ตอนแรกที่บอกว่าจะจัดทริปไปเที่ยวชะอำ…แต่ไปวันธรรมดานะ เพื่อนๆ ต่างงงกันไปเป็นแถบ บ้างบ่นติดงานนั่นนู่นนี่ สุดท้ายทริปนี้จึงเหลือกันแค่ 3 สาว คนหนึ่งเป็นฟรีแลนส์ อีกคนทำงานวันเสาร์อาทิตย์หยุดไม่เหมือนชาวบ้าน ส่วนเราผู้เป็นตัวต้นคิด ก็รีบลาพักร้อนกับเจ้านายสิคะ…รออะไร และแล้วทริปเที่ยวชะอำวันธรรมดาของพวกเราก็เริ่มต้นขึ้น จะฟินแค่ไหนไปดูกันเลย

02


 
 
Day 1
 
เช้า ล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 8 โมงกำลังดี ใช้เส้นทางลงใต้ (พระราม2+เพชรเกษม) ขับผ่านมหาชัย แม่กลอง พอถึงแยกวังมะนาวเลี้ยวซ้ายไปทางเพชรบุรีผ่านอ.เขาย้อย อ.เมืองเพชรบุรี อ.ท่ายาง เข้าสู่ อ.ชะอำ 
 
สาย แวะเที่ยวฟาร์มอูฐที่ Camel Republic (พิกัด GPS 12°49'25.7"N 99°56'19.4"E) ถ่ายรูปเล่นกับอัลปาก้าและตึกสไตล์โมร็อคคันเก๋ๆ ใครมีเวลาหน่อยอยากเล่นเครื่องเล่นหรือขี่อูฐชมเมืองก็จัดไป ค่าเข้าชมคนละ 80 บาท (เด็กสูงไม่เกิน 100 ซม.เข้าฟรี)

ที่ตั้ง ริมถนนเพชรเกษม อยู่ กม.ที่ 186 ก่อนถึงแยกบายพาสชะอำ
เปิดบริการ วันจันทร์ – วันศุกร์ 10.00 - 18.00 น. วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.00 - 18.30 น.

 

จากนั้นแวะไปถ่ายรูปต่อกันที่ Swiss Sheep Farm ฟาร์มแกะสไตล์ยูโรคันทรี่ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ

ที่ตั้ง ริมถ.เพชรเกษมฝั่งลงใต้ ก่อนถึงแยกบายพาสชะอำ (ตรงข้ามกับ Santorini Park)
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท เปิดทุกวัน 9.00-19.00 น.

 
 
เที่ยง ขับรถไปเส้นเลียบชายหาดชะอำ (ถ.ร่วมจิตต์) ทานมื้อเที่ยงที่ร้านปลาทู ร้านอาหารริมทะเลบรรยากาศดี ข้อดีของการมาวันธรรมดาคือคนไม่เยอะ ไม่ต้องรอคิวนาน สั่งอาหารแป๊บเดียวก็ได้อิ่มอร่อยกันแล้ว

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ขับรถมาตามถนนเพชรเกษม จะผ่าน 4 แยกชะอำ ขับตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 8 กิโลเมตร จะพบทางเข้าโรงแรมโนโวเทลทิพย์วิมาน ก็เลี้ยวรถเข้าไปเลยค่ะ เปิดทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

 




จัดเต็มมื้อเที่ยงที่ร้านปลาทู กับเมนูปลากะพงทอดน้ำปลา, ส้มตำทะเล, น้ำพริกกุ้งสด ฯลฯ พุงกางกันเลยทีเดียว


 
บ่าย ไปเที่ยวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังซึ่งเคยเป็นที่ประทับในฤดูร้อนในสมัยรัชกาลที่ 6 เดินเล่นซึมซับบรรยากาศสุดคลาสสิคกันเพลินๆ 

 

 
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระราม 6 (ถ.เพชรเกษม กม.216) การเดินทาง เลยแยกไฟแดงชะอำไปประมาณ 11 กม. ทางเข้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวันจะอยู่ซ้ายมือ อาคารส่วนใหญ่ที่นี่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง งดงามจริงๆ ค่ะ 

เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ 08.30-16.30 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท 

ปล.ใครจะไปเที่ยวควรแต่งกายให้สุภาพกันด้วยนะคะ



 
 
เย็น เช็คอินเข้าที่พักที่โรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน ดีไซน์โฮเทลสุดชิคที่ตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัวของชายหาดชะอำตอนเหนือ เดินเล่นชิลๆ ริมชายหาดตอนเย็น แล้วมาดินเนอร์ที่ “บีช โซไซตี้” ห้องอาหารริมชายหาดที่อยู่ภายในโรงแรม ฟังเสียงคลื่นพร้อมทานอาหารอร่อยๆ ก่อนตบท้ายด้วยจิบค็อกเทล ฟังเพลงเพราะๆ ที่บีชบาร์ริมทะเล
 





 
 
