ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามาแล้วนะคะ อากาศเย็นๆ แบบนี้หมอนขนเป็ดขอพาเพื่อนๆ เดินทางไปเที่ยวกาญจนบุรีกันค่ะ ซึ่งที่พักที่เราจะไปพักกันในวันนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงาม กิจกรรมสุดมันส์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งออนเซ็นและสปาคุณภาพดี ที่นี่คือ โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) พร้อมแล้วก็ตามไปชมกันเลยค่ะ


การเดินทางไปยัง โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้ามายังกาญจนบุรี พอเลยน้ำตกไทรโยคน้อยมาประมาณ 10 กิโลเมตรก็จะพบทางเข้า  โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น)  ตั้งอยู่ทางซ้ายมือค่ะ โดยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ มาประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น

 ภายในที่พักกว้างขวางปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่และที่ประทับใจที่สุดคืออุโมงค์ต้นไม้บริเวณทางเข้ารีสอร์ท ที่ร่มรื่นสวยงามมากๆ ค่ะ บอกเลยมุมนี้ถ่ายรูปสวยมากๆ

 แพลนของเราวันนี้คือการตะลุยเล่นกิจกรรมภายในรีสอร์ท แต่ก่อนอื่นขอนำกระเป๋าไปเก็บที่ห้องพักก่อนค่ะ


 
ห้องพักที่เราจองมาเป็นห้องพักประเภทคลิฟวิงซึ่งเป็นโซนใหม่ของโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) ที่สร้างเป็นอาคาร 3 ชั้น ดีไซน์สไตล์โมเดิร์น มีห้องพักทั้งหมด 73 ห้อง ด้านหน้ามีสระว่ายน้ำจากุซซี่ ส่วนด้านหลังจะติดกับแม่น้ำแควน้อย ซึ่งห้องพักทุกห้องของโซนนี้จะมีระเบียงชมวิวแม่น้ำได้ทุกห้องเลยค่ะ 
 

เปิดประตูเข้ามาก็ประทับใจเลยค่ะ เพราะห้องใหม่มากๆ ตกแต่งสวยงาม มีระเบียงชมวิว เตียงนอนกว้างขวางมากๆ และยังมีโซฟาให้นั่งชิงชมวิวริมหน้าต่าง สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องก็ครบครันค่ะ ทั้งทีวีแอลซีดี ตู้เย็น มินิบาร์ ระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ชากาแฟ กาน้ำร้อน อินเตอร์เน็ตไวไฟ และไดร์เป่าผม 



จากห้องพักสามารถชมวิวของแม่น้ำแควน้อยได้ด้วยนะ


 
ห้องน้ำเป็นแบบชาวเวอร์ แยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง แถมแอบเซ็กซี่ด้วยประตูเลื่อนที่สามารถเปิดเชื่อมต่อกับห้องนอนได้เลย สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำก็ครบครันทั้งสบู่ แชมพู หมวกอาบน้ำ 


ปลื้มปริ่มกับห้องนอนตัวเองไปแล้ว เลยขออนุญาตเจ้าหน้าที่ของโรงแรมไปชมห้องพักแบบอื่นๆ ต่อ เริ่มต้นด้วยห้องพักแบบเมาท์เท่นวิงที่มีทั้งหมด 60 ห้อง โดยจะเป็นอาคารชั้นเดียวอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำและล็อบบี้ ห้องพักกว้างขวางผสมผสานสไตล์ไทย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ทีวีแอลซีดี ตู้เย็น มินิบาร์ ระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ชากาแฟ กาน้ำร้อน อินเตอร์เน็ตไวไฟ และไดร์เป่าผม 



ห้องน้ำเป็นแบบชาวเวอร์ แยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำก็ครบครัน


 
มาชมกันต่อกับห้องพักรอยัลวิงที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำไกลๆ มีทั้งหมด 51 ห้องตกแต่งสไตล์ไทย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ทีวีแอลซีดี ตู้เย็น มินิบาร์ ระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ชากาแฟ กาน้ำร้อน อินเตอร์เน็ตไวไฟ และไดร์เป่าผม   


