หากเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่หลายคนอยากไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หนึ่งในนั้นต้องมี “แก่งกระจาน” จังหวัดเพชรบุรีรวมอยู่ด้วย เพราะนอกจากจะมีธรรมชาติสวยๆ ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ทั้งโดดน้ำ พายเรือล่องแก่งไปตามลำน้ำเพชร ฯลฯ ให้ทำมากมาย วันนี้ชิลไปไหนจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับอีกหนึ่งที่พักในแก่งกระจาน ที่น่าไปเช็คอินสุดๆ อย่าง “เฟื่องฟ้าแสงมณี รีสอร์ท” ที่พักบรรยากาศสุดชิลริมแม่น้ำเพชรบุรี ที่จัดเต็มความสนุกมากมาย จะน่าสนใจขนาดไหนตามไปดูรีวิวกันเลยค่ะ



จากกรุงเทพฯ เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงเฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท ซึ่งจะเห็นป้ายชื่อรีสอร์ทโดดเด่นเป็นจุดสังเกต พร้อมมีมอเตอร์ไซค์เวสป้าและรูปปั้นอย่างเจ้ายักษ์เขียว The Hulk รอต้อนรับอยู่ด้านหน้าทางเข้า



จุดเริ่มต้นของเฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท เกิดจากความตั้งใจที่จะทำเป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัว หากใครที่เคยไปเที่ยวเพชรบุรีอาจเคยได้ยินชื่อขนมหม้อแกงแสงมณี หรือเคยอุดหนุนที่ร้านขนมหวานแสงมณี ตลาดไท ซึ่งเจ้าของที่นี่ตั้งใจนำชื่อของ “คุณแม่เฟื่องฟ้า” มารวมเข้ากับธุรกิจขนมหวานของครอบครัว แล้วนำมาตั้งเป็นชื่อรีสอร์ทแห่งนี้นั่นเองค่ะ



จุดเด่นของเฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท คือ บรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สดชื่น ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี บนพื้นที่ช่วงต้นน้ำกว่า 12 ไร่ ยาวเลียบฝั่งขนานไปจนจรดคุ้งแม่น้ำในทำเลที่สวยที่สุด และยังสามารถมองเห็นวิวภูเขา อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างจุดชมวิวพะเนินทุ่งอีกด้วยค่ะ


คอนเซ็ปต์ของที่นี่คือ ที่พักสไตล์ครอบครัวสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงมาสัมผัสบรรยากาศสดชื่นของผืนป่าสีเขียว ภายในบริเวณรีสอร์ทจึงมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจให้นั่งเล่น และเน้นกิจกรรมสนุกๆ ที่หลากหลาย ด้วยบริการที่อบอุ่นเหมือนคนในครอบครัว



ลานกิจกรรมริมน้ำ ที่มีสนามหญ้าและเนินเล็กๆ เป็นพื้นที่สำหรับแขกที่มาพักไว้จัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพลิดเพลินไปกับคาราโอเกะ สนุกกับการปาเป้ายิงปืน กระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนด้วยโต๊ะสนุก  พร้อมเครื่องเล่นทางน้ำสีสันสดใส ทั้งสไลเดอร์ที่มีให้เลือกเล่นถึง 2 ตัว สระน้ำเด็กเล็ก แทรมโพรีนน้ำ เรือกล้วย เรือแคนู ฯลฯ เรียกว่าจัดเต็มความสนุกกันให้เต็มที่สุดๆ ไปเลยค่ะ



นอกจากนี้ ยังมีแทรมโพรีนขนาดใหญ่และสนามเด็กเล่นสำหรับคุณหนูๆ อีกด้วยค่ะ



ภายในรีสอร์ทมีบ้านพักทั้งหมด 17 แบบ มีให้เลือกพักทั้งแบบเป็นแก็งค์และคู่ มี 2 โซน คือโซนที่อยู่ติดริมน้ำและด้านหลังมองเห็นวิวภูเขาและลำห้วยเล็กๆ ที่ไหลผ่าน ส่วนอีกโซนเป็นโซนห้องพักและห้องจัดประชุมสัมมนา พร้อมที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย



เราเริ่มไปสำรวจบ้านพักกันเลยค่ะ เริ่มที่แรกกันด้วยห้องพักขนาด 16 คน กับ "บ้านภูผา" หลังนี้อยู่ในโซนไม่ติดน้ำ เป็นบ้านพักแบบชั้นเดียว แยกออกเป็น 2 ห้องนอน ห้องใหญ่มีเตียง 6 ฟุต 7 เตียง และห้องเล็กแยกสำหรับ นอน 2 คน 1 ห้อง พร้อมห้องน้ำ 2 ห้อง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งแอร์ ทีวีจอแบน พร้อมสัญญาณดาวเทียม ตู้เย็น กระติกน้ำร้อน เครื่องทำน้ำอุ่น 



