ถามถึงเมืองที่มีที่เที่ยวครบ ทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขา ต้องยกให้จันทบุรีเลยค่ะ บางคนอาจตั้งใจไปเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ นอนโฮมสเตย์ กินปู แบบชิลๆ แต่แหม! ไปเที่ยวเมืองจันท์ทั้งทีต้องเก็บให้ครบ วันนี้เราเลยเอาจุดท่องเที่ยวที่น่าแวะไปเช็คอินมาฝาก ตามไปดูกันเลยว่ามีเวลา 2 วัน 1 คืน เที่ยวเมืองจันท์ที่ไหนได้บ้าง


 
เดินทางอย่างไร : ขับรถยนต์ส่วนตัวออกจากกรุงเทพฯ ไม่เกิน 9.00 น. กำลังดี ขึ้นทางด่วนแล้วยิงยาวขึ้นมอเตอร์เวย์ไปโลด จากนั้นวิ่งเส้นไประยอง จากสามแยก อ. แกลง ขับมาตาม ถ.สุขุมวิท เข้าตัวเมืองจันท์แล้วมุ่งหน้าไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 3 ไปทางตราด เพื่อไป อ.ขลุง
 
หากพักโฮมสเตย์ที่หมู่บ้านไร้แผ่นดิน ต้องไปลงเรือต่อที่ท่าเทียบเรือขลุง ค่าโดยสารคนละ 60 บาท เรือออกวันละรอบเดียวตอนเที่ยงตรง แต่หากใครมาไม่ทัน ก็เหมาเรือสองตอน ราคา 500 บาท/เที่ยว (นั่งได้ 4-6 คน) เรือวิ่งตั้งแต่ 10.00-17.00 น. โทร.083-5898009

ไปจันทบุรีต้องไม่พลาด ไปนอนโฮมสเตย์ริมน้ำ กินปู ดูป่าชายเลน และถ้าจะให้เข้าถึงวิถีชาวประมงของแท้จริงๆ ต้องไปพักโฮมสเตย์ที่หมู่บ้านไร้แผ่นดิน ต.บางชัน อ.ขลุง แนะนำ “บ้านทะเลดาว” โฮมสเตย์สุดชิลที่จัดเต็มอาหาร 3 มื้อ (ซีฟู้ดมื้อเย็น) พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ในราคาแพ็คเกจ 1,500 บาทต่อคนเท่านั้น ติดต่อโทร.083-5898009 , 088-2144424


ตอนบ่ายเขาจะพาเราไปล่องแพเปียกแบบชิลๆ เล่นน้ำ ดูทะเลแหวก ให้อาหารเหยี่ยวแดง จุดท่องเที่ยวอันซีนอีกหนึ่งที่ของอำเภอขลุง

ชิลอะไรเบอร์นี้ ขออยู่หมู่บ้านนี้นานๆ เลยได้ไหม?

 
ไปนอนโฮมสเตย์เมืองจันท์ ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อ เพราะหลายๆ โฮมสเตย์มีกิจกรรมหลากหลายให้ทำเพียบ แถมมีเรือคายัคให้พายเล่นด้วย 
ชิลไม่แพ้อันดามันเลยนะฮะ ขอบอก ถึงน้ำทะเลไม่ใสเท่า แต่บรรยากาศสุดยอดไม่แพ้กันเลย

เด็กๆ ก็พายเรือสนุกได้ค่ะ ปลอดภัย คลื่นไม่แรง

เด็กๆ โดดน้ำเล่นกันสนุกสนาน น่าอิจฉาสุดๆ

แสงอาทิตย์ยามเย็น กับวิถีชาวเลที่ปรับตัวต้อนรับนักท่องเที่ยว เปิดเป็นโฮมสเตย์ ณ หมู่บ้านไร้แผ่นดิน
เล่นน้ำกันจนหนำใจแล้ว เรามาดูซีฟู้ดมื้อเย็นชุดใหญ่แบบจัดเต็ม พระเอกของโฮมสเตย์เมืองจันท์กันบ้างดีกว่า มาครบเซ็ต ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ขนกันมาเต็มโต๊ะ เห็นแบบนี้ต้องบอกว่าแทบทานกันไม่หมดเลยทีเดียวค่ะ

