เมื่อวันก่อนอยากออกไปเที่ยวที่ไหนสักที แต่ก็ยังไม่รู้จะไปไหนดี รู้แต่ว่าอยากไปเที่ยวในจังหวัดเล็กๆ น่ารักๆ แบบมันดีต่อใจ คิดไปคิดมา คิดมาคิดไป ว่าจะไปเที่ยว "ระนอง" ...เลยชวนเพื่อนไปด้วยอีกคน จัดแจงจองทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่พัก รถทัวร์ ก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่ปาเก๋า เอ้ย.. กระเป๋า หอบหิ้วกันไปขึ้นรถทัวร์ที่สายใต้ เดินทางตอนกลางคืนจะได้ไม่เสียแรง เสียเวลาเที่ยว หลับไปบนรถอย่างเดียว ตื่นมาก็ถึงระนองละ

ความพีค..ของระนองคือเป็นเมืองฝน 8 แดด 4 ... ฝน 8 แดด 4 นาที ฮ่าๆ ไปช่วง ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ช่วงนี้ถ้ามีฝนตกๆ หยุดๆ ไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะ เพราะเป็นเรื่องธรรมชาติของระนอง บรรยากาศเหมือนตัวเองเป็นนางเอกทไวไลท์ยังไงยังงั้น  sad...แต่ถึงยังไงแล้วฝนไม่ได้เป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยว แต่กลับกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองระนองเลยค่ะ นอกจากความชุ่มฉ่ำแล้ว ธรรมชาติของที่นี่ยังคงอุดมสมบูรณ์ เที่ยวภาคใต้แต่เหมือนอยู่ภาคเหนือ มองไปทางไหนก็เจอเขา บนยอดเขาก็จะมีไอหมอกคลอเคลียอยู่ตลอดเลย แถมยังเป็นเมืองน้ำเพราะสังเกตว่าที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ของเมืองระนอง มีแหล่งน้ำเยอะมากกกกกกก... ใครชอบเล่นน้ำต้องอิจฉาคนที่ระนองแน่ๆ

05


 

พอไปถึงระนองเราก็โทรให้ที่พักมารับ พักกันที่ “บ้านในหมง Treehoue” ค่ะ ที่พักเป็นที่พักเล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของป่าและสายน้ำ



เปิดประตูระเบียงออกไปก็เจอน้ำไหลจากที่พัก มีกิจกกรรมล่องแก่งห่วงยาง เล่นน้ำ ปิ้งย่างบาร์บีคิว หรือจะแช่บ่อน้ำร้อนก็ได้ค่ะ



 
เข้าที่พักเราเก็บของเรียบร้อย ก็ออกไปเที่ยว ตะลุยเมืองระนองกันเลยค่ะ เราจ้างรถสองแถวของเมืองระนองแบบเหมาทั้งวัน ราคา 1,700 บาท สำหรับคนไม่รู้เส้นทาง ไม่ค่อยรู้ที่เที่ยวเท่าไหร่อย่างเราเหมาะแล้วค่ะ



 
เราเริ่มที่แรกกันที่ค่ายเจ้าเมือง เป็นที่ที่เก็บหลักฐาน ข้าวของเครื่องใช้ รูปภาพตระกูลของเจ้าเมือง




 
จากนั้นเราก็ไปกันต่อที่ พระราชวังรัตนรังสรรค์ พระราชวังจำลอง ที่สร้างขึ้นจากวังที่รัชกาลที่ 5 เสด็จมาประทับครั้งที่มาเยี่ยมเมืองทางใต้

 
ภายในมีห้องบรรทม ห้องทรงงาน และจุดบรรยาเหมือพิพิธภัณฑ์เลยค่ะ และจากด้านบนของพระราชวังมองเห็นวิวเมืองระนองได้อีกด้วยค่ะ

 


 
จากนั้นเราไปเที่ยวกันต่อที่สุสานเจ้าเมืองค่ะ กว้างและใหญ่โตมากๆ จากสุสานเจ้าเมือง
 