 มาต่อกันด้วยบ้านพักสำหรับ 12 คน มีทั้งหมด 3 หลัง คือ "บ้านนารีรัตน์" "บ้านเฟื่องฟ้า" และ "บ้านลีลาวดี" สำหรับวันนี้เรามาดู “บ้านนารีรัตน์”  บ้านพัก VIP ที่เป็นบ้านพักแฝดขนาด 4 ห้องนอน แบ่งออกเป็นชั้นบน 2 ห้อง และชั้นล่างอีก 2 ห้อง ตัวบ้านทาสีสันสดใส ภายในตกแต่งทันสมัยในสไตล์โมเดิร์น ชั้นบน เป็นห้องพักแบบเตียงเดี่ยว พักได้ 2 คน มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งแอร์ ทีวีจอแบน พร้อมสัญญาณดาวเทียม ตู้เย็น กระติกน้ำร้อน เครื่องทำน้ำอุ่น สามารถมองเห็นวิวสวนที่มีต้นไม้สีเขียวและแม่น้ำเพชรได้จากหน้าระเบียงห้องพัก



ส่วนชั้นล่างของบ้านนารีรัตน์มี 2 ห้องนอน พักได้ 4 คน แต่ขนาดกว้างขวางกว่าห้องด้านบน ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นโทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับผ้าม่านและหมอนอิงสีสันสดใส พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งแอร์ ทีวีจอแบน ตู้เย็น กระติกน้ำร้อน เครื่องทำน้ำอุ่น และยังมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งเล่นรับประทานอาหารที่หน้าห้องพักอีกด้วยค่ะ



ต่อด้วยห้องขนาด 10 คนกันค่ะ ห้อง 10 คนเป็นห้องที่ตั้งอยู่ไม่ติดริมน้ำแต่ก็มีวิวภูเขาให้ได้ผ่อนคลายสบายตา โดยห้องขนาดนี้มีทั้งหมด 4 แบบ คือ "บ้านมะลิวัลย์" "บ้านสาวิตรี" "บ้านน้ำใส" "บ้านภูฟ้าใส" แต่ละหลังแม้รูปแบบการตกแต่งจะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ไดร์เป่าผม ทีวี ตู้เย็น ผ้าเช็ดตัว เครื่องปรับอากาศครบครันทุกหลัง สำหรับวันนี้เราพามาดู "บ้านมะลิวัลย์" กันค่ะ โดยหลังนี้เป็นบ้าน 2 ชั้น มี ภายในมี 1 ห้องนอนใหญ่ด้านล่างนอนได้ 6 คน ชั้นบน มี 2 ห้อง นอนห้องละ 2 คน มีน้ำทุกห้อง พร้อมระเบียงเชื่อมติดกันด้านหน้า




ส่วน "บ้านภูฟ้าใส" บ้านแฝดขนาด 2 ห้องนอน แบ่งเป็นคนละ 5 คน ภายในห้องพักมีขนาดกว้างขวาง พื้นและเพดานทาสีขาวทำให้ห้องดูสว่าง ตัดกับกำแพงผนังอิฐสีเข้มสไตล์ลอฟท์ ลดความดิบด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ดูอบอุ่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งแอร์ ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น

 


"บ้านน้ำใส" มีทั้งหมด 3 ห้องนอน นอน 10 คน 2 ห้อง และนอน 6 คน 1 ห้อง มีห้องน้ำในตัวทุกห้องพร้อมระเบียงเชื่อมติดกันด้านหน้า ด้านบนของบ้านน้ำใสเป็นห้องประชุมสัมมนา รองรับได้ประมาณ 100 คน สามารถจัดได้ทั้งงานประชุมสัมมนานอกสถานที่ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ ใครมองหาที่พักแก่งกระจานสำหรับจัดสัมมนาบริษัทนอกสถานที่ เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ทก็พร้อมให้บริการรองรับอีกด้วยค่ะ



ใครมาเป็นแก็งค์เล็กๆ มาดูบ้านพักขนาด 6 คนกันค่ะ มีให้เลือกพักทั้งหมด 2 แบบ คือ "บ้านริมธาร" และ "บ้านพุทธรักษา" ทั้งสองหลังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็ม ทั้งแอร์ ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ พร้อมห้องน้ำในตัว รับรองว่านอนพักสบาย มีพื้นที่พอเพียงกับจำนวนคนแน่นอนค่ะ 



