ใครกำลังมองหาที่เที่ยวที่สวยงามและผู้คนเฟรนด์ลี่ อยากให้ลองมาดู 10 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกประจำปี 2016 นี้กัน

ทุกๆ ปีสหประชาชาติจะทำการวัดค่าคุณภาพในการใช้ชีวิตของประชากรในแต่ละประเทศทั่วโลกด้วยการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล มีถึง 13 ประเทศเดิมที่ถูกจัดอันดับอยู่ในลิสต์ตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี 2012 
คุณคิดว่าอะไรทำให้ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก?
จากการสำรวจระบุว่าสิ่งที่ประเทศเหล่านี้มีเหมือนกันก็คือ สวัสดิการที่ดีจากรัฐบาล ชุมชนมีความเข้มแข็ง การเคารพสิทธิของประชาชน และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
เรามาดูกันดีกว่าว่ามีประเทศไหนบ้างที่ถ้าเราไปเที่ยวคงต้องมีความสุขมากแน่ๆ

08
 

สวีเดน

สวีเดน เป็นหนึ่งในห้าประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่ติดอันดับอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกอยู่เสมอ หากคุณอยากรู้ว่าชาวสวีเดนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอย่างไรนั้น ให้ลองเดินเข้าไปในร้านกาแฟ ซึ่งประเทศแห่งนี้มีจำนวนผู้บริโภคกาแฟมากเป็นอันดับ 3 ของโลก อีกทั้งชุมชนของเขามีความเข้มแข็งได้ด้วยวัฒนธรรมที่เรียกว่า ฟิกา(fika) หรือแปลง่ายๆว่า 'เวลาพัก' ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนท้องถิ่นจะมาพบปะกันที่ร้านกาแฟ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ระหว่างที่ดื่มกาแฟและทานขนมไปด้วย หากใครอยากลองไปสัมผัสวัฒนธรรมฟิกา ให้ลองไปที่ร้านกาแฟสุดเก๋าในเมืองสตอกโฮล์มอย่าง Vete-Katten ซึ่งเป็นร้านที่คนท้องถิ่นไปนั่งดื่มกาแฟกันตั้งแต่ปี 1928
 

ออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย ประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก ที่นี่มีระดับมลพิษต่ำมาก อีกทั้งความร่วมมือในชุมชนก็สูงและมีความใกล้ชิดกันมาก จากวัฒนธรรมบาบีคิวอันโด่งดังของชาวออสเตรเลียได้นำผู้คนมาพบปะกัน คุณจะพบว่าที่อุทยานแห่งชาติ สถานที่กลางแจ้ง หรือพื้นที่อื่นๆ จะมีการย่างบาบีคิวกันให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ทานกันฟรีๆ หรือไม่ก็ใช้วิธีหยอดเหรียญ สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่ไม่มีเพื่อนชาวออสซี่ก็สามารถร่วมจอยกับเขาได้ โดยไปกับทัวร์ XXXX Brewery and BBQ tour ซึ่งคุณจะได้พบปะกับคนท้องถิ่น ได้ลองดื่มเบียร์และซีฟู้ดหรือเนื้อย่างบาบีคิวหลากหลายแบบ หรือใครอยากทานแบบชิลๆ ชมวิวเพลินๆ ต้องนี่เลย BBQ sunset cruise คุณจะได้ล่องเลือชมวิวในทะเลสาบ Kununurra ที่ภาคตะวันตกของประเทศออสเตรเลีย
(อ้างอิงจาก: Happiness Is ... Being an Aussie)
 


นิวซีแลนด์

เกาะอันเป็นที่ตั้งของประเทศนิวซีแลนด์นี้เพิ่งถูกครอบครองโดยมนุษย์เมื่อประมาณ 800 กว่าปีมานี้เอง ประเทศนี้มีธรมชาติอันงดงาม ตั้งแต่ภูเขา ป่าไม้ ไปจนถึงเพนกวินป่าที่อยู่ทางใต้ของเกาะ เนื่องด้วยประเทศนิวซีแลนด์มีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ ช่วยจุดประกายให้คนท้องถิ่นช่วยกันอนุรักษ์สวรรค์บนดินแห่งนี้เอาไว้ ซึ่งทำให้ในปัจจุบันนอกจากที่นี่จะมีระดับมลพิษต่ำแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก ชาวนิวซีแลนด์จึงภูมิใจอย่างมากที่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องธรรมชาติอันล้ำค่าเหล่านี้ไว้ หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวนิวซีแลนด์ อย่าลืมไปเยือนภูเขาไฟ ถิ่นที่อยู่ของชาวเมารี และปล่องภูเขาไฟที่อุทยานแห่งชาติ Tongariro and Whanaguni National Parks
 