Day2
 
เช้า ตื่นเช้ามาจัดเต็มมื้อเช้าอร่อยๆ ฟินๆ กันที่ห้องอาหารไวท์ โอเว่น ของโรงแรม อิ่มแล้วเดินเล่นถ่ายภาพบรรยากาศของโรงแรมไว้เป็นที่ระลึก ขอบอกว่าถ่ายรูปเพลินมากค่ะ สวยทุกมุมจริงๆ
 


 
สาย เช็คเอาท์เตรียมตัวออกไปเที่ยวกันต่อที่ “วนอุทยานเขานางพันธุรัต” ซึ่งขนานนามตามวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง เนื่องจากเมื่อมองไกลๆ จะเห็นภูเขาคล้ายกับนางยักษ์นอนทอดยาว มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติและจุดท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องในวรรณคดีให้เราเดินเที่ยวชมถ่ายรูปกันอีกด้วย
 

 
วนอุทยานเขานางพันธุรัต ออกจากที่พักพอมาถึงถนนหลักเลี้ยวขวาไป 600 เมตรจะเจอสี่แยกที่มีป้าย “บ้านบางเกตุ” ให้เลี้ยวซ้าย ขับไปประมาณ 5 กม. จะเจอสี่แยกที่มีคลองชลประทานขวางอยู่ ให้เลี้ยวซ้ายเลียบคลองไป 120 เมตร จะเจอทางเข้าอยู่ขวามือ ภายในพื้นที่จำนวนกว่า 1,562 ไร่ เป็นที่ตั้งของโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพพื้นที่เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ วนอุทยานเขานางพันธุรัตเปิดเป็นทั้งแหล่งศึกษาธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวสำหรับประชาชนทั่วไป เปิดทุกวัน 08.30-16.30 น. 





กระจกนางพันธุรัตจะมีลักษณะเป็นช่องเขาขนาดใหญ่ เราสามารถเดินลอดช่องกระจกนี้ไปได้ และจะพบกับจุดชมวิวเล็กๆ




 

ระหว่างทางแวะถ่ายรูปตรง “สะพานยก” กันแป๊บนึง วิวตรงนี้แอบคล้ายอยู่ญี่ปุ่นเหมือนกันนะ



 
เที่ยง เดินเที่ยวปีนเขากันจนเหนื่อย ขับรถมากินซีฟู้ดเติมพลังแถวๆ หาดชะอำ มีร้านอาหารเยอะ ทั้งเป็นร้านเดี่ยวๆ หรือเป็นร้านหน้าโรงแรมต่างๆ หรือจะปูเสื่อซื้อของหาบเร่ เช่าจักรยาน เช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เล่น หรือจะลงเล่นน้ำทะเล ขี่บานาน่าโบ๊ทเล่นก็ได้ มีที่อาบน้ำจืดบริการตลอดแนวชายหาด 
 


 
หรือถ้าอยากไปชิมอาหารทะเลแบบได้บรรยากาศชุมชนชาวประมง ก็ต้องไปแถวสะพานปลาชะอำ สะพานปลาความยาวกว่า 800 เมตรทอดยาวลงทะเล เป็นจุดที่ชาวประมงขึ้นเรือ อาหารทะเลจึงสดมากๆ แถวนี้มีร้านซีฟู้ดให้เลือกหลายร้าน สั่งตามน้ำหนักแล้วให้ทางร้านปิ้งย่างให้ได้เลยค่ะ 
 




จุดจอดเรือชาวเล บริเวณชุมชนชาวประมงที่สะพานปลาชะอำ


 
บ่าย แวะจิบกาแฟเติมความสดชื่นก่อนออกเดินทาง แถวชะอำมีคาเฟ่น่ารักๆ น่านั่งหลายร้าน ถ้าชอบสไตล์วินเทจแนะนำร้าน “Aun’s Baguettes” คาเฟ่เก๋ๆ ที่ขายทั้งอาหารไทยและฝรั่งเศส


 

 
หรือร้าน “Three Faces” ที่ขายทั้งกาแฟและพิซซ่า แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศชิลๆ ริมทะเลต้องไปร้าน “ไอเลิฟสวีท” อยู่ถนนเลียบหาดชะอำเลยค่ะ
 




บรรยากาศที่จุดชมวิวชะอำตอนเย็น ชิลมากๆ มีหลายคนปั่นจักรยานมาพักผ่อนชมวิวกันที่นี่


 
ขากลับเข้ากรุงเทพฯ แวะเที่ยวซานโตรินี่ พาร์ค ชะอำ ปิดท้าย สนุกกับเครื่องเล่นมากมาย แล้วถ่ายรูปกับตึกสวยๆ สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนเป็นที่ระลึก
 




 
เย็น บ๊ายบาย…ชะอำ เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ทริปนี้ประทับใจสุดๆ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชะอำวันธรรมดาน่าเที่ยวไม่แพ้วันหยุดจริงๆ นะ
 

เรื่องและภาพโดยชิลไปไหน