แต่หากใครมาเป็นครอบครัวเล็กๆ 4 คน เราขอแนะนำบ้านพักแบบ "บ้านโยธิน" ตัวที่พักไม่ได้อยู่ติดริมน้ำแต่ตั้งอยู่ติดกับลำธารเล็กๆ และมองเห็นวิวทิวเขาได้จากระเบียง บ้านพักหลังนี้ มีเตียงขนาด 6 ฟุต 2 เตียง ห้องน้ำ 1 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง แอร์ ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ พร้อมห้องน้ำในตัว และความพิเศษของห้องนี้คือมีบริเวณระเบียงกว้าง เหมาะสำหรับนั่งเล่นชิลๆ กับกลุ่มเพื่อนที่สุดเลยค่ะ



ส่วนห้องพักแบบ 2 คน มี "บ้านริมเขา" บ้านพักท่ามกลางบรรยากาศต้นไม้สีเขียวร่มรื่น ให้อารมณ์เหมือนมาพักผ่อนในบ้านพักตากอากาศส่วนตัวหลังเล็กๆ ภายในสิงอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องน้ำในตัวพร้อมระเบียงเชื่อมติดกันด้านหน้า



นอกจากนี้ยังมีห้องพักแบบตึกอีกด้วย โดยตัวตึกมี 2 ชั้น มีจำนวน 14 ห้อง ภายในห้องสามารถนอนได้ 2 คน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีห้องน้ำในตัว หน้าห้องมีเก้าอี้ให้นั่งเล่นรับลมชิลๆ และมีสวนขนาดย่อมให้ได้พักผ่อนหย่อนใจกันด้วยค่ะ



ยังไม่หมดนะคะ ที่นี่ยังมีบ้านพักแบบเรือนไทย พักได้ 2 คนเอาใจคนที่มาเป็นคู่ โดยบ้านเรือนไทยตั้งอยู่โซนติดริมลำธารเล็กๆ บรรยากาศดี เงียบสงบ ตัวบ้านมีระเบียงให้นั่งรับลมเล่น ภายในห้องมีห้องน้ำในตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับคนที่อยากมาพักผ่อนสบายๆ ในบรรยากาศชิลๆ


 

และนอกจากห้องพักสไตล์บ้านพักเป็นหลังแล้ว ที่เฟื่องฟ้าแสงมณี รีสอร์ทยังมีที่พักแบบกางเต็นท์ติดแอร์ สำหรับใครที่อยากนอนสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบนี้อีกด้วยค่ะ โดยเต็นท์ติดแอร์มีทั้งหมด 10 หลัง พักได้ 2 คนต่อ 1 หลัง ภายในเต็นท์มีเครื่องนอน เครื่องอาบน้ำ ทีวี นอกจากนี้ ยังมีปลั๊กให้ชาร์ตแบตโทรศัพท์ด้วย ช่วงหน้าร้อนแต่ยังอยากนอนเต็นท์ให้ได้บรรยากาศก็มานอนเต็นท์ติดแอร์ได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวร้อนอีกแล้วค่ะ



การตกแต่งห้องพักที่นี่จะเป็นสไตล์แบบเรียบง่าย เน้นความสะอาด ให้แขกทุกคนที่เข้ามาพักมีความสุขและพักผ่อนอย่างสบายที่สุด ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่สำคัญคือ ทุกห้องมีสัญญาณ Wi-Fi ครอบคลุม ท่องอินเทอร์เน็ตได้เร็วสะใจ ไม่ต้องกลัวขาดการติดต่อกับโลกโซเชียลและบอกเลยว่าเครื่องนอนของที่เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท คุณภาพไม่แพ้โรงแรมเลยค่ะ เพราะทางเจ้าของที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยว มีความตั้งใจที่อยากใช้ที่นอนคุณภาพดี เพื่อให้แขกที่มาพักได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เหมือนเช่นประสบการณ์ที่เคยไปพักมาแล้วประทับใจ จึงนำมาใช้ที่รีสอร์ทแห่งนี้ด้วย



หลังจากสำรวจห้องพักพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็ได้เวลาไปสนุกสุดเหวี่ยงกับกิจกรรมที่ทางรีสอร์ทมีให้บริการกันแล้วค่ะ เริ่มจากเครื่องเล่นไฮไลท์อย่างสไลเดอร์ตัวใหม่ล่าสุดกันก่อน สวมชูชีพแล้วเราก็สไลด์ทิ้งตัวลงมากันเลย บอกเลยว่าทั้งสนุกและหวาดเสียวสุดๆ 



ส่วนเด็กๆ ก็มีสไลเดอร์เล็กที่หวาดเสียวน้อยกว่า ให้เราได้สไลด์ตัวลงมาตามรางแนวตรงไม่คดเคี้ยวหวาดเสียวเท่าตัวแรก ซึ่งสำหรับน้องๆ หนูๆ ที่ยังว่ายน้ำไม่แข็งก็มีสไลเดอร์เด็กที่กั้นบริเวณไว้ให้โดยเฉพาะด้วยค่ะ



