1. พอร์โทเบลโล่ แอนด์ เดเซเร (Portobello & De'sire')

   

                 ร้าน Portobello & De'sire' ชื่อร้านมีที่มา คือ ชื่อถนนในประเทศอังกฤษ ร้านเริ่มจากขายเฟอร์นิเจอร์และทีรูมเล็กๆ ต่อมาได้ขยายเป็นร้าน Bakery และร้านอาหารเต็มตัว จุดเด่นของที่นี่ คือ การบริการที่เป็นกันเองเหมือนเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน การตกแต่งร้านในสไตล์ตะวันตก บ้านหลังสีขาวซึ่งอยู่ในสวนต้นไม้ใหญ่ที่มีความร่มรื่น ร้านนี้เหมาะกับการมาทานกันเป็นครอบครัว คู่รักและสังสรรค์ในหมู่เพื่อน

ดูรายละเอียดร้านพอร์โทเบลโล่ แอนด์ เดเซเร (Portobello & De'sire')ที่นี่

2. ออเดรย์ คาเฟ่ แอนด์ บิสโตร(Audrey cafe' & Bistro)

     

              ร้านนี้เขาชื่อร้าน Audrey cafe' & Bistro ค่ะ เป็นร้านของคุณแบม จณิสตา จรูญสมิทธิ์ (ลิ่วเฉลิมวงศ์) ร้านตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส ชื่อร้านนั้นทางคุณแบมได้รับแรงบันดาลใจจากนักแสดงชาวอเมริกันยุค 60 ที่ชื่อ Audrey Hepburn และสไตล์การแต่งตัวของเธอในหนังเรื่อง Breakfast at Tiffany’s คุณแบมจึงนำมาใช้เป็นคอนเซ็ปต์ในการตกแต่งร้านให้เป็นสไตล์ French Bistro โดยมีโทนสีฟ้าเทอร์คอยส์ สีพาสเทล และสี ขาว ดำ บรรยากาศในร้านขอบอกว่าสวยทุกมุมค่ะ

ดูรายละเอียดร้านออเดรย์ คาเฟ่ แอนด์ บิสโตร(Audrey cafe' & Bistro)ที่นี่

3. จิรธร(Jirathorn)

   

                  ศาลาสีขาวสะอาดตา รูปร่างหน้าตาเหมือนย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งโดดเด่นอยู่ภายในสวนสีเขียว ที่นี่คือร้านอาหารบรรยากาศน่านั่ง ชื่อว่าร้านจิรธร เจ้าของคือคุณจิรธรที่ชอบทำอาหาร และมีสูตรอาหารคือไก่ดำปารีส ที่เคยทำให้เพื่อนๆ ทานแล้วชอบ คุณจิรธรเลยมีความตั้งใจที่จะเปิดร้านอาหารแห่งนี้เพื่อให้เป็นที่นั่งพักผ่อนพร้อมลิ้มลองอาหารในบรรยากาศดีๆ นอกจากนี้ทางร้านยังรับจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในร้าน โดยเฉพาะงานหมั้นที่คู่รักหลายคู่นิยมมาจัดงานที่นี่เพราะบรรยากาศอันอบอุ่นและโรแมนติกของร้าน

ดูรายละเอียดร้านจิรธร(Jirathorn)ที่นี่

3. สามเสนวิลล่า สาขาราชพฤกษ์(Samsen Villa Ratchapruek)

    

                  สามเสนวิลล่า สาขาราชพฤกษ์ อีกหนึ่งสาขาของสามเสนวิลล่า ร้านอาหารครอบครัวชื่อดังที่ตั้งมา 30 กว่าปี สาขาที่ 2 ตั้งอยู่ริมถนนราชพฤกษ์ สะดวกต่อการเดินทาง บรรยากาศสุดโรแมนติก มีห้องคาราโอเกะที่รองรับการจัดเลี้ยงและปาร์ตี้สังสรรค์ ล้อมรอบด้วยสวยสวน ที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย พรั่งพร้อมด้วยรายการอาหารกว่า 200 ทั้งอาหาร ไทย-จีน-ยุโรป และเบเกอรี่แสนอร่อย

ดูรายละเอียดร้านสามเสนวิลล่า สาขาราชพฤกษ์(Samsen Villa Ratchapruek)ที่นี่

4. อิษยา สยามมิส คลับ (Issaya Siamese Club)

   

                   ร้านอาหารบรรยากาศบ้านไทยโคโรเนียลที่ซ่อนอยู่ภายในเมืองใหญ่ แห่งนี้คือร้านอิษยา ร้านอาหารของเชฟกระทะเหล็กเมืองไทย เชฟเอียน พงศ์ธวัช เฉลิมกิติชัย ที่รับรองได้ในความอร่อย และอาหารไทยของที่นี่ยังเป็นแนวเทรนดี้อาหารแต่ละจานเชฟเอียนได้สร้างสรรค์ออกมาแปลกและแตกต่าง นอกจากนี้ภายในบริเวณบ้านยังมีการปลูกผักเอาไว้เพื่อนำมาปรุงสดๆ ให้กับลูกค้าได้ลิ้มรสความกรอบ สด อร่อยของผักแถมยังปลอดสารพิษอีกด้วย