 
ต่อด้วยห้องพักแบบริเวอร์วิง ที่มีทั้งหมด 54 ห้อง ติดริมน้ำ ภายในห้องมีกระจกใสบานใหญ่และระเบียงที่สามารถชมวิวแม่น้ำแควน้อยได้อย่างเต็มตา สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ทีวีแอลซีดี ตู้เย็น มินิบาร์ ระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ชากาแฟ กาน้ำร้อน อินเตอร์เน็ตไวไฟ และไดร์เป่าผม 



ห้องน้ำเป็นแบบชาวเวอร์ แยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำครบครัน 



ระเบียงห้องพักที่สามารถชมวิวแม่น้ำแควน้อยได้อย่างสวยงาม



สระว่ายน้ำพร้อมสไลด์เดอร์ที่เป็นที่ถูกใจของเด็กๆ มากเลยค่ะ


 
นอกจากที่พักในตัวอาคารแล้วโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) ยังมีห้องพักในส่วนของแพริมน้ำซึ่งมีทั้งหมด 24 ห้องค่ะ การดีไซน์เป็นเรือนแพสไตล์ไทยตกแต่งสวยงาม


 
บรรยากาศภายในห้องพักตกแต่งเรียบง่ายสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ทีวีแอลซีดี ตู้เย็น มินิบาร์ ระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ชากาแฟ กาน้ำร้อน อินเตอร์เน็ตไวไฟ และไดร์เป่าผม 



ห้องน้ำเป็นแบบชาวเวอร์ แยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำครบครัน



ระเบียงชมวิวแม่น้ำแควน้อย สำหรับนั่งชิลชมสายน้ำ


ชมห้องพักกันครบแล้วก็ถึงเวลาไปออกแรงเล่นกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมสุดมันส์กันค่ะ ที่ XTREME CENTRIC PARK โดยใช้พื้นที่กว่า 30 ไร่ภายในโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) ให้เป็นศูนย์กิจกรรมสุดมันส์ เริ่มจาก Archery ธนู Recurve Compound ที่ผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนในหนัง The Hunger Game โดยเขาใช้ธนูที่ใช้แข่งสนามจริง เป็นการฝึกสมาธิและทดสอบความแม่นยำได้ดีทีเดียวค่ะ


 
ใครชอบเล่นเพนท์บอลก็ต้องมาลอง Paintball Shooting ทดสอบความแม่นยำในการยิงเป้าในระยะต่างๆ ด้วยปืนเพ้นท์บอล


 
เล่นฟุตบอลธรรมดามันไม่สะใจ ลองมาเล่น Bobble Football กันไหมคะ โดยผู้เล่นจะต้องสวมลูกบับเบิ้ลเตะบอลแข่งกัน เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานเหมาะกับแก๊งค์เพื่อนมากๆ 


ใครชอบความเร็วก็ต้องมาลอง All-Terrain Vehicle (ATV) รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถขับเคลื่อนในทุกสภาพผิวถนน ในสนามจะมีอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้เล่นได้ใช่สมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ โดยรถจะมี 175CC และ250CC



ต่อด้วย DTV Shredder รถล้อตีนตะขาบขนาด 250CC ที่ผู้เล่นใช้การยืน ในขณะเล่นและใช้การทรงตัวเดียวกับ สเก็ตบอร์ด ซึ่งมีที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย ขอบอกเลยว่าสนุกมากๆ 



ไปสนุกกันต่อกับ Zorbing ลูกฟุตบอลยักษ์ขนาด 3 เมตรที่ผู้เล่น เข้าไปอยู่ด้านในและกลิ้งลงจากความสูง 10 เมตร ด้วยระยะทางกว่า 200 เมตร ในส่วนเซฟตี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ 