กุ้งเผาตัวใหญ่ๆ แบบนี้ ทานเข้าไปตัวเดียวก็จุกแล้ว ตัวโต เนื้อแน่นสดหวานสุดๆ ยิ่งจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ เพลินจนหยุดไม่อยู่


คอนเฟิร์มความใหญ่ของกุ้งตัวเท่าฝ่ามือ
ปูที่นี่เนื้อสด หวานหอม แตกต่างจากปูทะเลที่อื่นๆ หากไม่อิ่มสามารถขอเพิ่มได้

หอยนางรมสดตัวใหญ่ๆ หนึ่งในเมนูซีฟู้ดมื้อเย็นของบ้านทะเลดาว

บรรยากาศดินเนอร์ชิลๆ ริมน้ำตอนเย็น ณ บ้านทะเลดาว โฮมสเตย์


 

 
หลังจากตื่นเช้ามากินข้าวต้มทะเลเติมพลังแล้ว เราก็เช็คเอาท์นั่งเรือออกจากโฮมสเตย์


เมื่อถึงท่าเรือขลุงแล้ว เรามุ่งหน้าไปเที่ยวต่อที่น้ำตกพลิ้ว
ด้านหน้ามีป้ายข้อมูลตัว "ลั้ง" หรือ "ตะกอง" กิ้งก่ายักษ์ของไทยที่อาศัยอยู่แถวน้ำตกพลิ้ว มาที่นี่ก็ลองสอดส่ายสายตามองหาตัวเป็นๆกันนะจ้ะ ใครเคยเก็บภาพได้เอามาอวดกันเลยจ้า

เล่นน้ำใสๆ พร้อมชมฝูงปลาพลวงตัวใหญ่ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของน้ำตกพลิ้ว สามารถถ่ายรูปเล่นกับน้องปลาได้ แต่ทางอุทยานประกาศขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวงดให้อาหารปลา ช่วยกันรักษากฎด้วยนะคะ

เดินต่อไปอีกนิดก็เจอน้ำตกเลย เที่ยวทะเลแล้วมาเล่นน้ำตกกันต่อ ฟินคูณสองกันไปเลยจ้า


มื้อกลางวันเราไปแถวหาดเจ้าหลาว เพราะมีร้านซีฟู้ดเด็ดๆ อยู่หลายเจ้า เราเลือกร้านยายตุ๊ซีฟู้ดที่อร่อยถูกปาก โดยเฉพาะเมนูซีฟู้ด ทั้งปูไข่ ปูม้าสดๆ ราคากันเอง เปิด 09.00 - 21.00 น. โทร. 039-369265, 086-1381705


เมนูแนะนำของร้าน ไปแล้วต้องสั่งให้ได้อย่างส้มตำปูม้า ยำไข่แมงดาทะเล ต้มยำทะเล ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว นอกจากอาหารทะเลแล้วที่นี่ยังมีของดีเมืองจันท์อย่าง แกงหมูชะมวง ให้ลองชิมด้วยค่ะ


อิ่มท้องแล้ว เราไปต่อกันที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน อ่าวคุ้งกระเบน


เดินเล่นชิลๆ บนสะพานไม้ความยาวกว่า 1.6 กม.
ชมวิวป่าชายเลน



ปิดท้ายกันที่จุดชมวิวเนินนางพญา

มีคู่รักหลายคู่มาคล้องกุญแจคู่กันบริเวณจุดชมวิวเนินนางพญา ได้ฟีลซีรีส์เกาหลีเบาๆ

สามารถมองเห็นถนนเฉลิมบูรพาชลทิศที่โค้งเลียบชายทะเลอย่างงดงาม ถ่ายรูปเช็คอินอัพสเตตัสคู่กับวิวสวยๆ


เสร็จแล้วขับรถเที่ยวเลาะเลียบชายทะเล กินลมสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด ก่อนกลับกรุงเทพฯ ตามเส้นทางเดิม

 
เรื่องและภาพโดย ชิไปไหน