ดูรายละเอียดร้านอิษยา สยามมิส คลับ (Issaya Siamese Club)ที่นี่

5. เมด มาย เดย์(Made My Day Restaurant)

   

                Made my day ร้านอาหารฟิวชั่นฟู๊ดย่านสุขุมวิท จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 49 ตรงไปเรื่อยๆ ผ่านโรงพยาบาลสมิติเวช แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 49/11 ร้าน Made My Day จะอยู่ในซอย 49/11 จุดสังเกตุของร้านคือประตูร้านสีเขียวมีชื่อร้านอยู่ขอบบนของประตู และมีป้ายเมนูแนะนำตั้งอยู่หน้าร้านบรรยากาศในร้านตกแต่งสไตล์วินเทจ mix & match เอาใจกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา และหนุ่มสาว โดยจุดเด่นของร้านจะอยู่ที่การใช้โทนร้านสีเขียวและใช้โคมไฟมาตกแต่งร้านได้อย่างลงตัว เพราะอาหารเช้านั้นเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด แต่คนกลับไม่สนใจ "All day breakfast" เป็นการนำเสนออาหารของทางร้าน คือร้านจะเปิดตั้งแต่ 7.00น เพื่อให้ลูกค้าที่เร่งรีบมาทำงานได้แวะมาทานอาหารเช้าก่อนเข้างาน

ดูรายละเอียดร้านเมด มาย เดย์(Made My Day Restaurant)ที่นี่

6. มิลล์ เครป สาขาข้าวสาร(Mille Crep Khaosan)

   

                 Mille Crpe ได้ถือกำเนิดขึ้น จากการที่คุณเปิ้ลเจ้าของร้าน เล็งเห็นว่าฝั่นพระนครมีร้านเค้กน้อยมาก จึงเอาใจคนฝั่นพระนครด้วยการมาเปิดร้านเครปพันชั้น สุดแสนอร่อยนี้ขึ้น ภายในบรรยากาศของร้านตกแต่งเก๋าๆ ในสไตล์ Detro Mix เสริฟเครปเนื้อนุ่ม พร้อมลาดซอสสตอเบอรี่ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่างผสมผสานกันได้อย่างลงตัว พนักงานบริการดีแถมยังสามารถตอบทุกคำถามที่เราสงสัยเกี่ยวกับเบเกอรี่อีกด้วย

ดูรายละเอียดร้านมิลล์ เครป สาขาข้าวสาร(Mille Crep Khaosan)ที่นี่

7. ดิ แอนนา เรสเตอรองท์ แอนด์ อาร์ต แกลเลอรี(The Anna Restaurant & Art Gallery)

   

                  ถ้าใครยังจำละครเรื่องดอกส้มสีทองได้ ฉากที่เด่นจันทร์และคุณดี๋มานั่งทานข้าวปรึกษาเรื่องของสามีตัวดี นั่นก็คือร้านนี่นี่เอง The Anna Restaurant & Art Gallery เรือนไม้สักโบราณสไตล์โคโลเนียล สุดคลาสสิก ที่มีอายุกว่า 120 ปี ด้านในตกแต่งด้วยโทนสีบายตามีมุมหลากหลายให้คุณเลือก และด้วยความโรแมนติกของร้าน หลายคนจึงเลือกที่นี่เป็นที่บอกรัก ที่ขอแต่งงาน รวมทั้งสถานที่จัดงานแต่งงาน ตัวร้านกว้างขวางรองรับ ทั้งงานหมั้น งานแต่ง ได้เป็นอย่างดี

ดูรายละเอียดร้านดิ แอนนา เรสเตอรองท์ แอนด์ อาร์ต แกลเลอรี(The Anna Restaurant & Art Gallery)ที่นี่

8. โอเบอร์จีน เรสเตอร์รองส์(Aubergine Restaurant)

   

                  บ้านสไตล์โคโลเนียลสุดคลาสสิคในซอยศาลาแดง 1/1 ที่เดิมทีเป็นที่ตั้งของสถานฑูตออสเตรเลีย รัสเซีย ไปจนถึงสถานกงสุลอเมริกา อายุตัวบ้านประมาณ 90 ปี ซึ่งตอนนี้เป็นที่ตั้งของร้าน “โอเบอร์จีน” ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสนั่นเอง....หลายคนพอได้ยินว่าอาหารฝรั่งเศสจะนึกถึงอาหารหน้าตาสวยงามหรูหราเป็นอันดับแรก แต่สำหรับที่นี้แล้วเค้าจะไม่ได้เน้นที่หน้าตาของอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงเรื่องวัสดุดิบ ความสด ความอร่อย รวมไปจนถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร และที่สำคัญราคาอาหารภายในร้านก็ไม่ได้สูงมาก เริ่มต้นที่ 350 บาท อีกทั้งภายในร้านยังเต็มไปด้วยไวน์บาร์กว่า 100 ชนิดที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่ารสชาติดีจากทั้วทุกมุมโลก ใครชอบดื่มไวน์ห้ามพลาด!นอกจากอาหาร และไวน์ที่เป็นจุดเด่นแล้ว บรรยากาศของร้านก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หลายๆ คนชอบ โดยภายในร้านแบ่งออกเป็น 5 โซน มีตั้งแต่โซนด้านหน้า เคาว์เตอร์บาร์ ห้องด้านบน 2 ห้อง ที่สามารถจัดปารตี้ สัมมานาได้ และโซนสุดท้ายมุมยอดฮิต Garden Room ชอบมุมไหนก็จับจองที่นั่งกันดู แล้วจะรู้ว่าอาหารฝรั่งเศสไม่ได้แพงอย่างที่คิด

