ลาออกจากงานแล้วไปเที่ยวทั่วโลก คือสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะทำ
.....

มาดู 3 คู่รักนักเดินทางชื่อดังจากอินสตาแกรมกันดีกว่า ว่าเขาทำยังไงกันนะถึงมีเงินไปเที่ยวได้มากมายหลายประเทศขนาดนี้
03




ภาพจาก: @howfarfromhome
CHANEL อายุ 32 ปี และ STEVO อายุ 30 ปี
บล็อก: How Far From Home
อาชีพที่ทำก่อนออกเดินทาง: ทั่งคู่ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจโฆษณา
บ้านเกิด: แอฟริกาใต้
เริ่มออกเดินทางตั้งแต่: มีนาคม 2015
ไปประเทศไหนมาแล้วบ้าง: ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, แคนาดา, เดนมาร์ก, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, กรีซ, ไอซ์แลนด์, อิตาลี, เคนย่า, มาลาวี, มอริเชียส, นามิเบีย, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, แทนซาเนีย, ตุรกี, สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแซมเบีย
 
ภาพจาก: @howfarfromhome
ทั้ง Chanel และ Stevo ตัดสินใจออกเดินทางโดยมีเงินเก็บประมาณ $15,000 โดย Steve ใช้เวลาเก็บเงินประมาณ 4 ปี ส่วน Chanel เก็บประมาณ 2 ปี ด้วยการเริ่มแบ่งเก็บจาก 10-20 % ของเงินเดือน พวกเขาเริ่มต้นโดยการเป็นอาสาสมัครที่รับสมัครผ่านเว็บไซต์ Workaway ซึ่งคุณจะได้ทั้งที่พักและอาหารฟรี งานแรกของทั้งสองคนเริ่มต้นที่ฟาร์มฮัสกี้ในนอร์เวย์ ที่ที่คุณต้องดูแลหมาฮัสกี้กว่า 70 ตัว จากนั้นจึงย้ายไปทำงานทำความสะอาดห้องน้ำที่สวีเดน แต่ด้วยมีเวลาว่างมากมายจากการทำงานเพียงวันละ 1 ชั่วโมง ทำให้พวกเขาสามารถยืมรถของโฮสต์มาขับเที่ยวชมความงามของเมืองได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันคุ้มค่ากับงานที่ทำอย่างแน่นอน
Chanel เล่าให้ฟังว่าแผนในตอนแรกคือการออกเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 1 ปี จากนั้นจึงกลับไปทำงานที่เคยทำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ทั้งสองคนเดินมาไกลเกินกว่าที่คิดมาก เนื่องจากมีชื่อเสียงที่โด่งดังมากขึ้น(ทั้งจากเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียต่างๆ) ทำให้มีหลายโอกาสผ่านเข้ามาในชีวิต อย่างครั้งหนึ่ง มีสามี-ภรรยาคู่หนึ่งเข้ามาชมภาพถ่ายของพวกเขาผ่านทางอินสตาแกรมแล้วชอบมาก อยากให้ทั้งคู่ไปถ่ายวิดีโองานแต่งงานให้ ซึ่งทำให้ทั้งสองคนได้เดินทางไปสู่มหานครอันยิ่งใหญ่อย่างลอนดอนและนิวยอร์ก