ส่วนใครอยากลงเล่นในแม่น้ำเพชรบุรี ก็สวมชูชีพแล้วสนุกจัดเต็มไปกับเครื่องเล่นมากมายได้เลย ทั้งกระโดดโลดเต้นบนแทมมารีนน้ำ แล้ววิ่งข้ามแพยาง โหนสลิงกระโดดน้ำเล่น ก็จัดเต็มเล่นกันได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน ซึ่งถึงใครไม่ได้มาพักที่นี่ทางรีสอร์ทก็เปิดให้คนนอกสามารถเข้ามาเล่นน้ำได้ โดยเก็บค่าเข้าคนละ 20 บาท และค่าเสื้อชูชีพสำหรับผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 50 บาท ในวันเสาร์อาทิตย์ (วันธรรมดาผู้ใหญ่ 50 บาท, เด็ก 30 บาท)



ส่วนใครอยากนั่งเรือล่องแก่งไปตามแม่น้ำเพชร ทางรีสอร์ทก็มีให้บริการด้วยค่ะ ซึ่งนอกจากกิจกรรมทางน้ำทั้งหมดที่ว่ามา ทางเฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ทยังสามารถพาไปขับรถเอทีวี หรือเล่น BB Gun แม้กระทั่งใครอยากไปชมทะเลหมอกตอนเช้าที่พะเนินทุ่งที่นี่ก็มีบริการรถรับส่งให้อีกด้วยค่ะ



หลังจากเล่นน้ำจนหมดแรงแล้ว หากใครหิวก็สามารถมาเติมพลังกันได้ที่ห้องอาหารของรีสอร์ท ซึ่งมีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย เมนูแนะนำ ได้แก่ ผัดเผ็ดปลากด , ยำสามกรอบ , แกงส้มกุ้งใส่ผักกูด, ผัดผักรวม,ปลานิล (เขื่อน) สามรส และไก่ทอด บอกเลยว่าอร่อยทุกเมนูเลยค่ะ



อิ่มอร่อยกันแล้วก็ได้เวลาพักผ่อน บอกเลยว่าบรรยากาศตอนกลางคืนที่เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ทนั้นโรแมนติกมากๆ ยิ่งช่วงหัวค่ำที่ทางรีสอร์ทเริ่มเปิดไฟตามจุดต่างๆ รอบบริเวณก็ยิ่งน่าประทับใจ ส่วนใครชอบความคึกคักและเสียงดนตรี ที่นี่ก็มีคาราโอเกะให้บริการอีกด้วยค่ะ


หลังจากพักผ่อนเต็มที่แล้ว ตื่นเช้าเราก็มาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของรีสอร์ทกันค่ะ โดยทางที่พักมีเซ็ทเมนูอาหารเช้าให้เลือกทั้งข้าวต้มแบบไทยๆ พร้อมกาแฟ และขนมปังแซนด์วิช ไส้กรอก ไข่ดาว และแฮม แบบอเมริกันเบรกฟาสต์ให้ทานทั้งสองแบบ



อิ่มแล้วถ้าใครยังติดใจความสนุกจากเมื่อวาน อาจไปเล่นสไลเดอร์กันอีกรอบก่อนเช็คเอาท์เป็นการส่งท้าย เรียกว่ามาพักที่นี่แล้วทั้งสนุกและประทับใจ ไม่มีคำว่าเบื่อแน่นอนค่ะ



วันหยุดนี้ใครมองหาสถานที่พักผ่อนสไตล์ครอบครัว ที่ได้ทั้งใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีกิจกรรมสนุกๆ ที่มีสีสันให้ทำตลอดทั้งวันแบบนี้ ลองมาพักกันที่เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท แก่งกระจาน รับรองว่าประทับใจกลับไปจริงๆ ค่ะ

 

 

เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท
 ราคา : วันธรรมดา เริ่มต้น 1,000-8,000 บาท วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มต้น 1,200-9,000 บาท
 ที่อยู่ : 666 หมู่1 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
 โทรศัพท์ : 085-3354759, 081-2504876, 081-8566083
 เว็บไซต์ : www.fuengfahsangmaneeresort.com , www.phusuay.9nha.com
 Facebook : เฟื่องฟ้าแสงมณีรีสอร์ท

 

การเดินทาง : จากที่ว่าการอำเภอ และสภอ.แก่งกระจานด้านขวามือ ทางซ้ายมือจะมีป้ายเขื่อนแก่งกระจานขนาดใหญ่ ให้ขับผ่านป้ายและสนามฟุตบอล ลานคนเดินบาลาเด้ ซึ่งอยู่ซ้ายมือมาประมาณ 700 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายข้ามสะพาน แล้วตรงไปอีก 300 เมตร สังเกตขวามือจะมีสำนักงานการไฟฟ้า ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยมาอีกประมาณ 500 เมตร

 

แผนที่