ดูรายละเอียดร้านโอเบอร์จีน เรสเตอร์รองส์(Aubergine Restaurant)ที่นี่

9. ร้านกาแฟนรสิงห์(Cafe de Norasingha)

   

                    "ร้านกาแฟนรสิงห์" เป็นร้านกาแฟเก่าแก่สมัย ร.6 เดิมเคยตั้งอยู่ภายในสนามเสือป่า จนย้ายมาตั้งที่วังพญาไทเมื่อครั้งมีการปรับปรุงเปิดวังให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาชมความงาม เรียกได้ว่า เป็นการเติมคุณค่าและสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับวังพญาไท จากเดิมที่เคยเป็นอาคารสันทนาการของข้าราชบริพาร กลับกลายมาเป็นร้านกาแฟที่ร่วมสมัย บวกกับการตกเเต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ให้ใกล้เคียงกับสมัยโบราณมากที่สุด ที่นี่จึงกลายเป็นร้านกาแฟที่หลายคนให้ความนิยมเเวะมาพักผ่อนหย่อนใจ ทิ้งตัวเอนกายอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเพลินๆ ในเก้าอี้นวมโบราณ จิบกาแฟ ทานอาหารและเค้กอร่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมนูอาหารว่างทานเล่นสูตรโบราณที่หาทานจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วของที่นี่ นั่นคือ "ขนมปังหมูเค็ม" ขนมปังหัวกะโหลกกรอบๆ ทานพร้อมกับเนื้อหมูรสเค็มโรยด้วยพริกขิงปลาดุกฟู ยิ่งได้ทานไปพร้อมๆกับเครปเค๊กสตรอเบอร์รี่ เเละกาแฟด้วยเเล้ว ขอถือว่าเป็นมื้อว่างที่สมบูรณ์เเบบเลยทีเดียว ...จะมีอะไรสุขใจไปกว่า การได้นั่งจิบกาแฟหอมๆ ในบรรยากาศแสนสงบร่มรื่นของวังเก่าสุดคลาสสิคใจกลางกรุงเทพฯที่เเสนวุ่นวายแบบนี้นะ...

ดูรายละเอียดร้านกาแฟนรสิงห์(Cafe de Norasingha)ที่นี่

10. ภูริตัน(Puritan)

   

                   ภูริตัน cafe' ร้านอาหาร fusion food ที่มีความอร่อยแบบไม่เหมือนใครย่านอารีย์ ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปแล้วเราจะรู้สึกเหมือนกับได้หลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง The Phantom of the Opera เพราะบรรยากาศและการตกแต่งร้านถูกเนรมิตรขึ้นมาจากของสะสมที่เจ้าของร้านสะสมมากตั้งแต่สมัยเรียนเป็นของเก่าสไตล์วินเทจโรมัน อาทิ รูปปั้น โซฟา ภาพวาด โคมไฟ ฯลฯ ซึ่งของสะสมเหล่านี้ถูกจัดเรียงได้อย่างลงตัวภายในบริเวณบ้านสองหลัง หลังแรกจะเป็นโซนเบเกอรี่และเครื่องดื่ม โดยเค้กที่นี่จะต่างจากที่อื่นคือเป็นเค้กผลไม้สดที่นำเข้าจากต่างประเทศแต่ละวันจะมีเค้กเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป อาทิ Blueberry white Chocolate, Rum&Raisin, Mocha-Irish baked cheese และ Macaroon (คุ้กกี้ฝรั่งเศส) ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบสั่งทานกันเป็นประจำ ส่วนหลังที่สองจะเป็นโซนของห้องอาหาร บ้านทั้งสองหลังมีความอลังการไม่แพ้กันเลยทีเดียว แถมด้านนอกยังร่มลื่นไปด้วยต้นเฟิร์นนานาชนิดที่ห้อยระย้าอยู่ทุกมุมของบ้าน เชื่อได้เลยว่าเมื่อคุณนั่งอยู่ในร้านจะหลงไหลความสวยงามและบรรยากาศแสนจะอบอุ่นจนลืมเวลากลับบ้านกันเลยทีเดียว

ดูรายละเอียดร้านภูริตัน(Puritan)ที่นี่

 

เรื่อง ชาเย็น