หลายคนเกิดมาในยุคที่ก็มีพร้อม เกิดมาก็เห็นสิ่งที่พ่อสร้างไว้ ชิลก็เช่นกันค่ะ
จนบางทีเราก็ไม่เคยได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่บางแห่งเลย
ว่าจริงๆแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆหลายแห่งในเมืองไทยที่เราได้เห็นจนชินตานี้
พ่อหลวงของพวกเราชาวไทยทุกคน เป็นผู้คิดริเริ่ม และลงมือทำ
วันนี้ชิลไปไหนจึงจะขออาสา
พาเพื่อนๆไปเที่ยวตามรอยพ่อกันกับ

"5 ที่เที่ยวสวยเมืองไทย ที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่าพ่อสร้างไว้ให้เรามีโอกาสได้ไปเยือน"


26


 



โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

จ.แม่ฮ่องสอน

       ชื่นชมสายหมอกยามเช้า ที่ป่าสนริมอ่างเก็บน้ำปางอุ๋ง คือกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของคนที่ได้มาเยือนแม่ฮ่องสอน  ซึ่งปางอุ๋งนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ ปางอุ๋งมีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า "โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)" บริเวณที่เคยเป็นพื้นที่ที่มีการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าเป็นเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ มาเป็นเวลาหลายปี กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทรงจัดตั้งโครงการพระราชดำริแห่งนี้ขึ้นมาและได้จัดให้เข้าดำเนินการกิจกรรมเกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพป่าและปรับปรุงระบบนิเวศ มาตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปัจจุบัน ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งในหมู่นักท่องเที่ยวเมื่อแวะมาเยือนปางอุ๋งคือ การนั่งแพชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบท่ามกลางแสงแดดอบอุ่นและไอหมอกจางๆ สูดอากาศที่แสนจะสะอาด บริสุทธิ์ให้เต็มปอด
 







สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

จ.เชียงใหม่

       ใครชอบไปเที่ยวเชียงใหม่ คงไม่พลาดแวะเวียนไปชมความสวยงามของดอยอ่างขาง ดอกไม้บานสะพรั่งเป็นสีสันแต่งแต้มฤดูหนาวบนดอยได้ดีทีเดียว เพราะสีของดอกไม้จะตัดกับสีเขียวสด มองไปเห็นแล้วเพลินตานักท่องเที่ยวอย่างเราสุดๆ แต่อาจจะน้อยคนนักที่รู้ว่าในอดีต "สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง" สถานีแห่งแรกของมูลนิธิโครงการหลวงแห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในพัฒนาการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนการปลูกฝิ่น และการทำไร่เลื่อนลอยสำหรับชาวเขาเผ่าต่างๆ ทั้งยังใช้เป็นสถานีวิจัย ทดลองปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาวหลากหลายชนิดเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้ไปเพาะปลูกแทนการปลูกฝิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชาวไทยภูเขาบนดอยอ่างขาง จนในที่สุดจากภูเขาฝิ่นก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวยติดอันดับต้นๆของเมืองไทยไปโดยปริยาย








ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

จ.จันทบุรี

       ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกจุดที่น่าสนใจของจันทบุรี โดยมีทางเดินไม้พาเพื่อนๆลัดเลาะเข้าสู่ธรรมชาติของป่าชายเลนอันสมบูรณ์ ร่มรื่นไปด้วยเงาของพันธุ์ไม้ต่างๆมากถึง 30 ชนิด เหมาะสำหรับการเดินเล่นออกกำลังกาย ศึกษาระบบนิเวศน์ป่าชายเลน รวมไปถึงการชมวิวทิวทัศน์ และสัตว์น้อยใหญ่ที่คอยโผล่มาทักทายตลอดสองข้างทาง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อต้ังขึ้นในปี พ.ศ. 2524 มีพื้นที่ครอบคลุมชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวคุ้งกระเบนกว่า 4,000 ไร่ เพื่อทำการศึกษาวิจัย ทดลอง เพาะพันธ์ุสัตว์น้ำชายฝั่งทะเล อนุรักษ์พันธุ์ไม้ของป่าชายเลน พร้อมท้ังสร้างท่ีอยู่อาศัยของสัตว์ทะเลภายในพื้นที่ ตลอดจนมีจุดให้นักท่องเที่ยวได้แวะพักเรียนรู้ และมุมถ่ายรูปกับสะพานไม้สวยๆตลอดเส้นทาง
 





 

ทุ่งโปรงทอง

(จ.ระยอง)

       ทุ่งโปรงทอง ไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาชมเมื่อมีโอกาสมาท่องเที่ยวที่ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง จากพื้นที่ซึ่งในอดีตเคยเป็นแหล่งทำการเกษตรและ ประมงของชาวบ้านในเขตชุมชนบ้านแสมภู่ซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรม กระทั่งค่อยๆ ได้รับการฟื้นฟูโดยเทศบาล ตำบลปากน้ำประแสร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่ปรับสมดุลให้กับผืนป่าชายเลนท่ีใหญ่ที่สุดของจังหวัดระยองให้กลับมาสมบูรณ์อีกคร้ัง พร้อมกับพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ควบคู่ไปกับเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติไปพร้อมๆกันจนกลายเป็นทุ่งโปรงทองขนาดยักษ์ ที่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเพื่อนๆก็สามารถยืนมองวิวทิวทัศน์ได้อย่างรอบตัวแบบ 360 องศา มีลมพัดโชยปะทะร่างกายให้เย็นกายสบายอารมณ์ ได้เห็นต้นโปรงที่ขึ้นแทรกแซงกันอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะเวลาที่ยอดของต้นโปรงกระทบกับแสงแดด บริเวณนี้จะกลายเป็นพื้นป่าสีทองอร่ามดูงดงาม








เขื่อนขุนด่านปราการชล

(จ.นครนายก)

       จังหวัดนครนายกนั้นขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากมายหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกยอดฮิตอย่างน้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ "เขื่อนขุนด่านปราการชล"เขื่อนคอนกรีตอัดบด ที่ยาวที่สุดในโลก คือ 2,594 เมตร ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 13 ปี (พ.ศ.2540 - 2552) เขื่อนขุนด่านปราการชล มีชื่อเดิมว่าเขื่อนคลองท่าด่าน เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นสืบเนื่องจากปัญหาอุทกภัยและปัญหาดินเปรี้ยว  เป็นแหล่งน้ำต้นทุน ที่สามารถบริหารจัดสรรน้ำแจกจ่ายพื้นที่ชลประทานได้มากถึง 185,000 ไร่ ใครมาเที่ยวก็คงจะประทับใจกับทัศนียภาพด้านบนเขื่อน ที่ขอบอกว่าบรรยากาศเหมือนอยู่เมืองนอกเลยล่ะนอกจากนี้ด้านบนเหนือสันเขื่อน ยังสามารถนั่งเรือชมความงดงามของแนวภูเขา เดินเล่น ปั่นจักรยาน ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ หรือจะนั่งรถรางชมวิวไปพลางๆก็ได้เหมือนกัน








เรียบเรียงโดยชิลไปไหน
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
หนังสือ 70 เส้นทางตามรอยพระบาท