยุด เดินเล่น ช้อปปิ้ง หาของกินอร่อยๆเติมพลัง ไล่ไปตั้งแต่ร้านขายของแฮนเมด ร้านของฝาก ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านของกินที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ประจำวันศุกร์-อาทิตย์ที่ใครมาเที่ยวอุบลต้องไม่พลาดมาช้อป ชิม ชิล ร้านเด็ด ร้านดังบนถนนเส้นนี้ให้ได้

 





 





หลังจากสนุกเพลินมาหลายวัน สุดท้ายงานเลี้ยงก็ย่อมต้องมีวันเลิกรา เราเก็บกระเป๋าเช็คเอาท์ ทานมื้อเช้าจากที่พักเรียบร้อยก่อนจะแวะไปแถวบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองอุบล เพื่อซื้อของฝากขึ้นชื่ออย่างหมูยอ ไส้กรอกอีสานไปฝากหม่อมแม่ที่ไลน์มากำชับนักหนาว่าห้ามลืมอย่างเด็ดขาด เรียกว่าไม่ซื้อหมูยอกลับบ้านไปนี่เหมือนมาไม่ถึง เลยจัดมาซะเต็มสตรีมฝากตั้งแต่แม่ยันคนข้างบ้านกันไปเล้ยยย คราวนี้ล่ะถึงได้เวลาโบกมือลาอุบลเมืองชิคๆที่ทำให้เราได้ม่วนหล๊ายหลายมาตลอด 3 วันเต็มสักที.....






เรียบเรียงโดยชิลไปไหน