พร้อมแล้วก็ไปกลิ้งกันเลย



จากกิจกรรมความเร็วเราจะไปต่อด้วยกิจกรรมสุดเสียววัดใจกับ Rope Bridge สะพานเชือกความยาว 70 เมตรและสูงจากหน้าผา 20 เมตร ตอนเดินแอบขาสั่นเลยค่ะ 



พอเดินข้ามสะพานเชือกมาปุ๊บก็จะถึงฐาน SkyClying ซึ่งเป็นการปั่นจักรยานบนเชือกสลิงเพียงเส้นเดียวบนความสูงกว่า 20 เมตร ที่มีระยะทางประมาณ 100 เมตรค่ะ ดูเหมือนน่ากลัวแต่ความจริงไม่น่ากลัวค่ะเพราะเขามีเซฟตี้อย่างปลอดภัย ปั่นจักรยานไปชมวิวธรรมชาติสวยๆ ไปชิลมากๆ



ไปวัดใจกันต่อกับ Abseiling กิจกรรมโรยตัว ที่เหมาะสมกับผู้เล่นที่ชื่นชอบความสูง โดยผู้เล่นจะได้โรยตัวจากหน้าผาจริงที่มีความสูง 50 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศวิวแม่น้ำและภูเขา ด้วยอุปกรณ์ Petzl ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป



หลังจากทำกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมเสร็จแล้วเราก็ไปล่องแพเปียกชิลๆ ชมธรรมชาติค่ะ 
 


ขอนอนแช่น้ำให้หายเหนื่อยกันดีกว่า



หลังจากกลับจากแพเปียกใครอยากว่ายน้ำต่อก็มาว่ายที่สระว่ายน้ำของโรงแรมกันได้เลยโดยเขามีให้เลือกถึง 3 สระ



พักอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อยก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ โดยคืนนี้เราจะดินเนอร์กันที่ห้องอาหาร Jungle View ที่มีโซนเอาท์ดอร์ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และยังสามารถชมวิวแม่น้ำแควน้อยได้อีกด้วย



อาหารที่เราสั่งมาทานในวันนี้เริ่มด้วยคะน้ากระดูกหมูอ่อน ปกติเคยทานแต่คะน้าหมูกรอบแต่เมนูนี้เขาใช้เนื้อที่ติดกับกระดูกอ่อน กรุบๆ อร่อย บวกกับคะน้าที่เขาใช้ก้านที่อ่อนกำลังดี หวานกรอบ อร่อยมากๆ ค่ะ



ต่อด้วยปลาทับทิมทอดกรอบ โรยด้วยกระเทียมเจียว จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ทานกับข้าวสวยร้อนๆ หายเหนื่อยเลยค่ะ



ต่อด้วยลาบคอหมูย่าง รสจัดจ้านถึงใจ



ปิดท้ายด้วยแกงส้มชะอมปลาดอรี่ค่ะ รสกลมกล่อมมากๆ รสชาติอาหารของที่นี่ต้องยกนิ้วให้เลยค่ะเพราะอร่อยทุกเมนูเลย



ทานอาหารอร่อยในบรรยากาศสุดโรแมนติก ฟังเพลงเพราะๆ จากนักดนตรีก็ทำให้วันนี้เป็นวันพิเศษของเราอีกหนึ่งวัน



บรรยากาศในยามค่ำคืนของที่นี่ก็สวยไม่แพ้ตอนกลางวันเลยล่ะค่ะ



เช้านี้เราตื่นมาทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหาร Jungle View มีเมนูอาหารให้เลือกทานมากมายทั้ง ขนมปัง ครัวซ็อง มุมไข่ที่สามารถสั่งได้ทั้งไข่ดาว ออมเล็ต ไส้กรอก เบค่อน แฮม ข้าวต้ม สลัด ผลไม้ ชา กาแฟ น้ำผลไม้และอีกมากมาย



ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเรามีโปรแกรมไปแช่น้ำร้อนและทำสปาก่อนกลับที่ ROCK VALLEY HOT SPRING & FISH SPA ซึ่งตั้งอยู่ภายใน โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) แต่การเดินทางจะต้องนั่งเรือไปประมาณ 5 นาที 