ภาพจาก: @howfarfromhome
ปัจจุบันทั้งสองคนได้ทำธุรกิจถ่ายภาพและวิดีโอ รวมถึงออกแบบโลโก้และเปิดคอร์สสอนออนไลน์ว่าจะเที่ยวอย่างไรให้ไม่เกินงบ (และจะมีคอร์สใหม่มาอีกเรื่อยๆ ติดตามได้ที่ http://howfarfromhome.com/learn/) พวกเขาพยายามหาว่าธุรกิจอะไรที่สามารถทำเงินได้อยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้นำไปท่องโลกกว้างต่อไป โดยไม่ได้คำนึงถึงการลงหลักปักฐานหรือเกษียรอายุเลย
สิ่งสำคัญที่ทั้ง Chanel และ Stevo ทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อจัดการเรื่องการเงินคือการจดบันทึกรายจ่ายตลอดทริป ซึ่งจะช่วยให้รู้ว่าตอนไหนควรจะประหยัดหรือตัดค่าใช้จ่ายส่วนไหนออกได้บ้าง แต่ก็ไม่ลืมแบ่งเงินบางส่วนไว้เพื่อความเพลิดเพลินใจของตัวเอง อย่างเช่น “โอเค ตอนนี้เราอยู่ไอซ์แลนด์ ดังนั้นเราควรไปเที่ยวบลูลากูน(ที่เที่ยวขึ้นชื่อ)กันดีกว่า ถึงแม้จะแพงไปนิด แต่เราก็ควรไป เพราะเราอุส่ามาไกลถึงที่นี่แล้ว”
สุดท้ายพวกเขาเผยว่ามีบางสถานที่ที่ไม่ได้ไป แต่ก็คิดอยากไปอยู่เสมอ ซึ่งสถานที่นั้นคือ อะโครโพลิส ประเทศกรีซ แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะไม่ได้แพงมาก แต่ตอนนั้นเขาและเธอใช้เงินไปมากแล้ว จึงยับยั้งชั่งใจไม่ไปวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งกรุงเอเธนส์อันโด่งดังนี้ แต่ก็ทำให้ทั้งสองคนอดคิดถึงสถานที่นี้ไม่ได้สักที

 
 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ภาพจาก: @wheninroaming

ELIANA และ TRAVIS อายุ 28 ปี
บล็อก: When in Roaming
อาชีพที่ทำก่อนออกเดินทาง: Eliana เป้นผู้จัดการสำนักงานของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ส่วน Travis เป็นช่างภาพอิสระ
บ้านเกิด: วอชิงตัน ดีซี
เริ่มออกเดินทางตั้งแต่: มกราคม 2016
ไปประเทศไหนมาแล้วบ้าง: ประเทศไทย, เวียดนาม, กัมพูชา, สิงคโปร์ และมาเลเซีย

Travis และ Eliana เริ่มเก็บเงินโดยตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 ดอลล่าร์ แต่เมื่อถึงเวลาเดินทางจริงกลับมีเงินน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ พวกเขาจึงเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินแบบเที่ยวเดียวและตั้งใจว่าจะออกเดินทางประมาณ 8-9 เดือน แต่ด้วยสถานที่ที่เขาสองคนเลือกไปคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาสองคนจึงไม่สามารถหางานทำได้เนื่องจากมีเพียงวีซ่าท่องเที่ยว(การทำงานในภูมิภาคนี้ ชาวต่างชาติต้องมีวีซ่าทำงาน) พวกเขาจึงไม่สามารถหาเงินได้จากทริปนี้เลย

ภาพจาก: @wheninroaming

ตอนเริ่มแรก Travis และ Eliana เลือกพักในโฮสเทล(7-8 ดอลล่าร์/เตียง) แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วกลับพบว่าพักที่โรงแรมจะถูกกว่า(10-11 ดอลล่าร์/ห้อง) โดยเลือกใช้เว็บไซต์จองห้องพักอย่าง Agoda ที่มักมีส่วนลดทำให้จองห้องพักได้ในราคาถูกหรือ Airbnb บ้านหรือห้องพักที่คนมาลงประกาศให้เช่าก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี
ทั้งสองคนเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การเลือกที่พักที่เจอทั้งดีและร้าย ซึ่งมีครั้งหนึ่งที่เขาได้มีโอกาสได้ไปดูหิ่งห้อยและนอนบ้านพักโฮมเสตย์ของชาวอาข่าบนดอยในจังหวัดเชียงราย บังกะโลว์ตั้งเรียงรายอยู่บนไหล่เขา ล้อมรอบไปด้วยความสวยงามของป่าไม้และภูเขา ซึ่งเป็นทริปที่วิเศษมากจริงๆ ช่างแตกต่างกับโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพที่เต็มไปด้วยแมลงสาบตัวเล็กๆ วิ่งพล่านอยู่เต็มไปหมด ทั้งฝาผนัง พื้นห้อง และห้องน้ำ ที่แย่ไปกว่าคือทั้งคู่ไม่สามารถเปลี่ยนห้องได้จนกว่าจะรุ่งเช้าและต้องทนพักอยู่ที่ห้องนั้นทั้งคืน
เนื่องจากทั้งสองไม่ได้หาเงินเพิ่มเลย จึงมีเพียงเงินเก็บที่นำติดตัวมาด้วยเท่านั้น พวกเขาจึงต้องเลือกใช้เงินไปกับอะไรที่มีประโยชน์จริงๆ บางครั้งเขาก็อยากใช้เงินไปกับสิ่งต่างๆ ที่เขาอยากได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ Traviz อยากตัดสูทที่เมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม เพราะที่นี่มีร้านให้เลือกเยอะมากแถมราคาไม่แพง แต่ก็ต้องตัดใจ เลือกในสิ่งที่ควรเลือก และพยายามนึกถึงจุดหมายของทริปนี้ นั่นก็คือประสบการณ์ที่จะได้จากการท่องเที่ยว เขาและเธอจึงเลือกไปทัวร์ชมถ้ำที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 30 ดอลล่าร์แทน