เนเธอร์แลนด์

ชาวเนเธอร์แลนด์ได้ชื่อว่ามีอัตรการออกกำลังกายสูงที่สุดในโลก ที่นี่ถึงกับมีเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะความยาวถึง 20,000 ไมล์ อีกทั้งเมืองหลวงอย่างกรุงอัมสเตอร์ดัมยังถือว่าเป็นเมืองที่เป็นมิตรและเหมาะแก่การปั่นจักรยานที่สุดในโลก ดังนั้นการเช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบเมืองจึงเป็นวิธีที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว คุณสามารถปั่นจักรยานเที่ยวเองโดยดูจากแผ่นที่หรือจะจ้างไกด์ท้องถิ่นให้พาชมเมืองก็ได้เช่นกัน
 

แคนาดา

ประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มีพื้นที่กว้างเหยียดยาวไปจนถึงขั้วโลกเหนือ จึงมีสถานที่มากมายให้ได้สำรวจกัน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในส่วนของด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็มีเส้นทางหลวงที่ยาวที่สุดในโลกอย่าง Trans-Canada Highway ที่คุณสามารถเรียนรู้การใช้ลากเลื่อนสุนัขในช่วงหน้าหนาว หรือหากใครชอบปีนเขาก็ขอเชิญไปเทือกเขาร็อกกี้ที่ Banff National Park ได้เลย
 


ฟินแลนด์

ปล่อยกาย ปล่อยใจไปกับซาวน่าแบบฟินแลนด์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่โดดเด่นของประเทศนี้ จะเห็นได้จากจำนวนประชากรชาวฟินแลนด์มีประมาณ 5.2 ล้านคน แต่มีซาวน่ามากถึง 3.3 ล้านแห่งทั่วประเทศ คุณสามารถพบซาวน่าได้ตั้งบ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ อาคารสำนักงาน หรือแม้กระทั่งรัฐสภา
(อ้างอิงจาก: Finland’s Sauna Obsession)
 

นอร์เวย์

หากคุณกำลังจะไปเที่ยวนอร์เวย์ ประเทศที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีภูมิทัศน์งดงามที่สุดในโลก ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งให้ได้มากที่สุด คุณสามารถตั้งเต็นท์ที่ไหนก็ได้ระหว่างปีนเขาไปชมความงามอันน่าทึ่งของฟยอร์ด (fjord) ส่วนในช่วงฤดูร้อน อยากให้ลองไปปีนเขา Skala ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศนอร์เวย์ รับรองว่าคุณจะเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาและธารน้ำแข็งในฤดูร้อน (ลองดูนี่ >> top 10 summer experiences in Norway)

 

ไอซ์แลนด์

ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอยเมื่อปี 2008 แต่ไอซ์แลนด์ยังคงติดอันดับอยู่ในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก เนื่องจากปัญหาดังกล่าวกลับทำให้ชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากขึ้นและช่วยกันเปลี่ยนแปลงนำไปสู่ยุดใหม่ของการท่องเที่ยว เมื่อคุณมาถึงไอซ์แลนด์ คุณจะเจอกับตลาดขในร่มขนาดใหญ่และสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง รวมไปถึงอุทยานแห่งชาติอีกมากมายที่น่าสนใจ หากใครมีเวลามากหน่อย ก็ลองขับรถเล่นไปตามถนน Ring Road ที่มีทั้งภูเขาไฟ ชายหาด และแลนด์มาร์กดังๆ
 

สวิตเซอร์แลนด์

ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกของปี 2015 สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยเนินเขาสวยงามสำหรับเล่นสกี อีกทั้งยังมีช็อกโกแลตที่เลิศรสสุดๆ เนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์มีพื้นที่กลางแจ้งมากมาย ทำให้คนชอบออกมาทำกิจกรรมต่างๆ กันด้านนอก ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีอัตราผู้ป่วยโรคอ้วนต่ำที่สุดในยุโรป คุณจะพบความงามของธรรมชาติในสวิตเซอร์แลนด์ได้ด้วยการสำรวจหุบเขา พายคายัค หรือจะไปพาราไกลดิ้ง(paragliding) ที่เมือง Interlaken ก็น่าสนใจ

 

เดนมาร์ก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เดนมาร์กถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก เดนมาร์กมีสวัสดิการและบริการสาธารณะที่ดีให้แก่ประชาชน เช่น การประกันสุขภาพและการศึกษาฟรี คุณอาจจะลองไปชมงานจัดแสดงการจัดโต๊ะคริสต์มาส "Royal Copenhagen Christmas Tables" เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเดนมาร์ก ที่ทั้งอบอุ่นและเป็นมิตร

 

เรื่องจาก National Geographic
เรียบเรียงโดย ชิไปไหน