 
เราแวะทานอาหารกลางวันในเมือง ชื่อว่า ร้าน J&T เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และเปิดมานานแล้วค่ะ รสชาติอาหารอร่อยสมคำล่ำลือ ถึงขั้นติดใจอยากกลับไปทานซ้ำเลยค่ะ 




 
อิ่มท้องกันแล้วไปต่อกันที่ น้ำตกปุญญบาล น้ำตกที่ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ สวยงามตระการตา ลงไปเล่นได้ค่ะ หรือถ่ายรูปสวยๆ ก็ได้นะ แต่ต้องระวังพื้นลื่นสักหน่อย ก่อนเข้าก็จ่ายค่าเข้า 20 บาทค่ะ



จากนั้นเวลาท่องเที่ยวยังไม่หมดก็ไปต่อกันที่ บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน สำหรับใครที่ชอบการแช่น้ำร้อน จะแช่เท้าแช่ตัวที่นี่ได้หมดเลยค่ะ



 
นอกจากจะแช่น้ำร้อนแล้วยังมี ลานอุ่นๆ ให้ไปนอนรักษาตัวได้ และมีธารน้ำให้เด็กๆ ลงไปเล่นได้ค่ะ และมีสะพานแขวนถ่ายรูปสวยๆ อีกด้วย




 
จากบ่อน้ำร้อน เราไปกันต่อที่ บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง ระยะทางไม่ได้ไกลกันมาก ขอบอกกกกก...แนะนำมากสำหรับคนที่รักการแช่น้ำ เล่นน้ำ ที่นี่มีทั้งบ่อน้ำร้อน และธารน้ำเย็นแบบใสกิ๊งงงงงง ..เลยค่ะ และยังมีที่พักอีกด้วยนะ ส่วนค่าเข้า เราจ่ายมาตั้งแต่น้ำตกปุญญบาลแล้ว เอาบัตรที่จ่ายที่นั่นยื่นให้เค้าได้ค่ะ




 
ที่ต่อไปเป็นอะไรที่ตื่นตามากๆ พอขับรถไปเรื่อยๆ เราก็จ๊ะเอ๋กันกับ น้ำตกขนาดใหญ่ ที่มองเห็นจากถนน!! สวยสุดๆ ชื่อว่าน้ำตกหงาวค่ะ เราสามารถมองเห็นน้ำตกได้จากถนน


 
และยังเข้าไปด้านในได้อีกค่ะ ไปเล่นน้ำตก และไปดูน้ำตกใกล้ๆ ได้ นอกจากนี้ในน้ำตก ยังมีปูเจ้าฟ้า และกล้วยไม้โกมาชุม ดอกไม้ประจำจังหวัดระนองด้วยค่ะ


 
และที่สุดท้ายเราไปเที่ยวก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า เทเลทับบี้บอกลา...เอ้ยย ไม่ใช่!! ก่อนจะไม่มีแสง เราไปกันที่ภูเขาหญ้าค่ะ




 
ด้วยความที่มันเป็นหน้าฝนเลยเป็นสีเขียวทั้งภูเขาสวยไปอีกแบบ บางคนก็ชอบเขียวๆ บางคนก็ชอบหน้าร้อนแบบหญ้าสีทอง แต่ก็สวยทั้งสองแบบเลยค่ะ หลังจากเที่ยวกันมาทั้งวัน เราก็ไปหาอาหารมื้อเย็นทานกัน จากนั้นเข้าที่พักค่ะ


สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวระนอง ก็ลองดูนะคะ ติดใจกันแน่นอนค่ะ ที่นี่น่ารักและมีเสน่ห์สุดๆ และที่เที่ยวแต่ละที่มีระยะทางไม่ห่างกันมาก ตั้งอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน หากใครอยากดื่มด่ำกับที่เที่ยวไหนนานๆ  ไปได้ไม่ครบแบบเราก็ลองเลือกที่ที่อยากไปดูเลย นอกจากนี้ยังสามารถไปเที่ยวต่อยังพม่าได้อีกด้วยนะคะ
03
 
ติดต่อสอบถามที่พัก .. https://www.facebook.com/baannaimong/ 
รถท่องเที่ยว 081 - 5698929 (คุณกร)
 
เรียบเรียงโดย ชิไปไหน