ภาพจาก: @wheninroaming
ประมาณ 5 เดือนหลังจากวันแรกที่เริ่มออกเดินทาง ทั้งสองคนก็เริ่มเครียดและหดหู่เมื่อรู้ว่าเงินที่นำมาชักจะร่อยหรอลงทุกที แถมบัญชีธนาคารที่มีก็กำลังจะถูกระงับเนื่องจากมีเงินในบัญชีเพียงสองหลักเท่านั้น! พวกเขาจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อเริ่มต้นเก็บเงินใหม่ แน่นอนว่าทั้งสองยังไม่ทิ้งความฝัน เขากำลังวางแผนทริปต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรและทำอย่างไรให้ทริปต่อไปนี้เป้นจริง ที่แน่ๆต้องเริ่มจากขอวีซ่าทำงานก่อน  เพราะไม่มีอะไรจะทำให้ชีวิตของสนุกได้เท่ากับการไปเที่ยวในที่ที่อยากไปและได้อยู่ในที่เหล่านั้นนานเพียงพอที่จะซึบซับวัฒนธรรมประเพณีอันน่าทึ่งของพวกเขา
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ภาพจาก: @lesbinomadic
TAYLOR และ STEPHANIE อายุ 26 ปี
อินสตาแกรม: Lesbinomadic
อาชีพที่ทำก่อนออกเดินทาง: ทั้งสองคนทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก
บ้านเกิด: เคยอยู่เท็กซัส ปัจจุบันอยู่แมดดริก ประเทศสเปน
เริ่มออกเดินทางตั้งแต่เมื่อไร: ฤดูใบไม้ร่วง ในปี 2014
ไปประเทศไหนมาแล้วบ้าง: นิวซีแลนด์, ประเทศไทย, เม็กซิโก,จาไมก้า, โปรตุเกส, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, เนเธอร์แลนด์, เดนมาร์ก,สหราชอาณาจักร, สโลวีเนีย และสเปน

Taylor และ Stephanie เป็นคู่รักที่เริ่มคบกันเพียง 10 เดือนก่อนออกเดินทาง แต่ทั้งสองคนสนิทกันมากและเพิ่งเรียนจบด้วยกันทั้งคู่ จึงเริ่มทำงานเก็บเงินแล้วออกเดินทาง โดยมีเงินเก็บคนละ 3,400 ดอลลาร์ ในการใช้ชีวิตและท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ถึง 2 เดือนและประเทศไทยอีกประมาณ 1 เดือน ซึ่งพวกเขาไม่ได้ทำงานอะไรเลยระหว่างท่องเที่ยว แต่ได้ร่วมโครงการแลกเปลี่ยนอย่าง WWOOF (World Wide Opportunities on Organic Farms) , HelpX  และ  Workaway บ้างในยุโรป ซึ่งโครงการเหล่านี้ล้วนเป็นเว็บไซต์สำหรับหาคนมาช่วยทำงานโดยไม่มีค่าจ้างให้ แต่จะได้นักท่องเที่ยวมาคอยช่วยทำงาน โดยทำงานประมาณวันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและที่อยู่กับอาหารฟรีๆ ในสถานที่ที่เจ๋งที่สุดในโลก Taylor และ Stephanie เล่าให้ฟังว่า จากการเดินทางนั้นมีทั้งเรื่องที่ดีและร้าย ซึ่งมีครั้งหนึ่งพวกเขาเคยไปช่วยทำงานในที่พักที่อุทยานแห่งชาติ Fiordland ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ทำหน้าพับผ้าขนหนูและผ้าปูเตียงเพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อว่างงานก็สามารถไปเที่ยวในอุทยานได้ ต่อมาก็ไปทำงานในสวนผลไม้ ทำหน้าที่ทำความสะอาดและเก็บผลไม้ในชุมชนฮิปปี้แห่งหนึ่ง เมื่อทำงานเสร็จ โฮสต์ได้วาดแผนที่ที่เที่ยวให้ทำให้ทั้งสองได้ไปปีนเขาร่วม 2 ชั่วโมงเพื่อพบกับน้ำตกที่สวยสุดเกินคำบรรยาย