มาถึงแล้วค่ะ ROCK VALLEY HOT SPRING & FISH SPA ใครที่อยากไปแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นบอกเลยว่ามาที่นี่ก็สวยไม่แพ้กันเลยค่ะ



ก่อนจะลงแช่น้ำก็ขอมานวดสปาด้วย 5 ขั้นตอนเริ่มจากการทำสปาเท้าเผื่อผ่อนคลายจากกิจกรรมเมื่อวานที่เราไปทำกันมา โดยวิธีการจะเริ่มจากล้างเท้าด้วยน้ำขมิ้น นวดผ่อนคลายด้วยเกลือสปา ขัดเท้าด้วยเกลือสปา ล้างเท้าด้วยครีมน้ำนม และปิดท้ายด้วยการนวดคอ บ่าไหล่ 



ต่อด้วยการนวดหน้าและพอกโคลนจากภูโคลน แม่ฮ่องสอน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามมากๆ



วิธีการก็จะเริ่นต้นด้วยการขัดหน้าด้วยทานาคา และพอกโคลนแม่ฮ่องสอน ที่มีสรรพคุณช่วยดีท็อกซ์ผิว ลดสิวฝ้า



พอพอกหน้าเสร็จก็จะไปต่อด้วยการพอกตัวค่ะ ซึ่งสถานที่สำหรับพอกตัวเขาจะทำเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ หันหน้าเข้าสู่แม่น้ำแควน้อยค่ะ โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาทาโคลนให้เราทั้งตัว 



หลังจากพอกโคลนเรียบร้อย ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็จะต้องไปล้างตัวด้วยมะขามเปียก พอล้างตัวปุ๊บก็รู้สึกเลยว่าผิวชุ่มชื้น และกระจ่างใสขึ้น อ๊ะ แต่ยังไม่จบเท่านั้นนะคะเพราะเราจะปิดท้ายด้วยการไปนอนแช่น้ำร้อนชมธรรมชาติอันงดงาม โดยเขามีให้เลือกแช่ถึง 13 บ่อ โดยแต่ละบ่อก็จะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป เช่น บ่อน้ำนม ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว ต่อต้านการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวเนียนนุ่ม บ่อกาแฟช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ขับสารพิษออกจากผิว บ่อกระเจี๊ยบแดงช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในผิวหนัง ช่วยให้ผิวขาว เนียน ใส และปลาหมอบำบัด ที่จะมีน้องปลาหมอมาตอดกินเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพหรือผิวที่เป็นสะเก็ด ทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ใครชอบบ่อไหนก็ลงแช่กันได้เลยค่ะ 




หลังจากแช่น้ำร้อนเสร็จก็สามารถสั่งน้ำสมุนไพรมาทานก็ช่วยทำให้ร่างกายของเราสดชื่นยิ่งขึ้น



ตลอด 2 วัน 1 คืนที่เราได้พักที่  โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) นั้นเต็มไปด้วยความสุข ความสนุก และผ่อนคลาย มาที่เดียวแต่ได้ทำกิจกรรมครบถ้วนมากมาย ทั้งการเล่นเครื่องเล่นสุดมันส์  ล่องแพชมธรรมชาติ  ทานอาหารอร่อย และปิดท้ายด้วยการแช่ออนเซ็นทำสปา ทำให้เราไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะค่ะ ใครที่อยากสัมผัสความสุขแบบนี้ก็มาได้เลยที่  โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) จังหวัดกาญจนบุรี

ที่ตั้ง : โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ (รีสอร์ทแอนด์ออนเซ็น) 74/12 หมู่ 4 ท่าเสา ไทรโยค กาญจนบุรี
โทร : 02-251-7828, 02-251-7494 
เว็บไซต์ : www.riverkwaivillagehotel.com
www.facebook.com/riverkwaivillagehotel




 


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