ภาพจาก: @lesbinomadic

นอกจากนี้สิ่งที่ช่วยลดรายจ่ายได้ก็คือการโบกรถเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าเดินทางจำนวนมาก ซึ่งในตอนแรกอาจจะดูน่ากลัว แต่ทั้งสองคนกลับบอกว่าพบแต่เรื่องราวดีๆ ทั้งนั้น
การทำงานในโครงการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีข้อดีคือแทบไม่ต้องเสียเงินให้กับการไปเที่ยวเลย เพราะส่วนใหญ่โฮสต์มักจะพาไปเที่ยว แถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างการได้ไปตกปลาทะเล เล่นกับปลาไหล และขับรถมอเตอร์ไซค์เสือภูเขา ส่วนสิ่งที่ทั้งสองคนต้องจ่ายในราคาที่แพงที่สุดในทริปคือการไปบันจี้จัมพ์ที่นิวซีแลนด์ ด้วยเงิน 270 ดอลลาร์ (9,525 บาท) ซึ่งทั้งสองยืนยันว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน


ภาพจาก: @lesbinomadic

นอกจากนี้ Taylor และ Stephanie ก็ได้พยายามหางานเพื่อเก็บเงินไปเที่ยวต่อ ซึ่งพวกเขาได้ไปแบ็คแพ็คเที่ยวทั่วยุโรปเป็นเวลา 7 สัปดาห์ ด้วยเงินเพียง 3,000 ดอลล่าร์เท่านั้น สำหรับทั้ง 2 คน เพราะนอกจากจะทำงานผ่าน WWOOF และพักที่ Airbnb แล้ว ยังได้จองที่พักผ่านเว็บไซต์ Booking.com และ Trivago ด้วย ซึ่งทำให้ได้ห้องพักในราคาถูก จากนั้นพวกเธอได้สมัครเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลสเปน ชื่อ Auxiliares de Conversación ที่จะทำให้คุณได้เดินทางไปยังสเปนเพื่อสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กๆ โครงการนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สิ่งเดียวที่คุณต้องจ่ายคือค่าวีซ่า ไม่ถึง 150 ดอลล่าร์ โดยทำงานเพียง 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และได้ค่าจ้าง 1,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน อาจจะดูเหมือนไม่เยอะ แต่ค่าครองชีพที่กรุงมาดริดนั้นถูกมาก ทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้สบาย
สิ่งที่ยากและท้าทายที่สุดในการใช้ชีวิตแบบนักเดินทางของ Taylor และ Stephanie กลับเป็นการที่เธอสองคนเป็นชาวรักร่วมเพศที่มักถูกมองว่าเป็นคนกลุ่มน้อย การไปเที่ยวยุโรปจึงเหมือนเป็นการเปิดหูเปิดตาและต้องคิดเสียใหม่ว่าสถานที่ไหนที่ควรไปและไม่ควรไป เพราะในบางพื้นที่ที่สวยงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายกลับอาจเป็นอันตรายต่อชาว LGBT ได้ ทั้งสองคนเริ่มทำบล็อก Lesbinomadic ก็เพื่ออยากให้คนรู้ว่ามันไม่เป็นไรเลย หากคุณจะเป็นคนผิวดำ เป็นคนรักร่วมเพศ หรือเป็นคู่รักต่างเชื้อชาติ คุณก็สามารถออกเดินทางท่องโลกกว้างได้เช่นกัน


ภาพจาก: @lesbinomadic

เราก็เชื่ออย่างนั้น.. ไม่ว่าใครก็มีฝัน
เรามาเริ่มทำให้ความฝันของเราให้เป็นจริงกันดีกว่า เพียงแค่กล้าที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone ของคุณเอง

 
 


เรื่องจาก COSMOPOLITAN
เรียบเรียงโดย ชิไปไหน